<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังสตรีที่สตูล : สร้างอาชีพจากภูมิปัญญาสมุนไพรพื้นบ้าน เย็บกระเป๋าส่งขายเศรษฐีดูไบสร้างรายได้เดือนละ 2 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตูล /&amp;nbsp; กลุ่มสตรีในอำเภอควนโดน จ.สตูล&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันสร้างอาชีพจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน&amp;nbsp; โดย &amp;lsquo;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา&amp;rsquo; นำสมุนไพรในท้องถิ่นมาทำลูกประคบ&amp;nbsp; ยาหม่อง&amp;nbsp; ขี้ผึ้ง&amp;nbsp; น้ำมันไพล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และนวดแผนไทย&amp;nbsp; นวดฝ่าเท้า สร้างรายได้ให้สมาชิก&amp;nbsp; ขณะที่กลุ่ม &amp;lsquo;ดาหลาปาเต๊ะ&amp;rsquo; รับออร์เดอร์ผลิตกระเป๋าผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ-ผ้าปาเต๊ะส่งไปขายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เดือนละ 1,500 ชุด&amp;nbsp; ทำรายได้กว่า&amp;nbsp; 2 ล้านบาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลควนสตอ&amp;nbsp; อ.ควนโดน&amp;nbsp; จ.สตูล&amp;nbsp; อยู่ห่างจากตัวจังหวัดมาทางทิศเหนือประมาณ 23&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 31 ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp; มี 10 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ&amp;nbsp; 8,300 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&amp;nbsp; ประกอบอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp; ปลูกข้าวเอาไว้กินในครอบครัว&amp;nbsp; พืชเศรษฐกิจคือยางพารา&amp;nbsp; ทำสวนผลไม้&amp;nbsp; ปลูกพืชผักสวนครัว&amp;nbsp; และเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วัว&amp;nbsp; แพะ แกะ&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;ใบหนาด-ไมยราบ&amp;rsquo; ภูมิปัญญาจากบ้านทุ่งพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มารีหยา&amp;nbsp; อุสนุน &amp;nbsp;ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลควนสตอ&amp;nbsp; อ.ควนโดน&amp;nbsp; จ.สตูล&amp;nbsp; ในฐานะผู้นำกลุ่ม &amp;lsquo;วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา&amp;rsquo; หมู่ที่ 10 เล่าว่า&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพนวดแผนไทยเริ่มก่อตั้งในปี 2549 &amp;nbsp;เพราะเห็นว่าเมื่อเสร็จจากงานประจำวันในครอบครัวแล้วแม่บ้านจะมีเวลาว่าง&amp;nbsp; ตนจึงชักชวนแม่บ้านประมาณ 7-8&amp;nbsp; คนไปอบรมการนวดแผนไทยจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอควนโดน&amp;nbsp; รวมทั้งอบรมเรื่องการใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาทำลูกประคบแก้ปวดเมื่อยร่างกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำยาหม่อง&amp;nbsp; ขี้ผึ้งไพล&amp;nbsp; น้ำมันไพร&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อผ่านการฝึกอบรมแล้ว&amp;nbsp; เราจึงเริ่มทำเป็นอาชีพ&amp;nbsp; โดยเปิดนวดแผนไทย&amp;nbsp; นวดฝ่าเท้า&amp;nbsp; ให้แก่ชาวบ้านในหมู่บ้านก่อน&amp;nbsp; หลังจากนั้นเราจึงเริ่มนำสมุนไพรมาทำเป็นลูกประคบ&amp;nbsp; และทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการลงหุ้นจากสมาชิกคนละ 100 บาท&amp;nbsp; เพื่อเอามาซื้อสมุนไพรและอุปกรณ์ต่างๆ&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อมีงานออกร้านในจังหวัดหรือในอำเภอ&amp;nbsp; เราก็จะไปออกบูธเปิดนวดแผนไทย&amp;nbsp; นวดฝ่าเท้า&amp;nbsp; รวมทั้งเอาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไปขายด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; มารีหยาบอกความเป็นมาของกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สมุนไพรต่างๆ ที่นำมาทำลูกประคบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับสมุนไพรที่ใช้นั้น&amp;nbsp; มารีหยาบอกว่า&amp;nbsp; จะซื้อสมุนไพรที่สมาชิกปลูกหรือคนเฒ่าคนแก่ที่ไม่มีรายได้ใช้พื้นที่ว่างรอบๆ บ้านปลูกสมุนไพรแล้วเอามาขายให้กลุ่ม&amp;nbsp; เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ไม่ใช้สารเคมี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ไพล&amp;nbsp; รับซื้อหัวสดกิโลกรัมละ 50 บาท&amp;nbsp; มีสรรพคุณ&amp;nbsp; บรรเทาปวดกล้ามเนื้อ&amp;nbsp; เส้นเอ็น&amp;nbsp; ช่วยขับโลหิตและกระจายเลือดเสีย&amp;nbsp; ขมิ้นชัน&amp;nbsp; รับซื้อกิโลฯ ละ 25&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; มีสรรพคุณมากมาย&amp;nbsp; หากนำมาใช้ทำลูกประคบจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ&amp;nbsp; ลดการบวมช้ำ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนสินค้าเด่นของกลุ่ม&amp;nbsp; คือลูกประคบไพล&amp;nbsp; และยาหม่องไพล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลูกประคบไพล&amp;nbsp;มีส่วนประกอบเป็นสมุนไพรสดหั่นหยาบ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1.หัวไพล&amp;nbsp; 500 กรัม&amp;nbsp; 2.ขมิ้นชัน&amp;nbsp; 100 กรัม&amp;nbsp;3.ตะไคร้ 200 กรัม&amp;nbsp; 4.ใบมะขาม 100 กรัม&amp;nbsp; 5.ส้มป่อย 50 กรัม&amp;nbsp; 6.ใบหนาด 50 กรัม&amp;nbsp; ผสมพิมเสนและการบูร&amp;nbsp; คลุกเคล้าให้เข้ากัน&amp;nbsp;แล้วนำผ้าดิบมามัดให้เป็นลูกประคบ&amp;nbsp; ขนาดลูกละ 200 กรัม&amp;nbsp; ราคาจำหน่ายลูกละ 80 บาท&amp;nbsp; สามารถใช้ประคบได้ทั้งแบบสดและประคบแห้ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากประคบสดให้นำลูกประคบมานึ่งให้ร้อนจนสมุนไพรมีกลิ่นหอมระเหยออกมา&amp;nbsp; จากนั้นจึงนำลูกประคบมานวดเบาๆ บริเวณที่เจ็บปวดกล้ามเนื้อ&amp;nbsp; เส้นเอ็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; บวมช้ำ&amp;nbsp; หรือบริเวณที่ปวดเมื่อยร่างกาย&amp;nbsp; ทำให้ลดอาการเจ็บปวดต่างๆ&amp;nbsp; เลือดลมไหลเวียนสะดวกขึ้น&amp;nbsp; แบบประคบแห้ง&amp;nbsp; คือนำสมุนไพรที่หั่นแล้วไปตากแดดให้แห้ง&amp;nbsp; แล้วนำมาบรรจุถุงผ้า&amp;nbsp; สามารถเก็บได้นานหลายเดือน&amp;nbsp; เมื่อจะใช้จึงนำมานึ่งให้ร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;มารีหยา (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มารีหยาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา&amp;nbsp; ยังนำสมุนไพรในท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วไม่ต้องซื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ใบหนาด (ชาวบ้านมีความเชื่อว่าใช้ป้องกันภูติผีได้) นำมาเป็นส่วนผสมของลูกประคบ&amp;nbsp; เพื่อช่วยบำรุงผิว&amp;nbsp; แก้ผดผื่นคัน&amp;nbsp; ฟกช้ำ แก้ปวดหลัง&amp;nbsp; เอว&amp;nbsp; ข้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนตำราแพทย์แผนไทย&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; ใบหนาด &amp;nbsp;มีกลิ่นหอมฉุน &amp;nbsp;มีรสเมาร้อน &amp;nbsp;แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ &amp;nbsp;เป็นยาห้ามเลือด &amp;nbsp;ยาเจริญอาหาร &amp;nbsp;แก้โรคไขข้ออักเสบ&amp;nbsp; แก้ไข้ &amp;nbsp;ลดความดันโลหิต &amp;nbsp;ขับพยาธิ &amp;nbsp;ระงับประสาท &amp;nbsp;ขับลม &amp;nbsp;แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ แก้ปวดท้อง &amp;nbsp;ขับเหงื่อ &amp;nbsp;ใช้ภายนอกบดเป็นผงใส่บาดแผล &amp;nbsp;แก้แผลอักเสบ &amp;nbsp;แก้กลากเกลื้อน &amp;nbsp;และแผลฟกช้ำ &amp;nbsp;ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมยราบ&amp;nbsp; (ชาวบ้านเรียกว่า &amp;ldquo;หนามงับ&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพราะลำต้นมีหนาม&amp;nbsp; เมื่อเอานิ้วไปแหย่ใบจะหุบหรืองับนิ้ว)&amp;nbsp; ทางกลุ่มนำมาตากแห้งทำเป็น&amp;nbsp; &amp;lsquo;ชาไมยราบ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ชงน้ำดื่ม&amp;nbsp; มีสรรพช่วยลดน้ำตาลในเลือด&amp;nbsp; แก้เบาหวาน&amp;nbsp; แก้ปวดเมื่อย&amp;nbsp; อ่อนเพลีย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 10 คน&amp;nbsp; มีเงินหมุนเวียนประมาณ 60,000 บาท&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะมาช่วยกันผลิตสมุนไพรและลูกประคบเพื่อขายออนไลน์และเอาไปออกร้านทั้งในอำเภอและจังหวัด&amp;nbsp; โดย อบจ.สตูลช่วยสนับสนุน&amp;nbsp; มีเก้าอี้สำหรับให้ลูกค้านอนนวด 20 ตัว&amp;nbsp; คิดราคานวดแผนไทยและนวดฝ่าเท้า 45 นาที&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนี้สินค้าขายดีก็คือลูกประคบ&amp;nbsp; ราคาลูกละ 80 บาท&amp;nbsp; จะผลิตครั้งหนึ่งประมาณ 150 ลูก&amp;nbsp; และยาหม่องไพล&amp;nbsp; ใช้ถูทา&amp;nbsp; แก้ปวดเมื่อย&amp;nbsp; ใช้ดมแก้วิงเวียน&amp;nbsp; ผลิตครั้งละ 200 ขวด&amp;nbsp; ราคาขายขวดละ 30 บาทและ 60 บาท&amp;nbsp; ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมเดือนละหลายพันบาท&amp;nbsp; และยังช่วยให้ผู้สูงอายุในตำบลประมาณ 30 คน&amp;nbsp; มีรายได้จากการปลูกสมุนไพรขายด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มารีหยา&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;rsquo; ผลิตกระเป๋าจากผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ&amp;nbsp;ส่งขาย &amp;lsquo;ดูไบ&amp;rsquo; เดือนละ 1,500 ชุด&amp;nbsp; ทำรายได้กว่า 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปาเต๊ะ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;บาติก&amp;rdquo; (Batik) &amp;nbsp;เป็นภาษาชวา&amp;nbsp; ใช้เรียกผ้าที่มีลวดลายที่เป็นจุด &amp;nbsp;คำว่า &amp;ldquo;ติก&amp;rdquo; มีความหมายว่า เล็กน้อย &amp;nbsp;หรือจุดเล็กๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผ้าปาเต๊ะจึงหมายถึงผ้าที่มีลวดลายเป็นจุด ๆ &amp;nbsp;ซึ่งมาจากกรรมวิธีการทำผ้าปาเต๊ะหรือทำผ้าบาติกนั่นเอง&amp;nbsp; ลวดลายของผ้าปาเต๊ะจะเลียนแบบมาจากธรรมชาติ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ต้นไม้ &amp;nbsp;ดอกไม้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รูปเลขาคณิตต่าง ๆ &amp;nbsp;ปัจจุบันนิยมทำลวดลายท้องทะเล&amp;nbsp; คลื่น&amp;nbsp; ปะการัง&amp;nbsp; และสัตว์ทะเลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;nbsp; อ.ควนโดน&amp;nbsp; เริ่มรวมกลุ่มในปี 2547&amp;nbsp; จากแกนนำที่เป็นครูสอนอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า&amp;nbsp; รวบรวมแม่บ้านให้มาทำอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าขาย&amp;nbsp; ในช่วงแรกจะเน้นผ้าคลุมศรีษะ&amp;nbsp; ผ้าละหมาด&amp;nbsp; หรือชุดแต่งกายตามหลักศาสนาอิสลาม&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2559 &amp;nbsp;มีอาจารย์จากวิทยาลัยชุมชนสตูลมาสอนให้ตัดเย็บกระเป๋าผ้าเพื่อใส่เอกสาร&amp;nbsp; เมื่อเห็นว่ากลุ่มผลิตงานออกมาได้ดี&amp;nbsp; มีคุณภาพ&amp;nbsp; จึงว่าจ้างให้กลุ่มผลิตกระเป๋าเอกสารจำนวนประมาณ 1,600 &amp;nbsp;ใบ&amp;nbsp; กลุ่มจึงเริ่มขยายตัว&amp;nbsp; เปิดให้ชาวบ้านที่มีฝีมือด้านการตัดเย็บเข้ามารับงานไปทำต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟาติมะ&amp;nbsp; วัฒนา &amp;nbsp;เหรัญญิกกลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้กลุ่มมีสมาชิกประมาณ 40 คน&amp;nbsp; คนที่มีจักรเย็บผ้าของตัวเองก็จะนำงานไปทำที่บ้าน&amp;nbsp; บางส่วนก็จะมาเย็บที่กลุ่ม&amp;nbsp; มีจักรเย็บผ้า 20 ตัว&amp;nbsp; แบ่งงานกันทำตามความถนัด&amp;nbsp; และสมาชิกจะต้องออมเงินเข้ากลุ่มเดือนละ 100 บาทเพื่อเป็นกองทุน&amp;nbsp; นำมาช่วยเหลือสมาชิกในยามเจ็บป่วย&amp;nbsp; หรือคลอดบุตร (วงเงินแล้วแต่คณะกรรมการ 7 คนจะพิจารณา)&amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มมีเงินกองทุนประมาณ 80,000 บาท (เงินออมทรัพย์ 40,000 บาท&amp;nbsp; เงินลงหุ้น 40,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟาติมะบอกจุดเด่นของกลุ่มดาหลาปาเต๊ะว่า&amp;nbsp; เสื้อผ้าและของใช้ที่กลุ่มผลิตจะเน้นผ้ามัดย้อมที่มาจากสีธรรมชาติ&amp;nbsp; โดยใช้ต้นไม้ในท้องถิ่นนำมาหมักทำสีมัดย้อมเสื้อผ้า&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ขมิ้น &amp;nbsp;ให้สีเหลืองเข้ม&amp;nbsp; ใบกระท้อน &amp;nbsp;ให้สีไม้โอ๊ค&amp;nbsp; ใบสะตอ&amp;nbsp; ให้สีเขียวแกมเหลือง&amp;nbsp; จำปาดะ&amp;nbsp; ให้สีเหลืองแกมแดง&amp;nbsp; ฯลฯ ส่วนข้อดีของสีธรรมชาติ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้&amp;nbsp; หาได้ง่ายในท้องถิ่น&amp;nbsp; ไม่ต้องซื้อเหมือนสีเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ฟาติมะกับสีธรรมชาติที่พร้อมใช้และการย้อมสีผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อัตลักษณ์ของอำเภอควนโดนคือ &amp;lsquo;จำปาดะ&amp;rsquo; กลุ่มดาหลาจึงเอาเปลือกและแก่นของต้นจำปาดะมาทำสีมัดย้อม&amp;nbsp; ให้สีเหลืองแกมแดง&amp;nbsp; โดยเราจะเอาไม้จำปาดะมาสับเป็นชิ้น&amp;nbsp; นำมาต้มเพื่อให้ได้สีออกมา&amp;nbsp; จากนั้นจึงเอาน้ำสีที่ได้มาเก็บใส่ขวด&amp;nbsp; เวลาใช้จะเอาไปต้มในกะละมัง&amp;nbsp; ใส่เกลือเพื่อให้สีคงทน&amp;nbsp; เอาผ้าที่จะย้อมสีลงไปต้มนานประมาณ 15 นาที&amp;nbsp; แล้วเอามาล้างน้ำเย็น&amp;nbsp; 3 น้ำ&amp;nbsp; น้ำสุดท้ายเป็นน้ำด่างสนิมเหล็ก&amp;nbsp; เพื่อให้สีย้อมติดทนทาน&amp;nbsp; สีไม่ลอก&amp;nbsp; ไม่จาง&amp;rdquo; &amp;nbsp;ฟาติมะบอกเคล็ดลับ&amp;nbsp; และเผยว่า&amp;nbsp; วิธีทำน้ำด่างสนิมจะเอาเศษเหล็ก หรือตะปูที่เป็นสนิมมาแช่น้ำอย่างน้อย 3 เดือน&amp;nbsp; ยิ่งแช่นานก็จะทำให้ผ้าที่ย้อมสีมีความทนทานมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผ้ามัดย้อมที่ได้จากสีของต้นจำปาดะ (คล้ายขนุนแต่เนื้อจะเละกว่า&amp;nbsp; นิยมนำมาชุบแป้งทอด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันกลุ่มดาหลาปาเต๊ะ&amp;nbsp; ผลิตเสื้อผ้าผู้หญิง&amp;nbsp; ผู้ชาย&amp;nbsp; ผ้าพันคอ&amp;nbsp; กระเป๋าสะพาย&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เงิน&amp;nbsp; รองเท้าผ้า&amp;nbsp; หรือผลิตตามคำสั่งซื้อ&amp;nbsp; ใช้ผ้ามัดย้อมที่ตัดเย็บเอง&amp;nbsp; และผ้าลายปาเต๊ะที่ผลิตมาจากโรงงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาจำหน่ายตั้งแต่ 100 - 2,500 บาทต่อชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนสมาชิกที่มาช่วยกันตัดเย็บจะได้รับค่าแรงเป็นชิ้น&amp;nbsp; เฉลี่ยต่อเดือนคนหนึ่งจะมีรายได้ตั้งแต่ 4,000 บาทขึ้นไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนถึง 10,000-20,000 บาท&amp;nbsp; ตามความสามารถของฝีมือและจำนวนงานที่ทำ&amp;nbsp; และกลุ่มจะหักกำไรจากการขายจำนวน 10 % เข้ากองทุนเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟาติมะบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีนักธุรกิจไทยที่ค้าขายกับประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ว่าจ้างให้กลุ่มผลิตกระเป๋าสะพายส่งไปจำหน่ายที่เมืองดูไบซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp; โดยผลิตกระเป๋าเป็นเซ็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 1,500 เซ็ตต่อเดือน&amp;nbsp; 1 เซ็ต&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; กระเป๋าสะพายใบใหญ่&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เงิน&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เศษสตางค์&amp;nbsp; กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง&amp;nbsp; และกระเป๋าใส่พวงกุญแจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ตัวอย่างกระเป๋า 1 เซ็ท&amp;nbsp; มี&amp;nbsp; 5 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยกลุ่มดาหลาปาเต๊ะคิดค่าผลิตกระเป๋าราคาเซ็ทละ 2,800 บาท&amp;nbsp; หากเป็นผ้ามัดย้อม&amp;nbsp; และราคา 1,500 บาทหากเป็นผ้าปาเต๊ะ&amp;nbsp; ตอนนี้เริ่มทยอยส่งสินค้าให้กับลูกค้าแล้ว&amp;nbsp; โดยลูกค้าต้องการสินค้าทั้งหมด&amp;nbsp; 6,000&amp;nbsp; เซ็ท&amp;nbsp; และหากผลิตได้ตามเป้าหมายเดือนละ 1,500 เซ็ท&amp;nbsp; จะทำให้กลุ่มมีรายได้อย่างต่ำเดือนละประมาณ&amp;nbsp; 2 ล้านบาท&amp;nbsp; ทำให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิดอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp; และยังกระจายการจ้างงานไปยังกลุ่มแม่บ้านกลุ่มอื่นๆ ที่มีฝีมือทางการตัดเย็บ&amp;nbsp; โดยกลุ่มได้จ้าง QC หรือพนักงานควบคุมคุณภาพมาตรวจสอบคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของลูกค้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของพลังสตรีที่จังหวัดสตูล&amp;nbsp; สร้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้เข้าสู่สมาชิกและชุมชน !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;หมายเหตุ : เรื่องและภาพโดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97908</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มดาหลาปาเต๊ะ, กลุ่มสตรีในอำเภอควนโดน, จำปาดะ, ดูไบ, บาติก, บ้านทุ่งพัฒนา, ผ้ามัดย้อม, ฟาติมะ  วัฒนา, มารีหยา  อุสนุน, ลูกประคบไพล, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนวดแผนไทยและผลิตภัณฑ์บ้านทุ่งพัฒนา, สตูล, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร, ไมยราบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60643eebb071a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
