<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 18:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงาเจ้าอาวาสสุดแสบ หอบเงินผ้าป่า 7 หมื่นหนี จนต้องชะลอสร้างเมรุเผาศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4&amp;nbsp;พ.ค.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ พระเครือวรรณ&amp;nbsp;ฐาวะโร&amp;nbsp;อายุ&amp;nbsp;64&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์หนองปรือ-โคกตะคร้อ&amp;nbsp;ต.ชุมแสง&amp;nbsp;อ.นางรอง&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ ได้หอบเงินจำนวน&amp;nbsp;70,000&amp;nbsp;บาท ที่ญาติโยมและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่า&amp;nbsp;เพื่อสมทบก่อสร้างเมรุเผาศพหนีหายตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เม.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;โดยอ้างว่าจะไปหาหมอและแวะหาช่างมาก่อสร้างเมรุแต่ก็เงียบหายไป จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สัปดาห์แล้ว&amp;nbsp;จนทางคณะกรรมการวัด และชาวบ้านได้พากันเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นางรอง ให้ตำรวจช่วยติดตามตัวเพื่อนำเงินกลับมาคืนให้กับทางวัดแล้วจะไม่เอาเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด วันนี้ยังตามตัวเจ้าอาวาสไม่เจอ&amp;nbsp;และเจ้าอาวาสก็ไม่ได้ติดต่อทางวัดเลย&amp;nbsp;ก็รอให้ ตร.ช่วยติดตามอีกทาง ส่วนเมรุเผาศพก็ต้องชะลอการก่อสร้างไปก่อนชั่วคราว เพราะไม่มีเงินจ้างช่างและซื้ออุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวชาวบ้าน บอกว่า&amp;nbsp;ก็มีผลกระทบเพราะหากมีคนเสียชีวิตก็ต้องนำศพไปเผาหมู่บ้านอื่นซึ่งอยู่ห่างไกลประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;หากมีวัดหรือเมรุในพื้นที่ก็จะสะดวกในการประกอบพิธี&amp;nbsp;ซึ่งทางคณะกรรมการวัด ผู้นำหมู่บ้าน และญาติโยมก็จะได้หารือเรื่องการหาเงินที่จะมาก่อสร้าง&amp;nbsp;แต่หากผู้มีจิตศรัทธาคนใดต้องการจะร่วมทำบุญสมทบปัจจัยในการก่อสร้าง ก็ติดต่อทางคณะกรรมการฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระวิชัย สิระสาโร พระลูกวัด เล่าว่า ก่อนหน้านี้พระเครือวรรณ&amp;nbsp;และอาตมาจำวัดอยู่ด้วยกันที่วัดป่าโนนสุวรรณ ก่อนที่ญาติโยมจะไปนิมนต์ให้มาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ อาตมาก็มาพร้อมพระเครือวรรณ อยู่มาได้เกือบ 2&amp;nbsp;พรรษาแล้ว&amp;nbsp;ตอนที่มาอยู่ชาวบ้านก็ศรัทธาและให้ความเคารพพระเครือวรรณ&amp;nbsp;ก็จะให้เกียรติท่านว่าเป็นเจ้าอาวาส แม้จะยังไม่มีการแต่งตั้งเป็นทางการ&amp;nbsp;ที่ผ่านมา พระเครือวรรณบริหารจัดการดูแลวัดเป็นอย่างดี&amp;nbsp;ตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง จนเกิดปัญหาพระเครือวรรณหนีไปพร้อมเงินที่ญาติโยมทำบุญผ้าป่าสร้างเมรุ&amp;nbsp;อาตมาสงสารชาวบ้านแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง&amp;nbsp;ได้แต่ภาวนาขอให้พระเครือวรรณนำเงินกลับมาคืนเพื่อจะได้ก่อสร้างเมรุให้เสร็จตามความตั้งใจของญาติโยม&amp;nbsp;จะได้ไม่ต้องไปเผาศพหมู่บ้านอื่น&amp;nbsp;ส่วนตัวก็เชื่อว่าเวรกรรมมีจริงใครทำกรรมใดก็ย่อมได้รับผลกรรมนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101753</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีลักทรัพย์, จังหวัดบุรีรัมย์, สภ.นางรอง, สำนักสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60912db7e1660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2026 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 18:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งพศ.เร่งจัดระเบียบ &#039;สำนักสงฆ์นอกลู่-พระเอี่ยวการเมือง&#039; วอนวัดอย่าปฏิเสธเผาศพโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20​ เม.ย.64 - นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.)​ กล่าวแสดงความเป็นห่วงต่อกระแสข่าวที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคณะสงฆ์บางกลุ่มที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม&amp;nbsp;ปฏิบัติผิดไปจากหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา กล่าวอ้างการตั้งลัทธิใหม่ สร้างความแตกแยกและเป็นภัยต่อสังคม จึงได้สั่งการไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เร่งดำเนินการจัดประชุมหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจ และดำเนินการสำรวจเชิงรุก กรณีของวัดหรือสำนักสงฆ์ที่มีการบิดเบือนและปฏิบัติผิดไปจากคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยอ้างตัวสร้างลัทธิความเชื่องมงาย ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคม รวมถึงกรณีที่พบว่ามีคณะสงฆ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่กิจของสงฆ์ โดยกำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ห้ามพระภิกษุสงฆ์สามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง พ.ศ.2538 ที่ยังคงยึดถือปฏิบัติตามคำสั่งนี้มาจนปัจจุบันอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้กำชับให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำหนดแนวทางการจัดระบบ ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการที่ภาครัฐกำหนด และขอความร่วมมือไปยังทุกวัดอย่าปฏิเสธการฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยมีความเห็นว่าการฌาปนกิจศพผู้ติดเชื้อสามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จทันที ไม่ควรมีการตั้งศพไว้เป็นระยะเวลานาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส&lt;/p&gt;
sora168
123fox
galaxyauto
agen108
bonus99
68g
wy88
58bet
tw2x
y2k168</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100116</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สำนักสงฆ์, อนุชา นาคาศัย, เจ้าลัทธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607eb94fb0e78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทึ่ง! สำนักสงฆ์สร้างห้องน้ำทรงต้นไม้บริการนักท่องเที่ยว-ประชาชนทำบุญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พักสงฆ์ หรือสำนักสงฆ์ถ้ำขนมโค ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.ดินแดง อ.ลำทับ จ.กระบี่ เป็นที่ฮือฮาของนักท่องเที่ยวและญาติโยม ที่เดินทางมาทำบุญภายในที่พักสงฆ์ถ้ำขนมโค หลังพบว่าห้องน้ำ มีการออกแบบเป็นเอกลักษณ์สวยงาม กลมกลืนกับธรรมชาติ แตกต่างจากห้องน้ำทั่วๆไป โดยรูปทรงภายนอก คล้ายกับต้นไม้ขนาดใหญ่ ลักษณะหักโค่นล้ม โดยส่วนโคนของต้นไม้ เป็นห้องน้ำ ยืนปัสสาวะของผู้ชาย เส้นผ่าศูนย์กลาง กว้างประมาณ 3 เมตร สูงประมาณ 2 เมตร มีโถปัสสาวะ จำนวน 7 โถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของต้นไม้ ที่ทอดยาวประมาณ 20 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 2 เมตร &amp;nbsp;พบเป็นห้องน้ำห้องส้วม แบ่งเป็นของผู้ชาย 4 ห้อง ของผู้หญิง 4 ห้อง ภายในห้องน้ำ ก็สะอาดสะอ้าน สามารถรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่มาทำบุญและเที่ยวชมธรรมชาติบริเวณที่พักสงฆ์ถ้ำขนมโค ญาติโยมที่มาไม่เดือดร้อนเรื่องห้องน้ำห้องส้วม ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าห้องน้ำ ห้องส้วมดังกล่าวออกแบบโดย พระครูสังฆรักษ์ &amp;nbsp;ภูรินัท &amp;nbsp;จิตตธัมโม หรือพระอาจารย์ขวัญ หัวหน้าที่พักสงฆ์ถ้ำขนมโค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูสังฆรักษ์ ภูรินัท จิตตธัมโม หรือพระอาจารย์ขวัญ ให้เหตุผลว่า ต้องการพัฒนาที่พักสงฆ์ถ้ำขนมโคแห่งนี้ ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่อให้ญาติโยม ที่เข้ามาทำบุญหรือท่องเที่ยวได้มีความรู้สึกร่มเย็นไปกับธรรมชาติ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน ที่สวยงาม สงบ ร่มเย็น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม สำหรับชื่อถ้ำขนมโคเกิดจากการเข้าไปพบก้อนหินปูนมีลักษณะเท่าลูกขนมโคที่เกิดจากหยดน้ำหินงอกหินย้อย หยดลงมาแล้วกลิ้งไปมาในแอ่งคล้ายกระทะจนเป็นก้อนกลมเหมือนขนมโคจึงได้ตั้งชื่อว่า ถ้ำขนมโค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่แห่งนี้มีถ้ำอยู่จำนวน 11 ถ้ำ ถ้ำที่ใหญ่ๆได้แก่ถ้ำขนมโค และถ้ำกระดูก ได้เริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่แห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.2555 รวมระยะเวลาในการพัฒนาสถานที่แห่งนี้ประมาณ 8 ปี ก็ได้รับความสนใจ ความนิยมจากผู้ปฏิบัติธรรมและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้แก่ นักท่องเที่ยวจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว เวียดนามและยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54622</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ถ้ำขนมโค, สำนักสงฆ์, ห้องน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1ed5fb6ea9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2019 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2019 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชลบุรีไฟไหม้ศาลาปฎิบัติธรรมสำนักสงฆ์วอดทั้งหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.62- เกิดเหตุเพลิงไหม้ ศาลาปฏิบัติธรรม บนเขา สำนักสงฆ์ถ้ำยายอุไร ตั้งอยู่บริเวณ ม.8 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.ต.เศรษฐพงษ์ หลินภู สว.สอบสวน สภ.บ่อวิน พร้อมด้วยกำลังอาสาสมัครพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา หลายสิบนาย รถดับเพลิงจาก เทศบาลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ จำนวน 2 คัน รถดับเพลิงจากนิคมอุตสาหกรรม เหมราช จำนวน1คัน รถน้ำจากประชาชนเข้าช่วยเหลือ อีกจำนวน 1คัน รวมสนธิกำพลัง เข้าระงับเหตุบริเวณที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรม ตั้งอยู่บนเขา พบกลุ่มควันและเพลิงไฟกำลังโหมกระหน่ำบริเวณศาลาปฏิบัติธรรมของสำนักสงฆ์ในระดับ5 เจ้าหน้าที่พร้อมชาวบ้าน เร่งฉีดน้ำระงับเพลิงที่กำลังรุกไหม้อย่างหนัก ใช้เวลากว่า1ชั่วโมงเพลิงจึงได้สงบลง ตรวจสอบที่เกิดเหตุมีข้าวของเสียหายจำนวนหลายรายการ ได่แก่ พระพุทธรูป สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ยังประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ทพการตรวจสอบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โดยพระอดิศักดิ์ อนาลโย พระผู้ดูแลสำนักสงฆ์เขาอุไร ได้เปิดเผยว่าช่วงเช้าได้เกิดกลุ่มเพลิงไหม้อยู่บริเวณห้องเก็บของในศาลาปฏิบัติธรรม จนลุกลามไปยังศาลา จนเกิดเพลิงไหม้ทั้งศาลา จึงได้ขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยระงับเพลิงไหม้ดังกล่าว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงของการเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44230</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลบุรี, สำนักสงฆ์, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190825/image_big_5d6258af0b4b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ลุยรื้อ-ยึดสำนักสงฆ์เมืองกาญจน์ ซุกไม้แปรรูป-สัตว์ป่าคุ้มครอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61 &amp;nbsp;- จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้เข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ พุทธสถานบุญญพลัง บ้านท่าสนุ่น ม.4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ พบมีสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิดทั้ง กวาง นกยูง นก เต่า จำนวนหนึ่ง รวมทั้งไม้แปรรูปแผ่นขนาดใหญ่อีกจำนวนมาก จึงทำการตรวจยึด โดยวัดแห่งนี้ได้ขออนุญาตต่อกรมอุทยานฯ ในโครงการพุทธอุทยาน ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่การก่อสร้างต่างๆทางสำนักสงฆ์ ไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานฯทราบ อันเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนข้อตกลง จึงได้สั่งให้หยุดดำเนินการก่อสร้างทุกอย่างตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ นายชัยศิริ ชุมแสง ปลัดฝ่ายป้องกัน อ.ศรีสวัสดิ์ ทหารร้อยรส.อ.ศรีสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่บก.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรีพร้อมกำลังกว่า 40 นาย เข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ พุทธสถานบุญญพลัง บ้านท่าสนุ่น ม.4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรีรอบสองอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง ไปยังสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง พิกัดที่ 0514171 E 1607562 N ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากท่าแพขนานยนต์บ้านแม่ละมุ่นราว3กม.เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันเข้าตรวจสอบรอบบริเวณพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณในศาลาปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ พบบรรดาลูกศิษย์กว่า 20 คนนั่งสนทนากับพระสมฤทธิ์ รัตนญาโณ (ธรรมกะ &amp;nbsp;บุญญพลัง)เจ้าอาวาส รอบๆบริเวณศาลา ยังคงพบกรงเลี้ยงนกและสัตว์ป่าต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งกิ้งก่าอีกัวนา นกยูง ไก่ป่า นกอีมู นกกระจอกเทศ นกแก้วมาคอร์ นกกระตั้ว รวมทั้งบ่อเลี้ยงตะพาบน้ำและเต่าขนาดใหญ่หลายตัว อีกหลายบ่อ ยังคงอยู่ดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐิติ ได้ชี้แจงเหตุผลรายละเอียด ในการที่เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการในครั้งนี้ ให้พระสมฤทธิ์ รัตนญาโณ (ธรรมกะ &amp;nbsp;บุญญพลัง)เจ้าอาวาสทราบว่ากรมอุทยานฯได้มีหนังสือเพิกถอนที่พักสงฆ์แห่งนี้ ออกจากโครงการพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระยะที่สอง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2560 เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2560 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลังพบว่าได้กระทำผิดเงื่อนไขและข้อตกลง โดยมีการก่อสร้างฐานองค์พระขนาดใหญ่ มีไม้แปรรูป และมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงต้องเข้ามาดำเนินการ ตรวจยึดคืนพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนายฐิติชี้แจงเหตุผล ในการที่เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการในครั้งนี้ จนเจ้าอาวาสเข้าใจ จึงได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่และสิ่งก่อสร้างอย่างละเอียด พบว่ามีอาคารสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมด 7 รายการ ประกอบด้วย กุฏิ 1 หลัง ศาลา 1 หลัง ลานธรรม 1 หลัง ถังเก็บน้ำ 1 หลังห้องน้ำ 1 หลังฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่กว้าง36เมตร สูง กว่า50เมตร และบันไดทางลงริมอ่างน้ำซึ่งมีการสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่งไว้ จึงทำการตรวจยึดพื้นที่จำนวน20ไร่ 2 งานรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐิติ กล่าวว่าสืบเนื่องจากกรณีที่มีการโพสต์ ภาพสิ่งปลูกสร้างสำนักสงฆ์-รีสอร์ท ทางโซเชียลมีเดีย ใช้ชื่อหัวข้อ &amp;quot;ภาพว่อนสำนักสงฆ์-รีสอร์ทโผล่ในป่า เหนือเขื่อนศรีนครินทร์&amp;quot; คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย จนท.ของส่วนอุทยานฯสบอ.3 อช.เขื่อนศรีนครินทร์ ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.ศรีสวัสดิ์ ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่18ก.ค.2560 ปีที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ตั้งอยู่ท้องที่บ้านท่าสนุ่น ม.4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ในเขต อช.เขื่อนศรีนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมอุทยานฯ อนุมัติให้ดำเนินโครงการส่งเสริมให้ที่พักสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้ ระยะที่สอง เนื้อที่ 20ไร่2งาน โดยเข้าร่วมโครงการฯ เมื่อปีพ.ศ.2559 โดยหลังตรวจสอบพบมีการกระทำผิดข้อตกลงเงื่อนไข โดยมีการก่อสร้างสิ่งต่างๆหลายรายการ ประกอบด้วย ศาลาปฏิบัติธรรม กุฏิ หอฉันท์ และห้องน้ำ ด้านข้างศาลาฯ มีการสร้างบันไดขึ้นไปบนยอดเขา ระยะทางราว 200 เมตร ซึ่งบนยอดเขานั้นมีการก่อสร้างฐาน และโครงสร้างพระพุทธรูป ขนาดหน้าตัก 35 เมตรสูง 60 เมตร แต่การก่อสร้างต่างๆทางสำนักสงฆ์ ไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานฯทราบ อันเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนข้อตกลงโดยไม่ขออนุญาตจากกรมอุทยานฯ รวมทั้งพบว่ามีทั้งสัตว์ป่าคุ้มครอง หลายชนิด และไม้แปรรูปแผ่นขนาดใหญ่อีกจำนวนมาก จนถูกดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุทยานฯจึงได้มีหนังสือเพิกถอนที่พักสงฆ์แห่งนี้ ออกจากโครงการพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระยะที่สอง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2560โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ย.2560 ทางอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ ก็ได้มีหนังสือแจ้งให้ทางสำนักสงฆ์แห่งนี้ ทราบในเรื่องถูกเพิกถอนไปก่อนแล้ว แต่ก็ยังเพิกเฉยและมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้าดำเนินการตรวจยึดคืนพื้นที่ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระนที กัสปะ รับว่าเป็นผู้ดูแลวัดส่งพนักงานสอบสวนสภ.ด่านแม่แฉลบดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติ โสมภีร์, พระนที กัสปะ, สถานบุญญพลัง, สำนักสงฆ์, อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์, เขื่อนศรีนครินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab61f0b8073d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
