<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.-สสส.-ภาคีเครือข่าย เร่งรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 หลังมีกฎหมายให้ใส่หน้ากากอนามัย  พร้อมชวนประชาชนเฝ้าระวังแจ้งเบาะแส มั่วสุมตั้งวงเหล้า-พนัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธร ภาค 1 รับมอบป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19 จาก นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับนางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว เพื่อสนับสนุนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนัก เคร่งครัดต่อชีวิตวิถีใหม่ในสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; โดยมอบป้ายไวนิลจำนวน 768 ผืน และป้ายพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น กระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 88 สถานี และจังหวัดใกล้เคียง อีก 3 จังหวัดในพื้นที่เสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; ลิ้มฬหะภัณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ในสถานการณ์โควิด&amp;ndash;19 ระลอกสามนี้ ถือว่ารุนแรงและยาวนานที่สุด เมื่อเทียบกับสองระลอกที่ผ่านมา สสส. ได้ร่วมกับภาคีองค์กรภาคประชาชนหนุนเสริมการทำงานเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มกำลัง และภายหลังที่ทุกจังหวัดได้มีมาตรการกำหนดให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่อออกจากบ้าน ส่งผลให้ภาพรวมการสวมหน้ากากดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามในหลายๆ คลัสเตอร์ยังคงอยู่ในระดับที่ที่น่าเป็นห่วง ทั้งตลาด แคมป์คนงานก่อสร้าง ชุมชน &amp;nbsp;ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับมาตรการคัดกรอง&amp;nbsp; การล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ การรักษาระยะห่าง&amp;nbsp; ก็ยังคงต้องรณรงค์ให้ยึดถือปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; ได้สนับสนุนสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบป้ายไวนิล 768 ผืน และแผ่นพีพีบอร์ด 1,280 แผ่น เพื่อให้สถานีตำรวจในพื้นที่ กทม.ทั้ง 88 &amp;nbsp;สถานี และในสามจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ปทุมธานี&amp;nbsp; นนทบุรีและสมุทรปราการ ใช้ประชาสัมพันธ์เพื่อตอกย้ำในพื้นที่ กับมาตรการต่างๆ ที่ต้องเข้มข้นกันต่อไป รวมไปถึงขอความร่วมมือ การ์ดอย่าตก เว้นระยะห่าง ล้างมือ งดปาร์ตี้ ตั้งวงเหล้า วงพนัน ซึ่งกำลังกลายเป็นจุดเสี่ยงการแพร่เชื้อตามที่เป็นข่าวมาแล้วหลายพื้นที่ และควรใช้โอกาสนี้ลด ละ เลิกเหล้า-บุหรี่ จะดีที่สุดเพราะเหล้า บุหรี่จะลดภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 ได้มากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอยากขอวิงวอนประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังการรวมกลุ่มมั่วสุม ตั้งวงดังกล่าว&amp;nbsp; ช่วยกันแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวรุ่งอรุณ&amp;nbsp; กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจภูธร ภาค 1, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์, ป้ายรณรงค์ป้องกันภัยโควิด-19, พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์, มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว, สตช., สสส, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., หน้ากากอนามัย, เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abaa29ab02c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โพลหนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ไม่รอลงอาญาติดคุกสถานเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Zero Accident เปิดเวทีสะท้อนปัญหาดื่มแล้วขับ โพล 93% หนุนเมาแล้วขับขาประจำทำผิดซ้ำสอง ต้องเพิ่มโทษหนัก ไม่รอลงอาญา ติดคุกสถานเดียว ส่วนผู้ขายต้องมีส่วนร่วม &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; ลดความสูญเสียบนถนน มั่นใจ &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; สร้างความตระหนัก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสังคม วิทยากรชี้เป้า กฎหมายบ้านเราไม่ศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ คนเมายังขับรถ สังคมต้องใส่ใจ เหยื่อเมาแล้วขับพุ่งชนถึงในบ้านลูกชาย 1 ขวบดับทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราสูญเสียจากน้ำเมามากเกินพอแล้ว &amp;ldquo;Our life lost to alcohol is one too many&amp;rdquo; ข้อความขนาดใหญ่ด้านหน้าเวทีเสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำ และการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo;จัดโดยเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน มีวิทยากร ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล ม.ราชภัฏสวนดุสิต นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผจก.ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผอ.สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ ดำเนินรายการโดย นฤบดี จันทรส เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์เพื่อการขับเคลื่อนสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า ข่าวสารที่พบเห็นการสูญเสียบนท้องถนนมากมาย และยังมีอีกที่ไม่ปรากฏเป็นข่าว เทศกาลสงกรานต์มีทั้งความสุขและความสูญเสียเหมือนกับทุกเทศกาล สสส.เริ่มดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่ปี 2546 โดยสนับสนุนภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมส่งเสริมการสร้างมาตรการองค์กรและมาตรการชุมชนเพื่อความปลอดภัยทางถนน ก่อนหน้านี้มูลนิธิเมาไม่ขับรณรงค์คนที่เมาไม่ขับรถบนท้องถนนเป็นการทำงานในลักษณะบุคคล สสส.ให้กลุ่มคนที่สนใจจัดตั้งเป็นองค์กรหน่วยงานด้วยการหนุนให้เข้มแข็ง เห็นเป้าหมายร่วมกัน &amp;ldquo;7 วันระวังอันตราย&amp;rdquo; กระตุ้นภาคีทุกภาคส่วนให้ช่วยกันตระหนักเพื่อลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจากกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในเดือนเมษายน ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีจำนวน 17,584 คน ลดลงเหลือเพียง 550 คน ในปี 2563 ของเดือนเดียวกัน หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 96.8 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากการประกาศเคอร์ฟิว การห้ามจำหน่ายสุรา รวมถึงการปิดผับบาร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้มีผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการเอาจริงเอาจังของการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการตรวจจับดื่มแล้วขับ เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้ ดังนั้นการสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีจะยิ่งช่วยให้ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น การใช้ฐานข้อมูลความผิดซ้ำทำให้ทุกคนระมัดระวังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มากยิ่งขึ้นด้วย ภาคีเครือข่ายสนับสนุนเจ้าหน้าที่ การบังคับใช้ กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ อย่าให้การสูญเสียเกิดขึ้นในสังคมหรือเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชมวีดิทัศน์ &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ซ้ำๆ ใครผิด&amp;rdquo; ไทยรัฐทีวีช่อง ๓๒ นำเสนออุบัติเหตุบนท้องถนน 11,997 ราย มีการทำผิดซ้ำ 277 ราย ปีใหม่ 2564 มี 4,435 คดี มีผู้ทำความผิดซ้ำ 203 ราย ใกล้เคียงกับปีก่อนแสดงว่ามาตรการบังคับใช้ยังเอาไม่อยู่ หรือ กฎหมายยังไม่หนักพอที่จะทำให้ผู้กระทำความผิดหลาบจำได้ กล้าที่จะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ส่วนใหญ่ผู้ขับขี่จะบอกว่าตัวเองไม่ได้เมาแต่อย่างใด ในขณะที่ผู้ผลิตผู้ขายแอลกอฮอล์ต่างก็โยนความผิดไปให้กับผู้ดื่ม มีใครบางคนลอยนวล ผู้ผลิตผู้ขายในผับในบาร์ล้วนส่ายหน้าไม่รับผิดชอบ อีกทั้งยังมีวาทกรรมที่ว่า &amp;rdquo;ดื่มแบบรับผิดชอบ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.ณัฐพล แย้มฉิม ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำและการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; กล่าวว่า เมื่อดูจากคลิปวิดีโอจะเห็นว่าบ้านเราเรื่องเมาแล้วขับเป็นหัวข้อถกเถียงความผิดและความรับผิดชอบ 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลปีใหม่ 7 วันแห่งความสุข แต่เป็นเรื่องการสูญเสียเข้ามาแทนที่ ปกติการดื่มแอลกอฮอล์เมื่อมีการตรวจเป่าแอลกอฮอล์ถ้าปล่อยให้เนิ่นนานเกินกว่า 3 ชั่วโมงก็จะหายไป ยิ่งปล่อยให้ข้ามวันไปแล้วการเป่าตรวจแอลกอฮอล์ก็จะไม่พบสารแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ยิ่งมีคำสั่งให้ตรวจย้อนหลังก็จะไม่พบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ศ.2561-2563 มีการสำรวจ 2,152 ตัวอย่าง จากคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จนถึง 45 ปี รวม 16 จังหวัด ระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ. พบว่าเด็กที่อยู่ในวงเหล้ากินเหล้าตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากมีสมาชิกในครอบครัวดื่มเหล้าและพาลูกหลานเข้ามาอยู่ในวงเหล้าด้วย เมื่อสำรวจแล้ว 17-20% การรับรู้ กฎหมายและบทลงโทษ 82.57% ที่มีทั้งบทปรับและจำคุก อีก 17% ไม่รู้และไม่แน่ใจว่าบทลงโทษปรับเท่าไหร่ 56.37% รู้แล้วว่าเมาแล้วขับมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อครอบครัวญาติพี่น้อง 36.31% การรับรู้ กฎหมายบังคับใช้ถ้าเมาขับรถแล้วไม่มีสติ ไม่ใส่หมวกกันน็อก โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า ผลกระทบจากความรุนแรงเมาแล้วขับส่งผลกระทบต่อครอบครัวหลายพันหลายหมื่นครอบครัว 25% มักจะพูดว่าตัวเองไม่เมา เราทำอะไรกันได้บ้าง ได้แต่พูดกันว่าขอให้เป็นคนสุดท้าย แล้วสังคมไทยก็วนเวียน เราต้องส่งสัญญาณถึงคนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามารับผิดชอบ เรามาช่วยกันตั้งโจทย์ดื่มแล้วขับมีเรื่องราวหลายมิติ อยากเห็นผู้รับผิดชอบทั้งต้นน้ำ โดยเฉพาะผู้จำหน่าย กลางน้ำเป็นกลุ่ม A ปลายน้ำ ตำรวจตั้งชุดตรวจจับแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2562 ตรวจแล้วนำส่งฟ้องภายใน 24 ชั่วโมงเป็นความผิด ศาลแขวงสั่งคุมประพฤติ 1.2 หมื่นคน จำนวนนี้มีขาประจำมีความผิดซ้ำ 300 กว่าครั้ง เป็นเพียงเทศกาลเดียวยังทำความผิดซ้ำมากขนาดนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มูลนิธิแห่งเอเชียนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ ปี 2557-2558 คนทำผิดซ้ำ 2-3 ครั้งเกือบพันคน จะเห็นได้ว่าบทลงโทษไม่หนักพอทำให้ผู้ทำผิดกล้าทำผิดซ้ำอีกโดยไม่กลัวโทษของ กฎหมาย หนุ่มขับรถหรูมาจอดในที่คนพิการในสนามบินสุวรรณภูมิ มีกล้องวงจรปิดจับภาพอยู่ก็ยังจอดค้างคืน 2 วัน เสียค่าปรับ 500 บาท บทลงโทษไม่หนัก ต้องมีการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้นหรือกระจายสุ่มตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน New South Wales เพิ่มการตั้งด่านตรวจเข้มให้มากขึ้น กระจายด่านตรวจให้ทั่วถึง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากคนเมาแล้วขับเกือบครึ่งหนึ่งคือ 40% จะทำให้อัตราการตายลดลงได้ 15% หลายประเทศใช้มาตรการลงโทษหนัก ญี่ปุ่นเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุโทษจำคุก สิงคโปร์ครั้งแรกใช้โทษปรับรุนแรง ครั้งที่ 2 ปรับเป็นเงิน 4.5 แสนบาท นอร์เวย์ถ้าทำความผิดซ้ำภายใน 5 ปี โทษยึดใบขับขี่ตลอดชีพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ละประเทศมีบทลงโทษที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องรับผิดต่อบุคคลที่ 3 อย่างจำกัด เฉพาะกรณีที่ได้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มึนเมาเป็นอาจิณและผู้เยาว์ บุคคลดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทั้งยังมีมาตรการทาง กฎหมาย มีการอบรมแก่ผู้มีใบอนุญาต รวมถึงพนักงานให้มีความเข้าใจถึง กฎหมายและความรับผิดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดูลักษณะของความมึนเมาและวิธีจัดการกับสถานการณ์นั้น อบรม ABC&amp;rsquo;s Licensee Education on Alcohol and Drugs (LEAD) program อบรม 4 ชั่วโมง เป็นการอบรมที่เกิดจากความสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในมลรัฐนิวยอร์กและมลรัฐอิลลินอยส์กำหนดหลักการก่อช่องแห่งภัยที่ถือว่าผู้ประกอบการนั้นเป็นผู้ก่อที่สร้างเงื่อนไขนำไปสู่เหตุละเมิดได้ ผู้ก่อไม่ใช่ผู้กระทำละเมิดโดยตรงแก่โจทก์ แต่การกระทำของผู้ก่อเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เกิดการละเมิดของจำเลย แต่เพื่อป้องกันความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นแก่ผู้ประกอบการที่อาจจะมีความรับผิดเกินสมควร จึงกำหนดให้ผู้ประกอบการที่จะต้องรับผิดนั้น ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุที่ใกล้เคียงก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่น ทำให้บุคคลที่ได้รับความเสียหายมีสิทธิ์ที่จะฟ้องให้ผู้ประกอบการรับผิดจากการกระทำของบุคคลที่มึนเมา ซึ่งเป็นลูกค้าของผู้ประกอบการ คือ กฎหมายแดรมชอปกล่าวถึงความรับผิดของผู้ประกอบการ กรณีใดที่ผู้เสียหายสามารถฟ้องผู้ประกอบการได้ รวมถึงค่าเสียหายที่ผู้เสียหายจะสามารถเรียกได้จากผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในประเทศฝรั่งเศสมีระบบการออกใบอนุญาตที่เข้มงวดมาก ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตาม กฎหมายในฝรั่งเศสได้จะต้องผ่านการอบรมก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทที่ได้รับใบอนุญาต ทั้งยังมีการแจกคู่มือในเรื่องวิธีการสังเกตอาการเมา รวมถึงวิธีการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ลูกค้าเมาไว้ให้แก่ผู้ประกอบการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยควรกำหนดนิยามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้ใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551ให้มีความละเอียดเหมือนประเทศฝรั่งเศสที่แยกประเภทและชื่อเรียกของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แตกต่างกันตามปริมาณแอลกอฮอล์ในเครื่องดื่มนั้น ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบังคับใช้ กฎหมายกรณีที่ผู้ประกอบการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างผิด กฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันประเทศไทยควรจัดทำคู่มือในการดูลักษณะของบุคคลที่มีอาการมึนเมา รวมถึงวิธีการรับมือในสถานการณ์นั้นแก่ผู้ประกอบการ มีแบบประเมินความเมาก่อนซื้อ แบบประเมินนี้จะใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการสงสัยว่าลูกค้ามีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้เท่านั้น อีกทั้งการเพิ่มมาตรการในการประชาสัมพันธ์หรือการโฆษณาตามโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากข้อมูลผลสำรวจของสวนดุสิตโพลต่อมาตรการเพิ่มโทษและห้ามการรอลงอาญาในความผิด &amp;ldquo;ดื่มแล้วขับ&amp;rdquo; ในกลุ่มตัวอย่าง 2,152 ราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่า กว่าครึ่งร้อยละ 56.37 เคยพบเห็นหรือตกอยู่ในเหตุการณ์เมาแล้วขับ โดยเกือบทั้งหมดร้อยละ 93.96 เห็นด้วยว่าควรมีการเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ทำผิดซ้ำ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และร้อยละ 87.45 เห็นด้วยหากผู้ที่กระทำผิดซ้ำในข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นครั้งที่ 2 ควรถูกตัดสินโทษจำคุกอย่างเดียวโดยไม่รอลงอาญา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังเห็นด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรที่มีประสิทธิภาพ เคารพกฎหมาย จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การ &amp;ldquo;เมาขับ&amp;rdquo; กลับมาสร้างความสูญเสียอีก จึงเสนอข้อพิจารณาให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มีมาตรการที่ไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ต้น-กลางและปลายน้ำ แต่ในระยะเร่งด่วนนี้ ให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; เพื่อสร้างความตระหนักและปรับเปลี่ยนสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจเหล้าปีหนึ่งๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การรณรงค์ของธุรกิจน้ำเมาให้ &amp;ldquo;ดื่มอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; Responsible Drinking ฟังดูดี บางคนเห็นคล้อยตามธุรกิจ แต่ถือว่าเป็นการพูดอย่างไร้ความรับผิดชอบ และไร้ความละอาย โยนความผิดให้ลูกค้าว่า เพราะดื่มไม่รับผิดชอบ จึงเกิดปัญหา ทั้งๆ ที่ธุรกิจน้ำเมาไม่มีสิทธิ์บอกว่า ให้คนดื่มรับผิดชอบ แต่ต้องพูดว่า &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; จึงจะถูกต้อง มีงานวิจัยต่างประเทศระบุว่า การรณรงค์ให้ดื่มอย่างรับผิดชอบ ไม่ได้ลดปัญหาจากการดื่ม แต่เป็นเพียงวิธีทางการตลาดของธุรกิจน้ำเมาที่ทำให้ยอดขายสูงขึ้น โดยทำให้คนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน เกิดความประมาท เข้ามาเป็นนักดื่มหน้าใหม่มากขึ้น และอายุของนักดื่มลดต่ำลง ทำให้เกิดการเสพติดมากขึ้น ธุรกิจน้ำเมาจึงได้ลูกค้าระยะยาว สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสังคม เพิ่มความรุนแรงในครอบครัว ทำลายอนาคตเยาวชน เกิดอาชญากรรม และสร้างปัญหาเศรษฐกิจในสังคมทุกระดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธุรกิจการตลาดส่งเสริมการขายทำให้คนประมาท กลายเป็นนักดื่มเยาวชน นักดื่มหน้าใหม่มีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าระยะยาว บุหรี่ก็ใช้วิธีการนี้เช่นกัน มีการฟ้องร้องในศาลถูกบังคับให้เอาหลักฐานในศาล &amp;quot;อนาคตบุหรี่อยู่ได้ต้องทำให้เยาวชนเป็นนักสูบ&amp;quot; ขณะนี้ บ.เหล้าต่างประเทศลงทุนตั้งชมรมรักกันเตือนภัยในมหาวิทยาลัยรณรงค์ให้เด็กดื่มและรับผิดชอบต่อตัวเอง เป้าหมายให้เด็กดื่มเร็วขึ้นด้วยเหตุผลที่ว่าดื่มไวน์วันละแก้วเป็นประโยชน์ต่อระบบเลือดและหัวใจ ทำให้งานวิจัยได้รับสปอนเซอร์จาก บ.ไวน์และเหล้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีการเก็บข้อมูลจากงานวิจัย 600 งาน ใน 200 ประเทศ ใช้เวลา 26 ปี ได้ข้อสรุปว่า ไม่มีขนาดแอลกอฮอล์ปลอดภัยแม้ดื่ม 1 แก้ว แต่เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็ง แม้จะไม่เป็นโรคหัวใจ การดื่มน้อยรับผิดชอบสุขภาพตัวเองไม่ได้ การดื่มเหล้าเพียง 1 แก้ว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ส่งผลให้การตัดสินใจช้าหลายวินาที อุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์อันตรายมากที่สุด เพราะการตัดสินใจไม่ดีพอคือเมา บางคนแม้ไม่เมาก็ตัดสินใจช้าอยู่แล้วก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในต่างประเทศมี กฎหมายบังคับ รถกระบะห้ามคนจำนวนมากขึ้นรถกระบะ ร้านขายเหล้าในต่างประเทศต้องมีใบอนุญาต ถ้าทำผิดต้องยึดใบอนุญาต เป็นเรื่องความรับผิดชอบร่วมกัน สิ่งเหล่านี้สังคมไทยต้องเรียนรู้ เพราะคน 70% เป็นเหยื่อเมาแล้วขับ &amp;ldquo;ผมขอเรียกร้องให้สังคมไทยสนใจปัญหา ธุรกิจเหล้าร่ำรวยมหาศาล ติดอันดับสร้างปัญหาให้สังคม ปีหนึ่งๆ ทำให้คนเสียชีวิตมากถึง 5 หมื่นคน และยังเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมากกว่า 200 โรค เกิดปัญหาสร้างความรุนแรงในครอบครัว อุบัติเหตุบนท้องถนน มาตรการควบคุมยังไม่ดีพอ สังคมไทยจะต้องมีมาตรการให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม กฎหมายควบคุมการโฆษณา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กฎหมายบ้านเราไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บันดาลได้ด้วยคำพูดที่ว่าขับรถอย่างไรให้รอดพ้นจากด่านตรวจของตำรวจ ถ้ามีปัญหาจะเคลียร์กับตำรวจได้ไหม ดังนั้นเราจะเห็นคนขับแล้วเมาก็ยังกล้าขับรถโดยไม่ยอมใช้รถสาธารณะ มนุษย์คนเดียวกันกล้าที่จะเมาและขับรถในเมืองไทย เพราะสภาพแวดล้อมที่มีบทลงโทษไม่สูง มีการซื้อ license ในการทำความผิด อย่างที่เรียกว่า เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ยอม ด้วยพฤติกรรมของคนที่คิดว่าไม่คุ้ม แต่ไม่กล้าเมาและขับในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากบทลงโทษสูงมาก ถ้าเมาแล้วขับรถให้รับผิดชอบตัวเอง ไม่มีใครกล้าเสี่ยงด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใน club house มีการพูดกันผมว่าผมรอดตลอด แต่คนที่ถูกตำรวจจับถือว่าเป็นความซวย เพราะเจอตำรวจไม่ยอม ประสบการณ์ของคนเป็นไกด์จะให้ข้อมูลอย่างละเอียดในการขับรถถูกต้องตาม กฎหมายในประเทศต่างๆ พร้อมกับสำทับด้วยว่า ถ้าเมาแล้วขับเกิดอุบัติเหตุ ไกด์ก็ช่วยเหลือไม่ได้ หลายประเทศต้องมีใบอนุญาตขับรถสากลจึงจะขับรถในประเทศของเขาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกิดเหตุทุกครั้งมีคนบาดเจ็บและตาย ให้อำนาจหมอตรวจแอลกอฮอล์ การที่ปล่อยให้คนเมาขับรถเป็นการละเมิดสิทธิ์คนปกติ เราต้องออก กฎหมายให้ร้านค้ามีความรับผิดชอบในการขายแอลกอฮอล์ให้กับผู้ซื้อที่มีอาการเมามายแล้วเท่ากับเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเมาแล้วขับรถ ส่วนใหญ่แล้วคนเมาขับรถจะอ้างว่าตัวเองไม่ได้เมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทำธุรกิจก็คือคนทำธุรกิจ แต่ธุรกิจน้ำเมาเป็นธุรกิจที่ไม่ปกติ เพราะตัวสินค้าทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสังคม ทั้งจากปัญหาอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท ฯลฯ สิ่งสำคัญทำอย่างไรให้คนไทยรู้ถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในการทำงานของมูลนิธิเมาไม่ขับ ตนเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้คนไทยลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่สำหรับกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถลด ละ เลิกได้ มูลนิธิเมาไม่ขับขอวิงวอน อย่าได้ออกมาขับรถอย่างเด็ดขาด เพราะมีความผิดตามกฎหมาย โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นแล้วยังมีภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งกับตนเองและผู้อื่น เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;ldquo;ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;สนั่น สุทธิประภา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การสังสรรค์ดื่มเหล้ากันอย่างมีความสุข แต่กลับไปก่อทุกข์ให้กับคนอื่น ไม่ใช่ความสุขแน่ๆ อนาคต 7 วันแห่งความสุข 365 วันแห่งความสุขของทุกคน ไม่มีใครสูญเสียจากความไม่รับผิดชอบจากคนไทยด้วยกันเอง ครอบครัวสุทธิประภานอนอยู่ภายในบ้านตัวเอง แต่มีโชเฟอร์เมาแล้วขับพุ่งเข้ามาถึงในบ้าน ทำให้ครอบครัวต้องสูญเสียบุตรชาย 1 คน ภริยาและบุตรสาวบาดเจ็บได้รับการรักษา&amp;rdquo; เป็นประเด็นสำคัญที่ สนั่น สุทธิประภา พ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ นับเป็นความสูญเสียที่ไม่เคยลืม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สนั่นเล่าถึงบรรยากาศเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีก่อน ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาจนตั้งตัวไม่ทัน เพราะกำลังนอนหลับอยู่ รถยนต์พุ่งเข้าชนในบ้าน ทำให้บุตรชายวัย 1 ขวบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีในบ้านย่านปทุมธานี ส่วนลูกสาวบาดเจ็บต้องผ่าตัด ส่วนภริยาอีกปีหนึ่งได้รับการผ่าตัด เพราะมีผลกระทบต่อสมองและสายตา ส่วนผู้ที่ขับรถยนต์เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และทราบว่ามีอาการเมาสุราด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้ &amp;ldquo;ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างมาไวเกินไปไม่ทันได้ตั้งตัว เพื่อนข้างบ้านมาช่วยเอารถยนต์ออกจากบ้านและนำศพลูกชายออกมา อยากฝากว่าเมาแล้วขับขนาดนอนอยู่ในบ้านยังทำให้เกิดความสูญเสียได้ ต้องแก้ไขที่ต้นเหตุคือ สถานบริการควรปิดให้เร็ว เพื่อไม่ให้คนมีเวลาดื่มนาน รวมถึงโทษที่เกิดจากเมาแล้วขับควรเพิ่มมากขึ้น เพราะจะได้เกิดความกลัวกฎหมายไม่กล้าทำผิดซ้ำอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97372</URL_LINK>
                <HASHTAG>Zero Accident, ขายอย่างรับผิดชอบ, ดร.ณัฐพล แย้มฉิม, ดื่มแล้วขับ, นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์, นพ.แท้จริง ศิริพานิช, นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, มูลนิธิเมาไม่ขับ, ศวปถ., ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), สคล., สนั่น สุทธิประภา, สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส., เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605da079d3ed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะสถานการณ์รุนแรงทางเพศ เมื่อ’บ้าน’ไม่ปลอดภัย‘น้ำเมา’ต้นเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;#39;บ้าน&amp;#39; สถานที่ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าปลอดภัยจากการกระทำความรุนแรงทางเพศ มาวันนี้คงต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่ เพราะล่าสุดจากการเก็บสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศจากสื่อหนังสือพิมพ์พบว่า เหตุข่มขืนเกิดในบ้านของเหยื่อเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาในที่พักของผู้กระทำ ขณะที่ถนนเปลี่ยว ที่เปลี่ยวๆ มาเป็นอันดับท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนข่าวการข่มขืนยังคงครองแชมป์อันดับ 1 และยังเกิดขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชน&amp;nbsp;


fifa356 ข้อมูลข่าวยังชี้ชัดการดื่มเหล้าเมาเป็นมัจจุราชกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศมากที่สุด ทั้งข่มขืน อนาจาร รุมโทรม พรากผู้เยาว์ นี่ยังไม่พูดถึงเหยื่อมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ หลายข้อค้นพบจากรายงานสะท้อนข่มขืนคืบคลานเข้ามาเป็นภัยใกล้ตัวของเด็กและเยาวชน ต้องเร่งแก้ปัญหาและหาทางออก เหตุนี้มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ร่วมกับสิรินยา บิชอพ และเครือข่ายเยาวชนนักดื่มหน้าใหม่ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเวทีสัมมนารายงานสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงทางเพศ ประจำปี 2560 ตอนข่มขืน...ภัยใกล้ตัวของเด็กและเยาวชน ที่โรงแรมเอเชีย เมื่อวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เผยว่า&amp;nbsp;


bnk789 ในภาพรวมความรุนแรงทางเพศมีกลุ่มเด็กและเยาวชนถูกข่มขืนจำนวนมากขึ้น ข้อมูลที่ได้ไม่เฉพาะข่าวจากหนังสือพิมพ์ ยังรวบรวมกรณีที่มีผู้มาร้องเรียน มาขอคำปรึกษาจากมูลนิธิอีกด้วย ทุกปีมีเด็ก นักเรียน นักศึกษาถูกกระทำเพิ่มขึ้น หากไม่เร่งหาทางออกจะแก้ไขสถานการณ์ยากยิ่งขึ้น รวมถึงจะนำไปสู่การฆ่าผู้ก่อเหตุข่มขืนมากขึ้นในอนาคต ขณะที่เด็กวัยเรียนหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจะหยุดเรียนการคัน หรือถ้าขาดการเยียวยาบำบัดรักษาจะมีผลกระทบด้านจิตใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;แนวโน้มผู้ถูกข่มขืนช่วง 1-2 ปีนี้ไม่เปลี่ยน อยู่ในช่วงอายุ 5-20 ปี ถ้าเจาะลึกเด็กในครอบครัวถูกกระทำรุนแรงทางเพศมาก ทั้งประถม มัธยม มหาวิทยาลัย เสี่ยง แม้แต่ในบ้าน โรงเรียน สถานพยาบาล กลับพบปัญหาข่มขืนเกิดขึ้น สังคมต้องศึกษา เรียนรู้ และช่วยแก้ หากไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้เด็กเติบโตไปกับสังคมแบบนี้ น่าวิตก&amp;quot; จะเด็จย้ำภัยสังคมที่น่าห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ประเด็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้สถิติความรุนแรงทางเพศพุ่งสูงนี้ สสส.ที่ขับเคลื่อนลด ละ&amp;nbsp;


save168 เลิกน้ำเมาในสังคมไทย มีมุมมองที่น่าสนใจสะท้อนจากรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;สสส.วางแผน ค้นหาสาเหตุ และร่วมหาแนวทางป้องกันการกระทำความรุนแรงทางเพศ&amp;nbsp; คนจะคิดว่าการข่มขืนมีเรื่องอารมณ์ทางเพศมาเกี่ยว ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ หรือทำเพราะเครียด แต่จากรายงานฉบับนี้ระบุเหตุที่แท้จริงมาการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากการขับเคลื่อนงานของ สสส. สถานการณ์การดื่มแอลกอฮอล์ลดลงเหลือ 28% ซึ่งยังลดได้อีก ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเพื่อลดผลกระทบทางร่างกาย ลดค่าใช้จ่ายในการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากกว่า 142,000 ล้านบาท ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่รัฐต้องแบกรับผู้ป่วย&amp;quot; รุ่งอรุณย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผอ.สำนักสนับสนุนควบคุมปัจจัยเสี่ยงฯ กล่าวด้วยว่า แอลกอฮอล์สร้างผลกระทบต่อสังคม&amp;nbsp;


สล็อต เป็นต้นเหตุการข่มขืน ฆ่า ความจริงเหล่านี้ต้องเปิดเผยสู่สังคม ตอกย้ำและสร้างทัศนคติใหม่ แอลกอฮอล์ถือเป็นยาเสพติด คนที่รู้ไม่เท่าทันก็ถูกล่อล่วงผ่านคำโฆษณา กิจกรรมแฝงอื่นๆ ฝากให้พ่อแม่ดูแลครอบครัว ป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ หากมีสมาชิกในบ้านดื่มก็แนะนำ ให้กำลังใจ ให้ลด ละ เลิกในที่สุด ต้องช่วยกันดูแลสังคมให้ปลอดภัย ที่สำคัญบ้านต้องเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงในอันดับแรก เพราะการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กเล็ก หลายกรณีกระทบจิตใจระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการรวบรวมสถิติข่าวความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้นในปี 2560 จากหนังสือพิมพ์จำนวน 13 ฉบับ พบข่าวความรุนแรงทางเพศทั้งหมด 317 ข่าว มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และพบว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงทางเพศมากที่สุดร้อยละ 31.1 หรือคิดเป็น 1 ใน 3 น้ำเมาทำให้ขาดสติจนก่อเหตุอาชญากรรม และผู้เคราะห์ร้ายเป็นเด็ก เยาวชน และผู้หญิง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จรีย์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมภาคีเครือข่ายมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า การขืนใจ กระทำชำเราส่วนใหญ่เกิดในบ้านพักของเด็กและผู้หญิง จากข่าวข่มขืน ผู้กระทำความรุนแรงส่วนใหญ่รับว่า ก่อเหตุเพราะความเมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มีการดื่มสุรา ที่น่าห่วงเหตุเกิดจากคนคุ้นเคยและคนในครอบครัวกว่าร้อยละ 59 แล้วยังมีกรณีเพื่อนบ้าน คนในหมู่บ้าน เพื่อนของเพื่อน โดยอาศัยความไว้วางใจเข้าไปล่อลวง หรือรู้จักกันผ่านโซเชียลมีเดีย พื้นที่ที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;ผลกระทบต่อจิตใจมากสุด เหยื่อมีอาการหวาดผวา ระแวง กลัวมาก แล้วยังถูกบังคับมีเพศสัมพันธ์หลายครั้ง ยาวนาน ถูกขู่ฆ่า ถูกทำร้ายร่างกายสาหัส นอกจากเรื่องฟื้นฟูแล้ว ต้องส่งเสริมการแก้ไขปัญหาทุกมิติ ลดปัจจัยกระตุ้นแวดล้อมจากแอลกอฮอล์ สื่อลามก สื่อที่แสดงความรุนแรง มีอคติทางเพศ ตลอดจนป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ระดับนโยบายก็ต้องผลักดันด้วย&amp;quot; จรีย์เสนอทางแก้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เวทีหยุดความรุนแรงทางเพศนี้ อังคณา อินทิสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ส่งเสียงไปยังผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยกล่าวว่า จากการทำงานคุกคามทางเพศเพื่อช่วยเหลือ พิทักษ์ และคุ้มครองสิทธิ พบข้อจำกัดกระบวนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนไม่เข้าใจสภาวะที่ผู้ถูกกระทำกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ถูกกระทำไม่ละเอียดอ่อนทั้งด้านพฤติกรรมและคำพูด ทำให้เด็กอาย ไม่กล้าพูด แล้วยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียด หรือขั้นตอนในการดำเนินการให้กับผู้ถูกกระทำ นอกจากนี้การพิจารณาคดีของศาลไม่ละเอียดอ่อน ไม่เข้าใจปัญหาประเด็นความรุนแรงทางเพศ ทั้งหมดนี้ส่งผลระยะยาวต่อผู้ถูกกระทำ ครอบครัว หากไม่มีกลไกป้องกันจะเกิดการกระทำซ้ำ แน่นอนผู้กระทำผิดต้องลงโทษที่เด็ดขาด เหยื่อมีระบบดูแลชัดเจน นอกจากนี้ต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้พักพิงชั่วคราวด้วย รวมทั้งมีการเฝ้าระวังระดับชุมชน บังคับใช้กฎหมายคุมน้ำเมาให้จริงจัง นี่คือทางแก้ปัญหา ลดสถิติการข่มขืน. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรงทางเพศ, จะเด็จ เชาวน์วิไล, ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล, สสส, สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfe152cc4f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
