<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 12:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-มธ. ทำคู่มือสนับสนุนจิตใจและจิตสังคม เด็กและครอบครัว ช่วงโควิด-19 ตัวช่วยนักสังคมสงเคราะห์เยียวยาชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) พัฒนาแนวทางการดูแลช่วยเหลือทางสังคม โดยนักสังคมสงเคราะห์ โดยได้พัฒนาคู่มือการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม สำหรับเด็กและครอบครัวระดับชุมชนในภาวะการระบาดโควิด-19 เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์จิตอาสาใช้เป็นเครื่องมือในการทำงานกับเด็กๆ&amp;nbsp; ในชุมชน&amp;nbsp; และเด็กที่ครอบครัวมีสมาชิกป่วยโรคโควิด19&amp;nbsp; ทั้งนี้ สสส. มีแผนการขยายบริการของนักสังคมสงเคราะห์จิตอาสาไปสู่หน่วยบริการปฐมภูมิ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมของบริการทั้งมิติการส่งเสริมป้องกัน และการช่วยเหลือเยียวยาอย่างต่อเนื่องในระดับชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นักสังคมสงเคราะห์จิตอาสา จะทำหน้าที่ในการเป็นพี่เลี้ยง พัฒนาให้ผู้ป่วยโควิดที่รักษาหายแล้วที่มีจิตอาสา ลุกขึ้นมาเป็นอาสาสมัครให้คำปรึกษาลดการตีตรา ซึ่งกับกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่ในโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และผู้ป่วยในโรงพยาบาลพื้นที่จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; ซึ่งเราพบว่าการทำงานของแกนนำเหล่านี้ สามารถเข้าถึงและได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยด้วยกันอย่างมาก สสส. เองพร้อมหนุนเสริมเพื่อยกระดับและขยายผลแกนนำเหล่านี้ในระยะต่อไป&amp;rdquo; พญ.ขจีรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ขนิษฐา&amp;nbsp; บูรณพันศักดิ์ หัวหน้างานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า จากการขยายผลโครงการพัฒนาสมรรถนะ และรูปแบบการดูแลทางสังคม และเสริมพลังชุมชนในการเฝ้าระวังดูแลและจัดการสังคมสำหรับผู้ป่วย จะมีการจัดทำคู่มือการดูแลทางสังคมผู้ป่วยโควิดในชุมชน 1 เล่ม และคู่มือการปฏิบัติงานของนักสังคมสงเคราะห์ในการดูแลทางสังคมผู้ป่วยโควิด-19 อีก 1 เล่ม ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่ทุกคนเจอคือ ความเครียด และวิตกกังวลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่แล้ว แต่มากกว่านั้นโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยน เมื่อป่วยด้วยโควิด-19 กลับไปบ้านเพื่อกักตัวต่อก็ยังกังวลสถานที่กักตัว กลัวจะนำไปติดคนที่บ้าน คนป่วย หรือลูกหลาน ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหามากกว่าร้อยละ 50 คนที่ป่วยจะเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นกำลังหลัก แต่ถูกให้ออกจากงาน ขาดรายได้ หรือประสบกับการทำมาหากินที่ยากลำบาก หรือบางคนถูกแยกจากคนที่รัก บางคนกลัวสูญเสียคนที่รัก ยิ่งคนที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง มีโรคประจำตัว พิการ เด็ก ก็จะมีปัญหาสุขภาพจิตตามมาด้วย ขณะนี้มีหลายเคสที่ชุมชนไม่รับกลับสังคม โดยเฉพาะที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม ซึ่งทางทีมงานต้องเข้าไปช่วยดูแลสร้างความเข้าใจ&amp;rdquo; ดร.ขนิษฐากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลด คู่มือการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม สำหรับเด็กและครอบครัวระดับชุมชนในภาวะการระบาดโควิด-19 ได้ที่ https://www.thaihealth.or.th/Books/721/การสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมสำหรับเด็กและครอบครัวระดับชุมชนในภาวะการระบาดโควิด-19.h&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105538</URL_LINK>
                <HASHTAG>คู่มือสนับสนุนจิตใจและจิตสังคม, ดร.ขนิษฐา  บูรณพันศักดิ์, นักสังคมสงเคราะห์เยียวยาชุมชน, พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก, มธ., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.), สสส., สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส., หัวหน้างานสังคมสงเคราะห์, เด็กและครอบครัว, โครงการพัฒนาสมรรถนะ และรูปแบบการดูแลทางสังคม, โควิด-19, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bda9866df5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.-สบส.ต้านโควิด-19 แรงงานข้ามชาติสมุทรสาครกว่า 4 แสนคนไม่ติดแม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;จังหวัดสมุทรสาครเป็นศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจ มีแรงงานพลัดถิ่น เมียนมา ลาว และกัมพูชา สูงสุดถึง 4 แสนคน สสส.-กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จัดกิจกรรม &amp;ldquo;อสม.เคาะประตูบ้าน ต้านโควิด-19&amp;rdquo; ลุยใช้กลไก อสต.ให้ความรู้แรงงานข้ามชาติ จ.สมุทรสาครต่อเนื่อง ผลสัมฤทธิ์ไม่มีแรงงานข้ามชาติติดโควิด-19 แม้แต่รายเดียว ชี้ส่วนใหญ่มีกำลังใจดี ไม่วิตกกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กิจกรรมจิตอาสาและอาสาสมัครเป็นประสบการณ์การบำเพ็ญประโยชน์เพื่อผู้อื่น ทำให้เห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในตัวเอง เป็นเสมือนหนึ่งน้ำทิพย์ชโลมใจให้กับผู้ที่รับความช่วยเหลือได้มีความสุข มีชีวิตชีวา อีกทั้งยังมีความหวัง การทำตัวเป็นแบบอย่างของคนที่ทำความดีเหล่านี้ส่งผลให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น ชุมชน และส่งผลต่อสังคมส่วนรวมด้วย เป็นการทำงานด้วยความสมัครใจ ไม่ได้หวังผลตอบแทนในรูปแบบตัวเงิน ทั้งยังเป็นการช่วยลดอัตตา (ความเป็นตัวตน) ของตัวเองลงอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;เมืองไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) จำนวน 1 ล้าน 4 หมื่นคนทั่วทั้งประเทศในทุกหมู่บ้าน ทำหน้าที่นักรบแนวหน้าด้านสุขภาพของประชาชน ทั่วโลกให้การยอมรับว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่ความสำเร็จ นับเนื่องตั้งแต่ปี 2520 เป็นเวลา 43 ปีมาแล้วที่ ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว รมว.สาธารณสุข นพ.อมร นนทสุต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้ก่อตั้ง อสม. ที่ผ่านมานั้นพลัง อสม.รูปแบบหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านสาธารณสุข ได้ใช้ประสบการณ์อย่างดีในการแก้ไขปัญหาไข้หวัดนก ไข้หวัดซาร์ส และล่าสุดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า สสส.สนับสนุนการดำเนินงานโครงการตำบลจัดการสุขภาพเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) มีพื้นที่ทำงาน 152 ตำบลทั่วประเทศ ผลักดันอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 1 ล้านคน ทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้เกิดชุมชนสร้างสุขทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และรายได้ แต่ในช่วงระบาดโควิด-19 ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานตามสถานการณ์ จนเกิดเป็นกิจกรรม &amp;ldquo;อสม.เคาะประตูบ้าน ต้านโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;เช่นเดียวกับพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีแรงงานข้ามชาติประมาณ 200,000-300,000 คน (เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน) เป็นชาวเมียนมามากที่สุด รองลงมาคือ ลาว และกัมพูชา จึงเกิดการใช้กลไกของอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) เข้าไปให้ความรู้กับประชากรกลุ่มนี้เกี่ยวกับการดูแลป้องกันตัวเองจากโควิด-19 โดยใช้สื่อที่ สสส.ผลิตร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องโควิด-19 กับกลุ่มประชากรข้ามชาติ 3 ภาษา ได้แก่ เมียนมา ลาว และกัมพูชาที่ยังอาศัยอยู่ในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;จังหวัดสมุทรสาครเป็นศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจมีแรงงานพลัดถิ่นเข้ามาอาศัยอยู่จำนวนมากในช่วงสูงสุดถึง 4 แสนคน นับได้ว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนั้นเพื่อให้การควบคุมโรคได้ทันเวลาและจำกัดการชุมนุมของประชาชนในสถานที่ต่างๆ ทำให้มีความเสี่ยงสูงในการแพร่ระบาดโรคขยายออกไปในวงกว้าง หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตาม กม. ม.52 พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;ทั้งนี้ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สมุทรสาคร ได้ออกประกาศเรื่องกำหนดเวลาการเปิด-ปิดตลาด โดยให้เปิดค้าส่งและค้าปลีกไม่ติดต่อกันไม่เกิน 6 ชั่วโมง และให้เจ้าของตลาดหรือผู้ดูแลตลาดมีมาตรการคัดกรอง รวมทั้งผู้ค้าและผู้ซื้อต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:4.5pt&quot;&gt;&amp;quot;ต้องขอชื่นชมไปยัง อสต.ที่ปฏิบัติหน้าที่ออกให้ความรู้อย่างเข้มแข็งเป็นประจำต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีวิสัยทัศน์ที่ดีมากในเรื่องนี้ ส่งผลให้มีนโยบายปฏิบัติที่ชัดเจน โดยปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาครยังไม่พบผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นแรงงานข้ามชาติแม้แต่รายเดียว&amp;rdquo; พญ.ขจีรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;กิตติ เรืองวิไลพร พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ และครูฝึก อสต. กล่าวว่า ปัจจุบัน อสต. มีสมาชิกประมาณ 400-500 คน (จากทั้งหมด 3,090 คน ในระยะ 10 ปี) กระจายใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง บ้านแพ้วและกระทุ่มแบน มีที่มาจากการคัดเลือกของผู้ประกอบการ และการชักชวนกันมาอบรม ในช่วงเวลาปกติ อสต.จะทำหน้าที่ประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแรงงานข้ามชาติ เพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในชุมชน แต่ในช่วงระบาดโควิด-19 ได้นำรถโมบายล์ออกไปให้ความรู้แก่พี่น้องแรงงานข้ามชาติตามชุมชนต่างๆ ที่มักอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม โดยนำสื่อการดูแลตัวเองหลายภาษาของ สสส. กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ไปประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายรับทราบ เพื่อแก้ไขปัญหาการรับข้อมูลข่าวสารน้อยกว่าคนไทย อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านภาษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:4.5pt; margin-right:0cm; margin-bottom:4.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;
&amp;ldquo;หลังจากให้ความรู้กับกลุ่มแรงงานไปพบว่าหลายครอบครัวรู้จักใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยขึ้น มีระยะห่างทางสังคมมากขึ้น ส่วนการใส่หน้ากากผ้านั้นทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะต้องทำงานในโรงงาน หรือเป็นแรงงานประมงต่อเนื่อง มีติดบ้านกันคนละ 3-4 ชิ้น ไม่ได้เป็นอุปสรรคหาซื้อ ขณะที่สภาพจิตใจพบว่า ส่วนใหญ่มีกำลังใจที่ดี ไม่เกิดความเครียดในการทำงาน และมีจำนวนน้อยมากที่เดินทางกลับบ้านเกิด ซึ่งเชื่อกันว่าสถานการณ์กำลังดีขึ้น รัฐบาลสามารถรับมืออยู่&amp;rdquo; นายกิตติกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66414</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.ขจีรัตน์ ปรักเอโก, สำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec4a8764cabc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
