<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเวทีเครือข่ายต้นแบบอาสาสมัครเกษตร ระดับเขต ปี 2562</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายดำรงฤทธิ์&amp;nbsp; หลอดดำ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยในระหว่างเป็นประธานเปิดเวทีเครือข่ายและเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบอาสาสมัครเกษตรระดับเขต ปี 2562 ณ โรงแรมพรีม่า วงศ์อมาตย์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการบริการ แก่เกษตรกรในระดับพื้นที่หมู่บ้าน จึงมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 16 หน่วยงานดำเนินงานอาสาสมัครเกษตร (อกษ.) ซึ่งในแต่ละสาขามีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาของหน่วยงานนั้นๆ เป็นผู้รับผิดชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จึงมีนโยบายให้คัดเลือกตัวแทนเกษตรกรในท้องถิ่นตามความชำนาญเฉพาะสาขา จำนวน 16 สาขา เป็นอาสาสมัครเกษตร ทำหน้าที่ประสานงานและช่วยเหลือการปฏิบัติงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถ่ายทอดความรู้ให้คำแนะนำ ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นด้านการเกษตร การประชาสัมพันธ์กิจกรรมและโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก่ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนเฝ้าระวัง และแจ้งเหตุภัยธรรมชาติเหตุการณ์ฉุกเฉินทางการเกษตรต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการแก้ไขช่วยเหลือได้อย่างทันเหตุการณ์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในปีงบประมาณ 2562 อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) จะครบวาระในการดำรงตำแหน่งตามระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารอาสาสมัครเกษตร 2560 จึงต้องมีการคัดเลือกอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งคัดเลือกคณะกรรมการแต่ละระดับเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตร โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ
นโยบาย เป็นผู้ดำเนินการจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการของคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตลอดจนการขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครเกษตรให้มีความรู้ทักษะการปฏิบัติงาน และการสร้างความเข้มแข็งของอาสาสมัครเกษตร ผ่านรูปแบบกระบวนการส่งเสริมให้เกิดเวทีถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสนับสนุนการรวมกลุ่มเครือข่ายและภาคีเครือข่าย รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจและเชิดชูเกียรติอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ในรูปแบบต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินงานในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออก ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมด้านอาสาสมัครเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดโครงการอาสาสมัครเกษตร กิจกรรมจัดทำเวทีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบอาสาสมัครเกษตรระดับเขตขึ้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัครเกษตร รวมทั้งเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยกย่องเชิดชูเกียรติเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง ตลอดจนเกิดต้นแบบการทำงานด้านอาสาสมัครเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พื้นที่การเกษตรของ 9 จังหวัดภาคตะวันออกส่วนใหญ่จะเป็นพืชสวนประเภทผลไม้ ส่วนพืชไร่มีบ้างเช่นที่จังหวัดสระแก้ว แต่การผลิตจะมีความแตกต่างกันในเชิงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจึงเข้าพื้นที่ได้ไม่ค่อยทั่วถึง เนื่องจากมีภาระกิจที่ค่อนข้างมาก จึงต้องอาศัย อกม. เข้ามาเป็นตัวช่วยในการเชื่อมโยงนำเทคโนโลยีทางการผลิตสมัยใหม่ให้เข้าถึงเกษตรกรโดยเร็ว ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงตามเป้าหมาย สำหรับกิจกรรมการจัดเวทีเครือข่ายฯ นอกจากมีการบรรยายในหัวข้อต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แล้วในครั้งนี้ยังให้ความรู้เรื่องการจำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศเกี่ยวกับการจำกัดการใช้สารเคมีเกษตรประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส&amp;nbsp; ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เห็นชอบให้ดำเนินการตามมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกำหนดให้ เกษตรกรผู้ใช้สาร ผู้รับจ้างพ่น จะต้องผ่านการอบรมและสอบขอใบอนุญาตเพื่อให้สามารถใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัยได้ โดยเวทีเครือข่ายฯได้ให้ความรู้แก่ อกม. เพื่อเข้าใจและสามารถนำไปประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ตนเองได้อย่างทั่วถึงต่อไป&amp;rdquo; นายดำรงฤทธิ์&amp;nbsp; หลอดดำ&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนางอมรรัตน์&amp;nbsp; ลิมป์สุคนธ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่าการจัดเวทีเครือข่ายฯ ครั้งนี้มีบุคคลเป้าหมาย จำนวน 200 คน ประกอบด้วย อาสาสมัครเกษตรจาก 9 จังหวัดภาคตะวันออก จำนวน 180 คน เจ้าหน้าที่ผู้รับงานอาสาสมัครเกษตรระดับจังหวัด/อำเภอ จำนวน 9 คน เจ้าหน้าที่ผู้จัด/เจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง จำนวน 5 คน และวิทยากร จำนวน 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เพื่อให้อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำงานตามบทบาทหน้าที่ พร้อมประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัครเกษตรทั้ง 9 จังหวัดภาคตะวันออก โดยกิจกรรมการจัดเวทีเครือข่ายฯ จะมีการบรรยายเรื่องแนวทางการดำเนินงานของต้นแบบอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น 9 จังหวัดภาคตะวันออก
ปี 2562&amp;nbsp; การบรรยายเรื่อง&amp;nbsp; อมก. กับการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและการใช้แอพพลิเคชั่นสมุดทะเบียนเกษตรกรดิจิทัล (DOAE FARMBOOK) การเปิดเวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก อกม. ดีเด่น 9 จังหวัด เรื่องแนวทางการดำเนินงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านในพื้นที่ และการสร้างเครือข่ายการนำเสนอผลปฏิบัติงานของต้นแบบอาสาสมัครเกษตรระดับจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายอ๋า พรมไธสง เกษตรกรสาขาเกษตรผสมผสาน ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง หนึ่งใน อมก. ที่เข้าร่วมเวทีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้นแบบอาสาสมัครเกษตร ระดับเขต ปี 2562 ในครั้งนี้เปิดเผยว่า 
การเข้าร่วมเวทีฯ ครั้งนี้นับว่าดีได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับเกษตรกรรายอื่นๆ ในพื้นที่อื่นๆ มากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ได้รับรู้ถึงแนวทางนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เพิ่มเติมเข้ามาในการส่งเสริมและสนับสนุนการเกษตรในพื้นที่ เช่น โครงการลดการใช้สารเคมี 3 ชนิดตามประกาศของกระทรวงฯ ตลอดถึงช่องทางในการเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกรระหว่างจังหวัดให้มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มช่องทางให้การทำการผลิตและการจำหน่ายให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้บริโภคโดยตรง&amp;rdquo;นายอ๋า
พรมไธสง&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดำรงฤทธิ์  หลอดดำ, ต้นแบบอาสาสมัครเกษตร, สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d185640922ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลูกหอมแบ่ง อาชีพหลังนา ทางออกทางรอดเพื่อรายได้ของเกษตรกรหนองขยาด จ.ชลบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สำนักงาน มีหน้าที่ในการดูแลการทำการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออก 9 จังหวัด และตลอดมาได้สนองนโยบายของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามข้อสั่งการของกรมส่งเสริมการเกษตรในการนำโครงการต่างๆ  มาดำเนินงานในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เช่นโครงการส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรรายย่อยในโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล ซึ่งได้ สนับสนุนงบประมาณมาให้เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการจัดหาปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐานแก่เกษตรกร เพื่อให้ชุมชนมีความเข้มแข็งภายใต้การรวมกลุ่มทำการผลิตและการตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;สำนักงานได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางมาดูงานในโครงการสื่อมวลชนสัญจร ภาคตะวันออก โดยคณะได้ดูงานเกี่ยวกับการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพของเกษตรกร ตลอดถึงการกระจายปุ๋ยอินทรีย์แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้งประเภทให้ผลและพืชผัก พร้อมทั้งขบวนการแปรรูปผลผลิตและการเพิ่มช่องทางด้านการตลาดให้กับผลผลิต ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการแบบครบวงจร เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายของเกษตรกรด้วยกันเอง เป็นการช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนในการผลิตทุกขั้นตอนและมีตลาดรองรับทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายชาตรี บุญนาค กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อย่างเช่นโครงการผลิตหอมแบ่ง ของกลุ่มศูนย์จัดการพืชชุมชนตำบลหนองขยาด อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในโครงการการผลิตและขยายพันธุ์พืช ที่เป็นผลมาจากพื้นที่แห่งนี้มีการทำการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ทำนา ทำสวน และทำไร่ แต่เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ดอน การทำนาจึงต้องอาศัยนาน้ำฝนเป็นหลัก จึงทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ทำให้มีรายได้ที่ไม่ต่อเนื่อง และหากปีใดข้าวราคาตกต่ำก็ทำให้เกษตรกรขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;การปลูกพืชผักหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่จะสามารถทำได้และพอจะมีรายได้อยู่บ้างในแต่ละปี และจากการลงพื้นที่เพื่อทำเวทีชุมชนของสำนักงานพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ทำให้ได้รับข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ปัญหาด้านการทำกินของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกษตรกรในพื้นที่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรจัดทำโครงการผลิตหอมแบ่ง เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในชุมชน และนำไปเป็นอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกรทั่วไปในชุมชนด้วยหอมแบ่งปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่องและตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;การดำเนินงานในโครงการฯ ได้เริ่มต้นที่เกษตรกรรวมตัวกัน จำนวน 33 ราย ร่วมกันปลูกหอมแบ่งในพื้นที่ 4 ไร่ พื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองขยาด อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นางลำไย ชาประเสริฐ ประธานกลุ่มหอมแบ่ง เปิดเผยว่าเดิมมีการปลูกหอมอยู่แล้ว และเมื่อได้รับงบประมาณจากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จ.ระยอง กรมส่งเสริมการเกษตร ในโครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรมาต่อยอดก็สามารถทำให้การปลูกมีคุณภาพมากขึ้น ทั้งทางด้านวิชาการและปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เพิ่มพื้นที่การปลูกได้มากขึ้น ชาวชุมชนที่ไม่ได้ปลูกก็เข้ามาเป็นแรงงานให้กับรายที่ปลูก ทำให้มีรายได้กันอย่างทั่วถึง เนื่องจากหอมแบ่งเป็นพืชอายุสั้นสามารถเก็บผลผลิตได้เร็วปลูกได้อย่างต่อเนื่องทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลาประมาณ 35-40 วันก็สามารถเก็บมาจำหน่ายได้ ถ้ามีน้ำน้อยก็จะอยู่ที่ประมาณ 40-45 วันก็จะเก็บเกี่ยวได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;พื้นที่ 1 ไร่ลงทุนประมาณ 2,000 บาท เก็บผลผลิตได้ประมาณ 1 ตัน ราคาขาย 150 บาทต่อกิโลกรัม 1 ไร่ที่ปลูกจะได้หอมประมาณ 1 ตัน หากอากาศและน้ำดีก็จะได้ประมาณ 3 ตัน ตั้งแต่ปลูกหอมแบ่งมามีรายได้สามารถส่งลูก 2 คนเรียนจนจบปริญญาตรี มีบ้านมีรถใช้ ชีวิตสมบูรณ์เป็นอย่างดี &amp;ldquo; นางลำไย กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีความมั่นคง ที่สำคัญภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากส่วนงานภาครัฐที่ถูกทิศทาง จะยังผลให้เกิดความเข้มแข็งให้กับชุมชน ก่อเกิดความสามัคคี เกษตรกรมีชีวิตอยู่ดีกินดีกันอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17747</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางลำไย  ชาประเสริฐ, นายชาตรี บุญนาค, ปลูกหอมแบ่ง, สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9f2300d0d30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 03:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก. เขต 3 น้อมสืบสานขยายผลการเกษตร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ “กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านหนองปรือ” วันนี้อยู่ดีมีสุข อย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายชาตรี&amp;nbsp; บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยภายหลังจากการเยี่ยมชมกิจกรรมการดำเนินงานของ กลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านหนองปรือ &amp;nbsp;หมู่ที่ 14 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันก่อนว่า&amp;nbsp; ที่นี่เป็นกลุ่มเกษตรกรหนึ่งที่เป็นโครงการขยายผลงานส่งเสริมด้านการเกษตรของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีเจ้าหน้าเข้าร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ&amp;nbsp; เพื่อดำเนินการขยายผลด้านการเกษตร พร้อมกับสำนักงานเกษตรจังหวัด และเกษตรอำเภอ &amp;nbsp;โดยได้เริ่มดำเนินการส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ที่บ้านหนองปรือ หมู่ที่ 14 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา ในเมื่อปี พ.ศ. 2557 ได้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จัดตั้งเป็นกลุ่มส่งเสริมพัฒนาด้านการเกษตร&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ ชื่อกลุ่ม &amp;ldquo;เกษตรผสมผสานบ้านหนองปรือ&amp;rdquo; &amp;nbsp;มีสมาชิก 20 ราย มีทุนดำเนินงาน เริ่มต้น 8,100 โดยมีนางสุนันท์&amp;nbsp; ผาวันดี ผู้ใหญ่บ้าน เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 24 ราย เงินกองทุน 270,710 บาท &amp;nbsp;ก็จะเห็นได้ว่ามีการเจริญเติบโตมาโดยลำดับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับที่มาของกองทุนมาจากแหล่งต่างๆ&amp;nbsp;


แทงสล็อต ได้แก่ การระดมหุ้นจากสมาชิก&amp;nbsp; ปัจจัยการผลิตได้รับจากกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และหน่วยงานอื่นๆ&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ &amp;nbsp;และดอกผลจากเงินที่สมาชิกกู้ยืมนำเข้ากองทุนร้อยละ 50 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ในกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาได้ส่งเสริมให้ความรู้ ขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นเกษตรผสมผสาน กิจกรรมทางด้านการเกษตรนั้น มีทั้งกิจกรรมพืชหลัก มีไม้ผล การทำนา พืชไร่ อาทิ มันสำปะหลัง พืชผักสวนครัว มีทั้งรายได้รายวัน รายเดือน และรายปี&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น ก็จะทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยง โดยมีรายได้เสริม ทำให้กลุ่มมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สิ่งนี้ก็นับเป็นสิ่งที่ดี ที่ได้รับการส่งเสริมจากกรมส่งเสริมการเกษตร และเป็นนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลอยู่แล้ว ที่จะต้องดำเนินการขยายผลโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อจะให้พี่น้องเกษตรกรได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงและเน้นทำทำไร่นาสวนผสม หรือเกษตรทฤษฏีใหม่ ที่นี่ก็ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้มีรายได้ต่อเนื่องทุกวัน ทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีการผลิตของใช้ด้วยตัวเอง มีการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม ต่างๆ&amp;nbsp; โดยทำกันเองในชุมชน&amp;nbsp; นี่คือการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านก็ได้สานต่องานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp; เพื่อสืบสานในงานของของรัชกาลที่ 9 ต่อไป &amp;nbsp;นับเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรต่างๆ&amp;nbsp; ก็ได้น้อมนำมาปฎิบัติกันอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยเฉพาะศาสตร์ของพระราชาในพระราชดำริปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ นับว่าเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านสืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทางด้าน นางสุนันท์&amp;nbsp; ผาวันดี ผู้ใหญ่บ้านหนองปรือ และประธานกลุ่มเกษตรผสมผสานบ้านหนองปรือ เล่าให้ฟังว่า บ้านหนองปรือมีครัวเรือนทั้งหมด 142 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 596 คน อาชีพส่วนใหญ่จะทำการเกษตร ทำนาข้าว ทำไร่ ปลูกมันสำปะหลัง แล้วก็พืชผักสวนครัว ที่เป็นอาชีพหลักของชุมชน และก็มีอาชีพเสริมต่างๆ &amp;nbsp;โดยกลุ่มของเรามีความเข้มแข็งเนื่องจากว่า เกิดจากการรวมคน&amp;nbsp; รวมกลุ่มมีสมาชิกจึงทำให้กลุ่มของเรามีความเข้มแข็ง และก็มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และก็ทำให้เรามีอาชีพเสริมหลากหลาย หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยกิจกรรมด้านการเกษตรของกลุ่มนั้น มีแปลงเกษตรรวม เป็นการนำปัจจัยการผลิตที่ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนต่างๆ มาทำเป็นแปลงเกษตรรวมส่วนกลางของกลุ่ม ผลผลิตที่นำออกจำหน่วยเพื่อเป็นรายได้ของกลุ่มและส่วนหนึ่งแจกจ่ายให้กับสมาชิกเพื่อนำไปบริโภคในครัวเรือน&amp;nbsp; มีกิจกรรมด้านเคหกิจเกษตร กลุ่มได้รับการถ่ายทอดความรู้และปัจจัยการผลิตบางส่วนจากงานส่งเสริมการเกษตร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพรราชดำริ โดยมีการแปรรูปผลผลิตรวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น การทำถั่วลิสงเคลือบโอวัลติน การทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่สมุนไพร ยาหม่อง พิมเสนน้ำ ผลผลิตที่ได้จำหน่ายให้กับสมาชิกและประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13715</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปร., ชาตรี  บุญนาค, สสก, สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง, เขาหินซ้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b5066dfc344f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
