<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศมส.เร่งศึกษามุสลิมกรุงเทพใต้ ต่อยอดศูนย์กลางศึกษาด้านศาสนา พร้อมหนุนเที่ยวเชืงวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 24 ก.พ. นายสุนิติ จุฑามาศ นักวิชาการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) กล่าว&amp;nbsp;ในการเสวนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;หัวข้อ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และพลวัตทางสังคมวัฒนธรรมของชาวมุสลิมในกรุงเทพใต้&amp;rdquo;&amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากความเจริญประเทศที่ดำเนินไปตามยุคสมัย ทำให้วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ศมส. จึงดำเนินการโครงการศึกษาพลวัตของสังคมวัฒนธรรมในชุมชนชาติพันธุ์ของคนไทย เพื่อการสร้างแผนที่มีชีวิต ทำให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและนำมาใช้ประกอบการศึกษาข้อมูลนำไปในพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และประเทศในด้านต่างๆ&amp;nbsp;เบื้องต้นได้ทำการศึกษาข้อมูลกลุ่มชาวมุสลิมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมายาวนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะย่านกรุงเทพใต้ หรือ พระนครใต้ ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เขตบางรัก สาทร บางคอแหลม และยานนาวา นับว่าเป็นย่านเศรษฐกิจ และที่อยู่อาศัยที่สำคัญของเมืองหลวงของไทยมาจนถึงปัจจุบัน ในอดีตย่านนี้เต็มไปด้วยสวนผลไม้และทุ่งนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทางการได้จัดสรรให้พื้นที่ทางตอนใต้ของพระนครเป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างชาติ ต่างภาษา กลุ่มคนแรกที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่คือชาวทวาย ชาวมลายูมุสลิม และชาวจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงชาวตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายสุนิติ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อมาในสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ได้มีการตัดถนนเจริญกรุงตอนล่างไปสุดยังถนนตก ทำให้ความเจริญของเมือง เปลี่ยนลักษณะภูมิวัฒนธรรมของพื้นที่กลายเป็นย่านค้าขาย ห้างร้าน โกดัง ท่าเรือ เริ่มมีการการตัดถนนเข้าเรือกสวนไร่นาและลงหลักปักฐาน พื้นที่นี้จึงดึงดูดให้กลุ่มคนต่างๆ เข้ามาอยู่อาศัยทำมาหากิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมถึงชาวมุสลิมกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งชาวอินเดีย ได้แก่ กุจาราตีเบงกาลี และทมิฬ ชาวชวา และกลุ่มชาติพันธุ์จากหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิชาวโบยัน ชาวบัรยัร ซึ่งภายหลังกลมกลืนไปกับชาวมุสลิมกลุ่มใหญ่ จนถึงปัจจุบันที่รวมไปถึงชาวมุสลิมนานาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เข้ามาประกอบอาชีพ เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวมุสลิมจากแอฟริกาตะวันออก ตุรกี อิหร่าน เมียนมา ที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในย่านกรุงเทพใต้จนเกิดเป็นชุมชนทางกายภาพที่มี&amp;nbsp;&amp;ldquo;มัสยิด&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณ และกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีชุมชนมัสยิด อยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp;17&amp;nbsp;แห่ง ล้วนมีประวัติความเป็นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีอัตลักษณ์ผสมผสานความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งค่านิยม ภาษา อาหาร เครื่องแต่งกาย ศิลปะ และสถาปัตยกรรม ความหลากหลายของแนวทางปฏิบัติ สำนักคิด อาชีพ การศึกษา การปฏิสัมพันธ์ชุมชนต่างวัฒนธรรม เป็นปัจจัยที่สร้างอัตลักษณ์และรูปแบบวิถีชีวิตของชาวมุสลิมในย่านนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; การศึกษาครั้งนี้ เราสามารถนำใช้เป็นต้นแบบประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าไทม์ไลน์ชุมชน และบริบทสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การเมือง เศรษฐกิจ แนวคิดทางศาสนา ว่า จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชุมชน วิถีวัฒนธรรม รวมถึงการเป็นเมืองอย่างไรบ้างเพื่อนำมาวิเคราะห์&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะระบบการศึกษาของชาวมุสลิม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งย่านกรุงเทพใต้นี้ ถือเป็นจุดศูนย์กลางของการศึกษาด้านศาสนามาตั้งแต่อดีต&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ สำนักอภิธรรมอันยุมันอิสลาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีชาวมุสลิมทั้งในและต่างจังหวัดเข้ามาศึกษา รวมถึงการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนที่มีการสร้างมัสยิด โรงเรียน สาธารณูประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;และความเชื่อมโยงจุดอื่นๆ การเปลี่ยนผ่านประวัติศาสตร์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ค่อยมีการเก็บบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงเรื่องเล่า ข้อมูลบางอย่างจึงขาดช่วง จึงควรมีการศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่ง ล่าสุดสำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกประกาศให้มัสยิดเป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้พหุวัฒนธรรม เพื่อสร้างบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม เกิดความเข้าใจระหว่างคนต่างศาสนาและระหว่างศาสนา ตลอดจนส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อีกด้วย&amp;quot; นายสุนิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, สังคมพหุวัฒนธรรม, สำนักอภิธรรมอันยุมันอิสลาม, เขตกรุงเทพใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200224/image_big_5e53925c47f2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
