<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 12:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผยยังไม่มีนัดถก &#039;ครม.ชุดใหม่&#039; รอแถลงนโยบาย-ยื่นบัญชีทรัพย์สินก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันอังคารซึ่งตามปกติมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น แต่ในวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ค.นี้ ยังไม่มีการนัดหมายแต่อย่างใด โดยหากไม่จำเป็นก็อย่าเพิ่งประชุม ทั้งนี้ การที่ครม.สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในตอนนี้คือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประชุมข้าราชการเพื่อรับฟังปัญหา หรือลงพื้นที่เยี่ยมประชาชน แตกต่างจากการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะการปฏิบัติหน้าที่คือการกระทำอะไรก็แล้วแต่ที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยอำนาจกฎหมาย แต่ถ้าเป็นการสั่งการตามข้อกฎหมาย ถือเป็นการบริหารราชการแผ่นดิน จะทำได้ก็ต่อเมื่อแถลงนโยบายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า เดิมทีในวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ค. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) นัดหมาย ป.ป.ช.ให้ชี้แจงการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรี แต่รัฐมนตรีส่วนใหญ่เป็นส.ส. เคยชินกับกระบวนการเหล่านี้ และเมื่อยื่นในตำแหน่งส.ส.แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นในตำแหน่งรัฐมนตรีอีก เนื่องจากต้องยื่นหลังเข้ารับตำแหน่งใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;เป็นเวลาที่เหลื่อมล้ำกับการที่ยื่นในตำแหน่งส.ส.พอดี สามารถยื่นฉบับเดียวแล้วเขียนจดหมายปะหน้าว่ายื่นอีกตำแหน่งหนึ่งได้ ส่วนรัฐมนตรีในรัฐบาลเดิมที่มาเป็นรัฐมนตรีต่อเนื่องในรัฐบาลชุดใหม่ กฎหมายระบุว่าไม่ต้องยื่นก็ได้ แต่เท่าที่ทราบทุกคนพร้อมใจกันยื่นบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41292</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุม ครม., ประชุมคณะรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07e22a90c8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถวายสัตย์ฯ18.00น.วันที่16ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.2562 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่า ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่วันที่ 16 ก.ค. เวลา 18.00น. ที่พระที่นั่งอัมพรสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งกำหนดการดังกล่าวให้รัฐมนตรีชุดใหม่รับทราบแล้ว โดยนัดรวมตัวกันที่ตึกภักดีบดินทร์ เวลา 16.30 น. จากนั้นจะเดินทางไปเข้าเฝ้าด้วยรถที่สำนักเลขาธิการนายกฯจัดเตรียมไว้ให้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40932</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม., ถวายสัตย์ปฏิญาณ, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190709/image_big_5d240186ceee6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะแล้ว!ปรับโฉมสภาพัฒน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.2561 &amp;ndash; การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 4/2561 ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. &amp;hellip;. ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แก้ไขเพิ่มเติมตามมติที่ประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2561 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแล้วให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) พิจารณา ก่อนเสนอ สนช.ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ สศช.ประกอบด้วย 1.กำหนดให้มี &amp;ldquo;สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&amp;rdquo; ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคนและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 15 คน และให้ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการสภา และให้เลขาธิการ สศช.เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยกำหนดให้ประธานสภาและกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี โดยผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำหนดให้สภาสามารถมีมติให้เชิญปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องที่พิจารณา หรือผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญมาเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการสภาด้วยก็ได้ โดยให้ผู้ที่ได้รับเชิญมามีฐานะเป็นกรรมการสภาสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น &amp;nbsp;และกำหนดให้ สศช.มีอำนาจหน้าที่กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และให้ความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดให้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงระยะเวลา 5 ปี โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในแต่ละด้านตามกรอบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;ทำหน้าที่ยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเสนอต่อสภาพิจารณา โดยต้องมีการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อนำมาประกอบการยกร่างด้วย พร้อมทั้งกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่จะกำกับดูแลและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดให้มีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ดำเนินงานในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของสภา ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการประสานการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ทำหน้าที่วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นที่สภามอบหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. บทเฉพาะกาล ให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2521 ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพลางก่อน และให้โอนบรรดาภารกิจ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปเป็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ &amp;nbsp;รวมทั้งให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามประกาศพระราชโองการ เรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ลงวันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 ที่ใช้อยู่ในวันก่อนที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ ถือว่าเป็นแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตามร่างพระราชบัญญัตินี้ และยังให้คงใช้ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11214</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ครม.สัญจร, พระราชบัญญัติ, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180612/image_big_5b1f952fae692.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
