<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัฐบาล&#039;คุมเข้มบริหาร 3เรื่องคุมโควิดหลังยาวเทศกาลสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ได้เผยแพร่ถึงการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลใน 3 ประเด็นสำคัญ 1. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยันวัคซีนโควิดที่ไทยใช้มีประสิทธิภาพสูง และความปลอดภัย ประชาชนสามารถฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันและเพิ่มภูมิคุ้มกันของตัวเองได้ ข้อมูลทางระบาดวิทยาและข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่าวัคซีนโควิด-19 ที่ไทยนำมาใช้ในทั้งแอสตราเซเนกา และซิโนแวค เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ มีการฉีดวัคซีนสะสมรวม 579,305 โดสหรือเข็ม มีผู้ได้รับวัคซีนแล้ว 505,744 คน ในทุกจังหวัดตามเป้าหมายและกำหนดเวลา ขณะนี้ยังมีการจัดหาวัคซีนซิโนแวคอีก 1 ล้านโดสซึ่งอยู่ในประเทศไทยแล้ว รอการตรวจทางห้องปฏิบัติการและเอกสาร จะมีการส่งมอบให้กรมควบคุมโรคต่อไป ในระยะถัดไปจะฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะบุคลากรด่านหน้าให้ได้ 100% สำหรับวัคซีนหลักที่จะมาถึงไทยในเดือนมิถุนายน ประมาณเดือนละ 6 - 10 ล้านโดส สามารถจะฉีดให้กับประชาชนได้อย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สถานการณ์โควิด-19 ในไทย ขณะนี้เชื่อมโยงกับสถานบันเทิงและนำไปสู่การแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่เพื่อนฝูงและชุมชน จำเป็นต้องลดการเคลื่อนที่ของบุคคล ปิดสถานที่เสี่ยง งดกิจกรรมการรวมกลุ่ม โดย สธ. คาดการณ์ฉากทัศน์ในอีก 1 เดือนข้างหน้า หากไม่มีมาตรการใด ๆ จะมีผู้ป่วยติดเชื้อสูงสุดมากกว่า 20,000 คนต่อวัน กรณีมีมาตรการปิดสถานบันเทิงเสี่ยงในจังหวัด จะมีผู้ป่วยติดเชื้อประมาณ 2,996 คนต่อวัน และกรณีที่มีมาตรการปิดสถานบันเทิงเสี่ยงในจังหวัด เน้นปรับพฤติกรรมส่วนบุคคล ลดกิจกรรมการรวมตัวกัน เพิ่มมาตรการทำงานที่บ้าน Work From Home สามารถลดผู้ป่วยติดเชื้อจะลดลงมาประมาณ 391 คนต่อวัน ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น กระทรวงสาธารณสุขเน้นการตรวจคัดกรองโรค ควบคุม ติดตาม กำกับ การกักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกคน และผู้ป่วยติดเชื้อจะต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น ทั้งโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลสนาม และ Hospitel เพื่อป้องกันผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนอาจเสียชีวิตได้และกำจัดความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อต่อคนในครอบครัวและในชุมชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดเพื่อกลับมาทำงาน ดังนี้ 1.ขอให้เดินทางโดยรถยนต์ แต่หากต้องเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะขอให้ใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง รวมทั้งงดเว้นการรับประทานอาหาร 2. หากสามารถ work from home ที่จังหวัดนั้นๆ ได้ จะช่วยลดการนำเชื้อข้ามพื้นที่จากการเดินทางข้ามจังหวัด 3.หากจำเป็นต้องกลับมาให้ work from home และกักตนเอง 14 วัน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางไปจากจังหวัดเสี่ยง เพื่อดูอาการ หากผิดปกติให้รับแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือที่หมายเลข 1422 สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง หากต้องออกไปในที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การบริหารจัดการเตียงผู้ป่วย ภาครัฐมีการบริหารจัดการเตียงเพียงพอในการรองรับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีการจัดเตียงรองรับทั้งจากสถานพยายาลและโรงแรมแบบ Hospitel รวมกว่า 6 พันเตียง รวมทั้ง โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหมมีการเตรียมโรงพยาบาลภาคสนาม และกรมการแพทย์เตรียมเปิด Hospitel ซึ่งจะรองรับได้อีก 450 เตียง และโรงพยาบาลรามาธิบดีเตรียมเปิด Hospitels อีก 2 แห่ง อีก 100 เตียง สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้มีการเพิ่มโรงพยาบาลสนาม ที่บางขุนเทียน 500 เตียง ที่บางบอน 200 เตียง และเตรียมเปิดที่บางกอกอารีนา จะรับได้อีก 1000 เตียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลให้การรับรองโรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ขณะนี้มีความปลอดภัย มีจำนวนแพทย์และพยาบาลตามมาตรฐานที่วางไว้ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีประสบการณ์การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามตั้งแต่การระบาดระลอกแรก รวมทั้งเตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนามตามต่างจัดหวัดไว้แล้ว สำหรับ Hospitel ซึ่งเป็นการจัดบริการในโรงแรม กรมสนับสนุนบริการทางการแพทย์จะเข้าไปรับรองมาตรฐาน เช่นเดียวกับสถานกักกันของรัฐ (SQ/ ASQ) ซึ่งมีการตรวจ ประเมิน และติดตามสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ นโยบายหลักของไทย ผู้ติดเชื้อทุกคนในประเทศจะต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเท่านั้น ยกเว้นช่วงการรอเตียง ซึ่งผู้ป่วยอยู่ที่บ้าน แล้วจะมีกลไกรองรับในการประสานเพื่อไปรับตัวผู้ป่วยในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ สามารถติดต่อไปที่สายด่วนจัดหาเตียง เบอร์ 1669 สำหรับจังหวัดต่างๆ จะเข้าศูนย์การบริหารจัดการ สายด่วนกรมการแพทย์ 1668 รับสายเวลา 08.00 &amp;ndash; 22.00 น. และสายด่วน สปสช. 1330 ตลอด 24 ชม. หรือผ่าน line แอพลิเคชั่น สบายดีบอต ซึ่งสามารถให้ข้อมูลติดต่อกลับ และจะมีการจัดสรรเตียงที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99572</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์, บริหารจัดการโควิด, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077f3fef3e15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบฯ ฉีดพ่นฆ่าเชื้อห้องทำงานสื่อมวลชน ก่อนเปิดทำการ 16 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการฉีดฆ่าเชื้อที่ห้องทำงานของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ทั้ง 3 ห้องอย่างละเอียด เพื่อเตรียมเปิดการทำงานในวันที่ 16 เม.ย.นี้ โดย น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ยังได้ขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้ว เช่น การลดจำนวนคน สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ไม่แออัด เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99494</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, นักข่าวทำเนียบ, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076cd194abea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำเนียบแจงปมนักข่าวสาวนั่งไขว่ห้าง ถูกสั่งระงับเข้าพื้นที่เพราะเผยแพร่ข้อมูลเท็จจนเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.64 - จากกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมตักเตือนนักข่าวรายหนึ่งนั่งไขว่ห้างระหว่างที่นายกฯ แถลงข่าวเมื่อวันที่​ 30 มี.ค. จนกระทั่งต่อมาถูกขอความร่วมมือให้งดเข้าพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงนี้ เรื่องนี้ น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ในนามผู้อำนวยการสำนักโฆษก ที่ดูแลการปฏิบัติงานของสื่อมวลชนในทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;การระงับการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อดังกล่าว เป็นการแนะนำให้สื่อไปดูและทำความเข้าใจในการปฏิบัติงานของสื่อให้ครบถ้วนและตรงกัน เนื่องจากมีการนำภาพและข้อความไปเผยแพร่ในโซเชี่ยลมีเดียถึงการปฏิบัติงานที่ต้องนั่งรอหน้าตึก&amp;nbsp;และเกิดความเข้าใจผิดว่า การดูแลและสนับสนุนการทำงานของสื่อมวลชนบกพร่อง และมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นที่บิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดิฉันจึงได้แจ้งไปต้นสังกัดด้วยวาจา ให้แนะนำ อบรม การนำข้อความที่ไม่ตรงข้อเท็จจริงไปเผยแพร่ และขอให้ระงับการเข้ามาทำข่าวในทำเนียบรัฐบาลจนกว่าผู้สื่อข่าวดังกล่าวจะเข้าใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นัทรียา​ ระบุว่าทั้งนี้ การนั่งไขว่ห้างของสื่อรายเดียวกันในช่วงการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ใช่การนั่งไขว่ห้างแบบปกติ เป็นยกขาขึ้นมาพาด ทำให้เท้ายกสูงขึ้น และชี้ไปทางโพเดียมแถลงข่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตักเตือนแล้ว และเป็นอันจบไป ส่วนคำถามเรื่องเมียนมา ก็เป็นที่เข้าใจเพราะสื่อญี่ปุ่นให้ความสนใจ และมีสื่ออื่นถามเช่นกัน และนายกรัฐมนตรีก็ตอบคำถามชัดเจนแล้ว จึงขอยืนยันว่า การแจ้งต้นสังกัดเรื่องสื่อดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการนั่งหรือคำถาม แต่เป็นการตักเตือนเรื่องการนำข้อเท็จ สภาพการปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบ ไปบิดเบือนจนเกิดความเสียหายต่อสำนักโฆษก และสื่อมวลชนในทำเนียบรัฐบาล จึงเรียนมาเพื่อสื่อที่รายงานไปช่วยกรุณาแก้ไขข้อเท็จจริงด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำเนียบรัฐบาล, นักข่าวทำเนียบ, นัทรียา ทวีวงศ์, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f5813634d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาแรงงาน ลงพื้นที่เกาะสมุย ตรวจเยี่ยมผู้ประกันตนมาตรา 40 มุ่งสร้างหลักประกันทางสังคมขับเคลื่อนนโยบาย หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้าน ประกันสังคมถ้วนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน ลงพื้นที่เกาะสมุย พบปะผู้ประกันตนมาตรา 40 และตรวจเยี่ยมผู้ประกันตนทุพพลภาพ ในการขับเคลื่อนนโยบาย หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้าน ประกันสังคมถ้วนหน้า มุ่งสร้างหลักประกันทางสังคมแก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ สู่ความเท่าเทียมในสังคม และมีคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (23 พ.ย.2561) นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติงานกระทรวงแรงงาน (ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน) พร้อมด้วยนางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบนโยบายแก่หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตรวจเยี่ยมพบปะกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 40 ในการขับเคลื่อนนโยบาย หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้าน ประกันสังคมถ้วนหน้า ณ บริเวณศาลาอ่าวหัวถนน ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย โดยมี ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอเกาะสมุย พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นางสาวอนุสรีฯ กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบาย หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้าน ประกันสังคมถ้วนหน้า ซึ่งเป็นโครงการที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน (Agenda Based) ข้อ 13 ของกระทรวงแรงงาน และตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีสำนักงานประกันสังคมเป็นเจ้าภาพ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐโดยถ้วนหน้า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีเครือข่ายประกันสังคมในระดับพื้นที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำท้องถิ่นซึ่งเป็ผู้ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ดี ร่วมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ สนับสนุน และผลักดัน ให้แรงงานนอกระบบซึ่งเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีอายุ 15 &amp;ndash; 60 ปีบริบูรณ์ สมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 40 เข้าสู่ระบบประกันสังคมอย่างถ้วนหน้า เป็นหลักประกันในการดำรงชีวิตในภายภาคหน้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;จากนั้น นางสาวอนุสรีฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประกันตนทุพพลภาพ จำนวน 2 ราย คือ นายสุทธิพงค์ ใจกล้า ณ บ้านเลขที่ 18/6 ม.4 ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และนายจำเนียร สุขผล ณ บ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ 5 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจพร้อมนำเจ้าที่ประกันสังคมเข้าชี้แจงให้ทราบถึงสิทธิ และสวัสดิการต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นเกาะที่ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ประกอบด้วย 7 ตำบล 39 หมู่บ้าน และจากข้อมูลประกันสังคมในปัจจุบันของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีนายจ้างสถานประกอบการในความรับผิดชอบ จำนวน 6,745 แห่ง มีผู้ประกันตน จำนวน 187,027 คน แบ่งออกเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 129,085 คน ผู้ประกันตนมาตรา 39&amp;nbsp; จำนวน 15,184 คน และผู้ประกันตน ตามมาตรา 40&amp;nbsp; จำนวน 42,758 คน โดยการดำเนินการตามนโยบาย หนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้าน ประกันสังคมถ้วนหน้า ในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคีเครือข่าย อาสาสมัครแรงงาน ผู้นำท้องถิ่น และส่วนราชการต่างๆ ผนึกกำลังในการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายให้ หมู่ที่ 1 ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย เป็นหมู่บ้านนำร่องของโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งหมู่บ้าน ประกันสังคมถ้วนหน้า เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, อนุสรี ทับสุวรรณ, เกาะสมุย, เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7c48eae9c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
