<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 22:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 22:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียใกล้ทันแล้ว อัตราเพิ่มประชากรจีนช้าสุดในรอบหลายสิบปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลสำรวจสำมะโนประชากรของจีนรอบ 10 ปีเผยแนวโน้มน่าวิตกว่า จีนอาจเผชิญวิกฤติสังคมสูงวัยในอนาคตอันใกล้ เมื่ออัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรจีนในทศวรรษที่ผ่านมาช้าที่สุดในรอบหลายสิบปี แม้ประชากร 1,410 ล้านคนของจีนยังคงมากที่สุดในโลก แต่อินเดียก็ใกล้ไล่ทันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ข้อมูลที่ทางการจีนเผยแพร่เมื่อวันอังคารระบุว่า จีนมีอัตราเพิ่มของประชากรเพียง 5.4% ซึ่งเป็นอัตราเติบโตช้าที่สุดนับแต่ทศวรรษ 1960 ปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกิดที่น้อยลงและจำนวนประชากรในช่วงวัยทำงานลดจำนวนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยประชากร 1,410 ล้านคน จีนยังคงเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก แต่เพื่อนบ้านอย่างอินเดียซึ่งมีประชากรประมาณ 1,380 ล้านคนก็กำลังจะไล่ทันจีนแล้ว และคาดด้วยว่าประชากรวัยหนุ่มสาวของอินเดียจะแซงหน้าจีนในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนเคยใช้นโยบาย &amp;quot;ลูกคนเดียว&amp;quot; นานร่วม 40 ปีเพื่อควบคุมอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรเมื่อปลายทศวรรษ 1970 แต่ได้ยกเลิกในปี 2559 โดยอนุญาตให้ครอบครัวหนึ่งมีลูกได้ 2 คน ท่ามกลางความหวั่นเกรงมากขึ้นว่าจำนวนแรงงานของจีนกำลังลดน้อยลง แต่การผ่อนคลายนโยบายนี้ยังไม่เห็นผลในการชะลอการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวัง เฟิง อาจารย์สังคมวิทยา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเออร์ไวน์ กล่าวว่า ผลสำรวจประชากรจีนครั้งนี้ไม่เพียงยืนยันว่าประชากรสูงวัยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังยืนยันอัตราเจริญพันธุ์ต่ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเปลี่ยนแปลงทางประชากรในจีนบ่งชี้อย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจและการเมืองของจีนที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก จากผลการสำรวจประชากรครั้งนี้ จีนมีประชากรวัยระหว่าง 15-59 ปี ลดลงเกือบ 7% ขณะที่ประชากรที่อายุเกิน 60 ปีเพิ่มขึ้นมากกว่า 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ อัตราการแต่งงานที่ลดลงในช่วงหลายปีมานี้ก็ส่งผลต่ออัตราการเกิดที่ชะลอตัวลงเช่นกัน สาเหตุเนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น อีกทั้งผู้หญิงมีอำนาจและการศึกษามากขึ้น จึงชะลอหรือหลีกเลี่ยงการมีลูก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102595</URL_LINK>
                <HASHTAG>สังคมสูงวัย, สำมะโนประชากร, สำรวจประชากรจีน, อัตราการเพิ่มของประชากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609aa59551c4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2019 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ยอมพับแผน ถามสถานะพลเมืองทำสำมะโนประชากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐยอมล้มเลิกแผนการตั้งคำถามถึงสถานะความเป็นพลเมือง ในการทำสำมะโนประชากรปี 2563 ที่เป็นประเด็นโต้แย้งว่าเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยที่อาจไม่ได้เป็นพลเมืองอเมริกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โอดเป็นช่วงเวลาแสนเศร้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ที่กำลังจะได้เป็นพลเมืองสหรัฐ ถือธงชาติสหรัฐและเอกสารการรับสัญชาติระหว่างร่วมพิธีสาบานตนเป็นพลเมืองสหรัฐ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธว่า รัฐบาลของทรัมป์ประกาศการตัดสินใจนี้เมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคม 2562 ทั้งที่เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ยังคงยืนกรานกับผู้สื่อข่าวว่า เขาต้องการให้การทำสำมะโนประชากร ซึ่งกระทำทุกๆ 10 ปี หาคำตอบว่ามีใครบ้างที่เป็นพลเมืองอเมริกันจริงๆ ไม่ใช่พวกที่อยู่ที่นี่อย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ศาลสูงสุดของสหรัฐมีคำตัดสินห้ามรัฐบาลตั้งคำถามถึงความเป็นพลเมือง โดยตุลาการศาลสูงสุดลงความเห็นว่าเหตุผลที่รัฐบาลอ้างนั้นไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของเขาเมื่อวันอังคารว่า &amp;quot;เป็นช่วงเวลาน่าเศร้ามากของอเมริกา เมื่อศาลสูงสุดของสหรัฐไม่อนุญาตให้ตั้งคำถามว่า &amp;#39;บุคคลนี้เป็นพลเมืองสหรัฐหรือไม่&amp;#39; เพื่อถามในการทำสำมะโนประชากรปี 2563&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำตัดสินของศาลฎีกา ปฏิกิริยาแรกของทรัมป์คือขอให้เลื่อนการพิมพ์แบบคำถามและการทำสำมะโนประชากรปีหน้าออกไปก่อน เพื่อรอเวลาให้รัฐบาลยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้รัฐบาลของเขาล้มเลิกความพยายามอุทธรณ์และปิดโอกาสที่จะเปลี่ยนคำถามในแบบสำมะโนประชากรครั้งนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนับจำนวนประชากรในประเทศนั้นมีความสำคัญต่อการกำหนดเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ และเป็นตัวตัดสินด้วยว่ารัฐบาลกลางจะต้องให้งบประมาณแต่ละรัฐจำนวนเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายที่คัดค้านการตั้งคำถามเรื่องสถานะความเป็นพลเมือง ซึ่งไม่ถูกบรรจุไว้ในแบบคำถามมาตั้งแต่ปี 2493 จะส่งผลให้คนเข้าเมืองจำนวนมากเลี่ยงตอบแบบสอบถาม เนื่องจากกลัวว่าจะตกเป็นเป้าหมายการปราบปรามคนเข้าเมืองเถื่อนของรัฐบาลทรัมป์ การทำเช่นนั้นจะทำให้ประชากรเหล่านี้ไม่มีตัวตน บิดเบือนจำนวนประชากรที่แท้จริง ซึ่งส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณและการกำหนดพื้นที่เลือกตั้งที่อ้างอิงตามจำนวนประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญด้านสำมะโนประชากรกล่าวกันว่า คนเข้าเมือง 1.6 ล้านจาก 6.5 ล้านคน โดยเฉพาะพวกที่พูดภาษาสเปน จะไม่ทำแบบสอบถามหรือโกหก หากมีคำถามเรื่องพลเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40115</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถานะพลเมือง, สำมะโนประชากร, สำมะโนประชากรสหรัฐปี 2563, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1cacb88e37e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
