<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเผยคนไทยร้อยละ 83.1 ไปตลาดหลังผ่อนปรนมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ ส่วนใหญ่กังวลไปโรงหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;คนไทยไปไหน...หลังผ่อนคลายมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,204 คน พบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ที่ประชาชนได้ไปมากที่สุดภายหลังมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติได้รับการผ่อนปรนคือ ตลาด ตลาดนัด ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ร้อยละ 83.1) รองลงมาคือ &amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้า (ร้อยละ 44.8) และร้านเสริมสวย ร้านตัดผม (ร้อยละ 40.1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่ที่ประชาชนไม่คิดว่าจะไปเพราะกังวลการติดเชื้อมากที่สุดคือ โรงภาพยนตร์ (ร้อยละ 91.1) รองลงมาคือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้สนามบินภายในประเทศ (ร้อยละ 83.8) และสถานบริการ สปา &amp;nbsp;ร้านนวด &amp;nbsp;(ร้อยละ 81.5) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอยากให้มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงเดือน ก.ค. &amp;ndash; ต.ค. 63 &amp;nbsp;เป็นอย่างไรพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.8 อยากให้แจกเงินแบบให้เปล่า รองลงมาร้อยละ 24.1 นำใบเสร็จค่าที่พัก ค่าอาหาร มาลดหย่อนภาษี และร้อยละ 21.2 ให้วอชเชอร์ส่วนลดที่พักร้านอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สุดท้ายเมื่อถามถึงความคาดหวังต่อการหยุดชดเชยแทนวันสงกรานต์พบว่า ประชาชนร้อยละ 46.6 คาดหวังอยากให้ไปรวมกับวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่เลย รองลงมาร้อยละ 33.3 คาดหวังให้หยุด ในช่วงเดือนที่ไม่มีวันหยุดเลยเช่น เดือนกันยายน และร้อยละ 20.1 คาดหวังว่าจะหยุดยาวติดต่อกันไปเลย &amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวช่วงใดช่วงหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ผ่อนคลาย, สำรวจความคิดเห็น, โควิด, โพล, โรงหนัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee412a6ccd3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2020 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2020 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมต.ประชาธิปัตย์ได้ยิ้ม เกษตรกรพึ่งพอใจมาตรการแก้ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ค.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงของเกษตรกร กรณีศึกษาตัวอย่างเกษตรกรทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,040 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 19 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมา พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.4 ระบุต้องการเข้าถึงทรัพยากรการผลิต เช่น แหล่งน้ำ ที่ทำกิน พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานสะอาด เพื่อการเกษตร รองลงมาคือร้อยละ 71.5 ต้องการเพิ่มราคาประกันพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 69.2 ต้องการแหล่งตลาดรับซื้อผลผลิตการเกษตร ร้อยละ 65.7 ต้องการแก้ปัญหาราคาปุ๋ย และร้อยละ 64.1 ต้องการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงมาตรการดูแลเกษตรกรที่พึงพอใจในยุคของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.9 พอใจเงินเยียวยาเกษตรกร ประกันราคาสินค้าเกษตร ประกันรายได้ รองลงมาคือร้อยละ 65.0 พอใจการดูแลพัฒนาราคาพืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 31.2 พอใจประกันยางพารา ร้อยละ 19.1 พอใจโครงการป้องกันน้ำท่วม และร้อยละ 18.2 พอใจกักเก็บน้ำแก้ภัยแล้ง ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 89.4 ค่อนข้างพอใจถึงพอใจมากที่สุดต่อมาตรการแก้ปัญหาเกษตรกรของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ คุณลักษณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกษตรกรอยากได้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.2 ระบุแก้ปัญหาได้จริง ร้อยละ 64.8 ระบุรวดเร็วฉับไวแก้ปัญหา ร้อยละ 62.9 ระบุมีความพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรทันที ร้อยละ 62.4 ระบุติดดินเข้าถึงได้ง่าย และร้อยละ 57.4 ระบุไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ตามลำดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66682</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ชาวนา, ชาวสวน, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา, สำรวจความคิดเห็น, เฉลิมชัย ศรีอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200523/image_big_5ec87b0a5e745.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 06:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 06:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนส่วนใหญ่เอือม 1 ปีหลังเลือกตั้ง ส.ส.ยังด่ากันไปมา-ชอบอ้างประชาชน เผยหากเลือกตั้งวันนี้จะไม่เลือกคนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;28 มี.ค.63 -&amp;nbsp; ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) &amp;nbsp;เปิกดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;1 ปีหลังการเลือกตั้งทั่วไป&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17 และ 20 มีนาคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศกระจาย&amp;nbsp;ทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,275 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับบทบาทของ ส.ส. ในช่วงที่ผ่านมา 1 ปี &amp;nbsp;หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อบทบาทของ ส.ส. ในช่วงที่ผ่านมา 1 ปีหลังการเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 36.99 ระบุว่า ส.ส. ส่วนใหญ่แสดงบทบาททางการเมืองแบบเดิม ๆ เช่น ด่ากันไปมา และชอบอ้างประชาชน รองลงมา ร้อยละ 33.33เอาแต่จับกลุ่มต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ร้อยละ 11.22 ระบุว่า ส.ส. ที่เลือกไปขยันลงพื้นที่พบประชาชนร้อยละ 7.24 ระบุว่า ส.ส. ส่วนใหญ่ในสภาฯ มีความกระตือรือร้นในการทำงานเพื่อประชาชน ร้อยละ 6.92 ระบุว่า ส.ส. จากพรรคที่เป็นฝ่ายค้านใช้เป็นแต่วาทกรรมเพื่อล้มรัฐบาล ร้อยละ 2.78 ระบุว่า ส.ส. ส่วนใหญ่แสดงบทบาทใหม่ในการเป็นมืออาชีพในการทำงานเพื่อประชาชน และร้อยละ 3.18 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 3 เดือนหลังการเลือกตั้งทั่วไป ที่สำรวจเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 พบว่า สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า หลังการเลือกตั้ง ส.ส. หายหน้าไปเลย ส.ส. ส่วนใหญ่มัวแต่ต่อสู้กันเพื่อแย่งตำแหน่งส.ส. จากพรรคที่เป็นรัฐบาล เอาแต่จับกลุ่มต่อรองตำแหน่งทางการเมือง ส.ส. ส่วนใหญ่ในสภาฯ มีความกระตือรือร้นในการทำงานเพื่อประชาชน ส.ส. จากพรรคที่เป็นฝ่ายค้านใช้เป็นแต่วาทกรรมเพื่อล้มรัฐบาล และส.ส. ส่วนใหญ่แสดงบทบาทใหม่ในการเป็นมืออาชีพในการทำงานเพื่อประชาชน มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า ส.ส. ส่วนใหญ่แสดงบทบาททางการเมืองแบบเดิม ๆ เช่น ด่ากันไปมา และชอบอ้างประชาชน และส.ส. ที่เลือกไปขยันลงพื้นที่พบประชาชน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง/กลุ่มการเมืองเดิม หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 34.13 ระบุว่า ลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง/กลุ่มการเมืองอื่น รองลงมา ร้อยละ 33.10 ระบุว่า ลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง/กลุ่มการเมืองเดิมที่เคยเลือก ร้อยละ 11.93 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ยังไม่ตัดสินใจ ขอดูนโยบายของพรรค ความรู้ความสามารถของตัว ส.ส. และดูว่า ส.ส. ที่จะเลือกอยู่พรรคไหน ร้อยละ 10.42 ระบุว่า ไปเลือก &amp;nbsp; แต่ไม่ลงคะแนนให้ใคร (Vote No) ร้อยละ 4.06 ระบุว่า ไม่ไปลงคะแนน และร้อยละ 6.36 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ 3 เดือนหลังการเลือกตั้งทั่วไป ที่สำรวจเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 พบว่า สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า ลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง/กลุ่มการเมืองเดิมที่เคยเลือก มีสัดส่วนลดลง ซึ่งในขณะที่สัดส่วนของผู้ที่ระบุว่า &amp;nbsp;ลงคะแนนให้กับผู้สมัคร ส.ส. หรือพรรคการเมือง/กลุ่มการเมืองอื่น ไปเลือก แต่ไม่ลงคะแนนให้ใคร (Vote No) ไม่ไปลงคะแนน และอื่น ๆ ได้แก่ ยังไม่ตัดสินใจ ขอดูนโยบายของพรรค ความรู้ความสามารถของตัว ส.ส. และดูว่า ส.ส. ที่จะเลือกอยู่พรรคไหน มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.91 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.78 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.38 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.41 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.52 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 48.45 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.55 เป็นเพศหญิง&amp;nbsp;ตัวอย่างร้อยละ 7.24 มีอายุ 18 &amp;ndash; 25 ปี ร้อยละ 13.76 มีอายุ 26 &amp;ndash; 35 ปี ร้อยละ 22.83 มีอายุ 36 &amp;ndash; 45 ปี ร้อยละ 32.38 มีอายุ 46 &amp;ndash; 59 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และร้อยละ 23.79 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 95.07 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.58 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.79 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 0.56 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 21.56 สถานภาพโสด ร้อยละ 73.75 สมรสแล้ว ร้อยละ 3.97 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 0.72 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างร้อยละ 29.44 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 30.07 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.71&amp;nbsp; จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 26.33 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.57 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 0.88 ไม่ระบุการศึกษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างร้อยละ 10.58 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 14.64 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน &amp;nbsp;ร้อยละ 22.52 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 15.51 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.56 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 18.85 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 2.31 เป็นนักเรียน/นักศึกษา และร้อยละ 1.03 ไม่ระบุอาชีพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างร้อยละ 17.66 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 26.89 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 23.23 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 &amp;ndash; 20,000 บาท ร้อยละ 10.90 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 &amp;ndash; 30,000 บาท ร้อยละ 4.69 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 &amp;ndash; 40,000 บาท ร้อยละ 8.04 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 8.59 ไม่ระบุรายได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61186</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นักการเมือง, นิด้าโพล, ส.ส., สำรวจความคิดเห็น, เลือกตั้ง, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7e8a5b4e484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แย่งเก้าอี้รัฐมนตรีขึ้นอันดับ1ปัญหาที่ชาวบ้านจับตา ส่วนเรื่องจริยธรรมนักการเมืองรั้งบ๊วย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2562 - &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้เผยสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,327 คน ระหว่างวันที่ 25-29 มิ.ย.ในหัวข้อ &amp;ldquo;10 อันดับ&amp;rdquo; ปัญหาการเมืองไทยที่คาใจประชาชน ณ วันนี้ โดยพบว่า อันดับ 1 การจัดตั้งรัฐบาล /เก้าอี้รัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;46.87% เพราะยังไม่เห็นความชัดเจน ใช้เวลานานในการจัดตั้ง จะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหรือไม่ คุณสมบัติรัฐมนตรีแต่ละคนเหมาะสมเพียงใด ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทุจริตคอร์รัปชัน 38.28% เพราะมีมาทุกยุคทุกสมัย มีการปราบปรามแต่ไม่ลดลง ควรจับกุมผู้ที่มีอิทธิพลหรือตัวการใหญ่ให้ได้ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม ฯลฯ อันดับ 3 ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 3.38%
เพราะ กกต. ยังไม่ชี้แจงในประเด็นที่คลุมเครือ การนับคะแนน &amp;nbsp;สูตรคำนวณไม่เป็นที่ยอมรับ มีการโกงเลือกตั้งจริงใช่หรือไม่ ฯลฯ อันดับ 4 การบริหารประเทศของรัฐบาล /นโยบายประชารัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.53% เพราะประเทศอยู่ในภาวะหยุดชะงัก บริหารงานไม่ต่อเนื่อง นโยบายที่หาเสียงไว้จะสามารถทำได้หรือไม่ รัฐบาลอาจอยู่ไม่ครบวาระ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มา 250 ส.ว./บทบาทและอำนาจหน้าที่ 25.62% เพราะหลักเกณฑ์การสรรหาและการคัดเลือกไม่โปร่งใส มีทั้งระบบพวกพ้อง เครือญาติ &amp;nbsp;ทำไม ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ ได้ ฯลฯ อันดับ 6 การบังคับใช้กฎหมาย /กฎหมายรัฐธรรมนูญ 22.31% เพราะมีความเอนเอียง สองมาตรฐาน ใช้รัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ ไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย ขาดการมีส่วนร่วม ฯลฯ อันดับ 7 ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส. /ถือหุ้นสื่อ 21.85%
เพราะควรดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ไม่สองมาตรฐาน ควรตรวจสอบให้ละเอียดทุกพรรค ปฏิบัติให้เหมือนกัน ฯลฯ &amp;nbsp;อันดับ 8 การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ 19.74% เพราะชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก ต้องดิ้นรน ช่วยเหลือตนเอง ค่าครองชีพสูง ของกิน-ของใช้แพง ยังไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ฯลฯ อันดับ 9&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ 17.33% เพราะมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก ไม่สามารถตรวจสอบได้ มีผู้ได้รับประโยชน์เพียงบางกลุ่ม ไม่ทั่วถึง &amp;nbsp;อาจมีการทุจริตคอร์รัปชัน ฯลฯ และอันดับ 10 คุณธรรมจริยธรรมทางการเมือง14.77% เพราะ เป็นปัญหาวิกฤติ นักการเมืองขาดคุณธรรมจริยธรรม ใช้ระบบอุปถัมภ์ สนับสนุนแต่พวกพ้อง ไม่คำนึงถึงประชาชนเป็นสำคัญ ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39775</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรัฐมนตรี, ปัญหาการเมืองไทย, มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, สวนดุสิตโพล, สำรวจความคิดเห็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d181dc9aa7bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2019 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2019 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนกรุงเทพฯไม่เห็นด้วยขึ้นค่าโดยสารรถเมล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 2562 กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ผลกระทบต่อผู้โดยสารกับการขึ้นราคารถเมล์&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 1,209 &amp;nbsp;คน พบว่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาพรวมประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 52.7 ไม่ทราบเกี่ยวกับการปรับขึ้นราคารถเมล์สาธารณะของ ขสมก. ในวันที่ 21 มกราคม 62 ที่จะถึงนี้ &amp;nbsp;โดยทราบการปรับราคารถโดยสารธรรมดาครีม-แดง &amp;nbsp;(รถเมล์ร้อน) จะปรับขึ้นจาก 6.50 บาท เป็น &amp;nbsp;8 บาท มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 57.3 ขณะที่ทราบการปรับราคาสำหรับผู้ที่ใช้รถปรับอากาศทางด่วนจะต้องชำระเพิ่มจากค่าโดยสารอีก 2 บาทน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 40.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการปรับขึ้นค่ารถเมล์เหมาะสมหรือไม่อย่างไร พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 60.9 เห็นว่าไม่เหมาะสม โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 47.1 ให้เหตุผลว่าทำให้ประชาชนมีค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น และร้อยละ 13.8 เห็นว่าระยะเวลาการปรับขึ้นอีกครั้งห่างกันแค่ 1 ปี น่าจะนานกว่านี้ (อาจมีการปรับราคาอีกในปี 2563) ขณะที่ร้อยละ 39.1 เห็นว่าเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่าในภาพรวมคิดว่าการปรับขึ้นค่ารถเมล์ จะส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้รถเมล์หรือไม่อย่างไร พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 75.8 เห็นว่าจะส่งผลกระทบ โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 69.0 ให้เหตุผลว่าจะทำให้ค่าครองชีพเพิ่มมากขึ้น ถ้าต้องไปหลายต่อ รองลงมาร้อยละ 4.4 จะทำให้คนหันไปใช้ระบบขนส่งอื่นแทน เช่น เรือ รถไฟฟ้า และร้อยละ 2.4 จะทำให้คนหันไปซื้อรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น ขณะที่ร้อยละ 24.2 เห็นว่าจะไม่ส่งผลกระทบ คิดว่าใช้เหมือนเดิม เพราะราคาไม่ได้ปรับขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อถามว่าการขึ้นราคารถเมล์สาธารณะของ ขสมก. ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของตัวท่านเองมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.1 เห็นว่าจะส่งผลกระทบค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 38.9 จะส่งผลกระทบค่อนข้างมากถึง มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายเมื่อถามถึงเรื่องที่คาดหวังอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกับการใช้บริการรถเมล์ &amp;nbsp;หลังจากมีการปรับขึ้นราคาพบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 78.2 อยากให้มีรถสภาพใหม่ทุกสาย ไม่มีควันดำ แอร์ไม่ร้อน ไม่มีกลิ่นเหม็น รองลงมาร้อยละ 68.0 อยากให้มีพนักงานขับและพนักงานเก็บเงินให้บริการดี สุภาพเรียบร้อย และร้อยละ 62.7 อยากให้มีรถเมล์ครอบคลุมทุกเส้นทาง &amp;nbsp;เพียงพอกับความต้องการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, ขึ้นค่ารถเมล์, สำรวจความคิดเห็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c43d781b7f41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 22:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์เตรียมสำรวจความเห็นประชาชนกรณีโทษประหารชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์เตรียมสำรวจความคิดเห็นประชาชนประเด็นโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ประหารชีวิตนักโทษไป 8 คนเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติด และเป็นการประหารชีวิตนักโทษมากที่สุดในรอบสิบปี รายล่าสุดที่โดนประหารชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ปราบู เอ็น แพทมานาตัน วัย 31 ปี นักโทษค้ายาเสพติดชาวมาเลเซีย แม้ทางการมาเลเซียที่ประกาศยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว จะขอร้องให้สิงคโปร์ละเว้นโทษประหารนักโทษชาวมาเลเซียผู้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์สเตรทส์ไทม์รายงานเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมว่า เป็นครั้งแรกที่กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์สำรวจความคิดเห็นประชาชนในเรื่องโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์กล่าวในถ้อยแถลงกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ทางกระทรวงต้องการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเรื่องโทษประหารชีวิต เพื่อจะได้เข้าใจทัศนคติของพลเมืองสิงคโปร์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยตามปกติของรัฐบาลในเรื่องระบบยุติธรรมทางอาญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลเมืองและผู้อาศัยอย่างถาวรในสิงคโปร์ โดยจะมีการสุ่มสำรวจความคิดเห็นชาวสิงคโปร์ในเรื่องนี้ตามอายุ, เชื้อชาติ, เพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สเตรทส์ไทม์รายงานว่า จะมีการสอบถามความคิดเห็นประชาชนราว 2,000 คน ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม กระทรวงมหาดไทยว่าจ้างให้แบล็กบ็อกซ์รีเสิร์ช ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาวิจัยการตลาด เป็นผู้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิล โรเบอร์สัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์เอเชีย ให้ความเห็นว่า แม้สิงคโปร์จะสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเรื่องโทษประหารชีวิต แต่ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าสิงคโปร์จะผ่อนคลายโทษประหารหรือสำรวจความเห็นประชาชน เพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้โทษประหารต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21129</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำรวจความคิดเห็น, สิงคโปร์, โทษประหารชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd9d03769be3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2018 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2018 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนส่วนใหญ่เชื่อการเลือกตั้งในปีหน้าสภาพการเมืองไทยก็ยังเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย. 61 - สวนดุสิตโพล เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ต่อการเตรียมการเลือกตั้ง โดยได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,168 คน ระหว่างวันที่ 24-28 เมษายน 2561 สรุปผลได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เมื่อเปรียบเทียบการพิจารณาตัดสินใจเลือกผู้สมัคร ส.ส. ระหว่างการเลือกตั้งที่ผ่านมา กับ การเลือกตั้งที่คาดว่า จะมีขึ้นในต้นปีหน้า การตัดสินใจเลือกของประชาชน กรณี &amp;ldquo;พรรคการเมือง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ตัวผู้สมัคร ส.ส.&amp;rdquo; เป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1) &amp;nbsp;กรณี &amp;ldquo;พรรคการเมือง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 1&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;การพิจารณาที่เปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆมา&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;58.60%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;คือ มีพรรคการเมืองหลากหลาย มีตัวเลือกให้พิจารณามากขึ้น มีพรรคใหม่ ๆ มีความตั้งใจอยากจะไปเลือกตั้ง ฯลฯ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 2&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;พิจารณาเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;41.40%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เพราะ เลือกตามความชอบ เลือกตามคนในครอบครัว มีพรรคใหญ่ไม่กี่พรรค คงไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม ฯลฯ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 1.2) &amp;nbsp;กรณี &amp;ldquo;ตัวผู้สมัคร ส.ส.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 1&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;การพิจารณาที่เปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆมา&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;55.04%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;คือ มีตัวเลือกใหม่ มี ส.ส. ที่เป็นคนรุ่นใหม่ คนหน้าใหม่ จะพิจารณาจากความรู้ความสามารถ มีอุดมการณ์ชัดเจน อยากเห็นบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง ฯลฯ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 2&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;พิจารณาเหมือนเดิม&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;44.96%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เพราะ ผู้สมัครเป็นคนกลุ่มเดิม พิจารณาจากคนในพื้นที่ คนที่ชอบ เป็นที่รู้จัก มีคุณสมบัติเหมาะสม ฯลฯ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 2. การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า (ปี 2562) ประชาชนคิดว่าจะทำให้สภาพการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะใด&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 1&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เหมือนเดิม&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;45.03%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เพราะ ได้พรรคเดิม ๆ เข้ามาทำงาน เป็นการเมืองแบบเก่า แบ่งฝ่ายกันเหมือนเดิม ทำเพื่อตนเองและพวกพ้องฯลฯ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 2&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;ดีขึ้น&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;42.93%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เพราะ บ้านเมืองจะได้เป็นประชาธิปไตย ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ ประชาชนได้มีสิทธิมีเสียง&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;มีนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ฯลฯ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 3&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;แย่ลง&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;12.04%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เพราะ เกิดความขัดแย้ง มีคนที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ อาจมีการชุมนุมเคลื่อนไหว บ้านเมืองไม่สงบ ฯลฯ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 3. สิ่งที่ประชาชนอยากบอก &amp;ldquo;นักการเมืองไทย&amp;rdquo; ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในปีหน้า คือ&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 1&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เป็นคนดี มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;54.85%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 2&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เน้นพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;42.83%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 3&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;มีวิสัยทัศน์ แนวคิดทันสมัย พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;17.93%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 4&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;เป็นนักการเมืองที่เป็นแบบอย่างที่ดี ยกระดับการเมืองไทยให้มีคุณภาพ&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;14.98%&lt;/p&gt;
			
		
		
			
			&lt;p&gt;อันดับ 5&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;ขอให้แข่งขันด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่โจมตีกันไปมา&lt;/p&gt;
			
			
			&lt;p&gt;10.76%&lt;/p&gt;
			
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8088</URL_LINK>
                <HASHTAG>พฤติกรรมการเลือกตั้ง, สวนดุสิตโพล, สำรวจความคิดเห็น, เลือกตั้ง, โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae51a2f9a123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
