<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โพล’หนุนกักขัง แนะเลื่อน‘ภาษี’ ดันอุ้มเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โพลสะท้อนประชาชนพอใจคุมเข้มกักตัวเข้าประเทศรับมือภัยไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลประยุทธ์ ขณะที่การเยียวยายกให้เลื่อนชำระภาษี-จ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร ด้านเด็กยากจนไม่ช่วยมีสิทธิ์หลุดเรียนต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ กรณี &amp;ldquo;ความพึงพอใจต่อมาตรการต้านโควิด-19 ของรัฐบาล&amp;rdquo; จำนวนทั้งสิ้น 1,801 คน &amp;nbsp;สำรวจทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2563 สรุปผลได้ ดังนี้ 1.มาตรการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาลที่ประชาชนพึงพอใจ คือ 1.คุมเข้มกักตัวผู้โดยสารเดินทางเข้าไทย 14 วัน 94.18% 2.ห้ามเครื่องบินเข้าสู่ไทยชั่วคราว 92.55% 3.อสม.แต่ละพื้นที่ตรวจติดตามคนในชุมชน 89.03% 4.กักตัว อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ 88.01% 5.การตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยง 87.08%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;มาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน&amp;rdquo; ภาพรวม 1.เลื่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ถึง 31 ส.ค.63 83.51% 2.จ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรครัวเรือนละ 15,000 บาท 81.43% 3. ประกันสังคมจ่ายเงินกรณีว่างงานจากผลกระทบโควิด-19 80.86% 4.ประกันสังคมลดเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน 79.11% 5.ใช้ไฟฟรี 150 หน่วย/ลดค่าไฟ 50% จำนวน 79.03%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เปิดใจเด็กยากจนช่วงลำบากโควิด-19 โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจำนวน 553 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 เมษายน-2 พฤษภาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า เด็กยากจนพิเศษช่วงลำบากโควิด-19 มีจำนวนมากถึง 732,843 คนทั่วประเทศ โดยในขณะนี้ได้รับการดูแลช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และพบด้วยว่า ส่วนใหญ่ หรือ 92.6% ได้รับความช่วยเหลือเรื่องปากท้อง ค่าครองชีพ อาหารการกินในชีวิตประจำวัน รองลงมาคือ 43.9% ระบุได้รับอุปกรณ์การเรียน 23.7% ระบุพ่อแม่ได้รับเงินช่วยเหลือ มีงานทำพัฒนาอาชีพ และ 20.5% ระบุค่าเดินทางและอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ถ้าไม่มีความช่วยเหลือดูแลจากหน่วยงานรัฐเข้ามาตอนนี้ จะทำให้เกิดความทุกข์ยากมากน้อยเพียงไร ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือ 80.4% ระบุจะทุกข์ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ 19.6% จะทุกข์ค่อนข้างน้อยถึงไม่ทุกข์เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ถ้าไม่มีความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐในตอนนี้ โอกาสที่จะเรียนต่อเป็นอย่างไร ผลสำรวจพบว่าส่วนใหญ่หรือ 66.4% ระบุเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนต่อ ในขณะที่ 33.6% ระบุเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่ 53.2% ของเด็กยากจนพิเศษระบุความช่วยเหลือดูแลต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่ 46.8% ระบุเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ น่าปลื้มที่ส่วนใหญ่ 97.1% ของเด็กยากจนพิเศษตั้งใจจะช่วยเหลือดูแลผู้อื่นต่อไปให้มากที่สุดถ้าตนเองประสบความสำเร็จในชีวิตข้างหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า ผลโพลชี้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ที่เด็กยากจนพิเศษจะเรียนต่อถ้าไม่มีหน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือตอนนี้ หน่วยงานรัฐต่างๆ สามารถใช้ช่องทางของกฎหมายกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเข้าถึงพวกเขาได้อย่างเร่งด่วนโดยไม่ต้องรอให้พวกเขาร้องขอ เพราะเสียงของพวกเขาไม่ได้ดังเหมือนเสียงของคนในโลกโซเชียลที่กำลังใช้โซเชียลมีเดียห้ำหั่นทำลายกันมากกว่าสร้างสรรค์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64981</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ประชาชนพอใจคุมเข้ม, สวนดุสิตโพล, สำรวจความคิดเห็นของประชาชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200503/image_big_5eaec3542e81c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนดุสิตโพลเผยศก.ฝืดเคือง&#039;ปชช.&#039;ลดท่องเที่ยว-ช้อปปิ้ง-สังสรรค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62-สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,174 คน ระหว่างวันที่ 19-23 พฤศจิกายน 2562 ต่อการดำเนินชีวิตประจำ หลังประเทศไทยกำลังประสบปัญหาที่ซับซ้อนและยุ่งยากทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในขณะที่ประชาชนทั่วไปก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนเลี้ยงดูครอบครัวและดำรงชีวิตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้นพบว่า อันดับ 1 ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง งานเลี้ยงสังสรรค์ ของฟุ่มเฟือย 69.38% อันดับ 2 ไม่ออกนอกบ้าน อยู่บ้านมากขึ้น ทำอาหารทานเองที่บ้าน 40.74% อันดับ 3วางแผนการเงิน แบ่งเงินเป็นส่วน ๆ ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย 22.85% อันดับ 4 ซื้อสินค้าเฉพาะในช่วงที่ลดราคา จัดโปรโมชั่น &amp;nbsp;21.23% อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำงานพิเศษ หารายได้เสริม เก็บออมเงิน 19.60%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือที่เรียกว่า ปัจจัย 4 อย่างไร? พบว่า 1.ประหยัดน้ำ ไฟ /ปิดไฟ ถอดปลั๊ก เมื่อไม่ใช้งาน 65.63% ทำอาหารทานเอง ลดทานข้าวนอกบ้าน 62.83% หมั่นดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ซ่อมเอง 39.35% กำหนดค่าใช้จ่ายในแต่ละมื้อ ไม่เกินกี่บาท 37.59% ไม่กินทิ้งกินขว้าง กินพอดี เหลือเก็บใส่กล่อง 23.46% และเลือกเช่าราคาไม่แพง หารกับเพื่อน อยู่กับญาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.77%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสิ่งที่ประชาชนไม่สามารถประหยัดได้ มีอะไรบ้าง? พบว่า อันดับ 1 ค่าเดินทาง ค่ารถเมล์ ค่ารถไฟ ค่าน้ำมัน 63.52% อันดับ 2 ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล 50.80% อันดับ 3 ค่าเช่า ค่าผ่อนชำระต่างๆ เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ บัตรเครดิต 24.79% อันดับ 4 ค่าเทอม ค่าเล่าเรียน 20.64% อันดับ 5 ค่าภาษีสังคม เช่น งานบุญ งานแต่งงาน งานศพ18.66%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50970</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดำเนินชีวิตประจำ, ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น, สวนดุสิตโพล, สำรวจความคิดเห็นของประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dd9dd42dc988.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฝุ่น&#039;ก็ทำโพล!&#039;สวนดุสิต&#039;อ้างคนส่วนใหญ่ชี้เข้าขั้นวิกฤติ-ร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - &amp;quot;สวนดุสิตโพล&amp;quot; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นจากรณี ที่กระทรวงศึกษาธิการสั่งปิดสถานศึกษาในสังกัด เป็นเวลา 2 วัน เพื่อป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละออง &amp;nbsp; ต่อนักเรียน ซึ่งพบว่าปริมาณฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน &amp;nbsp;โดยได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 1,353 คน ระหว่างวันที่ 30 มกราคม &amp;ndash; 1 กุมภาพันธ์ 2562 สรุปผลได้ ดังนี้
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, ฝุ่นคลุมกรุงเทพ, ฝุ่นพิษ, ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5, สำรวจความคิดเห็นของประชาชน, โพลสวนดุสิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4ae3775bdfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
