<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ปลื้มดัชนีความเชื่อมั่นเอกชนโต7เดือนติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค. 2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการประจำเดือนพ.ย. 2563 อยู่ที่ระดับ 87.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 86.0 ในเดือนต.ค. 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 นับตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากคำสั่งซื้อ ยอดขาย และปริมาณการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ สำหรับตลาดในประเทศได้รับอานิสงค์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่องในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการคนละครึ่ง ช็อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกัน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และเงินช่วยเหลือเกษตรกร ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของประชาชนและ การใช้จ่ายในประเทศ รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐในโครงการลงทุนต่างๆ ยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพันธุ์ กล่าวว่า ยังเป็นห่วงสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งตัวเพิ่มขึ้นอีก โดยในปัจจุบันอยู่ที่ 30.22 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากเดิมในเดือนเม.ย. 63 อยู่ที่ 33.05 บาทต่อเหรียญสหรหัฐ ซึ่งแข็งค่าขึ้นกว่า 8.56% ในขณะที่กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นประเทศคู่แข่งหลักของไทยนั้นมีค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นเพียง 1.97% จากช่วงเดียวกัน ซึ่งเป็นผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมที่เป็นต้องอาศัยการส่งออกเป็นหลัก เนื่องจากจะทำให้ต้นทุนของสินค้านั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่าประเทศอื่น ๆ เป็นข้อพิจารณาของประเทศคู่ค้า หากต้องการซื้อสินค้าจากไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องค่าเงินบาทเป็นเรื่องที่ต้องมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะเป็นเรื่องที่จะส่งผลกระทบต่อศักยภาพของการแข่งขันในตลาดนอกประเทศ ซึ่งแนวทางการจัดการนั้นอาจจะต้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ โดยมองว่าอยู่ที่ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐเป็นอัตราที่สมควร หรือไม่ก็จะต้องไปทำการค้ากับประเทศที่มีค่าเงินแข็งกวว่าเงินบาท โดยเฉพาะออสเตรเลียที่ค่าเงินแข็งขึ้นกว่า 18.52%&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศและในประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากการลักลอบเข้าเมือง ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่ง ส.อ.ท. ได้รวบรวมข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ โดยต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2564 และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในทิศทางเดียวกับประเทศอื่นในภูมิภาค เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกสามารถแข่งขันได้ รวมถึงรักษามาตรฐานการควบคุมโรคโควิด-19 หลังจากมีการผ่อนปรนมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 94.1 จากระดับ 91.9 ในเดือนต.ค. 63 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการใช้จ่ายของภาครัฐทั้งการบริโภคและการลงทุน รวมทั้งความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ นอกจากนี้ การผ่อนปรนมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87147</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.), สำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการประจำ, สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdb13054d6fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
