<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่ม3จว.ประสบอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ฝนกระหน่ำเกิดอุทกภัยใน 3 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 285 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ล่าสุด นายสุพัด อาลา ผญบ.บ้านใหม่สามัคคี (ห้วยวาด) ม.7 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ได้รายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมากัดเซาะถนนทางข้ามลำห้วยที่ใช้ท่อคอนกรีตถมดินเพื่อสัญจรไปมาพังเสียหายไปแล้วจำนวน 2 จุด ทำให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนเดินทางสัญจรเข้าออกและไปเรียนหนังสือยากลำบากเพราะเกรงจะเกิดอันตราย เบื้องต้นได้รายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเบื้องต้นพบว่า จุดที่เสียหายรถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ประชาชนเดือดร้อนเรื่องทางสัญจร ต้องอ้อมไปใช้เส้นทางป่าเขา ระยะทางประมาณ 2 กม. บ้านเรือนเสียหาย 30 หลัง ประชาชนเดือดร้อน 100 คน ซึ่งทางเทศบาลและอำเภอจะดำเนินการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนก่อน เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกเป็นระยะจึงทำให้การซ่อมแซมหรือแก้ปัญหาลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2564 ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุนับ 100 ปีล้มลงมาที่ลำห้วยแม่สอด และทับขวางทางน้ำ ทำให้รางระบายน้ำในลำห้วยไม่สามารถระบายน้ำได้ ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ ปวงละคร นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก สั่งการให้หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ดับเพลิง) เทศบาลนครแม่สอด นำเครื่องมือ-เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่ออกไปทำการตัดกิ่งไม้และลำต้นไม้ขนาดใหญ่ขนไปทิ้ง เพื่อเปิดทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่ เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยฯ ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงจึงเคลียร์ต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางทับลำห้วยแม่สอดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่เทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้เกิดน้ำล้นลำห้วยแม่สอด ไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลนครแม่สอดหลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จ.ตรัง หลายพื้นที่ยังคงเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตรัง บางหมู่บ้าน ถนนถูกตัดขาด ต้องเดินลุยน้ำเข้าออก ขณะที่งูและสัตว์มีพิษก็ออกเพ่นพ่าน ด้านจังหวัดได้ประกาศให้เฝ้าระวังต่อเนื่องในวันที่ 12 ก.ค. จากฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมฝั่งแม่น้ำตรัง และยังทำให้ปริมาณน้ำในคลองชีที่ไหลจากน้ำตกร้อยชั้นพันวัง อ.วังวิเศษ เอ่อล้นตลิ่งและไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน และในบางพื้นที่น้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น เช่น ที่ ต.เขาวิเศษ มีน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 ซม. ทำให้ประชาชนยังต้องเดินลุยน้ำเข้าออก ขณะที่ถนนเส้นทางสัญจรผ่านไปมาในหมู่บ้านจำนวน 3 สายถูกน้ำตัดขาด รถจักรยานยนต์ผ่านไม่ได้ ระดับน้ำสูงประมาณ 40 ซม. ทำให้ประชาชนยังคงเดือดร้อนอีกประมาณ 40 ครัวเรือน คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาซ้ำระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดอุทกภัย 3 จังหวัด ได้แก่ ตรัง ระนอง และลำปาง รวม 7 อำเภอ 14 ตำบล 28 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 285 หลัง แยกเป็น ตรัง เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.กันตัง อ.วังวิเศษ อ.สิเกา และ อ.เมืองตรัง รวม 7 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระนอง เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองระนองและกระบุรี รวม 6 ตำบล 21 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 276 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ระดับน้ำลดลง ลำปาง เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง โดยน้ำได้กัดเซาะคอสะพานข้ามลำห้วยเสียหาย 2 จุด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ท้ายนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประสบภัย, ฝนกระหน่ำเกิดอุทกภัย, สำรวจความเสียหาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec34354cd91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯจวกเปรียบเทวดา เตรียมทุ่มเยียวยานํ้าท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นไร้สาระเปรียบเป็นเทวดา ซัดโซเชียลฯ บิดเบือนปิดถนนลงพื้นที่อุบลฯ จัดหมื่นล้านเตรียมเยียวยาชาวบ้าน รมว.เกษตรฯ ขีดเส้น 1 สัปดาห์เร่งสำรวจความเสียหาย &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ลุยน้ำท่วมรอบ 3 โต้ ส.ส.เพื่อไทยไม่มีหน้าที่ประจบนายกฯ อ้างทำงานหนักช่วย ปชช.อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่า พยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมถึงทุกหน่วยราชการ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการยกระดับเพื่อเตรียมการฟื้นฟู แต่ยังมีอีก 4 จังหวัดยังมีน้ำท่วมสูงอยู่ และยังได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการทั้ง 4 จังหวัดได้รับนโยบายไปดำเนินการแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ไปปิดเส้นทางถนนเพื่อให้ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีผ่านนั้น ขอยืนยันว่าตนไปอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งสิ่งนี้เรียกว่าการบิดเบือนของสื่อโซเชียลในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนก็ดีใจที่ได้ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และจากนี้จะมีคณะรัฐมนตรี (ครม.)หมุนเวียนลงไปติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับมาตรการการฟื้นฟู จะต้องนำรายละเอียดไปหารือในที่ประชุม ครม.อีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจ และได้เน้นย้ำให้ทยอยดำเนินการ ในขณะที่ทหารจะต้องลงไปช่วยซ่อมแซมถนนร่วมกับกรมทางหลวงชนบท ส่วนรัฐบาลต้องเตรียมวงเงินไว้รองรับจำนวนหลายหมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการซ่อมบ้านพักของประชาชนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลังและเสียหายบางส่วน โดยได้เน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่มีบ้านเสียหายทั้งหลังก่อนเพราะจะไม่มีที่อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่ารัฐบาลไม่สามารถแจกเงินได้เหมือนกับภาคเอกชน เพราะติดระเบียบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่สามารถนำเงินหลวงไปแจกจ่ายได้ ยกเว้นที่จะมีแผนงานและโครงการที่ชัดเจน ในระหว่างนี้ใครจะบริจาคอย่างไร ก็เป็นเรื่องของเขา แต่ก็ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งยอมรับว่าชาวบ้านก็ได้กำลังใจ แต่อย่ามาเหมารวมว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำเช่นนั้น เพราะทำไม่ได้ และต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเงินที่ได้มาต้องจัดทำเป็นรูปแบบอย่างครบถ้วน ในการเยียวยาชดเชยพืชไร่และพืชสวน รวมถึงปศุสัตว์ที่จะต้องมีการสำรวจความเสียหาย เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเงินในส่วนของรัฐ ขอให้รอบคอบและใจเย็นๆ รู้ว่าทุกคนเดือดร้อนและอยากได้เงิน แต่ต้องเห็นใจว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินในภาพรวมของงบประมาณในรัฐบาลที่ได้มาจากภาษีของประชาชน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีผลพวงจากการลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่มีการเรียกหา ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย นายกฯ ยอมรับว่า ได้ถามหา ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เพราะนี่คือการปฏิรูปทางการเมือง ไม่ได้หวังให้เขามาต้อนรับ หากเขามาจะถามว่าอยากได้อะไร เพราะไม่ได้ฟังเฉพาะ ส.ส.รัฐบาล ในขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านก็ได้ไปฟังความต้องการของชาวบ้านมาเช่นกัน เพื่อจะได้ทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เรียกมารับตน เพราะไม่ต้องมีใครมารับ ตนก็ไปได้&amp;nbsp;
ไร้สาระเปรียบเป็นเทวดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีการเปรียบเทียบว่าเป็นนายกฯ เทวดานั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;อย่าเอาคนไปยุ่งกับเทวดา มนุษย์ก็คือมนุษย์ เทวดาก็คือเทวดา อย่านำเรื่องเหล่านี้มาตีกันมากมาย เพราะเป็นเรื่องไร้สาระ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้เดินทางร่วมคณะไปกับนายกรัฐมนตรีด้วย ยืนยันไม่มีการสั่งเคลียร์พื้นที่ เป็นการลงพื้นที่แบบพื้นๆ ขนาดนั่งเรือท้องแบนก็ยังไปติดแก่งเลย จะเป็นเทวดาที่ไหน อีกทั้งยังนั่งเรือเป็นชั่วโมง ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;quot;ทำงานก็ด่า ไม่ทำงานก็ด่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การเร่งระบายน้ำมูลที่ท่วมจังหวัดอุบลราชธานีเป็นไปอย่างรวดเร็วตามที่ได้สั่งการกรมชลประทานว่าวันที่ 20 ก.ย.เป็นต้นไป ประชาชนที่มาอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวต้องเริ่มกลับบ้านเรือนได้ ศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) จังหวัดอุบลราชธานีได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำท้ายลำน้ำมูล ทำให้ระบายลงสู่แม่น้ำโขงมากขึ้นถึงร้อยละ 30 ระดับน้ำลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าระดับน้ำจะกลับสู่ตลิ่งวันที่ 29 ก.ย. คาดว่าจะเร็วกว่า 3-4 วัน ซึ่งนับเป็นข่าวดีมาก หลังจากนี้กรมชลประทานจะเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยงานสำรวจพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อรวบรวมข้อมูลพื้นที่เกษตรที่ได้รับความเสียหายให้เสร็จใน 1 สัปดาห์หลังน้ำลด โดยทุกจังหวัดจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ต้องสรุปพื้นที่เสียหาย ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ กำหนดกรอบวงเงินงบประมาณภายใน 1 เดือน เกษตรกรถูกน้ำท่วมมานาน เดือดร้อนมากแล้ว จำเป็นต้องช่วยเหลือและฟื้นฟูอาชีพด่วนที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังเป็นห่วงคือ อำเภอเสลภูมิและเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับรายงานจากอธิบดีกรมชลประทานว่า เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ฝนตกที่อำเภอบรบือ ซึ่งอยู่ทางเหนือของ 2 อำเภอนี้ วัดได้ 130 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณฝนมาก ทำให้มีน้ำไหลลงมาเติมน้ำที่ท่วมอยู่แล้ว ซึ่งได้กำชับให้กรมชลประทานเร่งระบายน้ำท่วมพื้นที่เกษตรลงสู่ลำน้ำยังและลำน้ำเสียวใหญ่ และเกษตรกรแจ้งว่าน้ำที่ท่วมพัดพาตะกอนดินมาทับถมในแปลงนา เช่นอำเภอเสลภูมิ ตะกอนดินหนา 30-50 เซนติเมตร จึงได้สั่งการกรมพัฒนาที่ดินเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ให้เกษตรกรตามระเบียบแล้วมีงบประมาณให้ไร่ละ 700 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยระบุ ส.ส.เพื่อไทยไม่ได้มีหน้าที่รับนายกฯ ว่าคุณหญิงสุดารัตน์มองโลกในแง่ร้ายเกินไป มีอคติ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ต้องการให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาต้อนรับ แต่ต้องการให้ส.ส.เพื่อไทยมาร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วยกัน มาร่วมแรงร่วมใจกัน ไม่เข้าใจว่าคุณหญิงสุดารัตน์ซึ่งจบปริญญาเอกทางด้านพุทธศาสนา แต่กลับมองเจตนานายกฯ ในแง่ลบได้ตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้พรรคเพื่อไทยเพลาๆ เกมการเมืองลงบ้าง มาร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจะดีกว่า จึงไม่ใช่เวลามาสาดโคลนโจมตีกัน อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ได้เข้าใจ ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้นักการเมืองรุ่นใหม่จะดีกว่า&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐระบุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุบลราชธานี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีประจำพล.อ.ประวิตร เดินทางไปมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 800 ชุด ที่ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.โพธิ์ศรี อ.พิบูลมังสาหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายประสานได้นำความห่วงใยของ พล.อ.ประวิตรกล่าวกับผู้ประสบอุทกภัยว่า พล.อ.ประวิตรกำชับว่าต่อไปนี้จะต้องไม่มีน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก เพราะทุกพื้นที่จะต้องมีการนำแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้โดยหาพื้นที่ทำแก้มลิง รวมถึงต่อไปนี้จะต้องให้มี 1 ตำบล 1 บ่อน้ำ รวมถึงหน่วยราชการต่อไปนี้ต้องทำงานบูรณาการร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว จึงมั่นใจว่าจากนี้ไปชาวอุบลฯ จะไม่พบกับวิกฤติน้ำท่วมอีก
ส.ส.ไม่มีหน้าที่ประจบนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ส.ส.และแกนนำพรรค ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน จ.อุบลราชธานี ที่กำลังประสบภัยน้ำท่วม โดยกล่าวถึงกรณีที่นายกฯ กล่าวพาดพิงถึง ส.ส.พรรคเพื่อไทยหายไปไหนว่า หน้าที่และจิตสำนึกของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมทุกคนอยู่ในพื้นที่ไม่ใช่แค่อุบลราชธานี แต่ทุกจังหวัดที่มีน้ำท่วม ส.ส.ทำงานหนักอยู่กับประชาชนยามที่มีทุกข์ หน้าที่มารับนายกฯ จึงไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส. หรือแม้แต่การเอาอกเอาใจ ซึ่งหน้าที่ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือไปดูแลทุกข์สุขและเอาอกเอาใจประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เจอส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ตลอดช่วงเวลาที่เกิดน้ำท่วมพรรคเพื่อไทยไม่เคยพูดถึงนายกฯ แต่มุ่งมั่นที่จะทำงาน และประสานงานผ่านสภาผู้แทนราษฎร แต่หากนายกฯ อยากทำงานให้กับประชาชน ควรนำความเดือดร้อนของประชาชนที่สะท้อนไปแก้ไข พวกเราจึงไม่ถือสา ถ้านายกฯ อยากทราบว่าทำไมเราไม่มาต้อนรับ เพราะพรรคเราไม่เคยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายหรือเอาดีเข้าตัวเอาชั่วเข้าคนอื่น และไม่เคยคิดจะมาแย่งกันเอาหน้า&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการเยียวยานั้น พรรคเพื่อไทยเรียกร้องมาตลอดตั้งแต่สถานการณ์ภัยแล้งจนมาถึงน้ำท่วม อยากให้รัฐบาลทบทวนจากไร่ละ 1,112 บาท ปรับขึ้นเป็นไร่ละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท แล้วเร่งจ่ายให้ทันภายในสิ้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ขอประเมินแผนการช่วยเหลือของรัฐบาล เพราะหากเป็นเพื่อไทย อย่างที่เคยทำมาสมัยเป็นรัฐบาลตั้งแต่ไทยรักไทย เจอสถานการณ์อุทกภัยหลายครั้ง รวมถึงการเกิดสึนามิ ได้บริหารจัดการและส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชนโดยทันที แต่สิ่งที่พบปัจจุบันคือประชาชนต้องพึ่งพาตนเอง จึงอยากให้รัฐบาลนำสิ่งเหล่านี้ไปเป็นบทเรียน ปรับปรุงการรับมือหากมีสถานการณ์อุทกภัยเกิดขึ้นในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.30 น. คุณหญิงสุดารัตน์และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อม ส.ส. ได้ร่วมกันลำเลียงของบริจาค และปล่อยคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบภัย จุดแรกที่สะพานกุดปลาขาว อ.วารินชำราบ ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยจุดนี้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว มีพี่น้องประชาชน อยู่รวมกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชุมชน คือชุมชนท่ากุดเสียว ต.บุ่งไหม ชุมชนกุดปลาขาว ต.เทศบาลวารินชำราบและชุมชนเทศบาลวารินชำราบ โดยประชาชนจุดนี้สื่อสารว่ามีผู้ประสบภัยที่ได้รับความเจ็บป่วย ไม่สามารถนำตัวออกไปรักษายังโรงพยาบาลได้ จึงเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยด่วน นอกจากนี้ยังพบว่าสภาพความเป็นอยู่ เป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะเต็นท์พักพิงชั่วคราวไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ คุณหญิงสุดารัตน์จึงมอบหมายให้ ส.ส.ในพื้นที่เร่งจัดหาผ้าใบมาเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;14.00&amp;nbsp;น. คุณหญิงสุดารัตน์และคณะ เดินทางไปยังศูนย์ประสานงานผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชุมชนวัดเลียบ 2-ชุมชนโรงเรียนเทศบาลบูรพา อุบล1 (ชุมชนหาดวัดใต้) พร้อมมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และสิ่งของช่วยเหลืออื่นๆ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้มาให้กำลังใจประชาชนด้วยความจริงใจ มาทั้งพรรค อย่างไรก็ดี ชาวบ้านได้สะท้อนปัญหา เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินเยียวยา เนื่องจากบ้านเรือนเสียหาย&amp;nbsp;100%&amp;nbsp;รวมถึงไร่นา นอกจากนี้ชาวบ้านได้อาศัยที่ศูนย์มานานแล้วเกือบ&amp;nbsp;1 เดือน&amp;nbsp;และคาดว่าต้องอาศัยอยู่ศูนย์อีกประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนและ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมพี่น้องชาวอุบลราชธานีที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งพบว่าของที่ขาดแคลนที่สุดตอนนี้คือน้ำดื่ม และขณะนี้น้ำเริ่มลดลง สิ่งของจำเป็นอีกอย่างหนึ่งคือยารักษาโรคและอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน ขณะนี้ทีม ส.ส.อนาคตใหม่กำลังรวบรวมสิ่งของเพื่อนำคาราวานขึ้นไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยคาราวานจะออกเดินทางในวันที่ 26 ก.ย. เวลาประมาณ 18.00 น. หรือ 20.00 น. เริ่มต้นหน้าสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง หากประชาชนคนใดสนใจร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นสามารถนำมาบริจาคได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46247</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, น้ำท่วมอุบลราชธานี, สำรวจความเสียหาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เยียวยานํ้าท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84d4982d8bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2019 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2019 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ขีดเส้นสำรวจความเสียหายปาบึก15 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ม.ค.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) &amp;nbsp;พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.กระทรวงมหาดไทย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกฤษฎา บุญราช รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว. คมนาคม ได้เดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึกในพื้นที่อำเภอปากพนังและอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชในเวลา 09.30 น.มีนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และพลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนนับ จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 7 ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้วางพวงหรีดเคารพศพนายปรีชา จันทร์แก้ว อายุ 66 ปีผู้เสียชีวิตจากเหตุพายุโซนร้อนปาบึก และพบญาติผู้เสียชีวิต เพื่อแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัว พร้อมทั้งมอบกระเช้าและถุงยังชีพให้ผู้สูงอายุ 2 ครอบครัว คือครอบครัวนางพลอย ศรีระบาย อายุ 80 ปี และครอบครัวนายถัด จงกล อายุ 84 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้นายกรัฐมนตรี ได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจกับประชาชนที่มาต้อนรับด้วย โดยกล่าวว่า รู้สึกดีในที่ทุกคนยังยิ้ม ยังหัวเราะได้ ขอให้กำลังใจทุกคน หน่วยงานต่างๆ จะมีการสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ทั้งทางด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง สิ่งสาธารณประโยชน์บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนให้ซ่อมแซมทันทีคู่ขนานกับการสำรวจ ส่วนบ้านที่เสียหายทั้งหลังจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน โดยรัฐบาลจะรับผิดชอบดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนไฟฟ้าที่ยังดับอยู่จะดำเนินการให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้(8ม.ค.62) หลังจากนั้น นายกฯและคณะได้เดินทางไปยัง เนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนัง เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยอีกจุดหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25939</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯลงพื้นที่นครศรีธรรมราช, พายุปาบึก, สำรวจความเสียหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c32df9f7cec7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
