<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.อ.ท.ใจชื้น เชื่อมั่นอุตฯงวด ส.ค. ขยับบวกแนะรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.2563 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค. 2563 อยู่ที่ระดับ 84.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 82.5 ในเดือนก.ค. 2563 โดยค่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและประชาชน ได้ร่วมมือกัน ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศสามารถดำเนินการตามปกติ ขณะที่ภาคการผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าตามความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลดีต่อค่าดัชนีฯ ได้แก่ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล อาหาร และสินค้าวัสดุก่อสร้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 100 เนื่องจากผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและมีกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังประสบปัญหา สภาพคล่องและการเข้าถึงสินเชื่อ รวมทั้งบางส่วนได้รับสินเชื่อไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้หมุนเวียนในกิจการสำหรับดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 94.5 โดยเพิ่มขึ้นจาก 93.0 ในเดือนก.ค. 2563&amp;rdquo;นายสุพันธุ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการคาดว่าภาคการผลิตจะมีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตามแม้ว่า ค่าดัชนีฯ จะปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ภายใต้ความกังวลต่อการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 2 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ดังนั้น มาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ รวมทั้งการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2563&amp;nbsp;
โดยภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม รวมทั้งการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือโดยเฉพาะเอสเอ็มอี เช่น ยืดการชำระเงินกู้ไปอีก 2 ปี 2564-2565และขอให้ผู้ประกอบการสามารถหักค่าใช้จ่ายภาษีนิติบุคคลได้ 2 เท่า สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการอบรมหรือกิจกรรม Outing ของบริษัทเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; กรณีที่รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยว 90 วัน มองว่า หากไทยสามารถควบคุมการระบาดได้ดีและพร้อมเช่นปัจจุบัน ก็เป็นมาตรการที่ควรเดินหน้า ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวสะเเกนดิเวเวียมีบ้านในประเทศไทย ทุกปีจะเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศในไทย ระยะยาว เข้ากับมาตรการนี้ได้ดี ทั้งนี้ นอกจากนี้มาตรการเครดิตเทอม ของแบงค์ชาติ ช่วยเอสเอ็มอีนั้นสัปดาห์หน้า จะมีการประชุมกรรมการบริหาร โดยสอท.มองว่าต้องการดึงทุกภาคส่วนให้มากที่สุด พร้อมทั้ง ขอให้รัฐบาลเร่งรัดเบิกจ่ายโครงการรัฐให้เร็วยิ่งขึ้น ดีที่สุดต้องเร่งรัดให้เกิดใน30วัน&amp;quot; นายสุพันธุ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นเศรษฐกิจ, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สุพันธุ์ มงคลสุธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67b72ca6afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
