<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหลือเชื่อ! น้ำยังท่วมถ้ำหลวง ทรายปิดทางเข้าเนินนมสาว รอ 1 เดือนสำรวจใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.62 -&amp;nbsp;นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 พลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ หรือหน่วยชีล ได้นำคณะเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หน่วยชีล หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 35 นาย เข้าไปทำการสำรวจภายในถ้ำหลวงตั้งแต่โถงแรกเข้าไปถึงโถงที่ 3 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปฏิบัติการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีจำนวน 13 คนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2561 ที่ผ่านมาเนื่องจากตรวจพบระดับน้ำที่โถงแรกแห้งลงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดในช่วงบ่ายคณะทีมสำรวจทั้งหมดได้เดินทางกลับออกมาทางปากถ้ำแล้วโดยภาระกิจในการถ่ายภาพและบันทึกข้อมูลอุปกรณ์ที่คงค้างตามจุดต่างๆ ตั้งแต่ปากถ้ำไปจนถึงสามแยกภายในถ้ำระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถือว่าเสร็จสิ้นด้วยดีแต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินหน้าสำรวจต่อจากสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางหาดพัทยาหรือพัทยาบีชรวมถึงเนินนมสาวซึ่งเป็นจุดที่เยาวชนทั้ง 13 เคยใช้หลบภัยน้ำท่วมภายในถ้ำได้ เนื่องจากพบว่าบริเวณช่องที่เชื่อมจากสามแยกไปทางเส้นทางซ้ายเต็มไปด้วยตะกอนทรายทำให้ยากต่อการเดินทางผ่านรวมทั้งยังมีน้ำทว่มขังเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการจะผ่านจุดดังกล่าวไปได้ต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำที่มีความพร้อมเหมือนตอนที่มีปฏิบัติการช่วยเหลือเยาวชนดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ได้สำรวจถึงบริเวณดังกล่าวแล้วจึงพากันเดินทางกลับรวมแล้วใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ 5 ชั่วโมงโดยออกเดินทางถึงปากถ้ำเวลา 13.30 น.จากเดิมที่คาดว่าจะใช้เวลากว่า 6-8 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระนั้นทางนายจงคล้าย นายกมลไชย และพลเรือตรีอาภากร ได้นำเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณสามแยกได้จำนวน 21 นาย แต่เนื่องจากไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้และอ๊อกซิเจนภายในถ้ำเบาบางรวมทั้งมีน้ำไหลออกจากหินงอกหินย้อยตามผนังอยู่ตลอดเวลาด้วย จึงได้ทั้งหมดที่ยังเดินทางมาไม่ถึงทะยอยเดินทางกลับออกไปทางเดิม และได้สรุปผลการสำรวจพบว่าภายในมีถังอ๊อกซิเจนวางอยู่ตลอดรายทางโดยมีอยู่ที่โถงที่ 3 ประมาณ 100 กว่าถัง เปลสนาม โถงที่ 2 ประมาณ 100 กว่าถัง ในโถงทั้ง 2 แห่งยังพบเปลสนามและสายเชือกที่ใช้สำหรับเชื่อมโยงเส้นทางถึงกันไปตลอดรายทางโดยพบระหว่างโถงที่ 2-3 มากที่สุดเพราะโถงที่ 2 มีความยาวและภูมิประเทศขลุขละเต็มไปด้วยหน้าผาและซอกหินผาสูงต่ำจำนวนมาก สำหรับเปลสนามและสายเชือกดังกล่าวได้ใช้สำหรับขนลำเลียงเยาวชนทั้ง 13 คนออกมาตั้งแต่วันที่ 9-11 ก.ค.2561 เพราะเป็นเส้นทางที่ยากลำบากในการเดินทาง นอกจากนี้ในโถงทั้ง 2 แห่งยังพบเครื่องสูบน้ำขนาดต่างๆ และสำหรับโถงที่ 3 นั้นพบสายส่งอ๊อกซิเจนมากที่สุดรวมทั้งพบกระดาษฟรอยด์ที่หน่วยใช้ประโยชน์ พบอาหารพาวเวอร์เจล วิทยุสมัยสงครามโลกทั้ง 2 ที่ใช้สื่อสาร เพราะเคยเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เคยใช้เป็นศูนย์บัญชาการภายในถ้ำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจงคล้าย กล่าวว่าสำหรับภาระกิจครั้งนี้ถือว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจพบวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ และได้บันทึกข้อมูลรวมทั้งถ่ายภาพเอาไว้ตั้งแต่ปากถ้ำไปจนถึงสามแยกเอาไว้แล้ว และคาดว่าหากจะเข้าไปจากสามแยกไปยังบริเวณจุดที่พบเยาวชนทั้ง 13 คนคงจะใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 1 เดือนเพื่อให้น้ำแห้งและเตรียมอุปกรณ์กำลังพลให้มีความพร้อมต่อไป ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ จะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้นคงต้องรอรายงานให้ทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับทราบเพื่อหารือและดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพลเรือตรีอาภากร กล่าวว่าการเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงครั้งนี้เป็นเหมือนการำลึกถึงความหลังเมื่อครั้นปฏิบัติการเดือน มิ.ย.-ก.ค.2561 ที่ผ่านมา โดยสิ่งที่พบเห็นภายในถ้ำทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันเข้าไปปฏิบัติการ เพราะมีอุปกรณ์ต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมากซึ่งเมื่อมองย้อนหลังไปก็ยังสงสัยอยู่ว่าพวกเราขนเข้าไปได้อย่างไร อย่างไรก็ตามการเข้าไปในถ้ำครั้งนี้ถือว่าสะดวกกว่าช่วงปฏิบัติการที่มีความยากลำบากกว่ามากกระนั้นการจะเข้าไปให้เลยช่วงสามแยกเข้าไปอีกซึ่งยังคงมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ตกค้างอยู่ภายในคงต้องรอให้ระดับน้ำภายในลดลงกว่านี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26839</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 ชีวิตทีมหมูป่า, จังหวัดเชียงราย, ถ้ำหลวงเชียงราย, ภารกิจกู้ชีพทีมหมูป่า, สำรวจถ้ำหลวงเชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190117/image_big_5c405dd549ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่แชร์สำรวจ&#039;ถ้ำหลวง&#039;กว่า90ภาพถ่ายเมื่อ2ปีก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. &amp;ndash; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในสื่อโซเชียลได้มีการแชร์ภาพ &amp;ldquo;อัลบั้มถ้ำหลวงนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย (ถ่ายเมื่อสองปีที่แล้ว)&amp;rdquo; ซึ่งมีภาพภายในถ้ำมากถึง 90 ภาพที่มองเห็นสภาพต่างๆอย่างชัดเจน&amp;nbsp;โดยผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อว่า &amp;ldquo;Nunune Ntk&amp;rdquo; ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพประกอบระบุว่า รูปถ่ายภายในถ้ำหลวงจากการสำรวจเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ประมาณวันที่ 12-13 มีนาคม 2559 รูปถ่ายโดย อ.ต้อย รศ.ดร.นาฎสุดา ภูมิจำนงค์ ม.มหิดล (ทีมสำรวจกรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่าน้องๆจะหลบอยู่ตรงไหนสักที่นะ เอาจริงๆคือแทบจะจำที่นั่นไม่ได้แล้ว รู้เพียงแต่ว่าตอนนั้นพอเข้าไปสุดทางเดินแล้ว รีบเดินออกมาก่อน มันอืดอัดหายใจไม่ออก ไฟใกล้หมด เดินเหมือนวิ่งออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะไม่โทษว่าเป็นความผิดของใคร ขอให้น้องกลับออกมาอย่างปลอดภัย แต่เราควรนำบทเรียนนี้ มาแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล.รูปถ่ายนานแล้ว จึงทำให้ไม่แน่ใจในเรื่องของตำแหน่งที่ชัดเจน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดทางเดินตอนนั้นคือ ถึงเท่าที่สามารถเดินไปได้ เนื่องจากตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่อุทยานคอยแนะนำเส้นทางที่ปลอดภัยซึ่งน่าจะยังไปไม่สุด ถ้ำนี้เราไปเพื่อสำรวจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้สำรวจถ้ำโดยละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่ได้ชำนาญเส้นทาง การเข้าถ้ำครั้งแรกๆ ยังคงต้องอาศัยคนในท้องถิ่นที่ชำนาญเส้นทาง นอกจากว่าถ้ำนั้นมีการสำรวจถ้ำโดยละเอียด(ใช้เวลานาน) มีการเดินเข้าสำรวจหลายครั้งถึงจะชำนาญเส้นทาง สามารถระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงท้ายของโพสต์ดังกล่าวได้มีการอธิบายถึงปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อการบริหารจัดการถ้ำ โดยเสนอว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรที่จะจัดทำแผนในการอนุรักษ์พื้นที่ถ้ำหลวงอย่างชัดเจน โดยคัดมาจากรายงานโครงการเตรียมรับมือและป้องกันผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจมีผลต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมแหล่งธรรมชาติอันควรอนุรักษ์ประเภทถ้ำ โดย: สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2559 ผู้ศึกษา:คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมผู้ร่วมศึกษา:กรมทรัพยากรธรณี สำรวจเมื่อ ปี 2559 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้นหา13ชีวิตติดถ้ำหลวง, ถ้ำหลวงเชียงราย, พาทีมหมูป่ากลับบ้าน, ภาพถ้ำหลวงเมื่อสองปีที่แล้ว, วนอุทยานถ้ำหลวง, สำรวจถ้ำหลวงเชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b345805ed803.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
