<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ. เริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแปลงเอช นอกชายฝั่งมาเลเซีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการมาเลเซีย - แปลงเอช ซึ่งตั้งอยู่บริเวณน้ำลึก นอกชายฝั่งรัฐซาบาห์ ประเทศมาเลเซีย นับเป็นการเพิ่มปริมาณการขายให้กับบริษัทตามแผนงาน

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท ปตท.สผ. ซาบาห์ ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้พัฒนาโครงการมาเลเซีย - แปลงเอช ในระยะแรกเสร็จสิ้นแล้ว โดยได้เริ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งโรตัน และบูลูห์ ตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต เพื่อส่งเข้าสู่เรือผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวของปิโตรนาส (PFLNG2) เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย ปตท.สผ. มีเป้าหมายผลิตก๊าซธรรมชาติจากแปลงดังกล่าวในอัตรา 270 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

&amp;ldquo;การเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติจากแปลงเอช จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวในมาเลเซีย รวมทั้งเสริมสร้างการลงทุนของ ปตท.สผ. ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ความสำเร็จในการผลิตก๊าซฯ ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ปตท.สผ. และพันธมิตร ซี่งได้นำความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกันเพื่อผลักดันโครงการไปสู่ความสำเร็จ&amp;rdquo; นายพงศธร กล่าว

แปลงเอช ตั้งอยู่บริเวณน้ำลึกกว่า 1,100 เมตร ดำเนินการโดยบริษัท ปตท.สผ. ซาบาห์ ออยล์ จำกัด ด้วยสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 56 ในแหล่งโรตัน และร้อยละ 42 ในพื้นที่ส่วนที่เหลือ และมีผู้ร่วมทุน ประกอบด้วย บริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด และบริษัท พีที เปอร์ตามินา มาเลเซีย จำกัด

นอกจากแปลงเอช แล้ว ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ แปลงเค, เอสเค 309 และ เอสเค 311, และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ในขณะนี้, แปลง เอสเค 417, เอสเค 314เอ, เอสเค 438, เอสเค 405บี, เอสเค 410บี, พีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93206</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., มาเลเชีย, สำรวจปิโตรเลียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b230ea9621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ. ประสบผลสำเร็จในการเจาะหลุมสำรวจ ค้นพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งเม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค 2563 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี เม็กซิโก อีแอนด์พี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. พร้อมทั้งกลุ่มผู้ร่วมทุนอีก 3 บริษัท ประสบความสำเร็จในการเจาะหลุมสำรวจ &amp;nbsp;2 หลุม ในโครงการเม็กซิโกแปลง 29 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณน้ำลึก (Deepwater) ของประเทศเม็กซิโก โดยหลุมสำรวจหลุมแรก &amp;ldquo;โปล๊อค-1 &amp;rdquo; (Polok-1) เจาะถึงระดับความลึกที่ 2,620 เมตร ค้นพบชั้นหินกักเก็บน้ำมันความหนาประมาณ 200 เมตร &amp;nbsp;ส่วนหลุมสำรวจหลุมที่สอง &amp;ldquo;ชินวูล-1&amp;rdquo; (Chinwol-1)เจาะสำรวจถึงระดับความลึกที่ 1,850 เมตร ค้นพบชั้นหินกักเก็บน้ำมันความหนาประมาณ 150 เมตร ซึ่งทั้ง 2 หลุมค้นพบศักยภาพน้ำมันดิบในปริมาณที่น่าพอใจ ทั้งนี้กลุ่มผู้ร่วมทุนจะดำเนินการวางแผนการประเมินศักยภาพและแผนการพัฒนาปิโตรเลียม เพื่อเสนอขออนุมัติหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศเม็กซิโกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลุมสำรวจทั้งสองหลุมนี้อยู่ในแปลง 29 บริเวณน้ำลึกห่างจากชายฝั่งโทบาสโคของประเทศเม็กซิโก (Mexican coastline of Tabasco) ประมาณ 88 กิโลเมตร โดยมีผู้ร่วมทุนประกอบด้วยบริษัท พีทีทีอีพี เม็กซิโก อีแอนด์พี จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 16.67 &amp;nbsp;บริษัท เรปซอล เอ็กซ์พลอเรชั่น เม็กซิโก (Repsol Exploraci&amp;oacute;n M&amp;eacute;xico, S.A. de C.V.) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการ (Operator) ถือสัดส่วนการลงทุน ร้อยละ 30 &amp;nbsp;บริษัท พีซี ชาริกาลี เม็กซิโก โอเปอร์เรชั่น (PC Carigali Mexico Operations, S.A. de C.V.) บริษัทย่อยในประเทศเม็กซิโกของปิโตรนาส (PETRONAS) ถือสัดส่วนการลงทุน ร้อยละ 28.33 &amp;nbsp;และบริษัท วินเทอร์เชลล์ (Wintershall Dea) ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 25&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.สผ. ได้เริ่มลงทุนในประเทศเม็กซิโกตั้งแต่ปี 2561 โดยดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ในการขยายการลงทุนไปในพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมสูง โดยในปัจจุบัน ปตท.สผ. มีโครงการสำรวจปิโตรเลียมนอกชายฝั่งในประเทศเม็กซิโก จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการเม็กซิโกแปลง 29 และโครงการเม็กซิโกแปลง 12 &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในช่วงระยะการสำรวจปิโตรเลียมเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65031</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน, สำรวจปิโตรเลียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eafcb2438320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เอาแล้ว &#039;แหล่งมอนทารา&#039; ปตท.สผ.เทขายทิ้ง 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.สผ.เทกระจาดขายแหล่งมอนทารา 100% เป็นมูลค่า 195 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดซื้อขายเสร็จภายในสิ้นปี 61 ชี้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการการลงทุน สร้างการเติบโตระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย (แอชมอร์ คาร์เทียร์) พีทีวาย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามในสัญญาขายแหล่งมอนทารา ในสัดส่วน 100% ให้กับบริษัท เจดสโตน เอนเนอร์ยี่ (อีเกิ้ล) พีทีวาย จำกัด (Jadestone Energy (Eagle) Pty Ltd) &amp;nbsp;โดยมีมูลค่าการขาย 195 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าการซื้อขายจะเสร็จสิ้นภายในปี 2561 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะมีการปรับมูลค่าการซื้อขาย เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนที่เปลี่ยนแปลงไปจากการดำเนินธุรกิจก่อนที่สัญญาจะมีผลสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปตท.สผ. อาจมีการรับรู้มูลค่าการขายเพิ่มเติมในวงเงินไม่เกิน 160 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบ ความสามารถในการผลิต และการพัฒนาแหล่งในอนาคต โดยการซื้อขายดังกล่าวจะมีผลสมบูรณ์เมื่อบรรลุเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญาขายแหล่ง มอนทารา รวมถึงต้องได้รับการอนุมัติจาก National Offshore Petroleum Titles Administrator (NOPTA) และ National Offshore Petroleum Safety and Environmental Management Authority (NOPSEMA) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมด้านปิโตรเลียมทางทะเล ของประเทศออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การขายสัดส่วนการลงทุนในแหล่งมอนทาราเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการการลงทุนของ ปตท.สผ. ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ในด้าน Refocus โดยจะเน้นการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เรามีความเชี่ยวชาญ มีศักยภาพปิโตรเลียมสูง มีต้นทุนและความเสี่ยงต่ำ เช่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองและสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต โดยแหล่งมอนทารา ตั้งอยู่นอกชายฝั่งประเทศออสเตรเลีย มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ในอัตรา 7,694 บาร์เรลต่อวัน&amp;rdquo;นายสมพร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายทิ้ง, ปตท.สผ., พีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย, สำรวจปิโตรเลียม, เจดสโตน เอนเนอร์ยี่, แหล่งมอนทารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c8d5332a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยเปิดประมูล&quot;เอราวัณ-บงกช”หวังก๊าซราคาถูกช่วยอุ้มค่าไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังงานเปิดคุณสมบัติผู้เข้าประมูลเน้นคะแนนจากราคาก๊าซ 65% ลั่นใครเสนอราคาถูกมีโอกาสชนะสูง ชี้คำนึงถึงค่าไฟฟ้าเผยหากราคาก๊าซถูก 1 บาท/ล้านบีทียูฉุดเอฟทีลด 0.5 สตางค์/หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย. 61 -นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ(ชธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ มีความพร้อมการเปิดประมูลขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทยที่จะหมดอายุในแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี) ซึ่งมีการเปิดให้ยื่นพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นแล้ว โดยหลังจากผ่านการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว กรมฯจะเปิดให้บริษัทเสนอข้อมูลทางเทคนิคอีกรอบในวันที่ 25 ก.ย. 2561 โดยผู้เข้าประมูลจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคำขอ 50,000 บาท และหลักประกันคำขอรวม 3 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คุณสมบัติเข้าร่วมประมูลแล้ว กรมฯจะชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นให้น้ำหนักคะแนนราคาก๊าซธรรมชาติ 65% ซึ่งจะมีสูตรราคาที่กำหนดเป็นค่าคงที่ รายใดให้ราคาต่ำสุดจะเป็นผู้ชนะประมูล เพราะเราไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าของรัฐ แต่เราคำนึงถึงค่าไฟฟ้าที่มีผลต่อประชาชน หากราคาก๊าซถูกลง 1 บาทต่อล้านบีทียู จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)ลดลง 0.5 สตางค์ต่อหน่วย คิดเป็นน้ำหนักคะแนนสัดส่วนราคาก๊าซต่อส่วนแบ่งกำไร (2.5 ต่อ 1) และให้น้ำหนักคะแนน 25% เรื่องส่วนแบ่งกำไรที่รัฐจะต้องได้ไม่น้อยกว่า 50%&amp;rdquo;นายวีระศักดิ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทีโออาร์ จะเรียกเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียม 10% แบ่งปันกำไรระหว่างรัฐกับเอกชนไม่น้อยกว่าคนละ 50% เก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 20% ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกของโลกที่เปลี่ยนระบบสำรวจและผลิตปิโตรเลียมจากรูปแบบสัมปทานมาเป็นระบบแบ่งปันผลผลิต ทั้งนี้ต้องให้มีแรงงานที่เป็นคนไทยไม่น้อยกว่า 80%ในปีแรก และไม่ต่ำกว่า 90% ภายใน 5 ปี ระยะเวลาสำรวจ 3 ปีต่อได้ 1 ครั้ง ระยะเวลาผลิต 20 ปีต่อได้ 1 ครั้ง อีก 10 ปี โดย 10 ปีแรกต้องมีผลิตแหล่งเอราวัณให้ได้ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และแหล่งบงกชต้องผลิตให้ได้ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7771</URL_LINK>
                <HASHTAG>บงกช, ปิโตรเลียม, พลังงาน, วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี, สัญญาแบ่งปันผลผลิต, สำรวจปิโตรเลียม, เอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf0feda9d35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 06:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชฟรอนลั่นพร้อมประมูลแหล่งเอราวัณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชฟรอนประกาศพร้อมร่วมประมูลแหล่งก๊าซเอราวัณใช้ทั้งความรู้จากการเป็นผู้ดำเนินการและความเชี่ยวชาญทั่วโลกมาดำเนินการ &amp;nbsp; คาดว่าจะเริ่มประกาศเชิญชวนในเดือน เม.ย. และเซ็นสัญญากับผู้ชนะการประมูลได้ภายในเดือน ก.พ.2562.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 มี.ค. 61 -รายงานข่าวจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด แจ้งว่า นายเจย์ จอห์นสัน รองประธานบริหารธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนคอร์ปอเรชั่น ได้เดินทางเยือนแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเอราวัณของเชฟรอนในอ่าวไทย เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงาน และการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ก่อนที่การเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุจะเริ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจย์ &amp;nbsp;จอห์นสัน กล่าวว่า แหล่งเอราวัณเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศไทย ที่นับเป็นประจักษ์พยานความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างเชฟรอนและประเทศไทยที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;และเชฟรอนเป็นพันธมิตรสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยมากว่า 55 ปี สามารถจัดหาพลังงานด้วยความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ให้กับประเทศตลอดมา ด้วยบุคลากรชาวไทยที่มีทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายเจย์ จอห์นสัน กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้กล่าวถึงการเปิดประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่กำลังจะเกิดขึ้น ว่า เชฟรอนพร้อมเข้าร่วมการประมูล และเชื่อมั่นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่เชฟรอนจะได้แสดงให้คนไทยเห็นว่า เราคือพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจและมีความพร้อมในการจัดหาพลังงานให้กับประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต ดังเช่นที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการนำเข้าพลังงาน ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และแม้ว่าในขณะนี้การผลิตก๊าซจากแหล่งเอราวัณจะทวีความท้าทายมากขึ้นจากการดำเนินการมาอย่างยาวนานและสำรองปิโตรเลียมที่ลดน้อยลง แต่เชฟรอนก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถจัดการกับความท้าทายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราไม่เพียงสั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานในอ่าวไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากการดำเนินงานทั่วโลกอีกด้วย&amp;rdquo;นายเจย์ &amp;nbsp;จอห์นสันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ประ ชุมคณะกรรมการนโยบายพลัง งานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบหลักการการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกชที่สัมปทานจะสิ้นอายุในปี 2565-2666 เข้าตามหลักเกณฑ์การใช้สัญญาแบ่งปันผลผลิตในการบริหารจัดการหลังจากสัมปทานปัจจุบันสิ้นอายุลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังรับทราบหลักการข้อเสนอของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในการกำหนดเงื่อนไขที่ให้ผู้รับสัมปทานรายเดิมชำระค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่จะส่งมอบให้รัฐตามสัญญาสัมปทานตามสัดส่วนของทรัพยากรปิโตรเลียมที่ได้ผลิตไปแล้ว และที่คงเหลือหลังการส่งมอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังระบุให้แหล่งเอรา วัณตามสัญญาสัมปทาน เลขที่ 1/2515/5 และเลขที่ 2/2515/6 ซึ่งจะสิ้นอายุสัมปทานวันที่ 23 เม.ย.2565 รวมเป็นแปลงสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่จะบริหารภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต 1 สัญญา (แปลง G1/61) และให้เสนอปริมาณการผลิตขั้นต่ำที่ 800 ล้านลูกบาศก์ (ลบ.) ฟุตต่อวัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบการประมูลแหล่งบงกชตามสัญญาสัมปทาน เลขที่ 5/2515/9 ซึ่งจะสิ้นอายุสัมปทานวันที่ 23 เม.ย.2565 และสัญญาสัมปทาน เลขที่ 3/2515/7 ซึ่งจะสิ้นอายุสัมปทานวันที่ 7 มี.ค.2566 รวมเป็นแปลงสำรวจและ ผลิตปิโตรเลียมที่จะบริหารภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต 1 สัญญา (แปลง G2/61) และให้เสนอปริ มาณการผลิตขั้นต่ำที่ 700 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าร่วมประมูลเสนอสัดส่วนการแบ่งกำไรให้แก่รัฐ ซึ่งจะต้องไม่ต่ำกว่า 50% คาดว่าจะเริ่มประกาศเชิญชวนในเดือน เม.ย. และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญากับผู้ชนะการประมูลได้ภายในเดือน ก.พ.2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5531</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมูล, ปิโตรเลียม, พลังงาน, สำรวจปิโตรเลียม, อ่าวไทย, เชฟรอน, เอราวัณ, แหล่งก๊าซธรรมชาติ, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab257531e715.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
