<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สำราญ&#039; รายงานตัว หลังคดี กปปส.-พ้นตำแหน่งกรรมการผู้ช่วย รมต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.64 - นายสำราญ รอดเพชร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Samran Rodpetch ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#รายงานตัวหลังพ้นตำแหน่ง #ด้วยซาบซึ้งและขอบคุณ#คำสำคัญ..กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้มาสื่อข่าวส่งความทางFBหลายวัน &amp;nbsp;ทำให้หลายท่านสอบถามกันมากมาย &amp;nbsp;ถามถึงสารทุกข์สุกดิบ รวมทั้งหน้าที่การงานหลังถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจากเหตุคดีกปปส.และยังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง5ปีด้วย..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครับ..ผลจากการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ทำให้ผมต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ในกรณีของผมคือกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ซึ่งขออนุญาตเล่าสู่กันฟังสักนิดว่าก่อนถึงวันตัดสินคดีหลายวันได้บอกกับพรรคพวกเพื่อนฝูงหลายคน เช่น ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษารมว.อว./ดร.สุริยะใส &amp;nbsp;กตะศิลา &amp;nbsp;คณบดีฯ/คุณมนตรี &amp;nbsp;จอมพันธ์ &amp;nbsp;สื่อมวลชน อาวุโส ฯลฯ ว่า..ถ้าถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกก็จะลาออกจากตำแหน่งทันทีแม้ว่าคดีจะยังไม่ถึงที่สุดก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารภาพว่าวันที่พูดเช่นนั้นยังไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วย..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทั่งหลังจากฟังคำพิพากษาไปร่วมวันหนึ่งแล้ว หลายคนก็ยังโทรศัพท์ชวนผมคุยเรื่องโทษทัณฑ์การถูกตัดสิทธิ์จะส่งผลขนาดไหน.. เพราะกรณีผู้ช่วยรัฐมนตรีไม่เหมือนกรณีรัฐมนตรีที่รัฐธรรมนูญมาตรา 160,170 เขียนไว้ชัดเจนเรื่องการพ้นจากตำแหน่ง..ผมก็เลยต้องค่อยๆไล่เรียงให้ฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปสั้นๆ กรณีกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีนั้นต้องมาไล่เรียงดูจนถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งแก้ไขปรับปรุงมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดฉบับที่ 5 พ.ศ.2563 ได้เพิ่มคุณสมบัติของผู้ช่วยฯอีกข้อหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่เป็นผู้ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเชื่อมโยงมาตราต่างๆแล้วต้องพ้นจากตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
ครับ ทุกอย่างตามนั้น..ตามที่ว่ามา หลังคำพิพากษาผมก็ยุติการทำหน้าที่ในฐานะผู้ช่วยรมต. ท่านรมว.อว.คือ ศ.(พิเศษ)ดร.เอนก &amp;nbsp;เหล่าธรรมทัศน์ &amp;nbsp;ก็ให้กำลังใจและรับทราบทุกอย่างมาโดยลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนี้ไปหลักๆ ก็คงกลับไปช่วยจัดรายการวิทยุตอนเย็นๆ ที่ FM 92.5 ตามที่น้องๆ กวักมือเรียก &amp;nbsp;และคงอยู่กับตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิมหน่อย...ส่วนเรื่องคดีชั้นอุทธรณ์อาจารย์ทวีศักดิ์และคุณสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ และทีมงานก็ประชุมกันหน้าดำคร่ำเครียดแทบทุกวัน..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออนุญาตแจ้งข่าวตามนี้นะครับ &amp;nbsp;ขอขอบพระคุณใน&amp;rdquo;คำสำคัญ&amp;rdquo; ที่ทุกท่านมอบให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำว่า &amp;ldquo;กำลังใจ&amp;rdquo; ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., รปช., สำราญ รอดเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_604725ef03c45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉากสถานการณ์ที่แท้จริงของการเมืองไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขึ้นชื่อว่า ประชาธิปไตย...ก็คง ประมาณนี้ นั่นแหละทั่น!!! คือระหว่างที่ นั่งร้าน อย่างพลพรรค กปปส. ต้องติดคุก ติดตะราง ประกันตัวไม่ทัน เล่นเอาแห้งเหี่ยวกันไปมิใช่น้อย แต่ในพรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง พปชร. หรือ พลังประชารัฐ กลับเป็นอะไรที่ ลั้ลลา ที่ คึกคัก และ โครมคราม กันไปเป็นแถบๆ อันเนื่องมาจากส้ม หรือมะพร้าว หรือทุเรียนก็แล้วแต่ดันเกิดอาการ บุญหล่นใส่เท้า ชนิดชักหัวแม่ตีนข้างซ้าย ข้างขวา หลบยังไงก็หลบไม่ทัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การ ปรับ ครม. อันเนื่องมาจากรัฐมนตรีสื่อสารเทคโนโลยีฯ ศึกษาธิการ หรือช่วยคมนาคม ต้องมีอันพ้นไปจากตำแหน่งตามตัวบทกฎหมาย โดยจะรวมไปถึง ผู้ช่วยรัฐมนตรี อย่างคุณพี่ สำราญ รอดเพชร ของ ท่านขุนน้อย ที่เพิ่งได้กรี๊ดๆ กร๊าดๆ ซู้ดๆ ซ้าดๆ แค่ไม่กี่เดือน ไม่กี่สัปดาห์ อีกด้วยหรือไม่ และอย่างไร อันนี้นี่แหละ...ที่ทำให้ฝุ่นคลุ้ง ไปทั่วทั้งพรรคแกนนำรัฐบาล ไปจนถึงพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าพรรคใหญ่ พรรคน้อย อย่างมิอาจปฏิเสธได้ เสียงเคาะกะละมัง เคาะชามข้าวหมา ที่ย่อมเป็นคนละเรื่อง คนละเสียง กับเสียงเคาะหม้อ เคาะกระทะ ของบ้านใกล้-เรือนเคียง หรือของบรรดาพวกนักประชาธิปไตยในพม่า รวมทั้ง นักตีหม้อ ในบ้านเราอีกด้วยเช่นกัน จึงเริ่มดังออกมาอย่างชนิดสนั่นหวั่นไหว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่ว่าจะจัดสรร จัดแบ่ง จะบุฟเฟต์ ดินเนอร์ กันไปในแบบไหน ในลักษณะไหน มันคงไม่ได้ช่วยให้เกิดการเพิ่มความแข็งแกร่ง เพิ่มความมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ให้กับ รัฐบาลขาลง อย่างที่บรรดาพวก โลกสวย พยายามฝัน พยายามจินตนาการ ว่าอาจเกิดช่อง เกิดโอกาส ในการที่จะดึงเอาคนนอก หรือคนที่ดี-เด่น-ดัง จากแวดวงต่างๆ มาเสียบแทน เพื่อให้ บิ๊กตู่ ยังพอไวอะกรา หรือพอ บิ๊กตู่มิรู้ล้ม ได้ตามชื่อ ฉายา ได้มั่ง แต่อย่างใด โดยลักษณะอาการของรัฐบาลนับจากนี้ต่อไป จึงน่าจะออกไปทางพะเยิบพะยาบ สั่นไหว แอ่นระแน้ หรือเผลอๆ...อาจถึงขั้น จำปีระเบิด เอาเลยก็ไม่แน่!!! ไม่ได้สดใส ซาบซ่า เหมือนช่วงที่เพิ่งเริ่ม ปีนนั่งร้าน หรือช่วงที่...เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ฮึ้มฮึม ฮึ้มหึ่ม อย่างเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว อีกต่อไป...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...ขณะที่รัฐบาลสั่นไหว แอ่นระแน้ พะเยิบพะยาบ ไปตามความเป็นประชาธิปไตยที่มีลักษณะเฉพาะ-ไม่เฉพาะก็แล้วแต่ อย่างมิอาจปฏิเสธ การคิดจะไปหักโค่น ทำลายล้าง เล่นงานรัฐบาลที่กำลังตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แบบปอกกล้วยเข้าปากแต่อย่างใด โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายที่คิดหักโค่น ทำลายล้าง ไม่ว่าจะในสภาฯ หรือนอกสภาฯ ก็ตามที ก็ดันเละตุ้มเป๊ะ เละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก ไม่ต่างไปจากรัฐบาลมากมายซักเท่าไหร่ ในสภาฯ นั้น...ถึงจะงัดเอามาตรการสูงสุด อภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว 2 ครั้ง 2 ครา แต่ก็ออกไปทาง...งั้นๆ!!! ซะเป็นหลักใหญ่ ส่วนนอกสภาฯ...ไม่เพียงแต่หันมากัดกันเอง ฟัดกันเอง ชนิดแทบไม่รู้ไผเป็นไผไปแล้วในช่วงนี้ ความหมกมุ่นอยู่กับการ ตีหม้อ ไม่ใช่ เคาะหม้อ เหมือนนักประชาธิปไตยในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าเขา ก็เลยส่งผลให้ทุกสิ่งทุกอย่างออกจะ เหี่ยวปลาย ลงไปตามลำดับ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันนี้นี่แหละ...ที่อาจถือเป็นแก่นแท้ แก่นสาระ ของฉากสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงระหว่างนี้ คือขณะที่รัฐบาลชักจะแย่กับแย่ หาทางออก ทางไปแทบไม่เจอ บรรดาฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล ก็ดันไม่ไหวจะฮา ไม่ไหวจะแห้งเหี่ยว หัวโต จนไม่ว่าจะเหลียวหน้า เหลียวหลัง เหลียวไปมองรอบๆ ต่างแทบไม่เห็นเดือน ไม่เห็นตะวัน ไปด้วยกันทั้งสิ้น คือเป็นฉากสถานการณ์ที่ดูจะไม่ค่อยตอบสนองต่อความหวัง ความปรารถนาและต้องการ โดยเฉพาะของบรรดาผู้ที่ชอบ ตั้งความหวัง เอาไว้สูงๆ ประเภทอยากที่จะเห็นการปฏิร่ง ปฏิรูป การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีขึ้นๆ ตามลำดับ และแบบชนิดรวดเร็วทันตาเห็น อันเป็นอารมณ์-ความรู้สึกที่คงไม่ต่างอะไรไปจากพวกอดีต กปปส. ทั้งหลาย ที่เคยสร้าง นั่งร้าน เอาไว้รองรับความคิด ความรู้สึก ทำนองนี้ ชนิดเหนื่อยยาก แสนเข็ญ เหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ภายใต้ ความเป็นไทยๆ หรือความเป็นอะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่...สุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างคงเป็นไปได้เท่านี้ ประมาณนี้ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ หรือคงต้อง อยู่ๆ กันไป จะไปออกัสซั่มกันแบบพลั่กๆๆ แบบความหวังและปณิธานที่เคยตั้ง เคยวาดหวัง เอาไว้ก่อนหน้านี้ มันออกจะไม่สอดคล้องกับ สภาพความเป็นจริง มากมายซักเท่าไหร่ หรือสุดท้ายคงต้องหันมาอาศัย ขันติธรรม ความอดทน อดกลั้น ไปด้วยกันทุกๆ ฝ่ายนั่นแหละ มันถึงอาจพอช่วยให้เกิด สามัคคีธรรม อันจะเป็นพลังที่สามารถนำไปสู่ความหวัง ความปรารถนาและต้องการของทุกๆ ฝ่าย ไม่วันใดก็วันหนึ่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุเพราะการ อยู่ๆ กันไป นั้น...แม้จะเป็นอะไรที่พออยู่ๆ กันไปได้ ไม่ถึงกับต้องหักโค่น พังทลาย ไปก่อนกำหนดการ แต่คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ว่ามันคงไม่ต่างไปจาก สันติภาพชั่วคราว หรือสันติภาพที่จะนำไปสู่ การรบใหญ่ ไม่วันหนึ่ง วันใด กันจนได้นั่นแล อันเนื่องมาจาก เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย ต่างๆ มันยังไม่ได้ถูกแก้ ถูกสะสาง ให้หมดสิ้นลงไป จนไม่หลงเหลือ เชื้อไฟ หรือ กองฟืน ที่จะให้ใครต่อใครมาจุดติดได้อีกแล้ว ดังนั้น...ภายใต้การบริหาร จัดการ การเมือง-การปกครองของบ้านเรา ไม่ว่าจะเรียกว่าประชาธิปไตย-ไม่ประชาธิปไตย หรือไม่ เพียงใด ก็แล้วแต่ บรรดา นั่งร้าน ทั้งหลาย พึงต้องเพียรพยายาม เข้าถึง และ เข้าใจ ซึ่งกันและกันให้มากๆ เข้าไว้ ก่อนที่ การพักรบชั่วคราว จะจบสิ้นลงไป ในอีกไม่นาน-ไม่ช้า นับจากนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Archbishop Robert Alexander Kennedy (อีกครั้ง)... &amp;ldquo;Oh Lord, change the world. Begin, I pray thee, with me. &amp;ndash; โอ...ข้าฯ แต่พระผู้เป็นเจ้า ขอได้โปรดเปลี่ยนแปลงแก้ไขโลกนี้ให้ดีขึ้น โดยเริ่มจากตัวข้าพเจ้าเองก่อน...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94542</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, สำราญ รอดเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb5a961108f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 08:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สำราญ&#039; แพร่บทความ &#039;เดิมพันอนาคตนายกฯลุงตู่&#039; กับสูตรคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.ของรัฐบาล 276 เสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;15 ก.ค.63&amp;nbsp; - นายสำราญ&amp;nbsp; รอดเพชร เผยแพร่บทความเรื่อง&amp;nbsp; &amp;quot;คณิตศาสตร์การเมืองและการปรับครม.ของรัฐบาล 276 เสียง เดิมพันอนาคต..นายกฯลุงตู่..!?&amp;quot; ผ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 15 ก.ค.2563 โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;วันก่อนโน้นที่ส.ส.ชัยวุฒิ&amp;nbsp; ธนาคมานุสรณ์&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ออกมารุกไล่ดร.สมคิด&amp;nbsp; จาตุศรีพิทักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้พ้นจากตำแหน่งก็ดูจะเกินไปจริงๆ&amp;nbsp; นอกจากทัวร์ลงแล้ว นายกฯลุงตู่ก็ออกมาปรามว่า &amp;ldquo;เบาๆหน่อย&amp;nbsp; ยังจะต้องร่วมงานกันต่อไป..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ล่าสุด (10 ก.ค.63)ส.ส.ชัยวุฒิก็ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ยับอีกครั้งเมื่อเขาบอกว่า โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของกลุ่ม 4 กุมารคือ อุตมะ&amp;nbsp; สาวนายน,สนธิรัตน์&amp;nbsp; สนธิจิรวงศ์และสุวิทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมษินทรีย์&amp;nbsp; เป็นของพรรค ไม่ใช่โควตาของนายก&amp;nbsp; เพราะตอนส่งชื่อไปเป็นรัฐมนตรีส่งไปในนามพรรค...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การพูดดังกล่าวถูกมองแบบรวบรัดว่าสวนทางกับที่นายกฯพูด&amp;nbsp; หรืออาจหาญทวงคืนโควตารัฐมนตรีของนายกฯ&amp;nbsp; ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงแล้วนายชัยวุฒิคงไม่กล้าบังอาจไปท้าตีท้าต่อยในความหมายทวงคืนโควตารัฐมนตรีจากนายกฯหรอก&amp;nbsp; แต่น่าจะต้องการบอกว่าทุกเก้าอี้รวมทั้งเก้าอี้รัฐมนตรีของอุตมะ,สนธิรัตน์,สุวิทย์ (รวมทั้งดร.สมคิด)เป็นโควตาของพรรค..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกฯ ก็พูดค่อนข้างชัดเจนเมื่อ 9 ก.ค.วันที่กลุ่ม 4 กุมารลาออกว่า...อย่าลืมว่าสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา&amp;nbsp; ซึ่งตนก็ขอเขามาและเขาก็ให้ตนมาเข้ามาตรงนี้&amp;nbsp; รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตามนี้..แปลความได้ชัดเจนว่านายกฯนั้นเข้าใจและรู้ดีว่าสัดส่วนหรือโควต้านั้นคืออะไร เป็นอย่างไร เป็นของใคร...คำว่า &amp;ldquo;เขา&amp;rdquo;ก็คือพรรคพปชร.นั่นเอง&amp;nbsp; ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันพรรคพปชร.มอบโควตารัฐมนตรีให้พล.อ.ประยุทธจัดวางตำแหน่งต่างๆ จำนวนหนึ่ง&amp;nbsp; ที่ชอบเรียกกันว่าโควตานายกฯ,โควตาคนนอกหรือ โควตากลาง..นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ย้อนมองรัฐบาล&amp;rdquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ที่กำลังจะมีการปรับใหญ่ในเร็วๆนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฉพาะในส่วนของพปชร.มีทั้งสิ้น 18คน(รวมทั้งนายกฯ) จะพบว่าที่เป็นโควต้ากลางที่นายกฯนำมาจัดวางให้คนนอกมี 7 คน คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;1)พล.อ.ประยุทธ&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; 2)พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3)ดร.สมคิด&amp;nbsp; จาตุศรีพิทักษ์&amp;nbsp; 4)ดร.วิษณุ&amp;nbsp; เครืองาม&amp;nbsp; 5)พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เผ่าจินดา&amp;nbsp; 6) นายดอน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปรมัติวินัย&amp;nbsp; และ 7)พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช้างมงคล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อีก 11 รัฐมนตรี&amp;nbsp; ซี่งมี3รัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมารรวมอยู่ด้วยเป็นโควตาภายในของพรรค&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแน่นอนว่าในการจัดวางใครลงตำแหน่งไหน นายกฯย่อมมีส่วนชี้เป็นชี้ตายด้วย ดังนั้นใครมาแตะนายกฯลุงตู่ตรงนี้ถ้าบารมีไม่มากพอก็ทัวร์ลงเมื่อนั้น ดังกรณีนายชัยวุฒิ..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ย้อนมองการจัดสรรโควตาคณิตศาสตร์การเมืองแบบหลวมๆของรัฐบาลลุงตู่&amp;nbsp; ขณะนั้นรัฐบาลมีคะแนนเสียงปริ่มน้ำอยู่ที่ 254 เสียง(รวม11พรรคเล็กด้วย)&amp;nbsp; เมื่อเอา 36 เก้าอี้ไปหาร 254 เสียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัดส่วนจะอยู่ที่ 7.05 เสียง ต่อ&amp;nbsp; 1 รัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลังประชารัฐ 116 เสียง (รวมพลังหนุนจากพรรคเล็กอีก11เป็น127เสียง) ได้ไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; 18 รัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ประชาธิปัตย์&amp;nbsp; 53 เสียง ได้ 7รัฐมนตรี(8ตำแหน่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ภูมิใจไทย 51&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียง ได้ 7&amp;nbsp; รัฐมนตรี( 8ตำแหน่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -ฯลฯ- &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่ พรรคชาติพัฒนา มี 3 เสียง ได้&amp;nbsp; 1 รัฐมนตรี(เทวัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิปตพัลลภ) เป็นไปตามข้อตกลงตอนเลือกตั้งและบารมีของคนชื่อ&amp;rdquo;สุวัจน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตามหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อ 21 ก.พ.2563&amp;nbsp; รัฐบาลได้ข้ามพ้นจากเสียงปริ่มน้ำเป็นเสียงท่วมท้น&amp;nbsp; กล่าวคือส.ส.ทั้งสภาเหลือเพียง&amp;nbsp; 487&amp;nbsp; รัฐบาลมี 276 เสียง&amp;nbsp; ฝ่ายค้านเหลือ&amp;nbsp; 211&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวเลขแต่ละพรรคเปลี่ยนไป&amp;nbsp; ตัวหารคำนวณสัดส่วนรัฐมนตรีจะอยู่ที่ประมาณ7.66เสียงต่อ 1 รัฐมนตรี&amp;nbsp; เมื่อลองหารเล่นๆ&amp;nbsp; ตามจำนวนส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลก็จะออกมาตามตาราง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ตามสูตรคณิตศาสตร์การเมืองของรัฐบาล 276 เสียง&amp;nbsp; หากนำมาใช้กันแบบเคร่งครัด พรรคพลังประชารัฐต้องหายไป 2 ที่นั่ง,ภูมิใจไทยต้องได้เพิ่มอีก 1&amp;nbsp; พรรค,พรรคชาติพัฒนาก็อาจต้องสลัด 1 เก้าอี้รมต.ของตัวเอง,พรรคพลังท้องถิ่นไทย,พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคเล็ก 11 พรรค 11 เสียงก็ควรจะได้พรรคละ1 รัฐมนตรี....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่คณิตศาสตร์ในชีวิตของจริงการเมือง&amp;nbsp; สุดท้ายก็จะยืดหยุ่นด้วยความลงตัวทางผลประโยชน์อย่างอื่นด้วย ทั้งผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ตัวเอง.. รอบนี้คาดว่าพรรคภูมิใจไทยก็คงจะเล่นบทผู้เสียสละไม่ขอเพิ่ม, พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะยังอยู่,พรรคพลังท้องถิ่นไทย จะได้ 1 รัฐมนตรี ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่อาจจะมีตำแหน่งแห่งที่ในรูปแบบอื่นตอบแทน เช่นเดียวพับพรรคเล็ก 11 พรรคที่อาจจะพอใจในรสชาติของกล้วยและลงตัวที่ยืนที่อยู่ในปัจจุบันแล้ว...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดังนั้นปมใหญ่จริงๆ ในการปรับครม.หนนี้ก็ย้อนกลับไปที่พรรคพลังประชารัฐที่เก้าอี้หดไปราว 2 ที่นั่ง&amp;nbsp; เช่นถ้าเหลือ 16 เก้าอี้ นายกฯเอาไปใช้ 7 เก้าอี้(รวมทั้งนายกฯ) เหลืออีก9 จะแบ่งสรรกันอย่างไรให้ลงตัวในกลุ่มต่างๆ และต้องดูดีกว่าเดิม...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่น่าเชื่อว่าเขย่าสูตรไปมา พลังประชารัฐอาจเหลือแค่ 17&amp;nbsp; หายไปแค่เก้าอี้เดียว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำคัญที่สุดไม่ว่าโควตากลางหรือโควตาพรรค...ปรับแล้วหน้าตาทีมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร&amp;nbsp; ประชาชนร้องยี้หรือไม่&amp;nbsp; ตอบโจทย์หรือไม่..ซึ่งจะว่ากันที่จริงที่ผ่านมาทีม 4 กุมารก็ไม่ได้เก่งกาจจนประชาชนหวงแหนเพราะฝีมือฉกาจฉกรรจ์อะไรมาก&amp;nbsp; หนำซ้ำประชาชนไม่น้อยรู้สึกไม่ปลื้มกับผลงานทางเศรษฐกิจด้วยซ้ำ&amp;nbsp; เพียงแต่ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของทีมกลุ่มสามมิตรและอีกสองสามกลุ่มที่เคลื่อนไหวเปิดศึกแย่งชามข้าวในพรรคค่อนข้างย่ำแย่&amp;nbsp; มันก็เลยทำให้กลุ่ม 4 กุมารที่มีภาพลักษณ์ส่วนตัวดีพลอยโชคดีไป..และยังอยู่ได้(ชั่วคราว)แม้จะลาขาดจากสมาชิกพรรคไปแล้ว..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นั่นเพราะ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ฟังเสียงประชาชน&amp;nbsp; และฉวยใช้เวลานี้ยืดเวลาในการปรับครม.ออกไปให้นานที่สุด&amp;nbsp; ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องให้สภาฯผ่านกฎหมายงบประมาณ วาระที่3 ปลายส.ค.หรือต้นก.ย.2563 ไปก่อน..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;แต่ถ้ายืดไม่ไหวจะปรับใหญ่กันต้นๆเดือนส.ค.2563 ก็ยังได้&amp;nbsp; เพราะยามนี้รัฐบาลไม่กลัวเรื่องคะแนนเสียงสนับสนุนอีกแล้ว !!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;และแน่นอนถึงนาทีนี้ถึงแม้จะมีข้อจำกัดโน่นนี่นั่น&amp;nbsp; แต่เชื่อว่า &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ที่มีประสบการณ์บนเก้าอี้นายกฯมา 6 ปีเต็มๆ&amp;nbsp; ต้องรู้แล้วว่าปรับครม.รอบนี้ควรจะปรับอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมเศรษฐกิจควรจะมีส่วนผสมอย่างไรให้แข็งแกร่งแข็งแรง&amp;nbsp; เมื่อรวมทั้งหมดแล้วครม.ชุดใหม่ต้องทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นศรัทธา..เพราะที่สุดแล้วการเมือง การบริหารประเทศเป็นสิ่งที่ค้ำยันรัฐบาลได้ดีที่สุดก็คือ ความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...แม้ต้องคำนึงถึงคณิตศาสตร์การเมืองอยู่ แต่ต้องข้ามพ้นไปให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp; ภายใต้หลักการนายกฯต้องเป็นคนรับฟัง แต่ต้องเป็นตัวของตัวเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ทุกเก้าอี้รัฐมนตรีมีความสำคัญหมด&amp;nbsp; วางคนให้ถูกที่ถูกทาง..&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถ้าปรับครม.ถูกตาถูกใจประชาชนแล้วเดินหน้าบริหารประเทศเกิดสะดุดต้องยุบสภา&amp;nbsp; หลังเลือกตั้งรอบหน้าก็ยังมีโอกาสกลับมาได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าปรับแล้วร้องยี้กันทั้งบ้านทั้งเมืองเบื้องหน้าอนาคตของท่านนายกฯลุงตู่ก็คงหนักหนาสาหัสเป็นธรรมดา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71476</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปรับครม., พล.อ.ประยุทธ์, รัฐบาลบิ๊กตู่, สำราญ รอดเพชร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e5a6272513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วีนคะแนนป่วนแผนตั้งรบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; เปิดตัวเลขผลเลือกตั้ง 100%อย่างไม่เป็นทางการแล้ว ยันมีตัวเลขเขย่งบ้างไม่ใช่เรื่องแปลก พปชร.กวาด 8,433,137 คะแนน ส่วนเพื่อไทย 7,920,630 คะแนน &amp;ldquo;สนธิรัตน์&amp;rdquo; แถลงทันทีมั่นใจจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล &amp;ldquo;ภูมิธรรม&amp;rdquo; หัวร้อนอัดผลสุดเลอะเทอะ เปลี่ยนแปลงรายวันทำแผนยึดทำเนียบฯ ป่วน &amp;ldquo;ช่อ ส้มหวาน&amp;rdquo; สบช่องตีกิน บอก &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; เคยลั่นวาจาไม่ต่อเวลา คสช. ซึ่งประชาชนจับตาดูอยู่ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; แนะประชาชนอย่าหมกมุ่นเรื่องจับขั้วมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ แถลงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการว่า กกต.มีมติที่ 33/2562 ลงวันที่ 25 มี.ค.62 ให้เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังได้รับการรายงานผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ 100% จากสำนักงาน กกต.จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการรายงานเฉพาะ ส.ส.แบบแบ่งเขต และคะแนนรวมของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่ง ส.ส.แบบแบ่งเขตมีผู้สมัครทั้งสิ้น 11,181 คน แต่ถูกตัดสิทธิ์สมัครไป 572 คน คงเหลือผู้สมัคร 10,609 คน และผลคะแนนของพรรคการเมือง 81 พรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชแถลงว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งนี้มีทั้งสิ้น 51,239,638 คน มีผู้มาใช้สิทธิ์ 38,268,375 คน หรือคิดเป็น 74.69% ผู้ไม่มาใช้สิทธิ 12,971,263 คน หรือ 25.31% ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากการแถลงของนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ในวันที่ 24 มี.ค. เนื่องจากขณะนั้นเป็นการนับคะแนนที่ 94% ส่วนจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไปมีทั้งสิ้น 38,268,366 ใบ แยกเป็นบัตรดี 35,532,647 คิดเป็น 92.85% บัตรเสีย 2,130,327 ใบ หรือคิดเป็นร้อยละ 5.57 บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 605,392 ใบ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.58
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคะแนนของพรรคการเมือง 100% โดยพรรคที่มีคะแนนซึ่งนำมาคำนวณเป็นเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) มีประมาณ 30 พรรค อาทิ 1.พรรคพลังประชารัฐ 8,433,137 คะแนน 2.พรรคเพื่อไทย 7,920,630 คะแนน 3.พรรคอนาคตใหม่ 6,265,950 คะแนน 4.พรรคประชาธิปัตย์ 3,947,726 คะแนน 5.พรรคภูมิใจไทย 3,732,883 คะแนน 6.พรรคเสรีรวมไทย 826,530 คะแนน 7.พรรคชาติไทยพัฒนา 782,031 คะแนน 8.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 485,664 คะแนน 9.พรรคประชาชาติ 485,436 คะแนน 10.พรรคเพื่อชาติ 419,393 คะแนน 11.พรรคพลังประชาชาติไทย 416,324 คะแนน 12.พรรคชาติพัฒนา 252,044 คะแนน 13.พรรคพลังท้องถิ่นไท 213,129 คะแนน 14.พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 136,597 คะแนน และ 15.พรรคพลังปวงชนไทย 81,733 คะแนน พลังชาติไทย 73,869 คะแนน (อ่านรายละเอียดหน้า 4)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชยังอธิบายถึงกรณีจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับยอดบัตรที่ใช้ 9 ใบ ว่าอาจเกิดการเขย่งในจำนวนผู้มาใช้สิทธิกับบัตรที่ใช้ ซึ่งมีสาเหตุกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปแสดงตนใช้สิทธิ แต่ไม่รับบัตรเลือกตั้ง แล้วเดินออกจากหน่วยเลือกตั้งไป เพราะมีหน่วยเลือกตั้งกว่า 92,000 หน่วย ส่วนกรณีบัตรดีไม่ตรงกับการคำนวณคะแนนรวมของทุกพรรคการเมืองนั้น ก็อาจมีสาเหตุมาจากนับบัตรที่หน่วยเลือกตั้งที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบกับคะแนนรวม เพราะคะแนนมีการนับและเขียนไว้อย่างชัดเจนที่กระดานในหน่วยเลือกตั้งของทุกหน่วย ซึ่งความผิดพลาดไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ที่ผ่านมาพบการเขย่งของบัตรเช่นนี้เหมือนกัน
&amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo;มั่นใจกวาดชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ กกต.แถลงตัวเลขคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 100% นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ถือเป็นความชัดเจนครั้งที่ 1 ที่ทำให้รู้ว่าเราจะมีจำนวน ส.ส.เท่าไร แต่ยังไม่ขอเปิดเผย รวมถึงได้ประเมินจำนวน ส.ส.ในส่วนของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่คิดว่าจะจับมือกับพรรคจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเคยพูดคุยกันแล้ว สำหรับคะแนนของพรรคที่ได้อันดับหนึ่งนั้น ทำให้พรรคมั่นใจว่าจะรวมเสียงและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนกระบวนการเจรจาแล้วรวบรวมเสียงนั้น ก็จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ เนื่องจากยังต้องรอการประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก กกต. เพราะอาจมีข้อร้องเรียนจนนำไปสู่การให้ใบเหลือง-ใบแดงได้
นายสนธิรัตน์ยังปฏิเสธไม่ทราบข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต่อรองตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเออีก 3 กระทรวง ว่าไม่ทราบ และพรรคก็ยังไม่มีการประสานพูดคุยกับ 6 พรรคการเมืองที่ไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ทราบว่า 6 พรรคดังกล่าวจะเปลี่ยนใจหรือไม่
&amp;ldquo;ในวันที่ 29 มี.ค. เวลา 11.00 น. พรรคจะประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อประเมินสถานการณ์หลัง กกต.ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ 100%&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรค พปชร. กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า เร็วไปที่จะพูดถึง ต้องรอ กกต.รับรองผลอย่างเป็นทางการ อาจต้องใช้เวลาอีก 1 เดือนตามกรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนที่พรรค พท.ลงนามสัตยาบันกับอีก 5 พรรคก็เป็นการช่วงชิงกระแส ถือเป็นสีสัน แต่ดูเหมือนว่ายังไม่สมบูรณ์เพียงพอ เพราะเสียงค่อนข้างจะปริ่มๆ 250 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคอีสาน พรรค พปชร. กล่าวในประเด็นนี้เช่นกันว่า พรรคการเมืองที่ไปพูดคุยกับพรรค พท.มีการรวบรวม ส.ส.ได้ 253 เสียง แต่ถ้าไปดูตัวเลขจริงๆ จากหน้าหนังสือพิมพ์ ก็เห็นชัดเจนว่าคะแนนไม่ถึง เพราะฉะนั้นไม่ทราบว่าอีกฝ่ายหนึ่งพยายามทำเพื่อให้เกิดความชอบธรรม โดยทำให้ตัวเลขเกิน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วตัวเลขไม่ถึง
อัดตัวเลขกกต.เลอะเทอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขที่ประธาน กกต.แถลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค. กับการที่ กกต.แถลงวันที่ 28 มี.ค.ไม่ตรงกัน ล่าสุดพบว่ามีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพิ่มมากว่า 3 หมื่นคน ถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น และตัวเลขผู้มาใช้สิทธิก็เพิ่มขึ้น 4.4 ล้านเสียง ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก กกต.ต้องทำตัวเลขออกมาให้ชัด ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามอำเภอใจในแต่ละวัน เพราะมีผลไปถึงผลการเปลี่ยน ส.ส.ของแต่ละพรรค การที่องค์กรระดับชาติเปลี่ยนตัวเลขเช่นนี้ ถือเป็นความเลอะเทอะ&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้งทั้งระบบ แล้วยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้ นานาประเทศจะเชื่อมั่นได้อย่างไร แล้วจะไปพูดอะไรไปถึงการตั้งรัฐบาล เพราะจะกลายเป็นว่าเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวไม่มีความน่าเชื่อถือ เป็นรัฐบาลที่ล้มละลายไปแล้วกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง&amp;rdquo; นายภูมิธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค. แถลงภายหลังการประกาศผลคะแนนเลือกตั้ง 100% อย่างไม่เป็นทางการของ กกต.เช่นกันว่า ต้องขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่มอบคะแนนเสียงมากกว่า 6.2 ล้านเสียงให้พรรค ส่งผลให้ อนค.มี ส.ส.เขตที่ 30 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากการคำนวณไม่ต่ำกว่า 50 คน หรือจะมี ส.ส. 80 คนขึ้นไป แต่ต้องรอดู กกต.ว่าจะเคาะคะแนนเสียงต่อ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คนเท่าไร และจะมีใบเหลือง-ใบแดงให้ ส.ส.ของพรรคและพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเท่าไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายืนยันว่าพรรคไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง หรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งมีโอกาสยากมากที่จะได้ใบเหลืองหรือใบแดง แต่หากได้รับจริง เราพร้อมเลือกตั้งซ่อม และเชื่อว่าประชาชนจะเทคะแนนให้เรามากกว่าเดิม มีแต่จะเพิ่มขึ้น และเผลอๆ นอกจากจะได้จำนวน ส.ส.เขตเพิ่มขึ้นแล้ว จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของเราอาจเพิ่มขึ้นอีกด้วย เรายินดีจะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในสนามเลือกตั้ง&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ยังกล่าวถึงการลงนามสัตยาบัน 6 พรรคว่า มี ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 255 ที่นั่ง ซึ่งยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด พรรคขอเชิญชวนทุกพรรคการเมืองที่เคยให้สัญญากับประชาชนไว้ว่าพร้อมต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ และต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. มาร่วมกับ 6 พรรคการเมือง ซึ่งประชาชนเฝ้าดูท่านอยู่ว่าใครจะยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย หรืออยู่ฝั่งสืบทอดอำนาจของ คสช. นี่คือเวลาประวัติศาสตร์ที่ท่านต้องตัดสินใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;#39;ช่อ&amp;#39;ตีกินบีบ&amp;#39;อนุทิน&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ระบุว่าเป็นคนรักษาคำพูดว่าจะอยู่กับประชาธิปไตย ก็จะเชื่อมั่นในตัวนายมิ่งขวัญ รวมถึงพรรคภูมิใจไทย ที่ระบุจะไม่เอาการสืบทอดอำนาจของ คสช. ก็มั่นใจว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะทำตามคำที่เคยสัญญาไว้&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว และว่า ส่วนกระแสเรื่องงูเห่าของพรรค อนค.นั้น เชื่อมั่นในตัวว่าที่ ส.ส.ทุกคน เพราะไม่เคยมีการซื้อหรือดูดตัว แต่ยอมรับว่าอาจเป็นไปได้ และมีความพยายามดูดตัว ซึ่งเชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคยึดโยงด้วยอุดมการณ์ ยากที่จะมีใครถูกดึงตัวไป ซึ่งในสุดสัปดาห์นี้ พรรคจะจัดอบรมว่าที่ ส.ส. เพราะทุกคนล้วนเป็นหน้าใหม่ และมีการลงนามอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน เช่น การทำให้เกิดรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ซึ่งไม่ใช่การบังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ โพสต์เฟซบุ๊กกรณีหลายฝ่ายพยายามจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ว่า รัฐบาลแห่งชาติ ภาคประชาชนฝั่งหนึ่งตั้งรัฐบาลได้ แต่บริหารไม่ได้ ฝั่งหนึ่งบริหารได้ แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ อย่ายอมรับกติกาที่บิดเบี้ยว ส.ส.ถูกซื้อเป็นงูเห่า ต้องช่วยกันปลดล็อกด่วนก่อนมีการยึดอำนาจ ทั้งนี้ ภาคประชาชนเท่านั้นที่ต้องร่วมกันเยียวยาเสรีภาพ ถ้า ส.ส.ท่านใดที่เห็นด้วยออกมายืนด้วยกันตรงนี้ หลังจากนั้นลงมติหาประธานสภาฯ หานายกฯ ตั้ง ครม.ฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ช่วงนี้เลิกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย พร้อมติดติดแฮชแท็ก #อย่าอยู่แบบเลือกข้าง #ขอให้อยู่เพื่อประเทศของเรา #เอามีชัยไปลอยกระทงกันเถอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายถาวร เสนเนียม ว่าที่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่า พรรคควรไปร่วมงานกับพรรค พปชร. เพราะได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากที่สุด แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับมติพรรค ซึ่งยืนยันว่ามีวินัยพรรค และเชื่อว่ากรรมการบริหารพรรคมีมารยาทในการตัดสินใจ โดยขณะนี้ยังไม่มีใครทาบทามหรือพูดคุยให้ร่วมรัฐบาล รวมถึงยังไม่มีการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีกระแสบีบให้พรรค ปชป.ต้องเลือกข้างสนับสนุนพรรคใดระหว่างพรรค พท.กับพรรค พปชร.เพื่อตั้งรัฐบาล ว่าทุกคนไม่ควรดิ้นรนหรือดันทุรังให้มากนัก ดังนั้นกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลจึงยังไม่ต้องเร่งรีบ เพราะยังมีตัวแปรอีกหลายอย่างที่จะทำให้ตัวเลข ส.ส.ไม่นิ่ง เช่น เรื่องใบเหลือง ใบแดง ใบส้ม ที่อาจเกิดขึ้นก่อนประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำราญ รอดเพชร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังอีกยาวไกล ต้องหลังวันที่ 9 พ.ค.ทุกอย่างจึงจะเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค หรือเกิดภาวะเดดล็อก เราจะได้รัฐบาลชุดใหม่ในเดือน มิ.ย. ซึ่งการแถลงข่าวลงสัตยาบันของ 6 พรรคการเมืองโดยอ้างว่ามีพรรคที่ 7คือพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วยรวม 255 เสียง เมื่อวันที่ 27 มี.ค. จึงเป็นแค่เกมการเมืองธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรในกอไผ่มากไปกว่าการประกาศรวมกลุ่มโดยอวดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย เป็นการตีกินทางการเมือง จะได้โวยวายในภายหลังหากตัวเลขลดลง&amp;nbsp;
ปล่อยภาพอ้อนแม่ยก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะให้คาดหมายการจัดตั้งรัฐบาล ผมยังเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง และจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะมีเสถียรภาพแค่ไหนอย่างไรนั้น ขอดูกันฉากต่อฉากดีกว่า น่าเสียวไส้อยู่ไม่น้อย&amp;rdquo; นายสำราญระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น พบว่าเฟซบุ๊ก Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงานได้โพสต์ภาพแอบถ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งกำลังนั่งทำงานภายในห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ที่มือด้านซ้ายด้วย พร้อมข้อความว่า &amp;ldquo;แอบถ่าย...อุ้ย!!! ....เติมพลัง...แข็งแรงๆครับเจ้านาย&amp;rdquo;
พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงถึงภาพดังกล่าวว่า นายกฯ ได้ฝากขอบคุณสื่อมวลชน และพี่น้องประชาชนทุกคนที่ห่วงใยสุขภาพ ซึ่งขณะนี้มีความสุขแข็งแรงดี เป็นธรรมดาที่คนมีอายุทำงานหนักก็ต้องเติมพลังบ้าง ยืนยันยังแข็งแรง 100% ตาก็หายเป็นปกติแล้ว สุขภาพใจก็ดีมีความสุข ที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นไปเรียบร้อยด้วยดีตามรัฐธรรมนูญ และได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ คือนำพาสู่การเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ขอขอบคุณคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ มีอาการอ่อนเพลียธรรมดา แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยหนัก จึงให้แพทย์จากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามาให้น้ำเกลือบนห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า 1 กระปุก ซึ่งก่อนหน้านี้นายกฯ เคยทำเช่นนี้ในช่วงเดินทางไปต่างประเทศบ่อยและติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะพักผ่อนน้อย จึงป้องกันไม่ให้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินออกมาจากห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ภายหลังบันทึกเทปรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะทำงานได้ออกมายืนอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อดูการทำงานของคนสวนที่กำลังตัดแต่งกิ่งไม้ที่สนามหญ้า และตอบคำถามถึงกรณีภาพให้น้ำเกลือว่า เป็นธรรมดาของคนแก่ ขอบคุณที่เป็นห่วง ตอนนี้ก็เติมน้ำมันหน่อย เป็นธรรมดา มันตันหมดแล้ว ต้องเติมน้ำมัน แต่แข็งแรงดีแล้ว&amp;nbsp;
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ยกมือทำท่าชกมวย เพื่อแสดงความกระฉับกระเฉง พร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ขอขอบคุณอีกครั้ง ขอไปทำงานต่อแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;แนะเพลาการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ยังกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นห่วงสภาพจิตใจของพี่น้องประชาชนที่เฝ้าติดตามข่าวการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมือง ในขณะที่ กกต.ยังไม่ได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการ โดยขอความร่วมมือสื่อมวลชนนำเสนอข่าวในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดความเครียดหรือความวิตกกังวลของประชาชน เนื่องจากขณะนี้ใกล้เข้าสู่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ อยากให้ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่คนไทยมีความสุข ความสามัคคี ประเทศชาติมีความสงบ ส่วนรัฐบาลยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไปเพื่อดูแลแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน โดยไม่อยากให้นำปัญหาทางการเมืองซึ่งยังเป็นเรื่องของอนาคตมาถกเถียงกันให้เกิดความสับสนหรือขัดแย้งไม่สิ้นสุด และควรเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย และรู้จักแยกแยะได้ว่าสิ่งที่ฝ่ายการเมืองทำอยู่ในขณะนี้มีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงอย่างไร&amp;rdquo; พ.อ.อธิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการจับขั้วการเมืองว่า การนับคะแนนยังไม่เรียบร้อย จะไปจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างไร ต้องรอให้ กกต.นับคะแนนให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งหลังวันที่ 9 พ.ค. ค่อยว่ากัน ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ กกต.ไม่เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้ง 100% เรื่องนี้ต้องไปถาม กกต.
&amp;ldquo;จะฝากเรื่องอะไร ทุกอย่างขอให้รอวันที่ 9 พ.ค. ขณะนี้ก็มีความปรองดองกันอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการเลือกตั้ง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กล่าวถึงวาทกรรมเรื่องประชาธิปไตยและเผด็จการว่า ถ้าเราลดเรื่องวาทกรรมเหล่านี้ลงบ้างก็คงจะดี น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศ อยากให้ทุกคนมองผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ถ้าไปใช้วาทกรรมให้เกิดความเกลียดชัง เกิดการแบ่งแยก แตกแยกกัน ก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประพันธ์ คูณมี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องนี้ว่า วาทกรรมฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายเผด็จการเป็นทั้งการหลอกลวงและบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ไร้ยางอาย เป็นการไม่เคารพสิทธิของประชาชน เป็นการใช้ตรรกะและปรัชญาแห่งความชั่วร้ายต่ำทรามทางการเมือง เป็นการเมืองที่สามานย์และเป็นการแบ่งแยก สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน อันเป็นพฤติการณ์ที่ถนัดของสมุนระบอบทักษิณ ที่เคยสร้างปัญหาป่วนเมือง สร้างความแตกแยกในสังคม เผาประเทศตนเองมาแล้วนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากจะกล่าวกันอย่างตรงไปตรงมาในรอบกว่า 10 ปีมานี้ คงไม่มีระบอบการเมืองใดที่ชั่วร้ายเลวทรามยิ่งไปกว่าระบอบทักษิณ เพราะเนื้อแท้ของการเมืองระบอบนี้ เป็นทั้งเผด็จการ+เผด็จโกง ซึ่งระบอบเช่นนี้ต่างหากอันตรายน่ากลัว มิใช่การเมืองอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ขณะนี้ ผมจะไม่ยอมรับพวกอ้างประชาธิปไตยบังหน้า แต่ต้องการฟื้นการเมืองสามานย์ของระบอบทักษิณให้กลับมาอีกครั้ง&amp;rdquo; นายประพันธ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32476</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช เอื้อวงศ์, ถาวร เสนเนียม, ประพันธ์ คูณมี, พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ภูมิธรรม เวชยชัย, มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, ยงยุทธ ติยะไพรัช, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สำราญ รอดเพชร, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cdb09928bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สำราญ&#039;จัดหนัก6พรรคฝ่ายแม้วตีกินชิงอ้างมั่ว255เสียงตั้งรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.62 - นายสำราญ รอดเพชร &amp;nbsp;ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กว่า หลังเลือกตั้ง 24 มี.ค.มีน้องๆสื่อมวลชน4-5 คน โทรศัพท์มาขอความเห็นเรื่องผลเลือกตั้งโดยเฉพาะกรณีพรรครวมพลังประชาชาติไทยว่าจำนวนที่นั่งได้น้อยกว่าที่คาดหมายใช่หรือไม่ เพราะอะไร รวมทั้งประเด็นสูตรการจัดตั้งรัฐบาล...ซึ่งในนาทีนั้นผมได้แต่ขอโทษน้องๆไปว่า ขอยกยอดไปวันหน้าค่อยว่ากัน..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงวันนี้ก็ขออนุญาตแสดงความเห็นส่วนตัวเล็กๆน้อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเรื่องพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งตอนนี้ตัวเลขอยู่ที่ 5 ที่นั่ง ก็ต้องยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความคาดหมายมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ด้วยหลายเหตุปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในปัจจัยภายนอก ทราบว่าทางพรรคกำลังจะล้อมวงถอดบทเรียนกันในอีกไม่กี่เพลานี้...ผมในฐานะหนึ่งในสมาชิกพรรคก็รอเสนอความเห็น รอฟังข่าวอยู่...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องบอกว่าเส้นทางอีกยาวไกล หลังการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายในวันที่9 พ.ค.โน่นแหละ ทุกอย่างจึงจะเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังประกาศผลเลือกตั้งแล้วภายใน 15 วันให้เรียกประชุมรัฐสภานัดแรก หลังจากนั้นก็จะเป็นการชิงเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งใช้เสียงข้างมากของจำนวนส.ส.500 คน จากนั้นตามด้วยการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีซึ่งต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา (อย่างน้อย 376 เสียง) และสุดท้ายก็จะเป็นการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งประมาณกันว่าถ้าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคหรือเกิดภาวะ&amp;rdquo;เดดล็อก&amp;rdquo;เราจะได้รัฐบาลชุดใหม่ในเดือนมิ.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแถลงข่าวลงสัตยาบันของ 6 พรรคการเมืองโดยอ้างว่ามีพรรคที่ 7คือพรรคเศรษฐกิจใหม่ด้วย รวม 255 เสียงเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมาเป็นแค่เกมการเมืองธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรในกอไผ่มากไปกว่าการประกาศรวมกลุ่มโดยอวดอ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ที่สำคัญคือพยายามตอกย้ำตัวเลขจำนวนส.ส.ว่าแต่ละพรรคมีกี่ที่นั่ง ทั้งๆที่ตัวเลขยังไม่นิ่ง และบางพรรคของฝ่ายนี้มีโอกาสที่ตัวเลขจะลดลง การที่นำตัวเลขที่ยังไม่นิ่งมาแถลงข่าวก่อน ใช่หรือไม่ว่าเป็นการตีกินทางการเมือง จะได้โวยวายในภายหลังหากตัวเลขลดลง ทั้งๆที่ระดับกุนซือในพรรคเพื่อไทยก็รู้ดีว่าตัวเลข 137 ที่นั่งของพรรคเพื่อไทยกับคะแนน 7.4ล้านเสียง(โดยประมาณ)นั้นเป็นตัวเลขส.ส.ที่เกินจำนวน&amp;rdquo;จะพึงมี&amp;rdquo;ไปเกือบ 20 ที่นั่ง ทำให้เกิดภาวะ&amp;rdquo;over hang&amp;rdquo; ซึ่งกกต.จะต้องงัดมาตรา 128 ของพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาคิดคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคต่างๆใหม่ ด้วยสูตรใหม่ ค่าเฉลี่ยใหม่...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดถึงการประกาศผลเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดให้ประกาศผลอย่างเป็นทางการอย่างน้อย 95 เปอร์เซ็นต์ภายในเงื่อนเวลาที่กำหนด การประกาศคะแนนยังไม่ใช่การประกาศผลรับรองอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวันนี้กกต.ต้องออกมาแถลงให้ชัดเจนถึงสิ่งนี้ รวมทั้งหลักการใหญ่ในการคิดคำนวณจำนวนส.ส.โดยเฉพาะส.ส.ระบบบัญชี รายชื่อ และบอกกล่าวเสียให้ชัดว่าคะแนนยังไม่นิ่ง ห้ามพรรคการเมืองที่เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้เอาไปตีกินหรือเอาไปโมเม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกต.มีสิทธิ์ที่จะบอกด้วยว่า การประกาศผลเลือกตั้งภายในวันที่ 9 พ.ค.นั้นจะต้องคำนึงถึงกิจกรรมทางการเมืองที่จะเกิดตามมา จะต้องไม่ทับซ้อนกับงานสำคัญของบ้านเมืองช่วงวันที่ 4-6 พ.ค.ซึ่งจะมีทั้งพระราชพิธีและพิธีที่เกี่ยวเนื่องก่อนและหลังด้วย ดังนั้นการประกาศคงจะเกิดขึ้นหลังวันที่ 6 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สุดของที่สุด..ก็พอจะกล่าวได้ว่าเมื่อมานับคะแนนกันใหม่ตามมาตรา 128 คะแนนพรรคที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยจะลดลง โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่จะหดลง...และหากจะให้คาดหมายการจัดตั้งรัฐบาล ผมยังเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งและจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะมีเสถียรภาพแค่ไหนอย่างไรนั้น..ขอดูกันฉากต่อฉากดีกว่า..น่าเสียวไส้อยู่ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง กราฟฟิกที่นำมาเสนอเป็นของนสพ.กรุงเทพธุรกิจ ก็ไม่ได้เป็นตัวเลขที่นิ่งแต่อย่างใด แต่ถือว่าอัพเดทที่สุด ณ วันนี้ ขอขอบพระคุณมาณ ที่นี้ด้วยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32431</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จัดตั้งรัฐบาล, พรรคกำนัน, รปช., รวมพลังประชาชาติไทย, สำราญ รอดเพชร, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c652583e0e76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5แกนนำพธม.เคารพฎีกา ลั่นไม่มีใครว่า2มาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผบ.เรือนจำพิเศษฯ เผย 5 แกนนำ พธม.นอนคุกคืนแรกมีเครียดบ้าง คาด 2 สัปดาห์ปรับตัวในแดนแรกรับได้ แนวร่วม พธม.เผยทุกคนสบายดี ฝากขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย วอนให้เคารพคำตัดสิน &amp;quot;พิภพ&amp;quot; ยืดอกลั่นคงไม่มีใครกล้ามาพูดว่าสองมาตรฐานอีก &amp;nbsp;&amp;quot;สุริยะใส&amp;quot; ฝากบอกทุกการต่อสู้ต้องอยู่กับความเป็นจริง แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งจำคุก 6 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ พธม. และนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน พธม. ในคดียึดทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 คนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วนนายสนธิถูกส่งกลับไปคุมขังยังเรือนจำกลางคลองเปรมเหมือนเดิม และให้นับโทษจำคุก 8 เดือน ต่อจากคดีที่มีคำพิพากษาไปแล้วก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. หลังจากนำตัว 5 แกนนำ พธม.เข้ามาคุมยังแดนแรกรับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร่างกายและทำประวัติผู้ต้องขังตามขั้นตอนการรับตัวผู้ต้องขังใหม่ พบว่าทั้ง 5 รายมีโรคประจำตัว คือ พล.ต.จำลอง มีอาการปวดไหล่ขวาเรื้อรัง เคยผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ 3 เส้น, นายสมศักดิ์ เคยรับการรักษาผ่าต้อเนื้อที่ตา, นายพิภพ เป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากโต ไขมันเลือดสูง และนายสมเกียรติ เป็นโรคความดันสูง เคยได้ผ่าตัดเพื่อรักษาอาการเส้นเลือดในสมองตีบและสมองขาดเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีเพียงนายสุริยะใส ที่ยังอายุน้อยกว่าพรรคพวกอีก 4 คน มีเพียงโรคประจำตัวความดันสูง เคยทำเอ็มอาร์ไอ เพราะมีอาการชาซีกขวาร่างกาย และทุกคนมีการเตรียมยารักษาอาการประจำตัวของแต่ละคนมาด้วย แม้แต่ละคนจะเคยเข้ามาอยู่ในเรือนจำมาแล้ว แต่เข้ามาใหม่รอบนี้ก็มีอาการเครียดบ้าง เบื้องต้นคาดว่าจะให้ทั้งหมดอยู่ในแดนแรกรับ 2 สัปดาห์ เพื่อปรับตัวใช้ชีวิตในเรือนจำ เรียนรู้กฎระเบียบใหม่ ส่วนการจัดอาหารให้ พล.ต.จำลอง ที่รับประทานมังสวิรัติ ไม่มีปัญหา ทางเรือนจำดำเนินการผัดผักให้ได้&amp;quot; นายกฤช กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รายงาน ภาพรวมคืนแรกของการควบคุมตัวแกนนำ พธม. โดยทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษฯ แดนแรกรับ ทั้ง 6 คนมีอาการปกติ ไม่ได้มีการร้องขออะไรเป็นพิเศษ ก่อนที่ทั้ง 6 คนจะถูกนำตัวไปคุมขัง ได้ให้ทีมแพทย์ตรวจสุขภาพพร้อมกับให้ยารับประทานกรณีที่ผู้ต้องขังบางรายอาจป่วยมีโรคประจำตัว ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าผู้ต้องขังคนใดประสงค์หรือมีความจำเป็นต้องพบแพทย์เป็นกรณีพิเศษ โดยทุกคนมีสภาพความเป็นอยู่ตามปกติ ตลอดทั้งคืนทั้งหมดนอนหลับได้ตามปกติ แต่ใช้เวลาในช่วงก่อนเข้านอนนานกว่าปกติ อาจเนื่องจากยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำ มีอาการเครียดไม่มาก ส่วนเรื่องอาหารการกินหลังจากที่รับตัวเข้าแดนแรกรับแล้ว ได้ให้รับประทานข้าวผัดเป็นอาหารมื้อแรก มีเพียง พล.ต.จำลองที่ทานมังสวิรัติ จึงจัดข้าวกับผัดผักให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า แกนนำ พธม.ทั้งหมดในคดีนี้ ได้พบกับแกนนำ นปช. ที่ถูกควบคุมตัวภายในเรือนจำก่อนหน้านี้ มีการทักทายกันตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน แนวร่วมกลุ่ม พธม.ได้ทยอยเข้าเยี่ยมตลอดทั้งวัน โดยนายสุริยันต์ ทองหนูเอียด กรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดเผยว่า ผลการเยี่ยมอาจารย์พิภพ สุริยะใส พี่สมศักดิ์ ในวันนี้ 14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก ทุกคนสบายดี ยิ้มแย้มแจ่มใสดี หน้าตาสดชื่นทุกคน อาจารย์พิภพให้แจ้งว่าฝากขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงและให้กำลังใจ ข้างในเรือนจำ สะอาด เจ้าหน้าที่ดูแล อาหารดี มีคุณภาพ ตั้งใจจะใช้ชีวิตในเรือนจำเพื่อทำการเขียนหนังสือตามที่วางแผนไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุริยะใสแจ้งขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย ตนทำใจได้ &amp;nbsp;ไม่เครียด ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องว่าจะทำใจไม่ได้ &amp;nbsp;จะดูแลรักษาสุขภาพและจะเปลี่ยนวิฤติครั้งนี้ให้เป็น โอกาส เลิกบุหรี่ให้ได้ ฝากขอบคุณทุกท่าน แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ดูแลดี เรือนจำสะอาด อาหารดี &amp;nbsp;ไม่ต้องห่วงครับ รับได้ในสภาพที่เป็นไป พี่สมศักดิ์แจ้งว่าไม่ต้องห่วงนอนหลับสบายดีทำใจแล้ว ในทุกทางฝากขอบคุณทุกคนที่ห่วงใย&amp;quot; นายสุริยันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสำราญ รอดเพชร ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) และอดีตโฆษก พธม. โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;ความในใจของ ดร.ยะใส...&amp;quot; ระบุว่า วันที่ 14 ก.พ. วันแห่งความรัก ไปเยี่ยมพี่สมศักดิ์ โกศัยสุข พี่พิภพ ธงชัย และ ดร.สุริยะใส กตะศิลา น้องเลิฟ ในที่สุดก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่... ทุกท่านฝากขอบคุณพี่น้องพันธมิตรฯ พี่น้องมวลมหาประชาชน ที่ให้กำลังใจในรูปแบบต่างๆ กันอย่างท่วมท้น และขอให้เคารพคำตัดตัดสินของศาลไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม พี่พิภพบอกว่าจากนี้ไปหากไม่มีใครเลวเกินจินตนาการจริงๆ คงไม่มีใครกล้ามาพูดว่า..สองมาตรฐานอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำราญระบุว่า กับ ดร.ยะใส ผมคุยหลายนาที ได้ฝากฝังการงานให้ผมและพรรคพิจารณาหลายประการ ที่สำคัญยิ่งคือ &amp;ldquo;พี่ราญ ผมฝากขอโทษพวกเรา รปช.ทุกคน ขออภัยพี่น้องประชาชนที่ผมไม่สามารถอยู่ช่วยสร้างพรรคการเมืองของประชาชนให้จบการเลือกตั้งนี้ได้ ผมเสียใจ เสียดายจริงๆ ครับพี่..ฝากบอกพ่อแม่พี่น้อง บอกพวกเรา ช่วยกันสร้างก้าวเดินก้าวแรกของเราพรรคของประชาชนให้ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงท้ายๆ แม้ ดร.ยะใสจะยืนยันในคำกล่าวที่ว่า..&amp;quot;ตำแหน่งจะอยู่กับเราไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่กับเราตลอดไป&amp;quot; ก็ตาม แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะบอกว่าทุกการต่อสู้ต้องอยู่กับความเป็นจริง แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า...เขามั่นใจว่าที่สุดแล้วข้อจำกัดทางกฎหมายไม่ใช่พันธนาการใดๆ ขอเพียงมีใจที่ยืนหยัดการต่อสู้เพื่อความถูกต้องดีงาม ร่วมกันเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้มั่นคง&amp;quot; นายสำราญ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29168</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์, พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, พิภพ ธงไชย, สนธิ ลิ้มทองกุล, สมศักดิ์ โกศัยสุข, สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, สำราญ รอดเพชร, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c6584b6ad838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2019 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ใจมวลชน! &#039;สำราญ รอดเพชร&#039; เผย &#039;ความในใจของยะใส&#039; หลังสิ้นอิสรภาพ 8 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.62 - &amp;nbsp;นายสำราญ รอดเพชร &amp;nbsp;ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) และเป็นอดีตโฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) &amp;nbsp;โพสต์ข้อความเรื่อง &amp;quot;ความในใจของดร.ยะใส...&amp;quot; ลงในเฟซบุ๊ก Samran Rodpetch &amp;nbsp;โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวาน(13)ตอนสายเมื่อทราบข่าวศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุก6 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)คนละ 8 เดือน แม้จะช็อกเล็กๆ แต่ก็ไม่ถึงกับน้ำตาไหล ได้แต่มึนๆ ไม่มีกะจิตกะใจจะพูดกับใครไปพักใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้ 14 ก.พ.วันแห่งความรัก ....ไปเยี่ยม พี่สมศักดิ์ โกศัยสุข พี่พิภพ ธงชัยและดร.สุริยะใส กตะศิลา น้องเลิฟ ในที่ก็สุดก็กลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะที่เข้าเยี่ยมนำทีมโดยทนายมิ้นท์ของเรา ,พี่ติ๊ก มาลีรัตน์ แก้วก่า,คุณนัสเซอร์ ยี่หมะ ศิษย์เก่าของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และเพื่อนพ้องน้องพี่อีกหลายคน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเช้าที่เข้าเยี่ยมทางเรือนจำประหยัดเวลา เบิกตัวทั้ง3แกนนำมาให้พวกเรา สลับกันพูดคุยภายใต้เวลาที่กำหนด ผมได้คุยกับทั้ง3ท่านด้วยเวลาตามสมควร แต่กับดร.ยะใสคุยกันยาวหน่อย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง3แกนนำ แม้จะมีปัญหาสุขภาพต่างกันไป แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติหรือหนักหนาสาหัสมากนัก ทั้งหมดบอกว่าสามารถปรับตัวที่แดนแรกรับนี้ไม่ยาก วันข้างหน้าว่ากันอีกทีว่าใครจะไปอยู่แดนไหน..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมิได้นัดหมาย ทุกท่าน ฝากขอบคุณพี่น้องพันธมิตรฯ พี่น้องมวลมหาประชาชน ที่ให้กำลังใจในรูปแบบต่างๆ กันอย่างท่วมท้น และขอให้เคารพคำตัดตัดสินของศาลไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม...พี่พิภพบอกว่าจากนี้ไปหากไม่มีใครเลวเกินจินตนาการจริงๆ คงไม่มีใครกล้ามาพูดว่า..สองมาตรฐานอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กับดร.ยะใส ผมคุยหลายนาที นอกเหนือจากฝากขอบคุณ &amp;quot;ลุงกำนัน&amp;rdquo;ที่ห่วงใย แล้วด้วยเหตุที่ดร.ยะใสที่มีภาระหน้าที่การงานหลายอย่าง และในฐานะผู้สมัครบัญชีรายชือลำดับที่ 7 ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ฝากฝังการงานให้ผมและพรรคพิจารณาหลายประการ....แต่ที่สำคัญยิ่งคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พี่ราญผมฝากขอโทษพวกเรารปช.ทุกคน ขออภัยพี่น้องประชาชนที่ผมไม่สามารถอยู่ช่วยสร้างพรรคการเมืองของประชาชนให้จบการเลือกตั้งนี้ได้ ผมเสียใจ เสียดายจริงๆครับพี่...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารภาพครับ ดร.ยะใสพูดด้วยเสียงสั่นเครือไม่ทันจบผมต้องแอบเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง อยากจะเอื้อมมือไปจับแล้วบอกว่า ไม่ได้เป็นความผิดของน้องแม้แต่นิด ใยต้องมาขอโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝากพี่ราญบอกพ่อแม่พี่น้อง บอกพวกเรา ช่วยกันสร้างก้าวเดินก้าวแรกของเรา พรรคของประชาชนให้ได้&amp;rdquo; อีกตอนหนึ่งที่ทำให้ผมน้ำตาซึม และแอบถามตัวเองว่าถ้าผมอยู่ในชุดนักโทษ ติดโทษแบนทางการเมืองถึงสิบปีอย่างน้อง ยังจะมีกะจิตกะใจพูดแบบนี้ได้ไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อค่ำวันที่ 12 ก.พ.คืนก่อนตัดสินคดี ผม พร้อมพลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์และดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร กก.บริหารพรรครปช.ได้ล้อมวงกินข้าวกับดร.ยะใส ค่ำนั้นผมไม่คิดว่าน้องชายของผมจะเข้มแข็งแกร่งกล้าเหมือนที่ผมได้ยินในวันนี้.....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลืมไปว่า แท้จริงแล้ว ผมไม่น่างวยงงอะไร เพราะนับจากปี2549ถึง 2557 เราสองคนและพี่น้องพันธมิตรฯพี่น้องมวลมหาประชาชนได้กอดคอร่วมกันต่อสู้กับระบอบทุนสามานย์ ระบอบทักษิณ ระบบเผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากมาด้วยกัน3รอบใหญ่ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงท้ายๆแม้ดร.ยะใสจะยืนยันในคำกล่าวที่ว่า..&amp;rdquo;ตำแหน่งจะอยู่กับเราไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่กับเราตลอดไป&amp;rdquo; ก็ตาม แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะบอกว่าทุกการต่อสู้ต้องอยู่กับความเป็นจริง แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า...เขามั่นใจว่าที่สุดแล้วข้อจำกัดทางกฎหมายไม่ใช่พันธนาการใดๆ ขอเพียงมีใจที่ยืนหยัดการต่อสู้เพื่อความถูกต้องดีงาม ร่วมกันเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ยะใสยืนยันว่าอีกไม่นานจะออกมาร่วมต่อสู้กับพ่อแม่พี่น้องเหมือนเดิม ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29125</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรครวมพลังประชาชาติไทย, ยะใส, รปช., สำราญ รอดเพชร, สุริยะใส กตะศิลา, อดีตโฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c652578f33b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
