<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลิกแล้วนะ!&#039;บิ๊กตู่&#039;โชว์ผลงาน ติดต่อราชการไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ย.61-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเพจ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha หลังห่างหายใน 3 วันว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่ผมได้มอบนโยบายให้หน่วยงานราชการยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน เมื่อวานนี้นโยบายนี้ได้เริ่มใช้แล้ว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลประชาชนเต็มรูปแบบ ผมถือว่านี้เป็นการยกระดับการให้บริการของภาครัฐ และลดภาระประชาชน โดยในรายละเอียดขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบดูแต่ละหน่วยงานที่ท่านต้องไปติดต่อราชการอีกทีครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21430</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สำเนาบัตรประชาชน, เพจ ประยุทธ์ จันโอชา  Prayut Chan-o-cha, เลิกใช้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181106/image_big_5be100ed380cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2018 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2018 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศกรมสรรพากรยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.61 &amp;nbsp;- ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง ยกเลิกการใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามข้อ 17 ของค าสั่งหั วหน้ าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออ านวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560ประกอบกับที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายThailand 4.0 ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานซึ่งที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการใช้ส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชน และส าเนาทะเบียนบ้าน เพื่อรองรับการเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร และกฎหมายอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากรและการติดต่อราชการกรมสรรพากร เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย Thailand 4.0 ดังกล่าว อันเป็นการอำนวยความสะดวกรวดเร็วและลดภาระของประชาชนในกรณีที่ต้องใช้เอกสารส าเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านอธิบดีกรมสรรพากรจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ยกเลิกการใช้ส าเนาบัตรประจ าตัวประชาชน และส าเนาทะเบียนบ้าน ในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร และกฎหมายอื่นที่อยู่ในอ านาจหน้าที่ของกรมสรรพากร รวมถึงประกาศระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ ข้อก าหนด หรือแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ของกรมสรรพากร ที่ก าหนดให้บุคคลใด ๆ ต้องใช้สำเนาบัตรประจ าตัวประชาชน และส าเนาทะเบียนบ้าน เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กรณีจำเป็นและต้องการสำเนาเอกสารดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรเป็นผู้จัดทำสำเนาเอกสารดังกล่าวขึ้นเอง และห้ามมิให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการจัดท าส าเนาเอกสารนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ให้ใช้ส าเนาบัตรประจำตัวประชาชนของมอบอำนาจ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
อธิบดีกรมสรรพากร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18638</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำเนาบัตรประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช.เรียก TRUE ให้ข้อมูลด่วนหลังทำข้อมูลลูกค้ามือถือ บัตรปชช.-พาสปอร์ต รั่วไหลก้อนใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 เม.ย.61- รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานฯ ได้เรียกตัวแทนจากบมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เข้ามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า &amp;nbsp;ได้มีข้อมูลบัตรประชาชนและใบขับขี่ &amp;nbsp;ผู้ใช้งานTrue Move H &amp;nbsp;รั่วไหลหลุดจากระบบให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัย คือนาย Niall Merrigan ได้รายงานข้อมูลผู้ใช้บริการ True Move H รั่วไหล โดยข้อมูลเหล่านี้อยู่ใน Amazon S3 bucket ที่ไม่ได้มีมาตรการป้องกันเพียงพอ ส่งผลให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดข้อมูลดังกล่าวออกมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อมูลที่หลุดออกมามีทั้งไฟล์ภาพ JPG และ ไฟล์ PDF โดยเป็นไฟล์สแกนสำเนาบัตรประชาชน ใบขับขี่ และพาสปอร์ตของผู้ใช้บริการ ปริมาณข้อมูลที่อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวมีประมาณ 46,000 ไฟล์ รวมแล้วกว่า 32GB โดยเป็นไฟล์นับแต่ปี 2016-2018 แต่ยังไม่มีการยืนยันจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิจัยเผยว่าได้ติดต่อประสานไปยัง True Move H เมื่อต้นเดือน มี.ค. และมีการแก้ไขปัญหาไปเมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แจ้งกับผู้ใช้งาน True Move H ว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล โดยผู้ใช้ควรตรวจสอบว่าใช้ข้อมูลใดในการลงทะเบียนกับผู้ให้บริการ รวมถึงอาจพิจารณาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ในกรณีหากเกิดเหตุการณ์ผู้ประสงค์ร้ายนำข้อมูลที่หลุดรั่วออกไปใช้ในการสวมรอยหรือปลอมแปลงตัวบุคคล ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัญหาข้อมูลรั่วไหลในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง หน่วยงานหรือนักพัฒนาที่นำข้อมูลสำคัญโดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลฝากไว้บน Amazon S3 bucket ควรรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลโดยอาจเข้ารหัสลับข้อมูล จำกัดการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก รวมถึงตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช, ข้อมูลรั่วไหล, ข้อมูลลูกค้า, ทรู, ทรู คอร์ปอเรชั่น, นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัย, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน), สำเนาบัตรประชาชน, ไฟล์ภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180414/image_big_5ad1d11619926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
