<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โคนี&#039;ถล่มซ้ำอีสาน พบแล้วศพผัวเมีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีสาน ตะวันออกเจอฝนหนักอีกรอบจากอิทธิพลพายุโคนี ช่วง 6-7 พ.ย.นี้ โคราชอ่วมซ้ำ ขณะที่น้ำล้นเขื่อนลำพระเพลิงวันละ 4 ล้าน ลบ.ม. ท่วม 9 ตำบลในปักธงชัย ด้านทีมค้นหาพบศพ 2 ผัวเมียถูกน้ำพัดไกลจากบ้าน 3 กม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง &amp;quot;พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; (พายุระดับ 3) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 6-7 พ.ย.2563)&amp;quot; ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 04 พฤศจิกายน 2563 ความว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (4 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน &amp;ldquo;โคนี&amp;rdquo; บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 500 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 14.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ในคืนพรุ่งนี้ (5 พฤศจิกายน 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและลมแรงไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนายอำเภอโชคชัย นำคณะลงพื้นที่บ้านท่าอ่าง ต.ท่าลาดขาว และ ต.พลับพลา อ.โชคชัย ติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลออกมาจากเขื่อนลำพระเพลิง กำลังเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนรอบที่ 2 ก่อนเปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำล้นจากเขื่อนลำพระเพลิงไหลเข้าพื้นที่ อ.ปักธงชัย และยังทรงตัวอยู่ แต่น้ำในเขตเทศบาลเมืองปักที่ท่วมขังอยู่บ้านมงคลชัย หรือโนนอีแซว และท่วมด้านหลังที่ว่าการอำเภอปักธงชัย 30-40 เซนติเมตร รวมทั้งหน้าที่ว่าการอำเภอ คาดว่าอีก 1-2 วัน น้ำจะไหลผ่านไป โดยพื้นที่ที่จะรับน้ำต่อไปคือ อ.ชุมพวง อ.เมืองยาง และ อ.ลำทะเมนชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า ในพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดก็จะมีการทำบิ๊กคลีนนิง และเร่งสำรวจเพื่อช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนราษฎรคู่ขนานกับการสำรวจถนนหนทาง สิ่งสาธารณประโยชน์ที่เสียหาย ตลอดจนพืชผลการเกษตร โดยจะทำให้เสร็จภายในเดือนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำพระเพลิง ล่าสุดปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ที่ 162 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 105% ของความจุเขื่อนที่ 155 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำไหลล้นออกจากเขื่อนอย่างต่อเนื่องวันละกว่า 4 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยทางเขื่อนได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตพื้นที่ 9 ตำบลใน อ.ปักธงชัย ประกอบด้วย ตำบลบ่อปลาทอง ลำนางแก้ว ตะขบ สุขเกษม งิ้ว นกออก ดอน และตำบลเมืองปัก ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม และเก็บสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูงแล้ว ซึ่งมวลน้ำที่ล้นจากเขื่อนลำพระเพลิงได้เริ่มเอ่อล้นตลิ่งไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ 9 ตำบลดังกล่าวแล้ว มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 43 หมู่บ้าน จำนวนกว่า 600 ครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมวลน้ำได้ไหลไปถึงเขตเทศบาลเมือปัก โดยสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้นำเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่อง ไปติดตั้งผลักดันน้ำออกจากเขตเทศบาลเมืองปัก เพื่อป้องกันไม่ให้มวลน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าบ้านเรือนประมาณ 20 หลังที่อยู่ติดลำน้ำถูกน้ำท่วมสูงถึงตัวบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ นายอำเภอปักธงชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองปัก และส่งผลกระทบกับประชาชน แต่ไม่ถึงกับสร้างความเสียหายมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปราจีนบุรี จากเหตุการณ์น้ำป่าเขาใหญ่หลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.นาดี เมื่อกลางดึกวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้สูญหาย 3 คน ต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ค้นพบร่างของพนักงานแขวงการทางที่สูญหายขณะขี่สกู๊ตเตอร์ฝ่าสายน้ำเชี่ยวไปดูอุโมงค์ทับลานที่ถูกน้ำท่วม มีรายงานต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.นี้ ทีมค้นหาได้รับแจ้งจากนายศักดา หงษา ผู้ใหญ่บ้านวังใหม่ หมู่ 8 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี ว่าพบร่างผู้สูญหาย 1 ราย คือนายสำเนียง อถมพรมราช อายุ 65 ปี ศพถูกน้ำพัดไปติดในป่ากล้วยหอมที่อยู่ติดกับชายคลองยางต้นน้ำลำพญาธาร ห่างจากที่ตั้งของบ้านพักที่ถูกน้ำพัดหายประมาณ 3 กิโลเมตร โดยชาวบ้านที่พบศพเล่าว่า ได้กลิ่นเหม็นเน่าขณะเดินสำรวจภายในสวนกล้วยหอม จึงเดินตามหาที่มาของกลิ่นจนกระทั่งพบศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นไม่นาน ทีมกู้ภัย รวมทั้งชาวบ้านซึ่งดินเท้าลุยทะเลโคลนเลียบขึ้นไปตามคลองยางประมาณ 500 เมตร ก็พบผู้เสียชีวิตรายที่ 2 คือนางโอ๋ อถมพรมราช อายุ 63 ปี ภรรยานายสำเนียง ศพติดอยู่ในกองเศษไม้ไผ่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82814</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุโคนี, วิเชียร จันทรโณทัย, สำเนียง อถมพรมราช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โอ๋ อถมพรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2a1f7a0fe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
