<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัมเมอร์ระอุ “สิงห์-คริสตัล” แข่งเคลมอันดับ 1ตลาดน้ำดื่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 2562 นายธิติพร &amp;nbsp;ธรรมาภิมุขกุล &amp;nbsp;ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจนอนแอลกอฮอลล์ บริษัท สิงห์ &amp;nbsp;คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าสถานการณ์ตลาดน้ำดื่มยังแข่งขันกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเรื่องราคาในช่องทางโมเดิร์นเทรด บริษัทเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องมีการจัดโปรโมชั่นบ้าง เพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษามาร์เก็ตแชร์ ซึ่งสงครามราคาเป็นมาต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันนอกเหนือจากเรื่องราคา บริษัทยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดด้านอื่น โดยได้ทุ่มงบประมาณการตลาดกว่า 200 ล้านบาท เพื่อจัดแคมเปญการตลาด &amp;ldquo;ดื่ม..สิ่งที่ใช้ให้ตัวเอง&amp;rdquo; ผ่านสื่อแบบ 360 องศา ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง ผ่านพรีเซ็นเตอร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ เพื่อจับตลาดในวงกว้าทั้งเด็ก คนรุ่นใหม่ ผู้ใหญ่ และครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างมาก เพราะถือเป็นหัวใจหลักของการผลิตสินค้าให้กับผู้บริโภค จึงมีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เทคโนโลยีการผลิตน้ำดื่มที่ดีและเหมาะกับร่างกาย โดยเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Smart Micro Filter มาใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าในโรงงาน 7 แห่งทั่วประเทศ และได้ทำการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้กับผู้บริโภคคนไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับภาพรวมตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในเชิงมีมูลค่าประมาณ 36,000 ล้านบาท เชิงปริมาณรวม 3,300 ล้านลิตร เติบโต 9.3% แบ่งตามบรรจุภัณฑ์แบบขวดพีอีทีมูลค่า 34,200 ล้านบาท เชิงปริมาณรวม 3,130 ล้านลิตร หรือคิดเป็นสัดส่วน 95% เติบโต 10% แบบขวดแก้วมูลค่า 1,800 ล้านบาท เชิงปริมาณรวม 170 ล้านลิตร คิดเป็นสัดส่วน 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม น้ำดื่มสิงห์ยังครองความเป็นเบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 21% ตามด้วยคริสตัล 20.6% เนสท์เล่ 15.2% น้ำทิพย์ 8.3% ช้าง 2.4% และอควาฟิน่า 1.5% บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายเพื่อความเป็นผู้นำตลาดที่ 23% &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรางณี ไชยพิเดช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้ได้มีแคมเปญ &amp;ldquo;พิถีพิถันทุกขั้นตอน ก่อนถึงมือคุณ&amp;rdquo; ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำตลาดน้ำดื่มของไทยด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21.1% ในปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ยังคงมี นาย ณภัทร เป็นพรีเซนเตอร์ 4 ปีซ้อน เพื่อมาถ่ายทอดถึงความพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการผลิต การบรรจุขวด และการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมของน้ำดื่มคริสตัล ทำให้น้ำดื่มคริสตัลเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจในคุณภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31783</URL_LINK>
                <HASHTAG>คริสตัล, ตลาดน้ำดื่ม, สิงห์, แย่งกันเป็นเบอร์ 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c91a49895ab9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 23:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 23:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุญรอดฯเร่งเครื่องธุรกิจอาหาร กางแผนร่วมลงทุน ขยายการเติบโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญรอดฯ กางแผนธุรกิจอาหาร เล็งร่วมทุนผู้ผลิต เพิ่มพาร์ทเนอร์ลุยเต็มสูบ เผยครึ่งปีหลังส่งฟู้ดแฟคเตอร์ดีลดิสทริบิวเตอร์ต่างประเทศ หวังปูทางสู่ตลาดเอเชีย ตั้งเป้ารายได้ 3,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการธุรกิจซัพพลายเชน และกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ผู้ผลิตเครื่องดื่มและอาหาร &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ในส่วนของแนวทางของธุรกิจอาหาร เบื้องต้นกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อร่วมทุนกับผู้ดำเนินธุรกิจอาหาร ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตซอสปรุงสำเร็จรูปอันดับ 1 ใน 5 ของตลาด ควบคู่ไปกับการมองหาพันธมิตรโรงงานผลิตผงปรุงสำเร็จรูป รองรับการเติบโตในประเทศและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจครึ่งปีหลัง บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จะเร่งทำตลาดเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินธุรกิจอาหาร โดยได้เจรจาหาตัวแทนจำหน่ายไปแล้ว &amp;nbsp;4-5 ราย จาก 5-6 ประเทศ ในการกระจายสินค้ากลุ่มอาหารและขนมทานเล่นเข้าสู่ตลาดเอเชีย อาทิ จีน ขณะเดียวกันบริษัทกำลังพิจารณาสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ เพื่อนำสินค้าจำหน่ายได้สอดคล้องกับธุรกิจดิสทริบิวเตอร์ มี 2 รูป คือ ทำตลาดและกระจายสินค้า หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเดียว &amp;nbsp;เช่น ดิสทริบิวเตอร์ในฮ่องกงก็มีเครือข่ายตลาดไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาบริษัทจัดทัพธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำรวบรวมบนบอร์ดเดียวกัน โดยธุรกิจต้นน้ำ โครงการนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ จ.อ่างทอง รองรับธุรกิจอาหารในเครือและดึงพันธมิตรเข้ามาทำธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดตั้งฟู้ดอินโนเวชั่น จ.ปทุมธานี พัฒนาสินค้าในเครือและลูกค้าของบริษัท ไร่บุญรอดหรือสิงห์ปาร์ค เป็นแหล่งวัตถุดิบพืชผัก ออร์แกนิคและนอนออร์แกนิค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บริษัท เฮสโก โซลูชั่น ผลิตซอสปรุงรสและอาหารพร้อมทาน ฟู้ดแฟคเตอร์ สร้างเครือข่ายธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศ จะรองรับสินค้าในกลุ่มบุญรอด 80% อีก 20% เป็นพันธมิตรหรือลูกค้ากลุ่มธุรกิจอาหาร มองว่าการมีกำลังผลิตจำนวนมาก ทั้งจากของกลุ่มบุญรอดฯและกลุ่มลูกค้า จะช่วยลดต้นทุนในด้านต่างๆ ลง นอกจากนี้กลุ่มสินค้าที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ อย่างธุรกิจร้านอาหาร มีด้วย 4 แบรนด์ อาทิ เอส.33 &amp;nbsp;สตาร์ เชฟ และฟาร์มดีไซน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลุ่มธุรกิจอาหารต้องเติมพันธมิตร ถ้าจะเป็นผู้นำโซลูชั่นธุรกิจอาหารต้องครอบคลุมมากกว่านี้ วางเป้าหมาย 3-5 ปี บริษัทจะนำบริษัทฟู้ดแฟคเตอร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ เพราะธุรกิจอาหารมีกำไรน้อย 2-3% &amp;nbsp;ขณะนี้มีพันธมิตร 5-6 ราย ที่มีตราสินค้าเป็นที่รู้จัก วางแผนจะทำตลาดผ่านเครือข่ายของฟู้ด แฟคเตอร์ 4-5 ประเทศ และร่วมใช้ฟู้ดอินโวชั่น ครัวกลางเพื่อพัฒนาอาหาร&amp;rdquo; นายปิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรายได้กลุ่มธุรกิจอาหาร สิงห์ปาร์ค บริษัท เฮกโก ฟู้ด โซลูชั่น ข้าวพันดี สร้างรายได้ 2,500 ล้านบาท และธุรกิจร้านอาหาร 800-1,200 ล้านบาท และฟู้ด แฟคเตอร์ ภายใน 3-5 ปี ตั้งเป้ารายได้ 3,500 ล้านบาท โดยกลุ่มซอสปรุงรสมีมูลค่า 5,000-5,500 ล้านบาท เป็นตลาดเติบโตสูง สอดรับกับพฤติกรรมคนไทยทำอาหารปรุงสดใหม่ ตอบโจทย์ความสะดวก &amp;nbsp;ขณะที่แบรนด์ ซอสต๊อด มีสินค้า 2 กลุ่มในพอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ ซอสปรุง 7 รายการ น้ำจิ้มซีฟู้ด ซอสมะเขือเทศชนิดเผ็ด ซอสผัดไทย กลุ่มแสน็ก 3 ผลิตภัณฑ์ บานาน่าชิพ ข้าวโพดหวานซอสต็อด หนังปลา โดยไตรมาส 3 จะเริ่มนำสินค้าไปจำหน่ายโมเดิร์นเทรด 500 สาขา นำร่อง ที่ บิ๊กซี และอีก 2 เดือนส่งออก 3 ประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจอาหาร, บุญรอด, บุญรอดบริวเวอรี่, ปิติ ภิรมย์ภักดี, สิงห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b15698b6b537.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
