<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2019 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2019 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สิงห์’จับมือ ‘อัลฟ่า โรมิโอ’ ล่าแชมป์เอฟวัน2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์ คอร์เปอเรชั่น สานต่อความสำเร็จในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก อย่างการแข่งขันรถสูตร 1 หรือ เอฟวัน โดยจับมือเป็น ออฟฟิเชียลพาร์ทเนอร์ กับ อัลฟ่า โรมิโอ เรซซิ่ง ทีมระดับตำนานที่หวนคืนวงการ &amp;nbsp; ฟอร์มูล่าวัน 2019&amp;nbsp; พร้อมได้นักขับแชมป์โลก 2007 อย่าง คีมี่ ไรโคเน่น ชาวฟินแลนด์นำทีมล่าแชมป์ศึก&amp;nbsp; เอฟวันฤดูกาลนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี กรรมการ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า &amp;quot;สิงห์ คอร์เปอเรชั่น มีประวัติศาสตร์ในวงการมอเตอร์สปอร์ตมายาวนานทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับนานาชาติ เราเป็นพาร์ทเนอร์กับทีมใน&amp;nbsp; ฟอร์มูล่าวันมาตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์สิงห์แข็งแกร่งในตลาดโลก เป็นที่รู้จักมากขึ้น ในฐานะโกลบอลแบรนด์ที่มีส่วนร่วมกับการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ติดตามชมมากที่สุดรายการหนึ่งของโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฤดูกาล 2019 นี้ สิงห์กำลังจะก้าวสู่อีกหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของวงการเอฟวันด้วยการเป็นพาร์ทเนอร์ กับทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อย่างทีม อัลฟ่า โรมิโอ เรซซิ่ง ในการกลับหวนคืนวงการอีกครั้งกับภาระกิจ ล่าแชมป์เอฟวัน โดยทำงานร่วมกับนักขับระดับโลกที่คนไทยคุ้นเคยและทำงานร่วมกับสิงห์มาโดยตลอด อย่าง คิมี่ ไรโคแน่น และ นักแข่งดาวรุ่งอันโตนิโอ จิโอวินาซซิ ที่จะร่วมกันสร้างความสำเร็จกับทีม อัลฟ่า โรมิโอ เรสซิ่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน เฟรเดอริค แวสเซอร์ ทีมบอสของอัลฟ่า โรมิโอ เรซซิ่ง กล่าวว่า &amp;ldquo;มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ในฐานะออฟฟิเซียลพาร์ทเนอร์ และมีเป้าหมายเดียวกันคือการนำทีมคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ เชื่อว่าประสบการณ์ยาวนานของสิงห์ทั้งในวงการมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการเอฟวัน จะทำให้การร่วมมือของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ทีม อัลฟ่า โรมิโอ เป็นที่จดจำมากขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน คีมี่ ไรโคเน่น&amp;nbsp; แชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน 2007 ซึ่งเป็นนักขับที่โดดเด่นในเรื่องความสงบนิ่งและใจเย็นจนได้รับฉายาว่า ไอซ์แมน เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ อัลฟ่า โรมิโอ เรซซิ่ง ในศึกเอฟวัน 2019 โดยเฉพาะหลังการทดสอบรถที่ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกอย่างยอดเยี่ยมมาก ผมค่อนข้างมีความสุขกับการตอบสนองของรถ ทีมงานทำงานในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาได้ดีมาก และผมเชื่อว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้อีก แน่นอนว่านี่จะเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ อัลฟ่า โรมิโอ&amp;rdquo; คีมี่ ไรโคเน่น กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ได้ให้การสนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตทั้งในประเทศไทย และในระดับนานาชาติ และระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง และในครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างครั้งสำคัญอีกครั้งในการร่วมเป็น ออฟฟิเชียลพาร์ทเนอร์ ของอัลฟ่า โรมิโอ เรซซิ่ง ที่กลับเข้ามาในวงการเอฟวันอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1985&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลฟ่า โรมิโอ นั้นเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตตั้งแต่ปี 1911 หลังจากที่ก่อตั้งบริษัทได้เพียงปีเดียวเท่านั้น และสามารถคว้าแชมป์รายการเวิลด์ แชมเปี่ยนชิพ หรือ ฟอร์มูล่าวันในยุคปัจจุบันได้ถึง 5 สมัย ในปี 1925, 1950, 1951, 1975 และ 1977&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31346</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรังด์ปรีซ์, คีมี ไรโคเน่น, ฟอร์มูล่า วัน, วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี, สิงห์ คอร์เปอเรชั่น, อัลฟ่า โรมิโอ เรซซิง, เฟรเดอริค แวสเซอร์, เอฟวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190314/image_big_5c8a3b5300f9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงห์ส่ง“มาชิตะ”โกยยอดตลาดแดนมังกร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 2562 นายธิติพร &amp;nbsp;ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจนอนแอลกอฮอลล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์สาหร่ายมาชิตะนับจากนี้ จะมุ่งเน้นการขยายตลาดส่งออกให้มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่มองว่ามีศักยภาพ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่และก่อนหน้าผู้ประกอบการแบรนด์อื่นเข้าไปก็สร้างยอดขายนับพันล้านบาท บริษัทจึงมองเห็นโอกาสดังกล่าวในการทำให้ยอดขายเติบโตมากยิ่งขึ้นให้กับแบรนด์มาชิตะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเข้าไปจำหน่ายในจีนได้เริ่มเมื่อช่วงกลางปี 2561 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเมื่อต้นปี 2562 นี้ บริษัทได้เริ่มใช้พรีเซ็นเตอร์เจาะกลุ่มลูกค้าในจีนโดยเฉพาะ ซึ่งได้เลือกนักแสดงหนุ่ม ชานน สันตินธรกุล ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากกับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว บริษัทได้วางจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด เทรดดิชั่นนอลเทรด และออนไลน์ เชื่อว่าในปีนี้สัดส่วนยอดขายที่มาจากการส่งออกจะเพิ่มเป็น 100 ล้านบาท จากปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 30-40 ล้านบาท มียอดขายจากตลาดจีนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่จะเจาะกลุ่มตลาดจีนนั้น คงต้องมีความแตกต่างจากการทำตลาดในไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้าชาวจีน เบื้องต้นอาจเป็นรสชาติทุเรียน รวมถึงรูปแบบของสินค้าอย่างสาหร่ายเทมปุระ และบรรจุภัณฑ์ที่ต้องดูดี สวย และใช้พื้นที่น้อยในการจัดเก็บอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องการเติบโตมากกว่าตลาดทุกปี และการส่งออกก็จะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มากกว่าในประเทศ โดยตอนนี้บริษัทคงต้องสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักวงกว้างกับตลาดจีนก่อน จากเดิมคนจะรู้จักมาชิตะในช่องทางการจำหน่ายที่คิงเพาเวอร์เท่านั้น ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน ก็อยากให้ยอดขายรวมขึ้นมาเป็น 1,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ควรจะช้ากว่า 3 ปี&amp;rdquo; นายธิติพร &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดสาหร่ายปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 3,031 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 5% ซึ่งเติบโตในอัตราดังกล่าวมาหลายปี เมื่อแบ่งเป็นเซ็กเมนต์สาหร่ายทอดเป็นตลาดใหญ่สุดมูลค่า 1,932 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 63.7% มีอัตราการเติบโต 2% กลุ่มสาหร่ายอบ 691 ล้านบาท สัดส่วน 22.8% เติบโต 3% กลุ่มสาหร่ายย่าง 386 ล้านบาท สัดส่วน 12.7% เติบโต 24.6% และกลุ่มสาหร่ายเทมปุระ 21 ล้านบาท สัดส่วน 0.7% เติบโต 134% โดยจากมูลค่าตลาดรวมนั้นมากกว่า 30% เป็นยอดขายมาจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ นอกเหนือจากการบุกต่างประเทศมากขึ้น บริษัทยังได้มีพรีเซ็นเตอร์ศิลปินไอดอลเกาหลีใหม่ พัคจีฮุน เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักวัยรุ่นอายุ 12-18 ปี ควบคู่ไปกับการปรับสูตรทุกสินค้าเป็นสูตร 0% ผงชูรส ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ และการปรับบรรจุภัณฑ์สินค้าใหม่ทั้งหมดให้มีสีสันโดดเด่น สะดุดตามากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าหลังจากได้ปรับสูตรสินค้า มีพรีเซ็นเตอร์ใหม่ และปรับบรรจุภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจมากขึ้นแล้ว ก็เชื่อว่าจะทำให้ยอดขายในปี 2562 เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2561 ปิดไปประมาณ 510 ล้านบาท โดยยอดขายที่มาจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนในประเทศจีนจะเพิ่มสัดส่วน 4-5% เป็น 20% ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30864</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิติพร  ธรรมาภิมุขกุล, สาหร่ายมาชิตะ, สิงห์ คอร์เปอเรชั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190309/image_big_5c831f2ed1daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
