<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอโสภณ&quot;ชี้ ม.44 เปิดทางอธิบดีกรมทรัพย์สินฯยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29 ม.ค.62- &amp;nbsp;นพ.โสภณ &amp;nbsp;เมฆธน &amp;nbsp;ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ด อภ.) กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ออกคำสั่งม.44 จัดการเรื่องสิทธิบัตรกัญชา ว่า นับเป็นเรื่องดี เนื่องจากก็ทำให้ชัดเจนไปเลยว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามีอำนาจในการแก้ปัญหาตรงนี้ได้ เนื่องจาก ที่ผ่านมาอาจมีความกังวลว่า ไม่สามารถยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติได้ เพราะมีการประกาศโฆษณาไปแล้ว แต่ด้วยตามมาตรา 30 ของพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 ระบุว่า เมื่อได้ประกาศโฆษณาตามมาตรา 28 และผู้ขอรับสิทธิบัตรได้ยื่นคำขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประดิษฐ์แล้ว แต่พบว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ยกเลิกได้ &amp;nbsp;ซึ่งเหมือนย้ำว่าสามารถใช้อำนาจอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นั่นเอง ก็ต้องมาดูว่าอธิบดีฯจะดำเนินการเลยหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ &amp;nbsp; กล่าวว่า อภ.ก็จะได้มั่นใจว่า สามารถเดินหน้าเรื่องกัญชาทางการแพทย์ได้ โดยเฉพาะการวางแผนสร้างโรงงานผลิตสารจากกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนที่ว่าหากมีกฎหมายคลายล็อกประกาศใช้แล้ว หลายคนกังวลว่า ต่างชาติจะมาขอสิทธิบัตรกัญชาอีกนั้น ถึงตอนนั้นกรมทรัพย์สินฯ ก็สามารถพิจารณาให้ถี่ถ้วนไม่ให้ขัดต่อพ.ร.บ.สิทธิบัตรได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27769</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, นพ.โสภณ เมฆธน, ม.44, สิทธิบัตรกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c10de43f84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2018 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2018 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอโสภณ &quot;สั่งฝ่ายกม.อภ.ศึกษาปัญหาสิทธิบัตร&quot;กัญชา&quot; เกรงกระทบใช้ประโยชน์การแพทย์ไปด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ธ.ค.61- นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(บอร์ด อภ.) กล่าวว่า ตามที่ สนช.ผ่านร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ภาพใหญ่ถือว่ามีประโยชน์ที่จะได้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ขอย้ำว่า ไม่ใช่เสรี ยังมีการควบคุมเช่นเดิม เพียงแต่เปิดทางให้ใช้ประโยชน์เพื่อทางการแพทย์ได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลในเรื่องปัญหาสิทธิบัตร ที่ต่างชาติมายื่นคำขอและก่อนหน้านี้กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เคยให้ข่าวว่า จะมีการยกเลิกสิทธิบัตรกัญชาที่เข้าข่ายขัดพ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 แต่ปรากฎว่า ไบโอไทยมีการตรวจสอบและเปิดเผยว่า ไม่มีการยกเลิกแต่อย่างไร เรื่องนี้จึงเกิดคำถามว่า ตกลงคืออะไรกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบให้ทางนพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.อภ. &amp;nbsp;ระดมทีมนักกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรกัญชาของ อภ. รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาหารือร่วมกันว่า สรุปแล้วเมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ยกเลิกสิทธิบัตรที่มีปัญหา เราก็ต้องหาข้อมูลเพื่อหาทางออกให้ได้ เพราะเรามองว่าขัดต่อกฎหมายสิทธิบัตร เพราะกฎหมายระบุว่าห้ามยื่นจดว่ารักษาโรค หรือสารที่มาจากธรรมชาติ ทำไม่ได้ เมื่อไม่มีการดำเนินการ จะส่งผลต่อการเดินหน้าพัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ของ อภ.หรือไม่ ตรงนี้ต้องชัดเจน เนื่องจากบอร์ด อภ.มีมติเดินหน้าผลิตสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์ไปแล้วด้วยงบประมาณระยะสั้น 10 ล้านบาท เพื่อปลูกกัญชาใช้ทางการแพทย์เอง ซึ่งคาดว่าจะปลูกได้ครั้งแรกก่อนวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ เพราะตามโรดแมปต้องผลิตสารสกัด ซึ่งเป็นน้ำมันกัญชาออกมาได้ประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 และเมื่อผลิตน้ำมันกัญชาได้ ตามโรดแมปของอภ. ก็จะเดินหน้าสร้างโรงงานกึ่งอุตสาหกรรม 130 ล้านบาทต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานบอร์ด อภ. กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาหุ้นร่วมกับภาครัฐได้ เพราะมองว่าต้องอาศัยเทคโนโลยีจากต่างประเทศนั้น ที่ผ่านมาทาง อภ. ไม่เห็นด้วย เพราะหากมาหุ้นก็จะมีผลประโยชน์ไปตลอด ซึ่งแตกต่างจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25143</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.โสภณ เมฆธน, ฝ่ายกม.อภ.ศึกษาสิทธิบัตรกัญชา, สิทธิบัตรกัญชา, องค์การเภสัชกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdc13219af67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 14:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;กัญชา&quot;เป็นเหตุ &quot;วิฑูรย์&quot;ลั่นไม่เลือก พปชร.แน่นอน ชี้ไม่ฟังเสียงปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;25 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวว่า วันนี้ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลไม่ได้สนใจปกป้องคนไทยเลย แม้วันนี้ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดฯ ที่มีกัญชาเตรียมใช้ทางการแพทย์จะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) วาระสุดท้าย ซึ่งที่ผ่านมา สนช.คาดหมายว่าจะยกเลิกสิทธิบัตรก่อนกฎหมายมีผล แต่เมื่อความจริงปรากฎว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้ดำเนินการตามที่นายสนธิรัตน์ เคยให้ข่าวไว้ว่าจะมีการยกเลิก 3 คำขอสิทธิบัตร ซึ่งจะเหลืออีก 7 คำขอ กลายเป็นว่า เหลืออีก 10 คำขอที่ไม่ได้ยกเลิก แสดงว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้ฟังเสียงประชาชน เสียงของนักวิจัยไทยเลย แบบนี้คือ แหกตาประชาชนหรือไม่ ซึ่งแค่นี้ยังหลอกลวง แล้วอนาคตจะฝากความหวังอย่างไร ซึ่งตรงนี้ประชาชนจะได้เรียนรู้แล้วว่า คำรับปากของทีมเศรษฐกิจ หรือรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นแกนสำคัญของการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หาความเชื่อถือไม่ได้ จึงไม่ต้องหวังว่า หากมาเป็นรัฐบาลมีบทบาทอีกจะทำอะไรตามที่หาเสียงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวอีกว่า ตนไม่เลือกพรรคพลังประชารัฐแน่นอน โดยมีหลายเหตุผลที่จะไม่เลือก รวมทั้งเหตุผลนี้ชัดเจนมาก ซึ่งภาคประชาชนก็เห็นแล้ว และเชื่อว่าประชาชนที่ต้องการปกป้องทรัพยากร และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งกลุ่มคนที่จะได้ประโยชน์ รวมทั้งผู้ป่วยที่จะได้ใช้กัญชาทางการแพทย์ก็จะได้หูตาสว่างว่า ควรเลือกมาบริหารประเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นายวิฑูรย์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าประชาชนจะใช้กรณีนี้ในการสั่งสอนโดยการไม่สนับสนุนแกนนำที่ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯ จะร่วมหารือกับเครือข่ายภาคประชาชนว่า จะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นอกเหนือจากเดินหน้าฟ้องร้องร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต แต่ทางกลุ่มจะเดินหน้ารณรงค์เรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบมากยิ่งขึ้น ว่า จะทำอย่างไรให้ทีมรัฐบาลนี้ได้รับบทเรียนจากภาคประชาชน ทั้งนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เมื่อเรียกร้องไปแล้วแต่ก็กลับมาที่เดิม คือ การยกเลิกสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีพิษร้ายแรง เช่นพาราควอต ก็ไม่ได้ยกเลิกเหมือนเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ผอ.ไบโอไทยไม่เลือกพปชร., พปชร, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, สิทธิบัตรกัญชา, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b14e2fb0e473.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิฑูรย์&#039;ชี้กรมทรัพย์สินปัญญา ปล่อยเกียร์ว่าง&#039;สิทธิบัตรกัญชา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ธ.ค.61- วิฑูรย์ชี้ ผลการหารือร่วม สนช.มีความเป็นห่วง เรื่องนี้มาก และยอมรับว่า จริงๆ กฎหมายต้องออกเร็วกว่านี้ แต่ปรากฎว่าติดขัดเรื่องสิทธิบัตรกัญชา แม้รัฐบาลจะสนับสนุน &amp;nbsp;แต่กลับต้องมาติดขัดที่ส่วนราชการ อย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่ปล่อยเกียร์ว่างในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา ที่อาจกระทบต่อการออกประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ ที่จะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ ว่า เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้เชิญทางภาคประชาสังคมและทางมหาวิทยาลัยรังสิต เข้าหารือ เกี่ยวกับเรื่องสิทธิบัตรกัญชา โดยมีการหารือร่วมกับนายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. เห็นว่า ทางสนช.มีความเป็นห่วงมาก และยอมรับว่า จริงๆ แล้ว กฎหมายกัญชาต้องออกเร็วกว่านี้ แต่ปรากฎว่าติดขัดเรื่องสิทธิบัตรกัญชา ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็มีความเป็นห่วง จนก่อนหน้านี้จะใช้คำสั่งม.44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มาแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชาแต่เมื่อทราบว่าการใช้ม.44 อาจส่งผลข้างเคียง ก็มีการหารือว่าอาจใช้ในทิศทางอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหา ส่วนจะใช้ทิศทางไหนยังไม่ทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ เห็นว่า เรื่องนี้น่ากังวลมาก เพราะจะส่งผลต่อการออกกฎหมายได้ ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ปล่อยเกียร์ว่าง ไม่สนใจใดๆ คงรอให้ผ่านพ้นรัฐบาลชุดนี้ จึงฝากความหวังกับทาง สนช. และเสนอขอให้เรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมทรัพย์สินทางปัญญามาร่วมกันเพื่อหาทางออก ด้วยการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจก่อนที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ จะออกมา แต่ถ้าสุดท้ายกรมทรัพย์สินฯยังไม่ให้ความร่วมมือ คงต้องไปร้องต่อนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้ช่วยเรื่องนี้ เพราะหากฝ่ายราชการนิ่งเฉย ฝ่ายการเมืองต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบ้าง ไม่เช่นนั้นก็เหมือนไม่ปกป้องสิทธิของคนในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการไบโอไทยกล่าวอีกว่า อีกปัญหาที่ทางมหาวิทยาลัยรังสิตมองคือ ร่างกฎหมายที่กำลังผลักดันจำกัดสิทธิการปลูกของหมอยา ซึ่งมีภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยอยู่แล้ว จึงเสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ให้ปลูกได้ แต่ต้องขึ้นทะเบียนถูกต้อง แต่ที่น่าจับตามองอีกอย่างคือ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทราบมาว่า ทาง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม &amp;nbsp;ได้เสนอนายกรัฐมนตรี พิจารณาขอให้ทางสหกรณ์การเกษตรขนาดเล็กและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สามารถปลูกกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ต้องขออนุญาตหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ทางนายกฯยังไม่เคาะข้อเสนอนี้ แต่เป็นเรื่องที่น่าติดตามเช่นกัน จะเห็นว่า ฝ่ายรัฐบาลระดับสูงก็สนใจเรื่องกัญชาทางการแพทย์ เพราะเป็นความหวังของผู้ป่วย แต่กลับต้องมาติดขัดที่ส่วนราชการ อย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24229</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, มูลนิธิชีววิถี, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, สิทธิบัตรกัญชา, ไบโอไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181022/image_big_5bcdaebeb16c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.เชิญภาคสังคมให้ข้อมูลสิทธิบัตรกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ธ.ค.61- นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ได้เชิญทางภาคประชาสังคมเข้าหารือ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิบัตรกัญชาในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ &amp;nbsp;เนื่องจากยังมีข้อกังวลว่า เมื่อมีการผลักดันจนออกประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ อาจติดขัดตรงปัญหาสิทธิบัตรกัญชาที่ให้ต่างชาติ และสุ่มเสี่ยงนักวิจัยไทยจะไม่สามารถพัฒนาและผลิตออกมาเป็นยาได้ แต่จะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่างชาติแทนนั้น แต่มีการประสานขอเลื่อนการนัดหารือไปในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่กำหนดวัน ทำให้ทางเครือข่ายฯเสียดาย เพราะเตรียมข้อมูลเพื่อให้สนช.ดำเนินการในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่หลงเชื่อข้อมูลจากบางกลุ่มที่อาจทำให้ประเทศชาติเสียประโยชน์
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า เราเตรียมข้อมูลทั้งหมดให้สนช.แล้ว และจะเสนอขอให้สนช.ใช้อำนาจตามที่มีอยู่ เสนอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง คือ การแก้ไขเพิ่มเติมในร่างพ.ร.บ.สิทธิบัตรฯ กำลังจะแก้ไข โดยขอให้ใครก็ตาม ไม่ใช่แค่บริษัทต่างชาติเท่านั้น หากต้องการขอยื่นจดสิทธิบัตรกัญชา หรือสิทธิบัตรอื่นๆ โดยเฉพาะการใช้พืชยา ต้องระบุที่มาให้ชัดเจน อย่างกัญชา ต้องระบุว่า เป็นกัญชาจากสายพันธุ์ไหน จากประเทศใด และองค์ความรู้ที่จะจดมาจากการใช้ความรู้ของท้องถิ่นหรือไม่ อย่างไร เช่น หากเป็นองค์ความรู้ท้องถิ่นของภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยในการรักษาโรค อย่างลมชัก ซึ่งมีอยู่แล้ว แบบนี้จะยื่นขอจดไม่ได้ หากเรามีการกำหนดเช่นนี้จะทำให้ป้องกันการขอจดซ้ำซ้อน และทางกรมทรัพย์สินฯ ก็จะไม่ได้โดนเพ่งเล็งว่า ทำงานขัดกฎหมายตัวเอง ซึ่งในต่างประเทศมีการกำหนดเช่นนี้ &amp;nbsp;อย่างจีน สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ เป็นต้น ซึ่งหากสนช.แนะนำไป ทางกรมทรัพย์สินฯก็ต้องดำเนินการ หากไม่ทำก็ต้องมีเหตุผลที่ดีพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเดินหน้าปกป้องสิทธิกัญชาไทยอย่างไร เมื่อขณะนี้เรื่องสิทธิบัตรกัญชายังไม่มีการยกเลิกเพิ่มเติม นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาเล่นเกมเงียบสยบความเคลื่อนไหว ไม่เพียงแต่กรมทรัพย์สินฯ แต่ทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลก็เช่นกัน ออกมาเพียงว่าจะปกป้องสิทธิคนไทย แต่การกระทำยังไม่มีอะไรคืบ ดังนั้น ทางเครือข่ายฯ ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยรังสิต จะเดินหน้าฟ้องร้อง ขณะนี้มหาวิทยาลัยรังสิตกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ และจะฟ้องร้องต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเดือนมกราคม 2562 เพราะข้อมูลในการฟ้องร้องค่อนข้างมากต้องใช้เวลา แต่ไม่ว่าอย่างไร ทางเดียวและทางออกขณะนี้คงต้องฟ้องร้อง เพื่อขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวก่อนว่า จะยุติการพิจารณาสิทธิบัตรกัญชาต่างๆ ก่อนได้หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่อยากฝากอีกเรื่องคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดฯ ยังไม่แน่ชัดว่า จะมีช่องอนุญาตให้หมอยาใช้ได้หรือไม่ หรืออนุญาตให้มีการปลูกได้มากน้อยแค่ไหน ตรงนี้ก็ยังเป็นปัญหาที่หลายคนสงสัย ตรงนี้หากได้เข้าหารือกับทาง สนช.ก็จะมีการสอบถามเรื่องนี้เช่นกัน&amp;rdquo; นายวิฑูรย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ระธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ในวันที่ 20 ธ.ค. ที่โรงแรมมารวยการ์เด้นส์ &amp;nbsp;จะมีงานสัมมนาเพื่อพูดคุยกันในเรื่องสรรพคุณของกัญชาด้านต่างๆ และขั้นตอนการดำเนินการปลดล็อกกัญชาทางกฎหมาย โดยได้มีการเชิญ ศ.พิเศษ วิชา มหาคุณ เข้ามาร่วมพูดคุย อย่างไรก็ตาม ส่วนข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่างๆนั้นยังไม่ขอจินตนาการขอดูกระบวนการทางกฎหมายก่อน แต่ทั้งนี้โดยหลักการก็ควรให้เกษตรกรสามารถใช้ได้เพื่อรักษาตัวเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23639</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สนช., กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ภาคประชาสังคม, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรุญ, สิทธิบัตรกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180201/image_mid_5a726d439566c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ปานเทพ&quot;ในนาม ม.รังสิตจ่อฟ้องกรมทรัพย์สินฯข้อหาทำให้การพัฒนากัญชาสะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ธ.ค.61- นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัยมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา เกี่ยวกับการรับจดสิทธิบัตรกัญชา ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้มีการดำเนินการแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เรื่อง คือ&amp;nbsp;1.ทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้รวบรวมข้อมูลการยื่นขอสิทธิบัตรกัญชาของต่างชาติ เท่าที่มีได้ข้อมูลเพียง&amp;nbsp;11&amp;nbsp;คำขอสิทธิบัตร แต่ที่เหลืออีกกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;สิทธิบัตรที่เป็นข่าวนั้น ได้ยื่นขอข้อมูลกับทางกรมทรัพย์สิน แต่ยังไม่ได้ข้อมูลตรงส่วนนี้&amp;nbsp;2.&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยรังสิตได้ยื่นหนังสือถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อขอให้ชะลอการผลักดันประมวลกฎหมายยาเสพติด เนื่องจากยังมีปัญหาสิทธิบัตรกัญชาอยู่ ไม่ควรขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อ เนื่องจากจะติดขัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.วิทยาลัยเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะนักวิจัย ซึ่งได้รับผลกระทบหากไม่สามารถพัฒนาได้ เพราะติดเรื่องสิทธิบัตรกัญชา จึงอยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้องกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ4.สภาการแพทย์แผนไทย จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบตำรับยาแพทย์แผนไทยที่เกี่ยวกับกัญชา และพิจารณาว่า มีสิทธิบัตรใดที่มีการยื่นขอด้วยหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดจะดำเนินการควบคู่กันไป&amp;rdquo; นายปานเทพ กล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของม.44&amp;nbsp;ตนก็ไม่เห็นด้วยที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา เพราะไม่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และอาจเสี่ยงถูกฟ้องถึงระดับอนุญาโตตุลาการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปานเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกมาชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทยื่นขอจดสิทธิบัตรนั้น ตนมองว่า ก็เป็นการชี้แจงที่ต้องดูยาวๆ และขอให้ประชาชนร่วมกันสังเกตเกี่ยวกับคำชี้แจงของรัฐมนตรีฯ ว่าเป็นอย่างที่พูดหรือไม่ ส่วนกรณีที่ตรวจพบสารปนเปื้อนกัญชาของกลางที่องค์การเภสัชกรรม(อภ.) ส่งตรวจนั้น ในส่วนของมหาวิทยาลัยรังสิตก็มีการตรวจสารเช่นกันแต่ไม่พบ แต่กัญชาของกลางย่อมมีความเสี่ยงพบสารปนเปื้อนอยู่แล้ว แต่กรณีนี้น่าสังเกตว่า จะมีการให้สัมปทานเอกชน ทั้งเรื่องการนำเข้ากัญชา&amp;nbsp;และการเพาะปลูกหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23371</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ม.รังสิต, สิทธิบัตรกัญชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c0516112b3eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอฟทีเอ ว็อช  ออกแถลงการณ์คัดค้านใช้ม.44แก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27พ.ย.61- กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ ว็อช) ออกแถลงการณ์คัดค้านการกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ามีแนวคิดจะออกคำสั่งตามมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาสิทธิบัตรกัญชา ดังนี้&amp;nbsp;1.มาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;เป็นคำสั่งพิเศษของคณะรัฐประหารที่ใช้ได้เฉพาะในประเทศไทย แต่ขัดกับหลักสากลในทางระหว่างประเทศ การใช้อำนาจเช่นนี้จึงเสี่ยงที่จะถูกผู้ขอสิทธิบัตรชาวต่างชาติฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ตามกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าโง่ และรัฐบาลไทยก็มีโอกาสจะแพ้คดีเนื่องจากความไม่ชอบธรรมของอำนาจที่ใช้ออกคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การออกมาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้แก้ที่ต้นตอของปัญหาคือ การที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของตัวเองอย่างเคร่งครัด อาทิ ไม่ใช้มาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ที่ระบุห้ามจดสิทธิบัตรสารสกัดตามธรรมชาติ จุลชีพ การใช้เพื่อการบำบัดรักษา และสิ่งที่ฝ่าฝืนต่อศีลธรรมอันดี และมาตรา&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ที่ระบุว่าคุณสมบัติของสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถจดสิทธิบัตรได้ต้องมีความใหม่และมีนวัตกรรมที่สูงขึ้น แต่กรมทรัพย์สินฯ กลับไม่ยกคำขอเหล่านี้ทิ้งไป ปล่อยให้อยู่ในระบบจนเป็นการขัดขวางนวัตกรรมและการพัฒนาพืชกัญชาทางการแพทย์อยู่ขณะนี้ นอกจากนี้กรมทรัพย์สินฯ ยังออกคู่มือตรวจสอบสิทธิบัตรในการอธิบายมาตรา&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พ.ร.บ.สิทธิบัตร ที่เกินไปกว่ากฎหมาย เท่ากับเป็นการเปิดทางให้จดสิทธิบัตรสารสกัดที่ถูกทำให้บริสุทธิ์ทั้งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารธรรมชาติซึ่งเกินกว่ากฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ข้อเสนอเพื่อการแก้ปัญหานี้ที่ถูกต้อง คือรัฐบาล คสช. ต้องกำกับดูแลให้กรมทรัพย์สินฯ กระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เร่งตรวจสอบสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ทางเคมี ชีววัตถุอย่างเข้มงวด รอบคอบ และรายงานต่อสาธารณชนเป็นระยะถึงการยกคำขอสิทธิบัตรเหล่านั้น และให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับยาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับสัญญานดังกล่าวจากนายกฯ ในการประชุม ครม.ก็ยังจับถ้อยคำไม่ชัดเจนในเรื่องนี้ คงต้องมีการติดตามกันต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งทุกอย่างที่ทำก็เพื่อประโยชน์ของประชาชนไทย ถ้าทุกอย่างที่ทำแล้วประชาชนได้รับประโยชน์ก็เป็นสิ่งที่ดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.44, สิทธิบัตรกัญชา, เอฟทีเอวอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181127/image_mid_5bfd210665411.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
