<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2020 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 00:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สิทธิผล” ฉลองศตวรรษแห่งความสำเร็จ ก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากกล่าวถึงชื่อของ &amp;ldquo;กลุ่มสิทธิผล&amp;rdquo; ในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์คงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้เป็นแน่ เพราะกลุ่มสิทธิผล หรือ บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด นับเป็นอาณาจักรธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์รายใหญ่อันดับต้นของประเทศ ภายใต้การผนึกกำลังของสี่พี่น้องเจเนอเรชั่นที่ 3 แห่งตระกูลลี้อิสสระนุกูล นำทัพโดยหัวหอกคนสำคัญอย่าง ทนง ลี้อิสสระนุกูล ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล, อภิชาต ลี้อิสสระนุกูล และ พรทิพย์ เศรษฐีวรรณ ที่ต่างมุ่งมั่นบริหารธุรกิจในเครือด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน ส่งผลให้ปัจจุบันกลุ่มสิทธิผลเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและอยู่คู่ประเทศไทยมายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นแสนเรียบง่ายของร้านปะยางรถจักรยานเล็กๆ ใต้ต้นโพธิ์ในย่านตลาดน้อย กระทั่งปี 2462 บริษัท เซ่งง่วนฮง&amp;nbsp;จำกัด จึงถือกำเนิดขึ้นจากการบุกเบิกเส้นทางธุรกิจ โดย กนก ลี้อิสสระนุกูล ที่ได้ก่อตั้งและวางรากฐานแนวทางธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล จากการปะยางจึงเริ่มหันมารับซ่อมและขยับขยายสู่การนำเข้ารถจักรยาน &amp;ldquo;ราเล่ย์&amp;rdquo; แบรนด์หรูของอังกฤษ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ชื่อ &amp;ldquo;บริษัท สิทธิผล 1919&amp;rdquo; และได้ถ่ายทอดสิ่งที่กำลังปลุกปั้นสู่ทายาทรุ่นที่ 2 ซึ่งมี วิทยา ลี้อิสสระนุกูล รับหน้าที่เป็นผู้กุมบังเหียน จนในที่สุดก็ถึงเวลาส่งต่อความท้าทายมายังรุ่นที่ 3 ในปัจจุบันกับการสานต่อธุรกิจที่ไม่ได้หยุดนิ่งเพียงแค่แวดวงสองล้อเท่านั้นแต่กลับมุ่งหน้าสู่ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์อย่างเต็มตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กลุ่มสิทธิผลประสบความสำเร็จมาจนทุกวันนี้ คงต้องยกให้นโยบายการดำเนินธุรกิจแบบ &amp;ldquo;คุณภาพคู่คุณธรรม&amp;rdquo; กล่าวคือ ค้าขายด้วยความซื่อสัตย์สุจริตพร้อมสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปรัชญาที่เหล่าลูกหลานต่างยึดมั่นและได้รับการปลูกฝังมากว่า 100 ปี จากคำสอนของคุณปู่ กนก ลี้อิสสระนุกูล ที่ว่า &amp;ldquo;ทำการค้าต้องยึดหลักคุณภาพคู่คุณธรรม อาศัยแผ่นดินอยู่ต้องอย่าลืมตอบแทนคุณแผ่นดิน&amp;rdquo; โดยปัจจุบันกลุ่มสิทธิผลดำเนินกิจการครอบคลุมในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ กลุ่มยาง โดย บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์มาตรฐานสูงระดับโลก ภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ไออาร์ซี&amp;rdquo; (IRC), กลุ่มอุปกรณ์ส่องสว่างและชิ้นงานพลาสติก บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน), กลุ่มเหล็ก บริษัท ไดโด สิทธิผล จำกัด ผู้ผลิตโซ่จักรยานยนต์แบรนด์ &amp;ldquo;ดี.ไอ.ดี&amp;rdquo; (D.I.D), กลุ่มพลังงาน บริษัท โททาล ออยล์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายน้ำมันเครื่องระดับโลกสัญชาติฝรั่งเศส &amp;ldquo;โททาล&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เอลฟ์&amp;rdquo;, กลุ่มวาล์วและชิ้นส่วนยานยนต์ บริษัท แปซิฟิค อินดัสตรีย์ส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายวาล์วสำหรับยานยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีกลุ่มการตลาด, Holding Company, กลุ่มวิจัยและพัฒนา รวมทั้ง กลุ่มสิทธิผล วีแคร์ ที่ &amp;lsquo;ทนง&amp;rsquo; ตั้งใจก่อตั้งขึ้นเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและให้ความสำคัญกับสังคมในด้านต่างๆ ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;มุ่งคืนกำไร สู่สังคมโดยตรง&amp;rdquo; อาทิ โครงการอะไหล่มนุษย์ ซึ่งได้ร่วมกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย รณรงค์ให้คนไทยมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะมากขึ้น, โครงการมอบผ้าห่มคลายหนาว เพื่อบรรเทาทุกข์ให้เด็กนักเรียนผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร, โครงการ Local Hero กลับคืนถิ่นเพื่อน้อง ที่ช่วยปลูกจิตสำนึกที่ดีให้แก่พนักงานได้กลับไปทำความดีตอบแทนคุณสถานศึกษาในบ้านเกิด และ โครงการอนุรักษ์น้ำและพิทักษ์สัตว์ป่า เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;lsquo;ทนง&amp;rsquo; กล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด สามารถทำยอดขายเฉพาะในตลาด Replacement ได้สูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งมา สืบเนื่องมาจากเหตุผลหลักที่ลูกค้าของเราโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Food Delivery เป็นกลุ่มที่มีรายได้มากกว่าเดิม ซึ่งนับเป็นความโชคดีที่ธุรกิจเราสามารถไปได้กับยุคนิวนอร์มอลอย่างลงตัว อีกทั้งอย่างไรก็ตามทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้พาหนะอยู่แล้ว และผมมองว่ามอเตอร์ไซค์คือพาหนะสุดท้ายที่คนจะเลิกใช้ โดย &amp;lsquo;ทนง&amp;rsquo; ได้เล่าถึงอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้ธุรกิจขับเคลื่อนต่อไปได้แม้ในช่วงเวลายากลำบาก &amp;ldquo;ตั้งแต่แรกเริ่มเรามีนโยบายในการว่าจ้างพนักงานรวมทั้งคนงานที่เป็นคนไทยทั้งหมด 100% ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมให้คนไทยด้วยกันมีอาชีพแล้ว ยังส่งผลดีให้การผลิตเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องหรือหยุดชะงักน้อยที่สุด ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเราก็ได้ช่วยกันประคองให้บริษัทอยู่รอดไปได้อย่างพอเพียง โดยไม่มีการปลดพนักงาน หรือลดเงินเดือน นั่นคือสิ่งที่ผมถือว่าเราประสบความสำเร็จแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดการคำนึงถึงภาพรวมของประเทศ รวมถึงการช่วยเหลือและแบ่งปันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่องค์กรอย่างสิทธิผลได้รับการปลูกฝังมาอย่างดีจากรุ่นสู่รุ่น จึงเป็นที่มาของการออกนโยบายเร่งด่วนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์โควิด โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหรือผู้ใช้งานมีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับประโยชน์สูงสุด อาทิ แบรนด์ &amp;ldquo;ไออาร์ซี&amp;rdquo; (IRC) ได้มีการปรับกลยุทธ์ในการผลิตและจำหน่ายยางในเพื่อให้ผู้ใช้ งานได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นและปลอดภัยในราคาที่ประหยัดลงกว่าเดิม นอกจากนี้ในทุกๆ ปียังร่วมมือกับบริษัทภายในเครือเสริมความแข็งแกร่งให้วงการแพทย์ด้วยการบริจาคเงิน, อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงรถพยาบาลฉุกเฉินให้แก่โรงพยาบาล อีกทั้งมูลนิธิต่างๆ ที่ยังขาดแคลนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนี้ไปอีก 10 ปี เราเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ทุกวันนี้กลุ่มธุรกิจในเครือสิทธิผลไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาให้ก้าวทันโลก โดยนำ Innovation ต่างๆ มาผสมผสานในทุกการผลิตเพื่อเตรียมรองรับกับความต้องการที่เปลี่ยนไป เช่น ในกลุ่มธุรกิจเหล็ก อย่างแบรนด์ &amp;ldquo;ดี.ไอ.ดี&amp;rdquo; (D.I.D) เร็วๆ นี้ ก็ได้จับมือกับนักแข่งมอเตอร์ไซค์ระดับโลก วาเลนติโน่ รอสซี่ ซึ่งจะมาช่วยสร้างแบรนด์อิมเมจของเราให้ Worldwide มากยิ่งขึ้น ส่วนในกลุ่มของพลังงานอย่างน้ำมันเครื่อง &amp;ldquo;โททาล&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เอลฟ์&amp;rdquo; พอรถไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น หลายคนอาจมองว่ามีผลกระทบ แต่เราก็ได้ฉีกไลน์การผลิตไปทางพลังงานสำรองเรียบร้อยแล้ว ทั้งโซลาร์ และ Wind Power ทั้งยังเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่อีกในเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับในกลุ่มธุรกิจยางของไออาร์ซี เมื่อมีรถไฟฟ้าก็ส่งผลให้ราคาชิ้นส่วนยางที่เราดูแลมีมูลค่าสูงขึ้น เพราะ Sealing Part ที่ผลิตจากยางนับเป็นเทคโนโลยีสำคัญมากที่ช่วยให้เครื่องเดินเงียบได้อย่างไร้ที่ติ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี อีกทั้งด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลของผู้นำ จึงเป็นที่มาของการเปิดอาณาจักรใหม่แห่งกลุ่มสิทธิผล โดยหมายมั่นปั้นมือให้เป็นศูนย์รวมของทุกธุรกิจในเครือ ซึ่งตั้งอยู่ ใจกลางเมืองย่านธุรกิจใหม่อย่างถนนพระราม 3 ด้วยอาคารสูง 22 ชั้น บนพื้นที่เพียง 388 ตารางวา ทั้งนี้ล้วนเกิดมาจากไอเดียที่ &amp;lsquo;ทนง&amp;rsquo; อยากได้อาคารที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก เพื่อเอื้อต่อการดูแลบำรุงรักษาได้ง่าย โดยได้สถาปนิกชื่อดังอย่าง อนุสรณ์ ภักดิ์สุขเจริญ มาช่วยออกแบบได้ตอบโจทย์และตรงความต้องการที่อยากใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้การก่อสร้างของบริษัทชั้นนำ Thai Takenaka International ซึ่งอาคารแห่งนี้ยังมาพร้อมกับความพิเศษอันล้ำสมัยของที่จอดรถอัตโนมัติโดย IHI Parking System ที่โดดเด่นด้วยระบบอัจฉริยะตามแบบฉบับญี่ปุ่นขนานแท้อีกด้วย ถึงแม้ตึกใหม่นี้จะสร้างเสร็จในช่วงโควิดพอดี แต่ผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีและถูกจังหวะ ที่เราได้ขยับขยายเข้ามาสู่ออฟฟิศใหม่ที่มีมาตรฐานสูงและดีไซน์มาในแบบ Eco-friendly ซึ่งตอบโจทย์ในเรื่องความสะอาด, ความปลอดภัย และ Social Distancing ได้เป็นอย่างดี ผมคิดว่านับต่อจากนี้เราได้วางรากฐานของครอบครัวกลุ่มสิทธิผลไว้อย่างมั่นคงและยั่งยืนมากพอที่จะเติบโตไปได้อีกใน 10 ปีข้างหน้าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, สิทธิผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201114/image_big_5fafa136cc55d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
