<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039;ยกเลิกสิทธิพิเศษของฮ่องกง จีนลั่นเอาคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารยกเลิกสถานะพิเศษของฮ่องกงทำให้ไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าอีกต่อไป รวมถึงลงนามกฎหมายแซงก์ชันธนาคาร เพื่อลงโทษที่จีนกดขี่เสรีภาพชาวฮ่องกง ด้านจีนขู่เอาคืนการใส่ความอย่างชั่วร้ายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 ประกาศว่า เขาได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหารว่าด้วยฮ่องกงเพื่อยุติการให้สิทธิพิเศษทางการค้าแก่เขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้ เพื่อตอบโต้ที่จีนออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ใช้กับฮ่องกงซึ่งลิดรอนสิทธิเสรีภาพของชาวฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้ไปฮ่องกงจะได้รับการปฏิบัติในแบบเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่มีสิทธิพิเศษ, ไม่มีการปฏิบัติทางเศรษฐกิจแบบพิเศษ และไม่มีการส่งออกเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของทรัมป์ &amp;quot;เสรีภาพของพวกเขาโดนพรากไป สิทธิของพวกเขาโดนพรากไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทรัมป์บอกว่า เขาได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายปกครองตนเองฮ่องกง เพื่อคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนและตำรวจฮ่องกงที่สหรัฐมองว่ารับผิดชอบต่อการลิดรอนอำนาจปกครองตนเองของฮ่องกง และลงโทษธนาคารใดก็ตามที่ทำธุรกรรมกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกสภาคองเกรสผ่านกฎหมายฉบับนี้ด้วยหวังว่าจะบีบให้ธนาคารทั้งหลายเลือกระหว่างการคล้อยตามจีนกรณีฮ่องกง หรือการทำธุรกรรมด้วยเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐและปฏิบัติงานในสหรัฐได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายฉบับนี้ให้เครื่องมือใหม่ที่ทรงพลังแก่รัฐบาลในการจัดการกับปัจเจกบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำลายเสรีภาพของฮ่องกง&amp;quot; ทรัมป์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีนให้คำมั่นว่าจะตอบโต้การดำเนินการของรัฐบาลสหรัฐ โดยกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า กฎหมายปกครองตนเองฮ่องกงเป็นการใส่ความอย่างชั่วร้ายต่อการออกกฎหมายของจีนในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จีนจะตอบโต้ตามความจำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของจีน และจะคว่ำบาตรบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐ&amp;quot; กระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงเมื่อวันพุธ แต่ไม่ได้กล่าวถึงคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ &amp;quot;กิจการฮ่องกงเป็นกิจการภายในของจีนล้วนๆ ประเทศใดก็ไม่มีสิทธิมาแทรกแซง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนตึงเครียดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจากกรณีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มต้นจากจีน, กรณีทะเลจีนใต้ที่จีนเสริมสร้างอำนาจทางทหารมากขึ้น, กรณีการปฏิบัติต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ และการเกินดุลการค้าต่อสหรัฐมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิจารณ์กล่าวกันว่า ทรัมป์กำลังโดนวิจารณ์เรื่องการรับมือการระบาดของโควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งก่อคำถามว่าเขาจะสามารถชนะเลือกตั้งอีกสมัยได้หรือไม่ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ทำให้เขาหันมาโจมตีจีนอย่างดุดันมากขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นักวิเคราะห์หลายคนเผยว่า การยุติสถานะพิเศษของฮ่องกงจะเป็นความพ่ายแพ้ของสหรัฐเอง เมื่อปีที่แล้วสหรัฐเกินดุลการค้าฮ่องกง 26,100 ล้านดอลลาร์ และข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเผยว่า มีพลเมืองอเมริกันอาศัยอยู่ในฮ่องกง 85,000 คนเมื่อปี 2561 และมีบริษัทอเมริกันมากกว่า 1,300 แห่งดำเนินการที่นั่น รวมถึงบริษัทการเงินรายใหญ่เกือบทุกแห่งของสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71566</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ, จีน, สถานะพิเศษ, สิทธิพิเศษทางการค้า, ฮ่องกง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0f120b55e4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2019 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2019 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฮุน เซน&#039; โต้แทรกแซงกิจการภายใน หลังอียูเริ่มกระบวนการตัดอีบีเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีฮุน เซน แสดงท่าทีครั้งแรกนับแต่อียูประกาศเริ่มกระบวนการยกเลิกสิทธิพิเศษทางการค้าของกัมพูชาที่จะกระทบต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอของประเทศ ระบุไม่ยอมแลกเปลี่ยนอิสรภาพและอธิปไตยกับสิ่งใด และพร้อมเป็นมิตรกับประเทศที่ไม่แทรกแซงกิจการภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 2 สิงหาคม 2561 สาวแรงงานสิ่งทอรุมล้อมถ่ายเซลฟีกับนายกฯ ฮุน เซน ขณะมาเยี่ยมแรงงานที่โรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า อียูจะเริ่มกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตัดสินใจว่าจะระงับสิทธิพิเศษด้านการค้าปลอดภาษีภายใต้ชื่อข้อตกลง &amp;quot;ทุกอย่างยกเว้นอาวุธ&amp;quot; (อีบีเอ) ของกัมพูชาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินการของอียูครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังตลาดส่งออกขนาดใหญ่อันดับ 6 ของอุตสาหกรรมสิ่งทอกัมพูชาเคยเตือนแล้วหลายครั้งว่าอียูจะใช้มาตรการตอบโต้การเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ที่ปราศจากพรรคฝ่ายค้านเนื่องจากโดนศาลสูงสุดตัดสินยุบพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากอียูตัดสิทธิพิเศษทางการค้าที่ว่านี้จะส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมสิ่งทอและรองเท้าของกัมพูชาที่ส่งออกไปยังอียูเป็นมูลค่ามากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ และจ้างแรงงานมากกว่า 700,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ฮุน เซน เขียนลงเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของเขาซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคน ว่ากัมพูชาไม่สามารถแลกเปลี่ยนอิสรภาพและอำนาจอธิปไตยกับสิ่งใด กัมพูชาต้องการเป็นมิตรกับประเทศหุ้นส่วนอื่นๆ ที่ต้องการเห็นกัมพูชาเจริญก้าวหน้าโดยไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความในเพจของเขาไม่ได้กล่าวถึงข้อตกลงอีบีเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบของอียูจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีจึงจะนำไปสู่การตัดสินใจว่าจะตัดสิทธิกัมพูชาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาผู้นำสหภาพและธุรกิจกล่าวกันว่า หากอียูยกเลิกอีบีเอ อุตสาหกรรมสิ่งทอของกัมพูชาจะเสียหายอย่างร้ายแรง ภาษีศุลกากรสิ่งทอจะเพิ่มขึ้น 12% ส่วนภาษีศุลกากรสินค้าประเภทรองเท้านั้นจะเพิ่มมากกว่าเท่าตัวจาก 8% เป็น 17% การโดนตัดอีบีเอจะทำให้กัมพูชาสูญรายได้ถึงปีละ 700 ล้านดอลลาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28971</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ทุกอย่างยกเว้นอาวุธ, สหภาพยุโรป, สิทธิพิเศษทางการค้า, อีบีเอ, อียู, ฮุน เซน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190212/image_big_5c62d3a7d59f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
