<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอมเนสตี้ฯเรียกร้องกรมราชทัณฑ์ คุ้มครองสิทธิแกนนำ 3 นิ้วติดโควิดในเรือนจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - นางปิยนุช โคตรรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นนแล ประเทศไทย ระบุว่าจากการติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเรือนจำ และได้พูดคุยกับผู้ต้องหาคดีการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทางแอมเนสตี้มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การเเพร่ระบาดของโรคโควิด&amp;ndash;19 ในสถานคุมขังรวมถึงเรือนจำทั่วประเทศ &amp;nbsp;พร้อมระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2564 มีผู้ต้องหาจากการแสดงออกทางการเมืองอย่างน้อย 12 ราย ต่อมาศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวอย่างน้อย 4 ราย ได้แก่ ปนัดดา ศิริมาศกุล สิรชัย นาถึง แซม สาแมท และ ธนพัฒน์ กาเป็ง ซึ่ง 3 รายได้ติดเชื้อโควิดจากเรือนจำ ในขณะที่ผู้ต้องหาอีก 8 ราย ยังอยู่ระหว่างการคุมขังใน 3 เรือนจำ คือ เรือนจำชั่วคราวรังสิต ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ภาณุพงศ์ จาดนอก ชาติชาย แกดำ พรหมศร วีระธรรมจารี ณัฐชนน ไพโรจน์ อานนท์ นำภา จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และเวหา แสนชนชนะศึก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราได้รับรายงานจากทนายความที่เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาว่า ผู้ต้องหาที่ยังถูกคุมขังอย่างน้อย 5 รายติดโควิด-19 โดยรวมมีผู้ต้องหาคดีการเมืองที่ได้รับเชื้อโควิดอย่างน้อย 8 ราย จาก 12 ราย เนื่องจากด้วยข้อจำกัดด้านสถานที่ในการคุมขังที่มีความแออัด ผู้ต้องขังจึงไม่สามารถรักษาระยะห่างทางกายภาพ &amp;nbsp;โดยมาตรการที่เป็นทางเลือกอื่นในการบังคับใช้เเทนการคุมขังยังไม่ถูกบังคับใช้ อีกทั้งการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่ล่าช้าและมีข้อจำกัด รวมถึงสิทธิในการได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคลุมเครือและอาจเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือนักโทษทางการเมือง ทำให้ผู้ต้องขังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ ซึ่งขัดต่อข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ทางแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยจึงเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบและดำเนินการอย่างเร่งด่วน ดังต่อไปนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องจัดหาอุปกรณ์และสิ่งของเครื่องใช้ในการดูแลสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน (อาทิ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน และน้ำยาสระผม) ให้ผู้ต้องขังอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องจัดหาอุปกรณ์ เช่น หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอลล์สำหรับฆ่าเชื้อ และสบู่ล้างมือ ให้กับผู้ต้องหาทุกคนเพื่อให้สามารถป้องกันตนเองจากการติดเชื้อและอาจช่วยให้ลดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ลงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จัดหาอาหารและโภชนาการให้เพียงพอและเหมาะสม โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เชื้อสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและรุนแรง การมีโภชนาการที่เพียงพอให้กับผู้ต้องขังยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายในสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จำเป็นต้องลดความแออัด เพื่อให้สามารถทำการเว้นระยะห่าทางกายภาพ ซึ่งช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ผู้ต้องขังต้องสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณะสุขที่ได้มาตรฐานสากล เข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนเมื่อพบว่าได้รับเชื้อโควิด-19 รวมถึงการเข้าถึงวัคซีนที่เป็นธรรม โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยนุช โคตรรสาร, สิทธิมนุษยชน, แอมเนสตี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a739816d5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด! &#039;ประธานผู้ลี้ภัย&#039; แจ้นฟ้องอียู-องค์กรต่างชาติ ขอให้ประณามตำรวจไทยปราบม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.64 - นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานสมาคมนักประชาธิปไตยชาวไทยไร้พรมแดน ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jaran Ditapicha ว่า&amp;nbsp;เมื่อวานนี้ (11 ส.ค.)&amp;nbsp;ผมส่งจดหมายแจ้งข่าวการปราบปรามผู้ชุมนุมเดินขบวนวันที่ 1-10 สิงหาคม ถึงอียู รัฐสภายุโรป สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชน และกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส เรียกร้องให้แสดงท่าทีต่อสถานการณ์เลวร้ายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายจลัย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปฏิบัติการของตำรวจเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม และ 10 สิงหาคม ไม่ใช่สลายการชุมนุม หากเป็นการปราบปรามผู้เดินขบวน คงเป็นคำสั่งจากตำรวจ...อย่างแน่นอน เพื่อหยุดยั้ง ทำลายขบวนการเยาวชนนักเรียนนักศึกษา บุตรที่ดีเลิศของประชาชน และประเทศชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จักไม่ได้ผล ด้วยสัจธรรม กาลเวลาและการพัฒนาของโลกอยู่ข้างพวกเขา ไม่มีผู้ใด หยุดกงล้อประวัติศาสตร์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113100</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรัล ดิษฐาอภิชัย, ผู้ลี้ภัย, มาตรา112, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6115128f28cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 18:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ ปลื้ม &#039;แก่งกระจาน&#039; ขึ้นมรดกโลก ยันส่งเสริมชาวบ้านให้มีส่วนร่วมจัดการพื้นที่ร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า &amp;quot;แก่งกระจาน มรดกโลก&amp;quot; ครม.ได้รับทราบข่าวดีที่น่าภูมิใจ นั่นคือผลการพิจารณาขององค์การยูเนสโก มีมติเห็นชอบให้ &amp;ldquo;พื้นที่กลุ่มป่าแก่งกระจาน&amp;rdquo; เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ภายใต้เกณฑ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นความสำเร็จของการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่หายาก ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด มีความโดดเด่นระดับโลก หลังจากที่เราพยายามผลักดันมาแล้ว 3 ครั้ง เป็นเวลาถึง 6 ปี ซึ่งถือเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 3 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่อจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ในปี 2534 และกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ในปี 2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนี้รัฐบาลดำเนินการยกระดับการอนุรักษ์พื้นที่ด้วยการบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล จะมุ่งมั่นส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ควบคู่ไปกับการดูแลพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิทธิมนุษยชน ของประชาชนในพื้นที่ ที่อาศัยอยู่ร่วมกับป่า ให้ทุกภาคส่วนร่วมจัดการพื้นที่มรดกโลกร่วมกัน (Co-Management) และเกิดความตระหนักในคุณค่าของการเป็นเจ้าของมรดกโลกนี้ร่วมกัน (Sense of Ownership) เพื่อให้เกิดความสมดุลและประโยชน์อย่างยั่งยืนสูงสุด และยุติธรรมต่อทั้งธรรมชาติและมนุษย์ทุกคน เพื่อเป็นมรดกทั้งของโลกและของประเทศไทย ที่จะส่งต่อให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลานช่วยกันดูรักษาร่วมกันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111301</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มชาติพันธุ์, กลุ่มป่าแก่งกระจาน, บางกลอย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มรดกโลก, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ffec39edaaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกเรื่อง! แอมเนสตี้เรียกร้องไทยให้ความสำคัญเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มชายขอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - เอ็มเมอร์ลีน กิล รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคฝ่ายวิจัย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ในขณะที่โรคโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในประเทศไทย เป็นระลอกที่สามซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนัก และในขณะที่ระบบสาธารณสุขมีความเสี่ยงว่ากำลังจะล่มสลาย ทางการควรดำเนินมาตรการที่ให้บุคคลทุกคนเข้าถึงวัคซีนอย่างเป็นธรรมและเร่งด่วน โดยให้ความสำคัญในเบื้องต้นกับประชากรกลุ่มเปราะบางและชุมชนที่มีความเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าทางการจะได้ปฏิบัติตามข้อแนะนำบางส่วนขององค์การอนามัยโลก โดยให้ความสำคัญในเบื้องต้นกับผู้ทำงานด้านสุขภาพ และผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป แต่ปัญหาการทุจริตที่รับรู้ในวงกว้างกลับบั่นทอนมาตรการดังกล่าว โดยมีนักการเมืองที่ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มอื่น แทนที่จะให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้เปราะบาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การให้อภิสิทธิกับคนบางกลุ่มจากอิทธิพลของนักการเมือง ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการซื้อเสียง และทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการฉีดวัคซีน ทางการต้องประกันอย่างแน่ชัดและเร่งด่วนในการจัดลำดับกลุ่มผู้ที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนให้มีความโปร่งใสและเปิดให้ภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นตัวแทนของประชากรกลุ่มเสี่ยงมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการจัดลำดับดังกล่าว&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แผนการจัดสรรวัคซีนในปัจจุบัน เผยให้เห็นการเลือกปฏิบัติอย่างเป็นระบบต่อกลุ่มชายขอบ รวมทั้งผู้ต้องขัง แรงงานข้ามชาติแม้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ลี้ภัย ประชากรที่ยากจนและคนไร้บ้าน กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องดิ้นรนเพื่อเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ พวกเขาได้รับผลกระทบอย่างมากจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลด้านสาธารณสุขต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และให้มีการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์และการรับมือกับโรคโควิด-19 เป็นภาษาที่กลุ่มผู้เข้าเมืองสามารถเข้าใจได้ รวมทั้งผู้ที่มาจากกัมพูชาและเมียนมา รัฐต้องดำเนินการให้บุคคลเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลาง และมีหลักฐานสนับสนุน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าใจถึงผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาล และผลที่มีต่อสิทธิด้านสุขภาพของพวกเขา ทั้งนี้รวมถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีน หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาด้านสุขภาพอยู่แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางการไทยต้องแก้ไขแผนการระดับชาติอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกิดกระบวนการฉีดวัคซีนที่ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นธรรม และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110022</URL_LINK>
                <HASHTAG>สิทธิมนุษยชน, เอ็มเมอร์ลีน กิล, แอมเนสตี้, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e0a6029975.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พัดชา’โพสต์ศัพท์ใหม่วันนี้ “self censored” สาเหตุมาจากการคุกคามสิทธิมนุษยชน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักร้องสาวเสียงดี พัดชา เอนกอายุวัฒน์ โพสต์ทวิตเตอร์เผยถึงความหมายของคำว่า &amp;ldquo;self censored&amp;rdquo; พร้อมเผยสาเหตุมาจากการคุกคามล้ำเส้นสิทธิมนุษยชนทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยในการแสดงความเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การที่ประชาชน ระวังในการแสดงออก โดนเฉพาะความเห็นทางการเมือง ซึ่งมีผลมาจากมาตรการต่างๆ จากเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การดำเนินคดี, การคุกคามล้ำเส้นสิทธิมนุษยชน การกดดันทางสังคมต่างๆ ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยในการแสดงความเห็น จึงเซ็นเซอร์ตัวเองลามไปจนเป็นความเคยชิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม patchadotnet&lt;/p&gt;


&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105771</URL_LINK>
                <HASHTAG>self censored, พัดชา AF, พัดชา เอนกอายุวัฒน์, สิทธิมนุษยชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c05718554e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039; ยกกรณีครบ 1 ปี &#039;วันเฉลิม&#039; ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โพสต์ข้อคววามลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวานนี้ มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม : ครบ 1 ปี การหายตัวของคุณวันเฉลิม ปัญหาการบังคับสูญหาย และความสัมพันธ์กับอีกหลายปัญหาทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิถุนายนปีที่แล้ว &amp;ldquo;คุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;rdquo; หายตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงวันนี้ผ่านมาครบ 1 ปี เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ท่ามกลางความรู้สึกหดหู่ของสังคม คงไม่มีใครเจ็บปวดไปกว่าครอบครัวของคุณวันเฉลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การต่อสู้เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของคุณวันเฉลิม มีความล่าช้ามาถึง 1 ปี สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ คือการต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหาย มีความล่าช้าไปเกือบ 10 ปี หลังจากประเทศไทยลงนามใน &amp;ldquo;อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ.2549&amp;rdquo; ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 แต่ยังไม่มีการออกกฎหมายเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงของอนุสัญญาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ตอนนี้ จะมีร่างกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหายถึง 4 ร่าง แต่หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่าร่างของคณะรัฐมนตรี (ซึ่งเป็นร่างที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะถูกบังคับใช้) มีความสอดคล้องกับหลักสากลน้อยที่สุด จึงเป็นเรื่องที่ทั้งสังคมต้องช่วยกันจับตาและยกขึ้นมาตีแผ่ ไม่ปล่อยให้กลไกในรัฐสภาซึ่งปัจจุบันแทบจะถูกควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาล ยึดแต่เนื้อหาจากร่างของ ครม. เพียงอย่างเดียวโดยปราศจากการรับรู้และการท้วงติงจากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นประเด็นที่สะท้อนการเมืองภาพใหญ่ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ในแง่ของการแสดงให้เห็นถึง (ในมุมหนึ่ง) ความตื่นตัวของประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ (ในอีกมุมหนึ่ง) โครงสร้างและกลไกรัฐที่กลับถดถอยลง และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้แก่ประชาชนว่าพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ยังมีความเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องอื่นๆ ด้านการเมือง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกมาตรา 279&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งต่างๆของ คสช. เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเรื่องการบังคับบุคคลให้สูญหาย ในกรณีคุณวันเฉลิม เราต้องร่วมกันทำความเข้าใจกับสังคมในวงกว้าง ว่าคุณวันเฉลิมไม่ใช่อาชญากร แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาต้องเดินทางไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน คือการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายคำสั่งที่มีเนื้อหาขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนและอาจนำไปสู่การบังคับบุคคลให้สูญหาย อย่างเช่น คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน และยังเป็นฝ่ายกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัว เป็นการเปิดช่องให้อาจเกิดการบังคับบุคคลให้สูญหายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แทนที่เมื่อ คสช. หายไป คำสั่งเหล่านี้จะหายตาม มาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญ 2560 กลับเขียนให้ทุกคำสั่งของ คสช. ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ถึงแม้จะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 เองก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะเท่ากับทำให้คำสั่ง คสช.มีสภาพเหนือรัฐธรรมนูญ ถูกต้องตามกฎหมายไปตลอดกาล ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรานี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การปฏิบัติตามหลักสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นเรื่องที่ไทยควรต้องดำเนินการภายหลังลงนามในอนุสัญญาฯ แต่ผ่านมาเกือบ 10 ปี กฎหมายดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างจากอีกหลายกรณี ที่รัฐบาลไทยมีความบกพร่องในการดำเนินการตามหลักสากล เหมือนกับการรับมือและการสลายการชุมนุมหลายครั้งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่มีการกระทำโดยรัฐ ที่ขัดกับแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงต่ำในการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) ของ OHCHR (อ่านต่อ: https://www.facebook.com/paritw/posts/5058667324146974)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และปัญหาของกฎหมายอาญา มาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ต้องออกจากประเทศไทยไปลี้ภัยในต่างแดน หลายคนมีต้นเหตุมาจากการโดนหมายจับคดี 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความหนักของโทษ (จำคุก 3-15 ปี) ที่หนักกว่ากฎหมายลักษณะเดียวกันในประเทศอื่นที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเชิงการบังคับใช้ ซึ่งไม่ได้มีการวางขอบเขตชัดเจนระหว่างการ &amp;ldquo;วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต&amp;rdquo; กับการ &amp;ldquo;ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้าย&amp;rdquo; ที่ทำให้ในทางปฏิบัติ หลายคนที่แม้จะวิจารณ์โดยสุจริต ก็ถูกตัดสินว่าผิด หรือ ปัญหาของการเปิดช่องให้ใครๆ ก็สามารถกล่าวโทษและฟ้องคนอื่นได้ ซึ่งทำให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเรียกร้องความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐบาล และการกำจัดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายครั้งที่ประชาชนมีคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน รัฐบาลมักไม่สามารถ หรือไม่พร้อมตอบคำถามอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นเพราะรัฐบาลมีประเด็นที่ต้องการปกปิด เพราะรัฐบาลขาดความโปร่งใสในการดำเนินการ หรือขาดความรับผิดชอบทางการเมืองในฐานะตัวแทนประชาชน วัฒนธรรมเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มขาดความศรัทธากับกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น และหล่อเลี้ยงให้ &amp;ldquo;วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&amp;rdquo; คงอยู่กับสังคมไทย เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองตรง หรือ ต่างจากเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปกป้องสิทธิไม่ใช่เรื่องที่เราพึงกระทำเฉพาะกับคนที่คิดแบบเดียวกับเราเท่านั้น เพราะ &amp;ldquo;สิทธิ&amp;rdquo; โดยพื้นฐาน เป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเขา ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเขา และ ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ หรือ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่อย่างเดียวดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนมีหน้าที่ออกมายืนยันสิทธิของคนที่เห็นต่างจากเรา ไม่น้อยกว่า คนที่เห็นเหมือนกับเรา มันจึงไม่สำคัญเลยว่าคุณมีความคิดทางการเมือง เหมือน หรือ ต่าง จากคุณวันเฉลิม แต่เราต้องออกมาปกป้องและยืนยันสิทธิของคนทุกคนเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณวันเฉลิม จึงเป็นเรื่องที่เราไม่อาจเพิกเฉยหรือปล่อยให้ผ่านเลยไป แต่ต้องช่วยกันเรียกร้อง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างจากเขา เพราะหากวันหนึ่ง เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัว สังคมจะเหลือใครมาช่วยปกป้องสิทธิให้ ถ้าเราไม่ช่วยปกป้องสิทธิของกันและกันตั้งแต่วันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105313</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีวันเฉลิม, บังคับให้สูญหาย, พริษฐ์ วัชรสินธุ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สิทธิมนุษยชน, อุ้มหาย, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056be4076137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 นิ้วริมน้ำ จี้ &#039;บิ๊กตู่&#039; รับผิดชอบ &#039;วันเฉลิม&#039; หายตัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา11.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ นำโดย นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง สมาชิกกลุ่ม We Volunteer น.ส.มณฑาทิพย์ ศรีสุนทร ยื่นจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อการหายตัวของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ หรือต้าร์ ครบ 1 ปี โดยให้เร่งตามหาตัว พร้อมคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกคสช.และรัฐบาลชุดนี้คุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มณฑาทิพย์ อ่านแถลงการณ์ ว่า นายวันเฉลิม ถูกกล่าวหาคดีฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. เมื่อปี 2557 คดีผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เมื่อปี 2561 กรณีโพสต์ข้อความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด และคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ในยุคคสช.แต่พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคสช.ขณะนั้น และผู้เกี่ยวข้อง ไม่เหลียวแลทั้งที่คสช.มีส่วนในการคุกคาม จนต้องลี้ภัยไปประเทศกัมพูชา กลายเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองตลอดเวลา1ปีเต็ม ไม่เห็นถึงความพยายามในการตามหา หรือดำเนินการช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อรักษาสวัสดิภาพของประชาชน รวมถึงคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีโดยคสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ รับผิดชอบในฐานะผู้บริหารประเทศ และในฐานะผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินคดีนายวันเฉลิม และกดดันให้เขาต้องลี้ภัย นำไปสู่การถูกอุ้มหาย &amp;nbsp;โดยเร่งสืบสวนและตามหานายวันเฉลิม ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ และคณะมักกล่าวว่ารักชาติ จะนำความสุขสงบมาสู่ประเทศ หากเห็นความสำคัญของชาติจริงอย่างที่กล่าวอ้าง ขอให้คืนความยุติธรรมกลับสู่ประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นตัวแทนกลุ่มโมกหลวงฯได้หย่อนจดหมายเปิดผนึกผ่านตู้ไปรษณีย์ หน้าทำเนียบรัฐบาล ไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105253</URL_LINK>
                <HASHTAG>We Volunteer, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์, สิทธิมนุษยชน, โมกหลวงริมน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9d69d9250d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
