<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบร์ท วชิรวิชญ์&#039;โพสต์ถึงม็อบ16สิงหา ทุกการชุมนุมควรปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่มักจะออกมาเป็นกระบอกเสียงเพื่อประชาชนอยู่เนืองๆ สำหรับพระเอกวัยรุ่นสุดฮอต ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี โดยล่าสุดกับการประท้วงของ ม็อบ16สิงหา ที่เกิดเหตุความรุนแรงจนเป็นข่าวดัง หนุ่มไบร์ทก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ไบร์ท วชิรวิชญ์ &amp;nbsp;ได้โพสต์ภาพข่าวหลังเกิดการปะทะกันของม็อบ16สิงหากับทางเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมระบุข้อความผ่านอินสตาแกรมสตอรี่ว่า &amp;quot;ไม่ควรมีใครได้รับอันตรายจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะเรียกร้องสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ทุกการชุมนุมควรปลอดภัยเสมอ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม bbrightvc&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113706</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ16สิงหา, รัฐธรรมนูญ, สิทธิเสรีภาพ, ไบร์ท-วชิรวิชญ์ ชีวอารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c8bfddcdb3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟังทางนี้ &#039;กสม.&#039; ร่อนแถลงการณ์ด่วน เรียกร้องทุกฝ่ายยึดหลัก 4 ประการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เรื่อง &amp;quot;ขอให้ทุกฝ่ายเคารพหลักสิทธิมนุษยชนในการชุมนุม ให้ใช้อุปกรณ์อันตรายเท่าที่จำเป็น รวมถึงการประกันสิทธิเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ประชาชนกลุ่ม REDEM และเครือข่ายได้ชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองในหลายบริเวณรอบเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 20 -21 มีนาคม 2564 โดยมีรายงานสถานการณ์การกระทำผิดกฎหมาย ความรุนแรง และการปะทะกันระหว่างผู้เข้าร่วมชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนมีการใช้อาวุธสิ่งเทียมอาวุธและยุทธวิธีต่าง ๆ มีผู้ชุมนุมบางกลุ่มที่ก่อเหตุความไม่สงบ รวมถึงกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่าย และฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการและอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กระบอง น้ำผสมแก๊สน้ำตา กระสุนยาง มีการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งรวมทั้งเด็กและเยาวชน และมีผู้เข้าร่วมการชุมนุม ประชาชน ผู้สื่อข่าว ตลอดจนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ติดตามสถานการณ์โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมอย่างต่อเนื่อง และมีความห่วงกังวลต่อการชุมนุมที่มีแนวโน้มการใช้ความรุนแรงมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายพิจารณา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่พึงกระทำได้ในสังคมประชาธิปไตย โดยรัฐมีหน้าที่ต้องเคารพและคุ้มครองให้ประชาชนสามารถใช้เสรีภาพดังกล่าวได้อย่างเสรีภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย ขณะที่ผู้ชุมนุมไม่ว่ากลุ่มใดจะต้องหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมาย หรือยั่วยุ หรือชักชวนผู้อื่นให้กระทำผิดกฎหมาย อันอาจเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายจำกัดการใช้เสรีภาพของผู้ชุมนุมโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในการควบคุมสถานการณ์การชุมนุมและมีการใช้อุปกรณ์ที่เป็นอันตราย มีผลกระทบต่อความปลอดภัยและชีวิตเช่น กระสุนยาง เจ้าหน้าที่รัฐต้องยึดแนวปฏิบัติขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่เป็นอันตรายที่ไม่ถึงแก่ชีวิตเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on the Use of Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) ที่กำหนดให้การใช้อาวุธหรืออุปกรณ์ประเภทดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและใช้เพื่อระงับอันตรายที่ชัดเจนต่อผู้อื่นหรือเจ้าหน้าที่เท่านั้น รัฐจึงควรทบทวนการใช้กระสุนยางเท่าที่จำเป็นอย่างยิ่งและไม่สามารถใช้วิธีการอื่นได้ โดยต้องใช้กับกรณีเฉพาะ ห้ามใช้มุ่งเป้าหมายโดยไม่เลือก (indiscriminate) เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ รัฐควรเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กรณีการจับกุมเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้กระทำความผิด รัฐควรคำนึงถึงสิทธิเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม โดยให้เป็นไปตามหลักการของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก รวมถึงกฎอันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติว่าด้วยการบริหารงานยุติธรรมเกี่ยวกับคดีเด็กและเยาวชน หรือ &amp;ldquo;กฎแห่งกรุงปักกิ่ง&amp;rdquo; และพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ตลอดจนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก สวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ รวมถึงการแก้ไขเพื่อคืนผู้กระทำผิดสู่สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ในการดำเนินคดีอาญาต่อบุคคลอันมีเหตุจากสถานการณ์การชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวและมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนและความปรองดองภายในชาติ รัฐอาจพิจารณานำกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (restorative justice) มาเป็นอีกทางออกหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ซึ่งมุ่งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้เสียหายและสังคม และการกลับคืนสู่สังคม (reintegration) โดยเปิดให้มีการพูดคุยเจรจา สร้างความเข้าใจต่อกัน เพื่อหาทางแก้ไขความแตกต่างด้วย สันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กสม. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกฝ่ายจะใช้ความอดทนอดกลั้นและดำเนินการใด ๆ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนสากลและขอบเขตของกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อให้สังคมก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางการเมืองไปได้พร้อมกันอย่างสันติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
23 มีนาคม 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96973</URL_LINK>
                <HASHTAG>3นิ้ว, กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ม็อบรีเดม, สิทธิเสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059703f3f7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาฯ ชี้เปรี้ยง &#039;3 นิ้ว&#039; อ้างเสรีภาพชุมนุมตามรธน.ไม่ได้ เพราะใช้อาวุธ-รุมทำร้ายจนท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 - นายชูชาติ&amp;nbsp;ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 44 บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (5) บัญญัติว่า &amp;ldquo;อาวุธ&amp;rdquo; หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มคนที่ชุมนุมกันเมื่อช่วงเย็นจนถึงกลางคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ไม่อาจนำมาใช้กล่าวอ้างได้ว่าการชุมนุมของพวกตนกระทำโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนที่ตาไม่บอดและติดตามดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการรายงานของสถานีโทรทัศน์ที่เสนอข่าวตรงไปตรงมาตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงก็เห็นได้กันชัดแจ้งว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำลายทรัพย์ของทางราชการ ใช้สิ่งของต่างๆ เป็นอาวุธขว้างใส่และทำร้ายร่างการเจ้าพนักงานตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มตั้งแต่เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจอ่านคำสั่งให้ยุติการชุมนุมเพราะเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานตำรวจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้ออ้างของกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ที่ยุยงส่งเสริมสนับสนุนให้มีการชุมนุมที่อ้างว่า มีเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญย่อมหมดสิ้นไปตั้งแต่บัดนั้นแล้ว&amp;nbsp;การกลุ้มรุมทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจที่ยืนอ่านคำสั่งตามปกติย่อมอ้างว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อการชุมนุมไม่ใช่การชุมนุมโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ กลุ่มผู้ชุมนุมย่อมมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานะการฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138,140,210,215,216,296 และมาตรา 358&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานะการฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ความผิดประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาซ่องโจรตามมาตรา 210 ข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิกตามมาตรา 215 และมาตรา 216&amp;nbsp;ขอให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมทุกคนเพราะต่างก็มีความผิดเหมือนกันทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ม็อบ28กุมภา, สิทธิเสรีภาพ, อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036217454720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอมมี่&#039;โวยรัฐคุกคามสิทธิเสรีภาพ หลังถูกปิดกั้นการเข้าเพจตัวเอง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักร้องหนุ่ม แอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ วงเดอะบอตทอมบลูส์ (The Bottom Blues) โพสต์ภาพตอนที่ตนเองถูกจับ พร้อมเผยว่าภาพดังกล่าวนั้นหายไปจากเพจของตน และล่าสุดตนยังถูกแบนไม่ให้เขาถึงเพจตัวเองอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนุ่มแอมมี่โพสต์อินสตาแกรมว่า &amp;quot;เรื่องที่ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับภาพนี้ วันที่ ๑๓ ตุลา ที่ผ่านมา หลังจากถูกจับกุมขึ้นรถตำรวจ เราพยายามเจรจาขอโทรศัพท์คืนตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่เราพึงมี ต่อมาสักประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากที่รถแล่นออกมาไกลจากที่ชุมนุม และ ยังไม่มีการแจ้งว่าจะพาพวกเราไปไหนเจ้าหน้าที่ตัดสินใจคืนโทรศัพท์ให้กับเรา ซึ่งผมได้ทำการแอบถ่ายภาพนี้ทันที และหลังจากโพสต์ภาพนี้ลงไปได้ไม่นาน พอพวกผมมาถึงที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งภาพนี้ก็ถูกลบออกไปอย่างปริศนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์นี้ผมมาทราบในภายหลังว่า นักกิจกรรม และ ผู้เรียกร้องอีกหลายคนที่ทำการโพสต์แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนั้น โพสต์เหล่านั้นก็ถูกลบหายไปอย่างปริศนาเช่นกัน จนถึงวันนี้หลังจากสอบถามผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เราก็ยังคงไม่ได้รับคำตอบเลยว่า ภาพ และ ข้อความเหล่านั้น หายไปจากเพจของเราเองได้อย่างไร?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้เจ้าตัวยังโพสต์ทวิตเตอร์ให้แฟนๆช่วยกันแชร์ด้วยว่า &amp;quot;ขอคนละ 1 แชร์แด่ความสงสัย #humanrights ภาพนี้หายไปจากเพจอย่างปริศนา ต่อมามีการจำกัดการมองเห็นในเพจ และ ล่าสุดผมถูกแบนไม่ให้เข้าถึงเพจของตัวเอง โดยต้องทำการโพสผ่านทาง IG แทน คำถามคือ นี่เราเดินทางมาถึงจุดที่รัฐสามารถริดรอน และ คุกคามสิทธิเสรีภาพของเรา ได้อย่างตามอำเภอแล้วหรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม ammybottomblues&lt;/p&gt;

&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86594</URL_LINK>
                <HASHTAG>humanrights, The Bottom Blues, สิทธิมนุษยชน, สิทธิเสรีภาพ, เดอะบอตทอมบลูส์, เอมมี่ The Bottom Blues, แอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์, แอมมี่-ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd341991e607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังคณา&#039; ปลื้ม ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก ม.อุบลราชธานี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่าหลายปีมานี้ได้เห็นการท้าทายต่อบทบาทของมหาวิทยาลัยในการปกป้องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสานซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนสูง ทั้งการละเมิดสิทธิชุมชน โครงการธุรกิจที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน #BizHRs รวมถึงสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้เห็นความพยายามของท่านคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี Titipol Phakdeewanich ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการริเริ่มการจัดตั้ง #ศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค ณ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใต้การสนับสนุนจากท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยร่วมมือกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ชาติ (กสม.) หวังอย่างยิ่งว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้ และให้ความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่พี่น้องชาวอีสานต่อไปค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สำหรับการให้เกียรติ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ด้านสิทธิมนุษยชน &amp;nbsp;ในครั้งนี้ค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85942</URL_LINK>
                <HASHTAG>สิทธิมนุษยชน, สิทธิเสรีภาพ, อังคณา นีละไพจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fc9b81d77b20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2020 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2020 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบแก้กฎหมาย &#039;ทำแท้ง&#039; กำหนดอายุครรภ์ทำได้ไม่ผิด เร่งส่งสภาฯบังคับใช้ ก.พ.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ย.63 - เวลา 14.00 น. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรั,บาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาความผิดฐานทำให้แท้งลูก โดยมีที่มาคือ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 กำหนดให้หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกมีความผิดอาญานั้น เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของหญิงเกินจำเป็น ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 28 บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯ กล่าวว่า วันนี้ ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ โดยมีเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 301 และ มาตรา 305 คือ 1.กำหนดอายุครรภ์สำหรับความผิดฐานหญิงทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ มีความผิดและต้องรับโทษ เพื่อคุ้มครองสิทธิของหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ให้เกิดความสมดุลกัน 2.เพิ่มเหตุยกเว้นความผิดฐานทำให้แท้งลูก ให้ครอบคลุมกรณีต่างๆ ที่จำเป็นและสมควรต้องทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ให้กับหญิง และกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องทำตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาเพื่อความปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีสาระสำคัญคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 301 ให้หญิงที่มีอายุครรภ์ &amp;ldquo;ไม่เกิน 12 สัปดาห์&amp;rdquo; สามารถทำแท้งได้ จากเดิมที่ห้ามหญิงตั้งครรภ์ทำแท้งโดยเด็ดขาด ซึ่งการกำหนดอายุครรภ์ดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นของแพทยสภาและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการทำแท้ง ไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ทำแท้งเกิดอาการแทรกซ้อนและเป็นอันตรายแก่ชีวิต นอกจากนี้ ได้มีการแก้ไขลดอัตราโทษ เพื่อให้เหมาะสมกับการที่ผู้ทำแท้งต้องได้รับความเจ็บปวดทางร่างกายอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกำหนดโทษสูงอีก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot;&amp;nbsp;จากเดิมที่กำหนดให้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรา 305 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเหตุยกเว้นความผิดฐานทำให้แท้งลูก ให้ครอบคลุมกรณีที่จำเป็นและสมควรต้องทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ให้กับหญิง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มาตรา 305 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 301 หรือ มาตรา 302 เป็นการกระทำของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมและตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภาในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้กระทำไม่มีความผิด (1) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากหญิงตั้งครรภ์ต่อไปจะเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายต่อสุขภาพทางกาย หรือจิตใจของหญิงนั้น (2) จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากหากทารกคลอดออกมาจะมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะได้รับผลกระทบจากความผิดปกติทางกายหรือจิตใจถึงขนาดทุพพลภาพอย่างร้ายแรง (3) หญิงมีครรภ์เนื่องจากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับเพศ (4) หญิงซึ่งมีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ยืนยันที่จะยุติการตั้งครรภ์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในลำดับต่อไป จะส่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าว ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา แล้วเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาโดยด่วน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ 1 ปี หากแก้ไขไม่แล้วเสร็จ มาตรา 301 จะไม่มีผลบังคับใช้โดยปริยาย เพราะกฎหมายจะขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง เป็นการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิของผู้หญิงและชีวิตของทารกในครรภ์อย่างมีดุลยภาพ อีกทั้งสร้างความมั่นใจต่อบุคคลากรการทางการแพทย์ในการให้บริการยุติการตั้งครรค์โดยสมัครใจ ลดแรงจูงใจของผู้หญิงในการไปหาหมอเถื่อนเพื่อทำแท้ง ซึ่งผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัยต่อชีวิต และในส่วนที่กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งทารกในครรภ์ที่มีความเสี่ยงที่จะคลอดออกมาแล้วพิการแต่กำเนิด จะช่วยลดภาวะตึงเครียดให้กับครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตรที่มีสภาพพิการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84119</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายอาญา, ทำแท้ง, รัชดา ธนาดิเรก, สิทธิเสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201117/image_big_5fb393c9159d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 20:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองนายกฯปองพล : ประชาธิปไตยแบบไทยๆ มุ่งแต่รักษาสิทธิเสรีภาพของตน แต่พร้อมที่จะละเมิดคุกคามสิทธิผู้อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.63 - นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาธิปไตยแบบไทยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รากฐานอันมั่นคงของราชอาณาจักรไทยได้แก่พุทธศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และตัวคนไทยเองซึ่งมีวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่สะสมหล่อหลอมมาหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบัน ได้สร้างพันธุกรรมและภูมิคุ้มกันในสังคมนานาชาติและระบบการปกครองที่เหมาะสมกับคนไทย คือ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งระบุไว้ใน มาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหลายฉบับก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;


	&amp;#39;น้าหงา&amp;#39;ออกโรง!เตือนอย่าฟูมฟายเสียใจ เพราะจะมีผู้พ่ายแพ้มากมายทั่วประเทศ
	ทนายรับหนักใจหลังยังไม่มีใครได้รับการประกันตัว!
	ออกไม่ออก &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; แถลงแล้วหลัง &amp;#39;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;#39; ไล่บี้ไขก๊อกพ้นนายกฯ
	&amp;#39;บุญเกื้อหนุน&amp;#39; เข้ามอบตัวหลังโดนมาตรา 110 ยืนยันไม่มีเจตนาประทุษร้าย
	จ่อออกหมายจับอีก 5 ราย ศิลปินอิสระ นักแต่งเพลง ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี
	ตำรวจส่งตัวไป ตชด.ภ.1 &amp;#39;เอกชัย&amp;#39; โอดจนท.ตั้งข้อหาเกินจริง
	รมว.ยุติธรรม สยบลือ &amp;#39;ไผ่ ดาวดิน&amp;#39; ถูกซ้อมคาเรือนจำ
	โดนอีกราย!ตำรวจรวบ &amp;#39;สมยศ&amp;#39; แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายน
	โล่ง! ทหารออกจากรัฐสภาแล้ว


&lt;p&gt;ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าประชาธิปไตยเป็นผลผลิตของโลกตะวันตกและนำมาสู่ประเทศไทยได้ 88 ปีแล้ว แต่จากการศึกษาของผมพบว่าประชาธิปไตยระบบรัฐสภาได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลด้วยการทอดกฐิน ขณะนี้อยู่ในช่วงของการทอดกฐินตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 31 ต.ค. 2563 ขอให้ผู้ไปร่วมในพิธีทอดกฐินติดตามดูจะเห็นว่าพระภิกษุที่มารับผ้ากฐินจะต้องมีองค์ประชุมคือพระภิกษุซึ่งจำพรรษาโดยไม่ขาดพรรษาเลยไม่ต่ำกว่า 5 รูปมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพุทธบัญญัติ ในการกำหนดพระภิกษุผู้จะรับผ้ากฐินนั้น จะต้องมีพระภิกษุ 1 ใน 5 รูปเป็นผู้เสนอว่าพระภิกษุรูปใดจะเป็นผู้รับผ้ากฐิน เมื่อมีผู้เสนอแล้ว ก็จะมีการถามว่ามีผู้คัดค้านหรือไม่ ผมเคยไปงานทอดกฐินครั้งหนึ่งซึ่งมีผู้คัดค้านแต่แพ้การลงมติจากเสียงข้างมาก จะเห็นว่าการทอดกฐินมีองค์ประกอบของประชาธิปไตยระบบรัฐสภาครบถ้วน ผมเชื่อว่าคนไทยพุทธทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับพิธีทอดกฐินซึ่งมีเป็นประจำทุกปี ซึ่งการได้สัมผัสประชาธิปไตยระบบรัฐสภาอย่างต่อเนื่องคงจะซึมซับอยู่ในจิตสำนึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปดูประชาธิปไตยของโลกตะวันตกกันบ้าง ซึ่งมีหลักการสำคัญ 3 ประเด็นได้แก่ 1. ปกครองโดยเสียงส่วนใหญ่ (Majority Rule) 2. ความเท่าเทียมกันใน สิทธิ (Rights) โอกาส (Opportunity) และการปฏิบัติ (Treatment) 3. การตรวจสอบและถ่วงดุลย์ (Check and Balance)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนดินแดนบนแผ่นดินใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกอบด้วยไทย กัมพูชา ลาว และพม่าซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนามานานร่วมพันปีปกครองโดยระบบกษัตริย์ ซึ่งราชธานีแห่งแรกของราชอาณาจักรไทยหรือสยามในขณะนั้นคือกรุงสุโขทัย ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัยคือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงปกครองบ้านเมืองแบบพ่อปกครองลูกด้วยทศพิศราชธรรมสืบต่อมาจากยุคพุทธกาลและต่อเนื่องยาวนานมาเกือบ 800 ปีจนมาถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งระบุใน มาตรา 9 ว่า &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวตะวันตกและประชาธิปไตยแบบตะวันตกมักจะมองบุคคลอื่นเป็นผู้สร้างปัญหา ไม่ใช่ตนเองและมุ่งแต่รักษาสิทธิและเสรีภาพของตนแต่พร้อมที่จะละเมิดและคุกคามสิทธิของผู้อื่นนั้น ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ซึ่งยึดมั่นในหลักธรรมของพุทธศาสนาเป็นจริยวัตรในการดำรงชีวิต ยอมรับผลของกรรม บาป บุญ คุณ โทษของตนเอง เชื่อว่าทุกคนย่อมเป็นไปตามกรรมและการกระทำ ทำดีย่อมได้รับผลดี และทำชั่วย่อมได้รับผลชั่ว ไม่โทษผู้อื่น อันเป็นรากฐานสำคัญของประชาธิปไตยแบบไทยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปองพล อดิเรกสาร
16 ต.ค. 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80743</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ประชาธิปไตย, ปองพล อดิเรกสาร, สิทธิเสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f8702acf1eaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
