<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้พระเจ้าจอร์จ!บิ๊กตู่ตื่นสั่งสอบรายการขายของผ่านทีวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีข้อห่วงใยต่อกรณีที่ขณะนี้ได้มีรายการขายสินค้าผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ จำนวนมากโดยเฉพาะทางทีวีดิจิทัล ทั้งเครื่องใช้ในบ้าน เครื่องสำอาง อาหารเสริม ทั้งนี้ แม้จะเป็นทางเลือกในการซื้อสินค้าให้ประชาชน ในช่วงต้องที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่พบว่าการนำเสนอสินค้าบางรายการมีลักษณะแจ้งสรรพคุณที่อาจเกินความจริง จึงได้สั่งการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีการพิจารณา ตรวจสอบว่า รายการต่างๆ มีลักษณะการโฆษณาเกินจริงหรือไม่ โดยให้ทำงานในเชิงรุก โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนมาร้องเรียนเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า &amp;nbsp;นายกฯ ยังได้มอบหมายให้องค์การอาหารและยา(อย.) รวมถึงหน่วยงานที่ดูแลด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์สินค้าอุตสาหกรรม เช่น สมอ. ได้ร่วมตรวจสอบด้วยว่า สินค้าที่มีการนำเสนอขายผ่านรายการส่งเสริมการขายต่างๆ นั้นเป็นสินค้าได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองตรวจสอบแล้วหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและไม่กระทบต่อสุขภาพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่ประชาชน work from home &amp;nbsp;ต้องใช้ชีวิตที่บ้านมากขึ้น การซื้อของผ่านทางออนไลน์ หรือจากรายการทีวีที่จัดรายการส่งเสริมการขายต่างๆ ก็มีมากขึ้นด้วย นายกรัฐมนตรีท่านห่วงใยในเรื่องนี้ จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงานเชิงรุกไม่ว่าจะเป็น สคบ. อย. สมอ. ให้ตรวจสอบว่าสินค้าที่เสนอขายกันไม่ได้มีการโฆษณาเกินจริง และได้มาตรฐาน เป้าหมายคือดูแล ปกป้องสุขภาพของประชาชนเป็นสำคัญ&amp;rdquo; น.ส.ไตรศุลี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116028</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีวี, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, สินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae65433498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2020 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2020 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องเอ๋ง! &#039;คณะก้าวหน้า&#039; โดนบ้าง สินค้าถูกแบนห้ามขายใน Shopee </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.63 - เฟซบุ๊กเพจ คณะก้าวหน้า - Progressive Movement ของคณะก้าวหน้า ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นประธาน ได้โพสต์เฟซบุ๊กโดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สินค้าคณะก้าวหน้าถูกแบนห้ามขายใน Shopee เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเรา &amp;ldquo;คณะก้าวหน้า&amp;rdquo; ได้รวมตัวกันก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาหลังจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยมีจุดประสงค์คือทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองและขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวหน้าในทางที่ดีขึ้นตามอุดมการณ์ของพวกเราตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งหนึ่งที่เราทำควบคู่กันคือการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ของเรา เพื่อนำทุนมาขับเคลื่อนกิจกรรมเราต่อไป โดยเราขอขอบคุณพี่น้องทุกคนที่ให้การตอบรับสนับสนุนอย่างอบอุ่นด้วยดีเสมอมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราวางขายสินค้าของเราในหลายที่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ในทางออนไลน์นั้น เรามี &amp;ldquo;ส้มจี๊ด เอ็นเตอร์ไพรส์&amp;rdquo; เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสินค้าในชื่อร้านค้า Democstore_th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 สิงหาคม 2563 ร้านค้าของเราถูกแบนห้ามขายสินค้าเป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศเตรียมการชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม &amp;ldquo;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;rdquo; และกลุ่ม &amp;rdquo;ประชาชนปลดแอก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนแล้วจนรอดเราก็ต่อสู้เพื่อให้ปลดแบนได้ แต่ไม่นานหลังจากนั้น...เราถูกแบนอีกครั้งในวันที่ 18 กันยายน 2563 หรือเพียง 1 วัน ก่อนการชุมนุมใหญ่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงตอนนี้ เราหยุดร่วมงานกับช้อปปี้อย่างเป็นทางการแล้ว และเราคงจะไม่กลับไปขายสินค้าออนไลน์ที่นั่นอีก แต่สิ่งที่อยากให้ทุกคนช่วยกันถามดังๆ ไปยังช้อปปี้ก็คือ &amp;ldquo;ช้อปปี้แบนคณะก้าวหน้าทำไม????&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ช้อปปี้ต้องมีคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประชาชนผู้สนใจสนับสนุนคณะก้าวหน้าโดยการซื้อสินค้า โปรดติดตามช่องทางใหม่ของเรา รับรอง 10.10 นี้ เราจะจัดให้แบบเบิ้มๆ ชุดใหญ่ไฟกระพริบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79325</URL_LINK>
                <HASHTAG>Shopee, คณะก้าวหน้า, ช้อปปี้, สินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201002/image_big_5f77074117ed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์ผนึก”ร้านโชห่วย”ช่วยเหลือผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือ &amp;ldquo;แม็คโคร-ยูนิลีเวอร์-SME D Bank&amp;rdquo; ส่งทีมลงพื้นที่ช่วยเหลือร้านโชห่วยใน 4 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจาก &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ให้ฟื้นตัวและเปิดบริการได้โดยเร็ว พร้อมช่วยประสานหาสินค้าราคาถูกเข้าไปขาย เพื่อเป็นทางเลือกในการซื้อสินค้าราคาถูกให้กับประชาชนในพื้นที่
&amp;nbsp;
09 ม.ค. 62 - นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้หารือเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือเยียวยาร้านค้าโชห่วยในพื้นที่ที่ประสบภัยโดยได้ร่วมกับ บมจ.สยามแม็คโคร บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเทรดดิ้ง จำกัด และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย โดยจะจัดทีมงานลงพื้นที่ช่วยเหลือในการจัดการร้านค้าโชห่วยที่ได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึก 4 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้ร้านค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถฟื้นตัวจากความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว และเปิดบริการประชาชนในพื้นที่ได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นี้ยังมีการลดราคาสินค้าที่จำหน่ายให้กับร้านโชห่วย เพื่อลดต้นทุนของร้านโชห่วยอันจะเป็นการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนในพื้นที่ ทำให้ซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง ในส่วนของกรณีที่ร้านโชห่วยได้รับความเสียหายจากพายุโซนร้อนปาบึกค่อนข้างมาก หรือต้องการปรับปรุงร้านค้า และต้องใช้เงินทุน กรมฯ ได้ประสาน SME D Bank เสนอสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ ดังนี้ บุคคลธรรมดา ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.42 ต่อเดือน และนิติบุคคล ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ปัจจุบัน มีร้านโชห่วยในพื้นที่ 4 จังหวัดที่ประสบภัยจำนวนทั้งสิ้น 53,753 ร้านค้า แบ่งเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 15,157 ร้านค้า จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 14,146 ร้านค้า จังหวัดชุมพร จำนวน &amp;nbsp;7,166 ร้านค้า และจังหวัดสงขลา จำนวน 17,284 ร้านค้า อย่างไรก็คตามก่อนหน้านี้ กรมฯ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ใน 23 จังหวัด จำนวน 1.92 แสนราย ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่สะดุดแล้ว โดยได้ขยายเวลาทำธุรกรรมของนิติบุคคล ทั้งการแจ้งบัญชีและเอกสารสูญหาย การส่งงบการเงิน การยื่นจดทะเบียนนิติบุคคล และเพิ่มพื้นที่การให้บริการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26144</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าครองชีพ, พายุโซนร้อนปาบึก 4, ร้านโชห่วย, วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์, สินค้า, อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช้ำ!สั่งกระเป๋าแบรนด์เนมใบละสี่หมื่นได้ขวดน้ำกังฟูแพนด้าแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ก.ย.2561 - &amp;nbsp;น.ส.ปานหทัย &amp;nbsp;เลิศสินอุดม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/69 ม.14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เดินทางมาเข้าพบกับ ร.ต.อ.วัลชัย &amp;nbsp;คุณพระ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อนำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาเพื่อประกอบสำนวนคดีตามที่พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำและขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมจากกรณีที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเพจชื่อดัง แต่กลับไม่ได้สินค้าตามที่สั่งไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปานหทัยกล่าวว่า ได้สั่งซื้อกระเป๋ามือสอง ยี่ห้อ Celine ผ่านเพจ brandnameby_0a เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ซึ่งขณะนั้นตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 40,000 บาท ก่อนที่จะมีเจ้าของร้านที่ใช้ไลน์ว่า b.promote เขามาพูดคุยเพื่อเจรจาต่อรองสินค้า จนได้ข้อสรุปตกลงกันในการซื้อกระเป๋าใบดังกล่าวในราคา 37,000 บาท จึงได้โอนเงินไปในช่วงเย็นของวันเดียวกันตามที่ไลน์ b.promote ส่งมาให้ ซึ่งเมื่อโอนเงินไปนั้นพบว่าเลขที่บัญชีดังกล่าวมีชื่อบัญชีว่า น.ส.รัตนาวดี &amp;nbsp;สมนึก และเมื่อได้โอนเงินไปแล้วเต็มจำนวน จึงได้ส่งเอกสารการโอนเงินกลับไปทางไลน์เพื่อยืนยัน แต่เจ้าของร้านที่ใช้ไลน์ว่า b.promote ได้แจ้งว่าไลน์มีปัญหาขอเปลี่ยนไลน์ใหม่ถึง 3 ครั้ง จนกระทั่งล่าสุดคือติดต่อได้คือการส่งเลขรหัสพัสดุที่ใช้ส่ง ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่าได้ทำการส่งสินค้ามาให้แล้ว ผ่านบริษัท เคอรี่ ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปานหทัยกล่าวต่อกว่า ในช่วงระหว่างที่ติดต่อพูดคุยกับทางร้านนั้นก็พบพิรุธหลายอย่าง ทั้งการเปลี่ยนไอดีไลน์ใหม่ การยกเลิกข้อความของเจ้าของร้าน ซึ่งได้แจ้งไปยังเพจเพื่อให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อให้ช่วยตรวจสอบ จนกระทั่งวันที่ 5 ก.ย.ก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าของร้านได้ จึงนำรหัสส่งสินค้าไปตรวจสอบกับบริษัทเคอรี่ฯ ซึ่งก็พบว่ามีการส่งสินค้ามาจริง จึงได้ติดต่อขอรับสินค้า ซึ่งในช่วงที่พนักงานมาส่งสินค้านั้นได้ถ่ายคลิปภาพไว้ด้วยเพื่อเอาผิดกับร้านดังกล่าวและที่ไม่คาดคิดคือเมื่อเปิดกล่องพัสดุที่ส่งมาออกดูก็พบว่าเป็นขวดน้ำพลาสติกที่มีภาพกังฟูแพนด้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยส่วนตัวสั่งสินค้าแบรนเนมผ่านเพจต่างๆ บ่อยครั้งทุกครั้งจะตรวจสอบข้อมูลต่างๆทั้งหมดเพื่อเก็บรวบรวมหลักฐาน ครั้งนี้ก็มาเกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆ จึงนำเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่มีอยู่ทั้งข้อความการสนทนาผ่านไลน์ทุกไลน์ ตั้งแต่เริ่มสั่งสินค้ามาจนถึงวันที่เจ้าของร้านส่งสินค้ามา โชคดีที่เราแคปหน้าจอไว้ทั้งหมด รวมทั้งเอกสารการโอนเงินต่างๆที่เราจัดเก็บมาทั้งหมดด้วย&amp;rdquo; น.ส.ปานหทัยกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปานหทัย กล่าวต่ออีกว่า จากการพูดคุยร่วมกันของผู้ที่ชื่นชอบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ก็พบว่า มี 1 คนที่ จ.ขอนแก่น ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันสูญเงินไป 77,000 บาท คือสั่งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมกับได้เป็นแก้วและเสื้อแทน ซึ่งได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และอีกรายที่ถูกร้านเดียวกันหลอกอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ก็ได้เข้าแจ้งความแล้วเช่นกัน จึงขอฝากเตือนผู้ที่ชื่นชอบการสั่งสินค้าออนไลน์นั้นให้เก็บหลักฐานต่างๆไว้ให้หมด ตั้งแต่การเริ่มการสนทนา เอกสารการชำระเงิน รวมไปถึงการส่งสินค้า เพราะหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน และไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทใด ทั้งหมดจะเป็นหลักฐานสำคัญในการที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นดำเนินการเอาผิดได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ปานหทัย  เลิศสินอุดม, พนักงานสอบสวน, สั่งซื้อสินค้าออนไลน์, สินค้า, เพจ, เมืองขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b94cc34d1240.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.50% พร้อมขยับจีดีพีเพิ่มเป็น 4.4%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
กนง. เคาะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อปี พร้อมขยับจีดีพีปี 2561 เพิ่มเป็น 4.4% รับอานิสงส์ &amp;ldquo;ส่งออก-ท่องเที่ยว&amp;rdquo; ฟื้นตัวคึกคักตามภาวะเศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 61 - นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง. มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี พร้อมทั้งปรับประมาณการณ์ตัวเลขจีดีพีปี 2561 เพิ่มเป็น 4.4% จากเดิมที่ 4.1% โดยมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ชัดเจนต่อเนื่อง ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนจากการส่งออกสินค้า ที่ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ที่ 9% จากคาดการณ์เดิมที่ 7% และการท่องเที่ยวที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องตามเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว และอุปสงค์ในประเทศที่มีแรงส่งเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ได้มีการปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2562 เพิ่มเป็น 4.2% จากคาดการณ์เดิมที่ 4.1% ส่วนภาคการส่งออก คาดว่าจะขนายตัวได้ที่ระดับ 5% จากคาดการณ์เดิม 3.6%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเสี่ยงต่อประมาณการณ์เศรษฐกิจโน้มไปด้านต่ำจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลลบต่อการค้าโลก การขยายตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าอลัการส่งออกของไทย&amp;rdquo; นายจาตุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11750</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., คณะกรรมการนโยบายการเงิน, จาตุรงค์ จันทรังษ์, จีดีพี, ดอกเบี้ย, สินค้า, ส่งออก, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a84e70731579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพลเผยประชาชนยังมีความเชื่อมั่นต่อเครื่องหมาย อย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิด้าโพล เผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่มีความความเชื่อมั่นต่อเครื่องหมาย อย. และการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษณาขายสินค้า มีส่วนช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์มีความน่าเชื่อถือและตัดสินใจซื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 61 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเครื่องหมาย อย.&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21 &amp;ndash; 22 พฤษภาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,251 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเครื่องหมาย อย. การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็น จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาคสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการอ่านเครื่องหมายการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของ อย. ในการเลือกซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 71.78 ระบุว่า อ่านเครื่องหมายการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของ อย. รองลงมา ร้อยละ 27.98 ระบุว่า ไม่อ่านเครื่องหมายการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของ อย. และร้อยละ 0.24 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของ อย. หลังจากที่มีกระแสข่าวการจับกุมผลิตภัณฑ์ที่มีการสวมเลขทะเบียน อย. รวมถึง การใช้เครื่องหมาย อย. ปลอมจำนวนมาก พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.12 ระบุว่า มีความเชื่อมั่น เพราะ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เป็นองค์กรที่มีมาตรฐานในการตรวจสอบความปลอดภัย เชื่อถือได้ มีการจัดตั้งมานานแล้ว ขณะที่บางส่วนระบุว่า ปัญหาเกิดจากผู้ประกอบการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง รองลงมา ร้อยละ 42.21 ระบุว่า ไม่มีความเชื่อมั่น เพราะ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ขาดความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้า และร้อยละ 1.68 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระดับความรุนแรงของปัญหาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 25.90 ระบุว่า เป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมาก ร้อยละ 44.60 ระบุว่า เป็นปัญหาที่ค่อนข้างมีความรุนแรง ร้อยละ 25.90 ระบุว่า เป็นปัญหาที่ ไม่ค่อยมีความรุนแรง ร้อยละ 2.16 ระบุว่า เป็นปัญหาที่ไม่มีความรุนแรงเลย และร้อยละ 1.44 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการที่ให้บุคคลที่มีชื่อเสียงมาโฆษณาขายสินค้า มีส่วนช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นดูมีความน่าเชื่อถือและตัดสินใจซื้อ ง่ายขึ้นหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.71 ระบุว่า มีส่วนช่วย เพราะ เป็นที่ยอมรับของคนในสังคม ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จัก มีความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดแรงจูงใจ และความมั่นใจในการเลือกซื้อ รองลงมา ร้อยละ 32.93 ระบุว่า ไม่มีส่วนช่วย เพราะ ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ราคา ความพึงพอใจ ความต้องการของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่เลือกซื้อ ขณะที่บางส่วนระบุว่า มุ่งเน้นที่เครื่องหมาย อย. มากกว่า และร้อยละ 1.36 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงแนวทางในการแก้ปัญหาการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.20 ระบุว่า เพิ่มมาตรการในการตรวจสอบทั้ง ก่อน &amp;ndash; หลัง กับสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย อย. รองลงมา ร้อยละ 34.05 ระบุว่า เพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้กระทำผิด ร้อยละ 33.89 ระบุว่า เพิ่มหน่วยงานของภาครัฐเข้ามากำกับดูแลการคุ้มครองผู้บริโภค ร้อยละ 32.37 ระบุว่า เพิ่มมาตรการควบคุมการโฆษณาที่เกินจริงรวมถึงการใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงในการโฆษณา ร้อยละ 27.10 ระบุว่า เพิ่มบุคลากรให้เพียงพอต่อการตรวจสอบมาตรฐานของสินค้า ร้อยละ 0.80 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ เพิ่มช่องทางในการตรวจสอบเลข อย. เช่น มีแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบเลข อย. ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ และร้อยละ 2.24 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 9.59 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ตัวอย่างร้อยละ 25.42 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.55 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 32.53 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.91 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่าง ร้อยละ 51.40 เป็นเพศชาย และร้อยละ 48.60 เป็นเพศหญิง ตัวอย่างร้อยละ 7.03 มีอายุ 18 &amp;ndash; 25 ปี ร้อยละ 16.55 มีอายุ 26 &amp;ndash; 35 ปี ร้อยละ 23.10 มีอายุ 36 &amp;ndash; 45 ปี ร้อยละ 33.49 มีอายุ 46 &amp;ndash; 59 ปี ร้อยละ 18.23 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และร้อยละ 1.60 ไม่ระบุอายุ ตัวอย่างร้อยละ 91.61 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.28 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 0.88 นับถือศาสนาคริสต์ /ฮินดู/ซิกข์/ยิว/ไม่นับถือ ศาสนาใด ๆ และร้อยละ 4.24 ไม่ระบุศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างร้อยละ 20.30 ระบุว่าสถานภาพโสด ร้อยละ 70.26 สมรสแล้ว ร้อยละ 4.64 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 4.80 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส ตัวอย่างร้อยละ 26.14 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 29.34 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 7.51 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 26.30 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.60 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.12 ไม่ระบุการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอย่างร้อยละ 12.07 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 12.23 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.18 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 13.59 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.03 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.27 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 3.04 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 0.08 เป็นพนักงานองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร และร้อยละ 5.52 ไม่ระบุอาชีพ ตัวอย่างร้อยละ 13.35 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 24.62 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 22.46 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 &amp;ndash; 20,000 บาท ร้อยละ 11.91 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 &amp;ndash; 30,000 บาท ร้อยละ 6.39 มีรายได้เฉลี่ย ต่อเดือน 30,001 &amp;ndash; 40,000 บาท ร้อยละ 8.79 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 12.47 ไม่ระบุรายได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10083</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายสินค้า, นิด้าโพล, ปลอดภัย, ผลิตภัณฑ์, มาตรฐาน, ยา, สินค้า, อาหาร, เครื่องหมาย อย., เชื่อมั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a1c1b9d0b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมทรัพย์ฯ แนะผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์อาจได้ของปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญา ออกโรงเตือนภัยผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์ ระวังตกเป็นเหยื่อซื้อของปลอม แนะเลือกซื้อจากเว็บไซต์หรือแหล่งที่เชื่อถือได้ ป้องกันได้สินค้าห่วย อันตรายต่อสุขภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.61- นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ มีข้อแนะนำถึงผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ ขอให้ระมัดระวังและเลือกซื้อสินค้าจากเว็บไซต์หรือแหล่งที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรหลีกเลี่ยงสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ได้มาตรฐาน เพราะหากซื้อมาแล้วอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย หรือความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนการดาวน์โหลดหรือสตรีมมิ่งภาพยนตร์หรือเพลงละเมิดจากเว็บไซต์ต่างๆ อาจมีไวรัสหรือมัลแวร์ที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์เสียหายหรืออาจโจรกรรมข้อมูลสำคัญได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังขอแนะนผู้ประกอบการให้นำสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน หรือสินค้าที่ไม่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาจำหน่ายหรือให้ดาวโหลดทางอีคอมเมิร์ซ และต้องตรวจสอบที่มาของสินค้าที่นำมาจำหน่ายด้วยว่ามาจากแหล่งหรือผู้ผลิตที่เชื่อถือและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาโดยไม่รู้ตัว เพราะหากถูกตรวจสอบและถูกจับกุม ก็จะมีความผิดเช่นเดียวกับการขายตามร้านค้าทั่วไป และกรณีการจำหน่ายหรือทำให้แพร่หลายซึ่งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ จะได้รับโทษสูงกว่าการขายสินค้าละเมิดทางช่องทางการค้าปกติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมฯ ขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ISP ซึ่งเป็นผู้ให้บริการช่องทางการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ หรือผู้รับฝากคอนเท้นต์ หรือเจ้าของเว็บไซต์ ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา โดยจัดให้มีช่องทางรับแจ้งการละเมิดที่ชัดเจน และมีกระบวนการและมาตรการในการนำสินค้าละเมิดออกจากระบบคอมพิวเตอร์เมื่อได้รับแจ้งหรือทราบว่ามีสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจำหน่ายบนเครือข่ายหรือระบบคอมพิวเตอร์ที่ตนให้บริการอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8760</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ของปลอม, ผู้บริโภค, สินค้า, สินค้าออนไลน์, สุขภาพ, อันตราย, เว็บไซต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7931172093.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
