<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์จับมือ&#039;ลาซาด้า-ช้อปปี้-เจดี เซ็นทรัล&#039;ป้องกันการขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยในการเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ เจ้าของสิทธิ์ และผู้ประกอบการแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำกรอบความร่วมมือการแก้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของเอ็มโอยู ร่วมกับเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา 20 หน่วยงาน ผู้ประกอบการ 3 แพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ ลาซาด้า , ช้อปปี้ และเจดี เซ็นทรัล และดึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้าออนไลน์มาร่วมทำงาน โดยมี H.E. Mr.Pirkka Tapiola เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย Mr.Michael Heath ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาระสำคัญของเอ็มโอยู มี 2 ส่วน คือ การระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการเสริมสร้างองค์ความรู้ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาให้แก่ผู้ค้าออนไลน์ ซึ่งจะเป็นการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ตที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และช่วยเพิ่มความไว้วางใจของผู้บริโภคต่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์ และยังจะมีส่วนช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า และบริการของไทยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การให้ความสำคัญกับการค้าออนไลน์ เพราะปัจจุบันการซื้อขายผ่านทางออนไลน์ได้รับความนิยมและเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2562 มีมูลค่าสูงถึง 4.02 ล้านล้านบาท เพิ่ม 6.9% และได้พบปัญหาการละเมิดตามมาด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีผลการดำเนินการในปี 2563 จับกุมผู้ละเมิดทางอินเทอร์เน็ตได้ 345 คดี ของกลาง 56,349 ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นเครื่องหมายการค้าแบรนด์ดังๆ และตั้งแต่ปี 2561-63 ศาลสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ละเมิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลได้มีคำสั่งสั่งระงับแล้ว 36 คำสั่ง 1,501 URLs&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้ฝากไปทางเอกอัครราชทูตยุโรป และผู้แทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ที่มาร่วมงาน ขอให้ช่วยสื่อสารไปยังผู้ลงทุนในประเทศของตนเองว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอย่างยิ่ง และนำมาสู่การลงนามเอ็มโอยูร่วมกันของทุกฝ่ายในวันนี้ และเชื่อมั่นว่าการลงนามเอ็มโอยูจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจที่ใช้ทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้โพสต์ขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมากขึ้น ทั้งที่เป็นแพลตฟอร์มขายสินค้าและสื่อโซเชียลต่างๆ เข่น เฟซบุ๊ก ไอจี ซึ่งสร้างความเสียหายต่อธุรกิจของเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอย่างมาก โดยเอ็มโอยูฉบับนี้ จะเป็นความร่วมมือในการแก้ปัญหาดังกล่าว เมื่อเจ้าของสิทธิ์พบการละเมิดบนอินเทอร์เน็ต สามารถแจ้งไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการกับผู้ค้าที่ขายสินค้าละเมิด หรืออาจถอดออกจากการเป็นผู้ค้าในแพลตฟอร์ม ซึ่งจะช่วยให้การละเมิดลดลงได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรมฯ เชื่อมั่นว่าเอ็มโอยูฉบับนี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพในการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง และจะมีส่วนผลักดันการค้าออนไลน์เติบโตได้ยิ่งขึ้น&amp;rdquo;นายวุฒิไกรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89450</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ช้อปปี้, ลาซาด้า, สินค้าปลอมขายออนไลน์, เจดี เซ็นทรัล, เอ็มโอยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc658f62f99b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2018 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2018 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กโจ๊ก&quot; ระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ลอบขายทางออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.ค.61&amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) นายพิชัย สุวรรณกิจบริการ ผู้อำนวยการสำนักดูแลกิจการโทรคมนาคม และเจ้าหน้าที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกา ร่วมกันการกวาดล้างจับกุมแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า จำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด มูลค่ากว่า&amp;nbsp;2,262,300&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตารวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมุ่งผลการป้องกันปราบปรามการอาชญากรรมที่ปรากฎในสื่อออนไลน์ โดยศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ร่วมกับ กองบัญชาการตารวจท่องเที่ยว&amp;nbsp;,&amp;nbsp;กองบังคับการปราบปรามการกระทาความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;โดยเน้นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ปรากฎในเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ไลน์ ฯลฯ และข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสืบสวนทางออนไลน์พิสูจน์ทราบว่า ตลาดมีนบุรี เป็นแหล่งใหญ่ในการจาหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า โดยมีสถานที่เก็บสินค้าในย่านซอยเพชรเกษม&amp;nbsp;106&amp;nbsp;ศปอส.ตร. จึงได้บูรณาการร่วมกับ บช.ทท. และ บก.ปอศ. เข้าทลายแหล่งจาหน่ายสินค้า โดยขออนุมัติหมายศาลเข้าทาการตรวจค้นจุดเป้าหมาย จานวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;&amp;nbsp;จุดแรกตรวจค้นร้านค้าในตลาดมีนบุรี จานวน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จุด จับกุมผู้ต้องหา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย พร้อมด้วยของกลาง&amp;nbsp;ลำโพงบลูทูธ ยี่ห้อ&amp;nbsp;Bose , JBL&amp;nbsp;แว่นตายี่ห้อ&amp;nbsp;Rayban,&amp;nbsp;รองเท้ายี่ห้อ&amp;nbsp;Nike&amp;nbsp;แก้วน้ายี่ห้อ&amp;nbsp;Starbucks , Yeti&amp;nbsp;รวมจานวน&amp;nbsp;249รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า&amp;nbsp;1,083,200บาท&amp;nbsp;จึงแจ้งข้อหา &amp;quot;เสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของ บุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร&amp;quot; ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534&amp;nbsp;มาตรา&amp;nbsp;108&amp;nbsp;มีอัตราโทษจาคุกไม่เกิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปี ปรับไม่เกิน&amp;nbsp;400,000บาท หรือทั้งจeทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตรวจค้นบ้านเลขที่&amp;nbsp;78/210ม.6&amp;nbsp;หมู่บ้านเพชรทวีสุข ซอยเพชรเกษม&amp;nbsp;106&amp;nbsp;กทม.ตรวจค้นพบ เคสโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ แอปเปิ้ล&amp;nbsp;,&amp;nbsp;หลุยส์ วิตตอง&amp;nbsp;,&amp;nbsp;คิดตี้&amp;nbsp;,&amp;nbsp;มิกกี้เม้าส์ และสลิป รายการส่งสินค้าทางไปรษณีย์&amp;nbsp;128&amp;nbsp;แผ่น ซึ่งมีสินค้าที่จัดส่งให้ลูกค้า มากกว่า&amp;nbsp;6,000&amp;nbsp;รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า&amp;nbsp;1,280,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปฏิบัติการในครั้งนี้ ศปอส.ตร. ได้เริ่มต้นเปิดยุทธการในการกวาดล้างการผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมีผู้ลักลอบจำหน่ายสินค้าดังกล่าวจำนวนมาก ถือเป็นพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะ เกาะสมุย ป่าตอง พัทยา ต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ถ้ายังไม่หยุดเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การประกาศขายทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม หากยังดาเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จะดาเนินการจับกุมดาเนินคดี ขยายผลถึงนายทุน ตลอดจนใช้มาตราการยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยหมดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14155</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, ตลาดมีนบุรี, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, สินค้าปลอมขายออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b5962501cd98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
