<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;โชว์ทำลายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ครั้งใหญ่กว่าพันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - ที่หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบก พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีทำลายของกลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว&amp;nbsp; โดยมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเอกอัครราชทูตประจําประเทศไทยหลายประเทศ เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีของกลางทั้งสิ้น 2,101,347 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1,374 ล้านบาท&amp;nbsp; มาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ จำนวน 187,332 ชิ้น ศุลกากร จำนวน 1,732,965&amp;nbsp; ชิ้น และกรมสอบสวนคดีพิเศษ จำนวน 181,050 ชิ้น ประกอบด้วย เสื้อผ้ากระเป๋าเข็มขัดรองเท้านาฬิกาโทรศัพท์มือถือแผ่น CD /VCD แว่นตาเครื่องสำอางหมวกและผ้าห่ม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและพัฒนาระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเคารพสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องส่งผลให้ประเทศไทยได้รับการปรับสถานะคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้กฎหมายการค้าสหรัฐอเมริกามาตรา 301 พิเศษจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ มาเป็นบัญชีประเทศที่ต้องจับตามองในช่วงปลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐบาลยังคงปฏิบัติตามแผนการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามไม่ให้มีการจำหน่าย สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งปรากฏผลเป็นรูปประธรรมว่าการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีปริมาณลดลง จึงขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน ปราบปรามตั้งแต่การผลิตการจำหน่ายการนำเข้าส่งออกอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรายังคงทำต่อไปและไม่หยุดยั้งในการเข้มงวดทรัพย์สินละเมิดทางปัญญา ขอให้ทุกคนช่วยกันเพื่อให้หมดไปเราจะได้มีสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนตลาดชายแดนเราดำเนินการจับกุมหมดในทุก ๆ พื้นที่ แต่ก็ยังมีเล็ดลอดแต่ก็พยายามจะจับให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp; เราเชื่อมั่นว่าข้าราชการจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาด&amp;quot; พล.อ.ประวิตร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16694</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพย์สินทางปัญญา, บิ๊กป้อม, มูลค่ากว่าพันล้าน, ศุลกากร, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8ccbc6ba55d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกตลาดมีนบุรีจับ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; แถลงกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดมีนบุรี ก่อนบุกทลายแหล่งเก็บสินค้าในซอยเพชรเกษม 106 ได้ของกลางจำนวนมากมูลค่า 2.2 ล้าน เตือนเกาะสมุย ป่าตอง พัทยา เป้าหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นายพิชัย สุวรรณกิจบริการ ผู้อำนวยการสำนักดูแลกิจการโทรคมนาคม และเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ร่วมกันการกวาดล้างจับกุมแหล่งจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า จำนวน 6 จุด มูลค่ากว่า 2,262,300 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์เปิดเผยว่า สตช.ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) โดยมุ่งผลการป้องกันปราบปรามการอาชญากรรมที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ และทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ครั้งที่ 1 โดยเน้นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ปรากฏในเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ และข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน พบว่า ตลาดมีนบุรีเป็นแหล่งใหญ่ในการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า โดยมีสถานที่เก็บสินค้าในย่านซอยเพชรเกษม 106&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศปอส.ตร.จึงได้บูรณาการร่วมกับ บช.ทท.และ บก.ปอศ. เข้าทลายแหล่งจำหน่ายสินค้า โดยขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นจุดเป้าหมาย จำนวน 6 จุด ทั้งที่ตลาดมีนบุรี และที่บ้านเลขที่ 78/210 หมู่ 6 หมู่บ้านเพชรทวีสุข ซอยเพชรเกษม 106 กทม. ตรวจยึดสินค้าตั้งแต่ลำโพงบลูทูธ แว่นตา รองเท้า โทรศัพท์มือถือ โดยจับกุมผู้กระทำผิดได้ 2 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ ศปอส.ตร.ได้เริ่มต้นเปิดยุทธการในการกวาดล้างการผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมีผู้ลักลอบจำหน่ายสินค้าดังกล่าวจำนวนมาก ถือเป็นพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะเกาะสมุย ป่าตอง พัทยา ต้องกวาดบ้านตัวเองให้สะอาด ถ้ายังไม่หยุด เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการประมาณ 20 จุด ฝากไปยังผู้ที่ยังดำเนินการผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การประกาศขายทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หากยังดำเนินอยู่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดี ขยายผลถึงนายทุน ตลอดจนใช้มาตรการยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 ซึ่งการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยหมดไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14181</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, พิชัย สุวรรณกิจบริการ, ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพชรเกษม 106</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180726/image_big_5b59d29df318e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พาณิชย์จัดการปิดเว็บขายสินค้าปลอมแล้วทะลุ 500 เว็บไซต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมทรัพย์สินทางปัญญาโชว์ผลงานประสานกระทรวงดีอีปิดเว็บไซต์ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เผยล่าสุดปิดไปแล้ว 535 URLs ส่วนใหญ่เป็นการละเมิดหนัง เพลง ตามด้วยกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า นาฬิกา ด้านการจับกุมพ่อค้าแม่ค้าขายของปลอมผ่านเฟซบุ๊ก ยูทิวป์ อินสตาแกรม 4 เดือน จับแล้ว 44 คดี ของกลาง 3,256 ชิ้น เตรียมจับมือเจ้าของสิทธิ์ สอดส่อง ติดตามต่อ หากพบฟันไม่เลี้ยง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้มีการติดตามและตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทางอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการส่งเรื่องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ตามมาตรา 20 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ตั้งแต่เดือนก.ย.2560 ถึง พ.ค.2561 มีจำนวน 17 เรื่อง และศาลมีคำสั่งให้ระงับการกระทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือปิดกั้นเว็บไซต์แล้วจำนวน 8 เรื่อง จำนวน 535 URLs&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในจำนวน 535 URLs นี้ ส่วนใหญ่เป็นเว็บและลิงก์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์หนังและเพลง รวมถึงกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า นาฬิกาปลอม เป็นต้น ซึ่งกรมฯ ได้ทำงานร่วมกับเจ้าของสิทธิ์ในการตรวจสอบ รับแจ้งเบาะแส และเมื่อได้ข้อมูลชัดเจน ก็ส่งเรื่องไปยังกระทรวงดีอี ให้ดำเนินการปิดเว็บ หรือปิดกั้นเว็บ หรือปิด URLs เพราะบางราย ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ ยังคงเดินหน้าตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทางเว็บไซต์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากใครพบเห็น สามารถยื่นเรื่องมาที่กรมฯ ได้ และกรมฯ จะเข้าไปตรวจสอบ ถ้ามีหลักฐานชัดเจน ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทันที เพื่อไม่ให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปราบปรามการละเมิดบนอินเทอร์เน็ตผ่านสื่อโซเซียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ยูทิวป์ อินสตาแกรม กรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีผลการจับกุมของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ในช่วง 4 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-เม.ย.) จำนวน 44 คดี ของกลาง 3,256 ชิ้น ส่วนการจับกุมสินค้าละเมิดในท้องตลาด ทั้งที่จำหน่ายในตลาดทั่วไปและสถานที่เก็บ ตั้งแต่ต.ค.2560-พ.ค.2561 มีจำนวน 2,563 คดี ของกลาง 9,794,528 ชิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการปิดกั้นเว็บไซต์ที่จำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือเว็บไซต์ที่เปิดให้ดาวโหลดภาพยนตร์และเพลงที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หากเป็นเว็บไซต์ที่อยู่ในไทย ศาลสามารถสั่งปิดได้ทันที และเมื่อปิดแล้ว ก็ยังมีการดำเนินการต่อ มีการสืบต่อไปจนถึงว่าใครเป็นเจ้าของ และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่หากเป็นเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถปิดเว็บไซต์ได้ แต่ทำได้แค่ปิดกั้น เพื่อไม่ให้สามารถมองเห็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจับกุมผู้ที่จำหน่ายสินค้าละเมิดทางเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ไลฟ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประสานเจ้าของสิทธิ์ให้ทำการสอดส่องดูแล และหากพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าละเมิด ก็ให้แจ้งเข้ามา เพื่อที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบ และจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจับกุมต่อไป โดยสินค้าละเมิดทางเฟซบุ๊ก ไลฟ์ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าในกลุ่มของกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า และนาฬิกา เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12044</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, ปิดเว็บไซต์, ละเมิดหนัง-เพลง, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa7931172093.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
