<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 08:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 08:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตฯเร่งเปิดศูนย์อัพเกรดสินค้าเอสเอ็มอี 77 จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เร่งเปิดศูนย์ไอทีซีอัพเกรดสินค้าเอสเอ็มอีทั้ง 77 จว. ชี้ผู้ประกอบการแห่ใช้บริการ รอต่อคิดอีกอื้อ ขอกำลังสถาบันการศึกษา - เอกชนพื้นที่ร่วมด้วยช่วยกัน พร้อมดึงเอไอเอส - เอสซีบี ทำแอพร่วมโปรโมทสินค้าเด่นชุมชนซีไอวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภายในเดือนพ.ย.เตรียมเร่งเปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือไอซีที ให้ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศเนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ เข้ามาใช้บริการต่อเนื่อง เห็นได้จากสถิติการใช้ศูนย์ไอทีซี ของศูนย์กล้วยน้ำไท และศูนย์ภาคทั้ง 13 แห่งของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือกสอ. ตั้งแต่ประมาณมิ.ย. 60 - 10 ต.ค. 61 รวม 13,145 ราย ซึ่งเป็นการพัฒนาสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในศูนย์เป็นการย่อส่วนโรงงานต้นแบบ มีแหล่งทดลอง มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา การขึ้นรูปแบบ 3 ดี พริ้นติ้ง เพื่อให้เห็นแบบจำลองก่อนการผลิตจริง ซึ่งหากลงทุนเอง จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนใหญ่เข้ามาใช้บริการศึกษาดูงาน เข้าร่วมอบรม ประมาณ 11,121 ราย รวมทั้งสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 240 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ 21 ราย , บริการออกแบบผลิตภัณฑ์ 465 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการ 90 ราย , แปรรูปการเกษตร &amp;ndash; อาหาร 174 ราย , บรรจุภัณฑ์ 208 ราย การขอใช้เครื่องจักรกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปิดศูนย์ไอทีซีแต่ละจังหวัดจะเปิดในสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด หากไม่ใช่ศูนย์ภาค 13 แห่ง ของกสอ.เช่น ที่กล้วยน้ำไท ,เชียงใหม่,พิษณุโลก,พิจิตร,อุดรธานี,ขอนแก่น,นครราชสีมา,อุบลราชธารี,สุพรรณบุรี,ชลบุรี,สุราษฎธานี,สงขลา,ลำปาง ส่วนใหญ่จะเปิดเป็นศูนย์มินิไอทีซี คือ จะมีเครื่องมือให้บริการในเบื้องต้น เช่น จ้างนักศึกษาในพื้นที่มาช่วยออกแบบ เครื่อง3 ดีพริ้นติ้ง ขณะที่ศูนย์ภาค จะมีเครื่องมือครบกว่า เช่น มีโรงงานต้นแบบ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ โดยศูนย์ไอทีซี แต่ละจังหวัด จะเป็นผู้พิจารณาแต่ละเคส หากเคสไหน ต้องใช้เครื่องมือที่สูงกว่า ก็จะส่งให้ศูนย์ภาคเป็นผู้ดูแลต่อไป&amp;rdquo;นายสมชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวคิดการพัฒนาศูนย์ไอทีซี จะร่วมกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฎพิจิตร ศูนย์ภาค 7 จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ศูนย์ภาค 2 จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับมหาวิทยาลัยพิษณุโลก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ขณะเดียวกันได้เปิดให้ผู้ประกอบการบริษัทต่างๆ เข้าร่วมโครงการบิ๊กบราเธอร์ เพื่อเป็นพี่เลี้ยงเอสเอ็มอีในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ทั่วประเทศมีบริษัทเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 200 กว่าแห่ง เช่น ปตท. เอสซีจี ค่ายรถต่างๆ ผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดใหญ่ในพื้นที่ บางรายนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยเหลือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทดลองใช้แล้ว พอใจในคุณภาพและราคา ได้สั่งซื้อไปใช้หลายราย ซึ่งเป็นการต่อยอดระหว่างกันได้อีกช่องทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้เร่งเดินหน้าโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ซีไอวี) ซึ่งขณะนี้ได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคัดเลือกหมู่บ้านที่มีความพร้อม 160 แห่ง เข้าโครงการ ซีไอวี โดยได้ระดมความเห็นของชาวบ้านในชุมชน และมีฉันทามติร่วมกัน วางแนวทางพัฒนาการหารายได้ในชุมชนร่วมกัน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ประสานงานและนำเสนอแนวทางที่เหมาะสม สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชุมชนนั้นๆ รวมถึงการพัฒนาฝึกอบรม สร้างช่องทางการตลาดใหม่ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้ประสานกับบริษัท ไอไอเอส &amp;nbsp;จัดทำแอพพิเคชั่น แสดงจุดท่องเที่ยวหมู่บ้านซีไอวีทั้งประเทศ เมื่อผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเครือข่ายเอไอเอส เข้าไปในจังหวัดใด จะแสดงสถานที่ท่องเที่ยวหมู่บ้าน ซีไอวี ขึ้นมาพร้อมรายละเอียดต่างๆ เช่น ของฝากที่มีชื่อเสียง โฮมเสย์ ร้านอาหารชื่อดัง และแผนที่ที่จะเดินทางไปถึงจุดต่างๆ ซึ่งในอนาคตจะประสานงานกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือต่างๆดำเนินการในรูปแบบนี้ รวมทั้งยังได้ร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ จัดทำแอพพิเคชั่นในลักษณ์นี้เช่าเดียวกัน โดยจะแจ้งเตือนสถานที่ท่องเที่ยว ซีไอวี ผ่านโทรศัพท์มือถือของลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการซีไอวี จะไม่เน้นจำนวนหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการ แต่จะเน้นคุณภาพ มีความยั่งยืน สามารถอยู่ได้โดยไม่มีหน่วยราชการเข้ามาช่วยเหลือ โดยผู้นำชุมชนและชาวบ้านจะต้องมีความติดต่อเนื่องในแต่ละเรื่อง สามารถประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการผลักดันโครงการต่างๆได้ด้วยตัวเอง มีความคิดสร้างสรรค์จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับรายได้ และความเป็นอยู่ของคนในชุมชน ซึ่งในระยะยาวหากหมู่บ้าน ซีไอวี ติดขัดในเรื่องใดอุตสาหกรรมจังหวัดพร้อมเป็นตัวแทนในการประสานงานด้านต่างๆ&amp;rdquo;นายสมชาย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, นายสมชาย หาญหิรัญ, ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมแห่งอนาคต, สินค้าเอสเอ็มอี, เปิดศูนย์ไอทีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5aa007327c334.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพัฒนาธุรกิจการค้าผุดแอปฯ&quot;โชว์ห่วย-ไฮบริด”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดตัวแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;โชวห่วย-ไฮบริด&amp;rdquo; ช่วยร้านค้าธงฟ้าประชารัฐขายสินค้าชุมชน สินค้าโอทอปและสินค้าเอสเอ็มอี ผ่านทางออนไลน์ นำร่องร้านค้าธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่กรุงเทพฯ เบื้องต้น 1,400 ร้าน ดีเดย์เริ่มใช้งาน 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.คง 61 นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดทำแอปพลิเคชั่น &amp;ldquo;โชวห่วย-ไฮบริด&amp;rdquo; เพื่อช่วยเหลือร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านทางหน้าร้านปกติ โดยจะสามารถจำหน่ายสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป และสินค้าเอสเอ็มอีผ่านทางออนไลน์ได้อีกช่องทางหนึ่ง เพียงแค่เจ้าของร้านมีโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต และดาวโหลดแอปฯ ที่ได้จัดทำขึ้น ก็สามารถขยับสถานะเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้เลย ซึ่งจะทำให้ร้านค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับการจำหน่ายสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นร้านค้าจะแสดงรายการสินค้าให้กับลูกค้าได้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้าชุมชน โอทอป และเอสเอ็มอี ที่ผ่านการคัดเลือกจากกรมฯ ให้นำเข้ามาจำหน่าย เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ ระบบจะจัดส่งคำสั่งซื้อไปยังผู้ผลิต จากนั้นผู้ผลิตจะเป็นผู้จัดส่งสินค้ามายังร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และร้านค้าจะนัดลูกค้าเพื่อให้มารับสินค้าต่อไป ทั้งนี้ ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่เข้าร่วมโครงการ หลังดาวโหลดแล้ว จะต้องได้รับการยืนยันตัวตนจากกระทรวงพาณิชย์ก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่ระบบการซื้อขายสินค้าชุมชนออนไลน์ได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องดาวโหลดแอพพลิเคชั่นไปใช้งาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในเบื้องต้นจะเริ่มนำร่องใช้แอพพลิเคชั่นกับร้านค้าในกรุงเทพฯ ก่อนประมาณ 1,400 แห่ง จากนั้นจะประเมินผล ปัญหา อุปสรรค และทำการปรับปรุงแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ และจะขยายผลไปสู่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐทั่วประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแอพพลิเคชั่นที่จะดาวโหลดจะใช้ได้เฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เท่านั้น ระยะถัดไปจะมีการพัฒนาให้สามารถรองรับระบบปฏิบัติการ IOS โดยจะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2561 นี้ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13719</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, กุลณี อิศดิศัย, ร้านค้าประชารัฐ, วินค้าโอทอป, สินค้าชุมชน, สินค้าเอสเอ็มอี, แอปพลิเคชั่น, โชวห่วย-ไฮบริด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac339f0e2584.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
