<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ตรวจแหลมฉบัง แก้ปัญหาตู้สินค้าส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วันที่ 26 พฤษภาคม 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจเยี่ยมเรือสินค้า MSC Amsterdam และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนตู้สินค้า ณ ท่าเรือแหลมฉบัง อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่าสถานการการส่งออกของไทย โดยเฉพาะในปี 2564 ตัวขับเคลื่อนสำคัญคือการส่งออกและต้นปีนี้การส่งออกก็เป็นบวก เดือนมีนาคมเป็นบวกถึง 8.47% และเดือนเมษายนบวกถึง 13.09% และยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้น การส่งออกเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การแก้ปัญหาการส่งออกจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ การส่งออกประกอบด้วยการขนสินค้าทางบก ทางอากาศและทางเรือ การขนส่งสินค้าทางเรือมีประเด็นปัญหาคือตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าเพื่อลงเรือส่งออกขาดแคลนเนื่องจากก่อนเกิดสถานการณ์โควิดมีการส่งสินค้าไปสหรัฐและสหภาพยุโรปจำนวนมากแต่ส่งสินค้ากลับมาน้อย ตู้ไปค้างอยู่ที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป แต่ประเทศจีนมีศักยภาพสามารถนำตู้ไปใช้ในการส่งออกได้มาก สำหรับประเทศไทยเมื่อผมได้ประชุม กรอ.พาณิชย์ การท่าเรือร่วมกับภาคเอกชนมาโดยใกล้ชิดได้ข้อสรุปว่าจากนี้ไปเราจะแก้ปัญหาโดย 1.จะเปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เข้ามาแหลมฉบังให้เรือขนาด 300-400 เมตรเข้ามาเทียบท่าได้จะช่วยให้ เราสามารถไปปลายทางได้เลยช่วยลดต้นทุนสามารถขนตู้เปล่าและตู้ที่มีสินค้าเข้ามา จะมีตู้เปล่าที่ส่งสินค้าออกได้มากขึ้น หลังจากที่ตนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้การท่าเรือแก้ประกาศ และประกาศใหม่อนุญาตให้เรือ 300-400 เมตรเข้าเทียบท่าได้ มีมาหลายลำแล้วตั้งแต่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 และ 17 เมษายน 2564 20 เมษายน 2564 และวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นลำใหญ่ขนาด 399 เมตร สามารถบรรทุกตู้เข้ามาได้ประมาณ 12,000 ตู้ และวันนี้เรือสินค้า MSC Amsterdam ขนาด 399 เมตรสามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาได้ประมาณ 4,000 ตู้ สามารถบรรจุสินค้าลงไปได้ประมาณ 80,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าสินค้าที่ส่งออกประมาณ 6,000 ล้านบาท และยังมีอีกสองลำที่จะเข้ามาวันที่ 2 มิถุนายน 395 เมตรและ 19 มิถุนายน 398 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; รวมแล้วทั้งหมดจะเป็น 7 ลำ สามารถบรรทุกตู้เปล่าเข้ามาประมาณ 23,000 ตู้ สามารถขนสินค้าออกไปได้ประมาณ 458,000 ตันรวมมูลค่าให้การส่งออกเพิ่มขึ้นจากการได้ตู้เปล่าประมาณ 35,000 ล้านบาท คือผลที่เป็นรูปธรรมจากการร่วมกันแก้ปัญหาระหว่างกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชนและกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ตู้เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลความต้องการใช้ตู้เปล่าเดือนหนึ่งประมาณ 128,000 ตู้ เรามีตู้ประมาณ 130,000 ตู้ เริ่มเข้าสู่สภาวะสมดุลแล้ว แต่ต้องติดตามสถานการณ์และกรมเจ้าท่าต้องอำนวยความสะดวกโดยเร็วที่สุด เปิดโอกาสให้เรือขนาดใหญ่เอาตู้เปล่าเข้ามาและเราส่งสินค้าออกไปได้มากขึ้นจะช่วยให้ตัวเลขส่งออกของเราเป็นบวกได้ต่อและจะเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าศักยภาพการส่งออกสินค้าไทยไปต่างประเทศยังมีเพิ่มขึ้น ภาคเอกชนสายการเดินเรือต้องเข้ามาช่วยในการจัดหาตู้และกรมเจ้าท่าต้องอนุญาตโดยเร็วในการดำเนินการ และได้มีประกาศใหม่ให้ใบอนุญาตสำหรับเรือขนตู้ขนาด 300-400 เมตรภายในเวลา 2 ปี แต่ตนจะไปเจรจาว่าทำไมไม่เป็นตลอดไปเพราะการส่งออกยังเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ หากจำเป็นต้องปรับปรุงร่องน้ำหรือปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ก็จะต้องลงทุนเพิ่มเติมเพื่อแลกกับตัวเลขการส่งออกที่นำรายได้เข้าประเทศตนเชื่อว่าคุ้มแน่นอน &amp;quot; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104336</URL_LINK>
                <HASHTAG>MSC Amsterdam, กรมเจ้าท่า, กระทรวงพาณิชย์, การส่งออก, ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ, ตู้คอนเทนเนอร์, ท่าเรือแหลมฉบัง, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พรรคประชาธิปัตย์, ภาคเอกชน, สินค้าไทย, เรือสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af11519a791.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าต่างประเทศ MOU ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า 9 รายการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการค้าต่างประเทศลงนาม MOU กับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า 9 รายการได้ทั้ง 2 หน่วยงาน หวังช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการไทย ดีเดย์ใช้งานตั้งแต่ 15 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;05 มี.ค. 62 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการจัดงาน &amp;quot;คต.ยกระดับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าไทย&amp;hellip;ก้าวสู่ Thailand 4.0&amp;quot; ว่า กรมฯ ได้ลงนามบันทึกความตกลง (MOU) กับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า โดยกรมฯ และสภาหอการค้าฯ ได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ Real Time ปัจจุบันมีอยู่จำนวน 9 รายการ ได้ทั้ง 2 หน่วยงาน โดยสามารถเริ่มขอรับบริการได้ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ สำนักงานมาตรฐานสินค้า กรมการค้าต่างประเทศ เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทย แป้งมันสำปะหลัง และปุยนุ่น ส่วนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า จำนวน 6 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเขียว ถั่วเขียวผิวดำ ข้าวฟ่าง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และปลาป่น ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ประกอบการ อีกทั้งสอดรับกับการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลแบบบูรณาการของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล&amp;rdquo;นายอดุลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมูลค่าการส่งออกสินค้ามาตรฐานในปี 2561 มีมูลค่าส่งออก 145,978 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.44% โดยสินค้ามาตรฐานสำคัญที่มีมูลค่าส่งออกสูงที่สุด คือ แป้งมันสำปะหลัง มีมูลค่า 59,644 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.40% รองลงมา คือ ข้าวหอมมะลิไทย มีมูลค่า 51,269 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.20%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30562</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าต่างประเทศ, มาตรฐาน, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สินค้าไทย, อดุลย์ โชตินิสากรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa6ae52acafe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
