<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สินบนเหมืองทองอัคราฯยังไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;มิ.ย.2564 - นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) ส่งข้อมูลและหลักฐานที่ได้รับจาก&amp;nbsp;Australian Securities and Investment Commission (ASIC)&amp;nbsp;หรือ ก.ล.ต.ออสเตรเลีย มายังคณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายประเสริฐ บุญชัยสุข อดีต รมว.อุตสาหกรรม และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย ผู้ถูกกล่าวหา เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อให้กลุ่มบริษัท คิงส์เกตฯ ได้ประโยชน์ในการสำรวจและทำเหมืองแร่ในพื้นที่ จ.สระบุรี จ.เพชรบูรณ์ จ.พิจิตร และ จ.พิษณุโลก โดยมิชอบ หรือคดีสินบนเหมืองแร่ทองคำว่า เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวน และตรวจสอบเส้นทางการเงิน คณะอนุกรรมการไต่สวนฯยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ด้านนายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ช. มีการตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสินบนข้ามชาติขึ้นมา 1 คณะ เพื่อตรวจสอบข้อมูลความเชื่อมโยง การถ่ายเทเงิน หรือการยักย้ายทรัพย์สิน โดยคดีนี้พบว่ามีเส้นทางการเงินค้างอยู่ที่ฮ่องกง โดยสำนักการต่างประเทศของ ป.ป.ช. มีการประสานสำนักงานปราบปรามการทุจริตฮ่องกง (ICC)&amp;nbsp;แล้ว เพื่อขอความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว แต่วันนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือส่งรายละเอียดข้อมูลมาเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายนิวัติไชย กล่าวว่า ถ้ายังไม่ได้ข้อมูลจาก&amp;nbsp;ICC&amp;nbsp;เอาแค่ข้อมูลในไทยจะไม่รู้เลยว่า กระแสเงินจากต่างประเทศเข้าบัญชีใครบ้าง ได้แต่วิเคราะห์สถานการณ์ว่า เหตุการณ์ที่กล่าวหาว่า ตั้งแต่การขอใบอนุญาต การย้ายบ่อบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น โดย ป.ป.ช. เคยชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในประเด็นการเปลี่ยนผังโครงการเหมืองโดยมิชอบไปแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม คดีสินบนเรื่องนี้ ต้องยอมรับ เราพยายามอยู่ มีทั้งการเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศที่ผ่านมาด้วย และยังติดต่อประสานงานกันอยู่ เรายังพยายามอยู่ นอกจากนี้ ยังมีหลายเรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ เช่น การดำเนินที่มีการก่อสร้าง รุกล้ำที่ของ ส.ป.ก. หรือไม่อย่างไร อยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ กับพวก รวมถึงบริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด และกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท กรณีอนุญาตให้บริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด เปลี่ยนแปลงผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือโดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106557</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรวิทย์ สุขบุญ, ป.ป.ช., สินบน, เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, เหมืองทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d9021d2739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เลขาฯศาลยุติธรรม เเจงยิบไทม์ไลน์คดีภาษีโตโยต้า เตรียมประสานขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ไต่สวนที่อเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย. 64 - ที่สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นาย พงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เเถลงข่าวกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวการสอบสวนเกี่ยวกับคดีภาษีของ บริษัท ในเครือโตโยต้าในประเทศสหรัฐอเมริกาจนกระทั่งมีการกล่าวอ้างถึงชื่อข้าราชการและอดีตข้าราชการตุลาการผู้ใหญ่ว่าอาจมีส่วนพัวพันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาย พงษ์เดช กล่าวว่าขอเรียนว่าคดีที่มีการอ้างถึงเป็นคดีที่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จำกัด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐที่จัดเก็บภาษีเป็นจำเลยต่อศาลภาษีอากรกลางซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษามีคำขอให้เพิกถอนการประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีฟ้องคดีแรกวันที่ 10 มิถุนายน 2558 ซึ่งศาลภาษีอากรกลางพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้แยกฟ้องโจทก์จึงยื่นฟ้องคดีเข้ามาใหม่อีก 9 คดีในวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 และวันที่ 10 มิถุนายน 2559 มีการสืบพยานต่อสู้คดีกันเป็นระยะเวลาปีเศษ ศาลภาษีอากรกลางจึงมีคำพิพากษาทุกคดีในวันที่ 29 กันยายน 2560 พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นผลให้โจทก์ไม่มีความรับผิดทางภาษีอากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษรับคดีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2561 และต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โดยอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวันที่ 10 มิถุนายน 2562 เป็นผลให้โจทก์ต้องรับผิดชำระภาษีอากรตามการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของหน่วยงานรัฐโจทก์จึงยื่นคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ฎีกาและรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาโดยศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำสั่งคดีขออนุญาตฎีกาไปเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างศาลภาษีอากรกลางดำเนินการให้ฝ่ายจำเลยยื่นคำแก้ฎีกา ซึ่งจำเลยขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำแก้ฎีกาถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 หากยื่นคำแก้ฎีกาแล้วศาลภาษีอากรกลางจะรวบรวมสำนวนส่งคืนศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในคดีนี้ศาลฎีกาจึงยังไม่ได้พิจารณาพิพากษาคดีเพียงพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกาเท่านั้นซึ่งการอนุญาตให้ฎีกาเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ. มาตรา 249 ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 26 ที่กำหนดให้ศาลฎีกาพิจารณาอนุญาตให้ฎีกาเมื่อเห็นว่าปัญหาตามฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์เดช &amp;nbsp;กล่าวว่าเมื่อคดีนี้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ขัดแย้งกันในสาระสำคัญทั้งเกี่ยวพันกับความตกลงระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันกับประเทศไทยและยังเป็นกรณีที่ไม่มีแนวคำพิพากษาของศาลฎีกามาก่อนศาลฎีกาจึงมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ฎีกาได้โดยพิจารณาเพียงว่าปัญหาที่ ยื่นฎีกานั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาสมควรอนุญาตให้ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาหรือไม่ยังไม่ได้มีการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดี แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีภาษีอากรซึ่งเป็นคดีชำนัญพิเศษในการพิจารณาพิพากษาจะมีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษีอากรตลอดทั้งสายตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนกระทั่งถึงศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีการวางระบบการทำงานในรูปแบบการประชุมคดีที่เข้มข้นขององค์คณะนับตั้งแต่เริ่มเปิดทำการเป็นต้นมาโดยองค์คณะจะร่วมกันพิจารณาคดีมีผู้ช่วยผู้พิพากษาทำหน้าที่เลขานุการคณะในการทำเอกสารสรุปข้อเท็จจริงประเด็นข้อพิพาทในคดีและข้อกฎหมายเมื่อประชุมแล้วท่านผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนก็จะยกร่างคำพิพากษาตามมติการประชุมแล้วจึงส่งร่างคำพิพากษานั้นให้ผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือผู้ช่วยเล็กหลังจากผู้ช่วยเล็กตรวจสำนวนแล้วจะเสนอร่างคำพิพากษาดังกล่าวต่อผู้พิพากษาประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาหรือเรียกว่าผู้ช่วยใหญ่เพื่อตรวจร่างคำพิพากษาอีกครั้งหนึ่งเมื่อตรวจแล้วจะเสนอร่างคำพิพากษาดังกล่าวต่อรองประธานเมื่อเห็นว่าเป็นคดีสำคัญจึงส่งให้ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหรือประธานศาลฎีกาแล้วแต่กรณีพิจารณาหากเห็นว่ามีปัญหาข้อกฎหมายสำคัญก็จะสั่งให้นำปัญหานั้นเข้าสู่การพิจารณาโดยที่ประชุมใหญ่ซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาทุกท่านในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีประมาณ 70 คนส่วนศาลฎีกามี 176 คนเมื่อร่างคำพิพากษาผ่านที่ประชุมแล้วจึงจัดทำคำพิพากษาเพื่อส่งให้ศาลชั้นต้นอ่านให้คู่ความฟังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า ในส่วนของการพิจารณาคำร้องขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกานั้นแม้จะเป็นเพียงชั้นขออนุญาตฎีกาก็ตาม แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็กำหนดจำนวนองค์คณะไว้อย่างน้อย 4 คนโดยหนึ่งในนั้นต้องเป็นรองประธานศาลฎีกาด้วยสำหรับคดีภาษีอากรนั้นคำร้องขออนุญาตฎีกาก็จะถูกพิจารณาโดยผู้พิพากษาที่อยู่ในแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกาเป็นองค์คณะภายหลังจากองค์คณะพิจารณาแล้วในคดีนี้ได้นำเข้าประชุมแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกาเพื่อให้ผู้พิพากษาในแผนกทุกคนได้ร่วมกันพิจารณาและลงมติก่อนจะที่จะมีการส่งมาให้ศาลภาษีอากรกลางอ่านคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมในแต่ละชั้นศาลนั้นเป็นไปอย่างมีระบบโปร่งใสมีการปรึกษาคดีและตรวจทานความถูกต้องในทุกขั้นตอนยากที่จะมีการแทรกแซงหรือกระทำการใดที่จะก่อให้เกิดผลตามที่ใครต้องการได้&amp;quot;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะมั่นใจในระบบ แต่เมื่อมีการกล่าวอ้างว่าอาจมีการกระทำที่แทรกแซงกระบวนการจนถึงขั้นอาจมีการเสนอให้สินบนขึ้นซึ่งต้องยอมรับว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวกระทบต่อภาพลักษณ์และศรัทธาของประชาชนที่มีต่อศาลยุติธรรมและกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;กล่าวว่า สำนักงานศาลยุติธรรมจึงไม่นิ่งนอนใจนับตั้งแต่มีการรายงานข่าวจึงได้ดำเนินการส่งหนังสือประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกรณีดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านกระทรวงการต่างประเทศอย่างที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วต่อมาเมื่อในเนื้อหาข่าวปรากฏชื่อบุคคลในศาลยุติธรรมขึ้นสำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบและติดตามผลโดยที่ผมเป็นประธานคณะทำงานด้วยตัวเองคณะทำงานชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ติตามหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับกรณีนี้ซึ่งผมได้ดำเนินการส่งหนังสือขอข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกประเทศแล้ว ได้แก่ ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท โตโยต้าอเมริกา กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา และกระทรวงการต่างประเทศรวมถึงส่งเมล์ติดต่อไปยังนักข่าวที่เขียนรายงานข่าวอันเป็นต้นทางของเรื่องนี้ และจะขอเข้าร่วมสังเกตการณ์การไต่สวนของคณะลูกขุนในรัฐเท็กซัสสหรัฐอเมริกาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม นาง เมทินี ชโลธรประธานศาลฎีกาได้อาศัยอำนาจตามพ. ร. บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง&amp;ldquo; คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง&amp;rdquo; 4 ท่านประกอบด้วยผู้พิพากษาชั้นฎีกาและชั้นอุทธรณ์ซึ่งมีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการฯ และมีผู้พิพากษาชั้นศาลฎีกาและชั้นศาลอุทธรณ์เป็นกรรมการโดยให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบสวนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต. ) กรณีข้าราชการตุลาการถูกกล่าวหาหรือเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัยให้เสร็จโดยเร็วทั้งนี้ให้กรรมการชุดนี้เสนอความเห็นว่ากรณีมีมูลเป็นความผิดวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง หรือไม่มีมูลความผิดทางวินัย หากมีมูลความผิดทางวินัยก็ให้พิจารณาด้วยว่าเป็นความผิดวินัยตามบทมาตราใดและควรได้รับโทษสถานใดเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากสอบสวนพบข้อเท็จจริงมีบุคคลอื่นใดเป็นผู้กระทำผิดหรือพบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากที่ระบุในคำสั่งนี้ก็ให้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้ดำเนินการสอบสวนไปด้วยในคราวเดียวกัน คณะทำงานติดตามข้อมูลที่ตนเป็นประธานจะทำงานสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต้องการให้ความกระจ่างปรากฏต่อสาธารณชนโดยเร็วและหากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดตามกฎหมายก็จะดำเนินการต่อไปอย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นหากพี่น้องประชาชนสื่อมวลชนหรือหน่วยงานใดมีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่จะช่วยให้เรื่องนี้กระจ่างชัดทุกท่านสามารถส่งข้อมูลมายังสำนักงานศาลยุติธรรมได้ตลอดเวลา โดยคณะทำงานติดตามข้อมูลจะดำเนินการทุกวิถีทางให้เร็วที่สุดและสำนักงานศาลยุติธรรมจะเสนอผลความคืบหน้าของการทำงานต่อพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนเป็นระยะ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่าการพบปะสื่อมวลชนในวันนี้นอกจากจะยืนยันการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจังแล้ว ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนและสังคมว่าหากคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาคู่ความจะได้รับความเป็นธรรมทุกอย่างตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนองค์คณะในศาลฎีกาจะพิจารณาคดีอย่างไม่หวั่นไหวส่วนการให้สินบนตามข่าวหากมีจริงก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการและดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงษ์เดช ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงการติดตามความคืบหน้า ว่าตอนนี้ได้มีการประสานขอข้อมูลกับต่างประเทศและหน่วยงานปลายทางหลายหน่วยงาน เพื่อสอบถามถึงกรณีที่มีชื่อของบุคคลต่างๆปรากฏขึ้น &amp;nbsp;ส่วนที่ถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับทางเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข่าวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องในลำดับต่อไปเพราะเราต้องได้ข้อเท็จจริง ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไรถึงจะดำเนินการตามกระบวนการทางกฏหมายได้ &amp;nbsp;ส่วนเรื่องประสานขอข้อมูลอาจจะต้องใช้ระยะเวลา เพราะข้อมูลดังกล่าวอยู่ในต่างประเทศ แต่หากมีความคืบหน้าจะนำเสนอให้ทราบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะส่งผู้พิพากษาท่านใดไปติดตามคดี ที่สหรัฐอเมริกา &amp;nbsp; นายพงศ์เดช ตอบว่า ตรงนี้ กำลังพิจารณา แต่จะต้องเป็นผู้ที่ มีลักษณะของการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวถึงการเกี่ยวข้องให้ครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเริ่มสอบอย่างไรและต้องเรียกใครมาสอบบ้าง &amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม บอกว่า ต้องรอคณะกรรมการพิจารณาซึ่งคิดว่าจะทำงานโดยรวดเร็ว ถึงเรื่องการนัดประชุมแนวทาง ส่วนความคืบหน้าคดีในสหรัฐอเมริกา จากการตรวจสอบ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่าเป็นกฏหมายเกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ในชั้นนี้พบว่ายังอยู่ในชั้นของการไต่สวนข้อเท็จจริง ยังไม่ใช้การฟ้องคดีต่อศาลที่สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าข้อมูลเท่าที่มีตอนนี้น่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ว่ามีผู้พิพากษาเข้าไปเกี่ยวข้อง นายพงษ์เดช กล่าวว่าตอนนี้มีเท่าข้อมูลตามที่สื่อเสนอไป แต่ก็มีข้อสังเกตว่า การไต่สวนคดีที่อเมริกายังไม่เสร็จสิ้น หรือมีการฟ้องร้องคดีแล้ว ก็ไม่แน่ใจว่า ชื่อที่ปรากฏออกมาออกมานั้นออกมาในขั้นตอนไหน ส่วนเรื่องจะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน หรือประสานหน่วยงานอื่น เช่น ป.ป.ช. ก็เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป เเต่เพื่อให้ได้ข้อมูลจากปลายทางตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต้องการทางสำนักงานศาลฯจะทำการสนับสนุนเต็มที่ เเต่จะต้องเรียกใครมาตรวจสอบบ้าง ต้องรอให้คณะทำงานเริ่มทำงานก่อน &amp;nbsp;แต่คิดว่าทำโดยรวดเร็ว แม้จะไม่มีระยะเวลาเป็นกรอบไว้ แต่ใน1-2เดือนนี้ต้องได้รับความจริงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกำหนดการนัดไต่สวนคดีของสหรัฐอเมริกา จะมีเมื่อใดนั้นเรากำลังตรวจสอบ แต่การทำงานของเรานั้นไม่ได้รอผลจากทางอเมริกาอย่างเดียว แต่ข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการตรวจสอบของเราพิจารณาจะเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ และยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ โดยคดี โตโยโต้ ในประเทศไทยก็จะไม่หยุดพิจารณา ในเรื่องคดีหากพบว่ามีการกระทำผิดเราก็จะลงโทษคนของเรา อเมริกาก็จะลงโทษคนของเขา เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105240</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีโตโยต้า, พงษ์เดช วานิชกิตติกูล, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9da63349e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากพร่ำเพ้อสุจริต แต่พฤติกรรมช่างย้อนแย้งเหลือเกินนะ&#039;ทอน&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 64 - พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ได้โพสต์ภาพข่าวบนเฟซบุ๊กกรณีที่กรมป่าไม้แจ้งความเอาผิด นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในข้อหากระทำผิดครอบครองที่ดิน ภทบ.5 และครอบครองที่ดิน นส.2 โดยมิชอบ และกรณีที่ส.ส.พรรประชาธิปัตย์ร้องกองปราบฯเอาผิดน้องชายธนาธรฐานติดสินบนเจ้าหน้าที่ รวมถึง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ทวงถามกรมป่าไม้ขอให้สอบที่ดิน นายธนาธรและน.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ พี่สาว รุกป่าสงวนหรือไม่ หลังพบมีการครอบครองที่ดินใน จ.ราชบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ปากก็พร่ำเพ้อว่าสุจริต โปร่งใส ดูพฤติกรรมมันช่างย้อนแย้งกับที่พร่ำเพ้อว่า สุจริต โปร่งใสเสียเหลือเกินนะ ทอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งบุกรุกที่ดินป่าสงวน เรียกว่า ฮุบกันทั้งแม่ทั้งลูก แถมยังคิดจะฮุบที่ดินทรัพย์สินพระมหากษัตริย์แบบถูกๆ อีก นี่ยังไม่รวมถึงพฤติกรรมฉ้อฉล จ่ายเงินสินบนเจ้าหน้าที่อีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไอ้ที่เลวร้ายคือ ทอน ยังออกมาลอยหน้าลอยตาให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่เกี่ยวข้อง ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง ทอน ก็เคยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่น้องของ ทอน ติดสินบนเจ้าหน้าที่ในช่วงที่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซะด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก็แว่วๆ มาว่ากองปราบเตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับน้องของทอน หรือตอนจะติดคุก ทอน ไม่เกี่ยว
แต่ถ้าได้กำไร ทอน ขอแบ่งตามหุ้นที่มี ใช่ไหมทอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไหน ทอน บอกว่า ไม่เกี่ยวข้อง แล้วไหงเคยมีหุ้นอยู่ในบริษัทได้เล่า ปากบอกไม่เกี่ยวข้อง แต่ถ้าน้องชาย ทอน กระทำการฮุบที่ดินแปลงสวย ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้สำเร็จ ทอน จะแบ่งด้วยไหม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91664</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, กองปราบ, ธนาธร, พุทธะอิสระ, รุกป่า, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb77f79ae310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.อานนท์ จี้ตรงจุด &#039;สกุลธร&#039; กล้าไหมดีเบตปมติดสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.63 - จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเกี่ยวกับนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่มีคดีสินบนอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อแลกกับสิทธิ์การเช่าที่ดินทำเลทองย่านชิดลม ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้ออก PRESS RELEASE ชี้แจงกรณีที่ดิน 3 หน้า ยืนยันว่าตัวเองบุริสุทธ์ และตกเป็นเหยื่อนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;แถลงเป็นกระดาษทำ​ press.release.ทำไมไม่กล้าให้นักข่าวซักถาม​ ผมว่าคุณสกุลธร​ ไปออกรายการถามตรงกับจอมขวัญพร้อมกันกับผมไหมครับ​ จะได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าถูกหลอกจริงหรือว่าเจตนาให้สินบนเจ้าพนักงาน​ ใครอยากชมรายการนี้ครับ​ ยกมือขึ้น​ ผมจะทำการบ้านไปให้ดีเต็มที่ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;


	ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน
	&amp;#39;วรงค์-ไทยภักดี&amp;#39; เปิดยุทธการ &amp;#39;หักคอเวียดกง&amp;#39;!


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87015</URL_LINK>
                <HASHTAG>สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สินบน, อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd999a24c0e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2563 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด น้องชายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ออก PRESS RELEASE ชี้แจงกรณีที่ดิน 3 หน้ามีเนื้อหาว่า ข้าพเจ้า นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยากจะชี้แจงสังคมเกี่ยวกับเรื่องที่ดินบริเวณชิดลมว่าข้าพเจ้าขอยืนยันความบริสุทธิ์และมีประเด็นที่อยากชี้แจง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ เป็นการส่วนตัว รวมถึงข้าพเจ้าไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ท่านใดก็ตาม ข้าพเจ้ามารู้ว่าคุณประสิทธิ์คือใครหลังจากตำรวจได้ทำการสืบคดีแล้วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในปี 2560 ข้าพเจ้าได้รู้จักนายสุรกิจผ่านนายหน้าที่รู้จักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันมาก่อน รวมถึงไม่มีความสนิทสนมใดๆ ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ที่ดินแปลงนี้มีคณะนายหน้าจำนวนหลายท่านได้รวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับข้าพเจ้า ดังนั้นการเจรจาต่างๆ มีผู้รับรู้หลายท่านเป็นสิ่งที่เปิดเผยมาก และการที่คนที่เพิ่งรู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าพเจ้าจะบอกให้คุณสุรกิจนำเงินไปดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สามหรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทำที่ทุจริตยิ่งเป็นไปไม่ได้ ซึ่งผมขอยืนยันว่าในกรณีนี้ผมไม่ได้ไปวิ่งหาที่ดินตั้งแต่แรก แต่เป็นนายหน้าเข้ามาเสนอที่ดินให้ข้าพเจ้า โดยที่ผมไม่ได้เป็นผู้มอบหมายให้นายหน้าไปจัดหาเมื่อผมพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจจึงมีการดำเนินโครงการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ทั้งนี้ตลอดการทำงานข้าพเจ้าเน้นย้ำเสมอถึงความโปร่งใสและการทำงานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า &amp;ldquo;ในการปฏิบัติงานนายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่างๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ทั้งนี้ตลอดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีการทำงานหลายขั้นตอนจน Final project development proposal ได้ออกมาเป็นโครงการเป็นลักษณะ Mix-Use ขนาด 160,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย โรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน และคอนโดมิเนียม (ดูเอกสารประกอบที่ 1) ซึ่งตลอดการทำงานมีการจ้างที่ปรึกษาหลายหน่วยงานเพื่อส่งแผนการพัฒนานี้ ซึ่งมีการทำงานจริง เพราะขณะนั้นเชื่อเพียงว่าการผ่านการพิจารณาได้จะต้องทำโครงการให้มีความโดดเด่นเท่านั้น ดังนั้นการชำระเงินตามที่มีข่าวอออกไป เป็นการชำระค่าจ้างในลักษณะของ real estate consultancy ตามคู่สัญญาการค้าที่มีการระบุในสัญญาตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยแบ่งจ่ายเมื่อแผนงานมีความคืบหน้า ทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็คและได้มีการบันทึกใบรับเช็คตามมาตรฐานสัญญาธุรกิจทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหลีกการตรวจสอบ ในกรณีนี้ได้มีการทำเอกสารราชการปลอมนำมาแสดงกับข้าพเจ้าเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทำงานอันจะทำให้มีสิทธิ์ขอเบิกค่าจ้างตามที่สัญญากำหนดไว้ได้ซึ่งทำให้ข้าพเจ้าเกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ข้าพเจ้าได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 (ภายหลังทราบว่าเป็นหนังสือที่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมา) ปรากฏว่า ข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่าขอยกเลิกการประชุมล่วงหน้า 1 วันก่อนถึงวันประชุม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวโดยมีการบันทึกรับเอกสารจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แจ้งว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด ข้าพเจ้าจึงได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้งตามระบบ ซึ่งจากการที่เราตรวจสอบเอกสารจนค้นพบข้อเท็จจริงทั้งหมดแสดงถึงความบริสุทธิ์ว่าเราไม่มีการไหว้วานใครให้ไปกระทำการที่ผิดกฎหมาย จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการสืบสวนต่อจนทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จากเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ข้าพเจ้าขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากข่าวที่สังคมได้รับนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น ซึ่งโดยความเป็นจริงแล้วกรณีนี้ข้าพเจ้าเป็นผู้เสียหายจากการปลอมแปลงเอกสาร สำหรับสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ชี้แจงนั้นได้ถูกปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก ในส่วนของค่านายหน้านั้นเป็นการตกลงตามมาตรฐานในวิชาชีพตามหลักสากลของธุรกิจนี้และจะทำการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิ์การเช่าที่สำนักงานที่ดินให้แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอยืนยันสิ่งที่ชี้แจงมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ให้ผู้ใดไปดำเนินการสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะใช้ความระมัดรังวังให้มากยิ่งขึ้นกับการดำเนินธุรกิจต่อไปในภาคหน้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใดๆ ทั้งกับตนเองและหน่วยงานอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87001</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ประธานบริษัท เรียลแอสเสท ดิวิลอปเม้นท์ จำกัด, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd980754020d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อานนท์&#039; ข้องใจ &#039;อัยการปรเมศวร์&#039; พูดแปลกแปร่ง​ &#039;คนจ่ายเงิน&quot; เพราะถูกหลอก ไม่น่าจะมีความผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 - &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ว่า&amp;quot;คดีบอส​ กระทิงแดงก็พูดจาน่าสงสัย​ คดีสกุลธรก็พูดแปลกแปร่ง​ &amp;nbsp;อัยการบางคนน่าสงสัยจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โพสต์ ของดร.อานนท์ สืบเนื่องจากกรณี นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ผู้ตรวจการอัยการ และที่ปรึกษาโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิม เรามองมุมเดียวว่า ถ้าใครไปจ่ายเงินติดสินบนเข้าทำงาน หรือของานทำ คนนั้น &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; มีความผิด&lt;/p&gt;


	อีกล็อต! ยกโขยงตาม &amp;#39;เจ๊หน่อย&amp;#39; ทิ้งพรรคเพื่อไทย
	คลิปร้อน &amp;#39;การ์ดธนาธร&amp;#39; สุดเดือด!
	ส.ศิวรักษ์&amp;#39; ซัด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; โง่แล้วยังงก
	หงายไพ่ใบสุดท้ายของเจ้าของม็อบ 3 นิ้ว!
	เจ็บ! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; ถามรสนิยมค้อนเคียว เวลาลี้ภัยมีใครไปอยู่ประเทศคอมมิวนิสต์บ้าง


&lt;p&gt;แต่มีคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๓๕/๒๕๖๓ มองว่าถ้า &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; จ่ายเงินให้เพราะถูกเจ้าพนักงาน &amp;quot;หลอกลวง&amp;quot; ว่าสามารถช่วยเหลือฝากเข้าทำงานรับราชการได้ หรือ รับงานของราชการได้ &amp;quot;อันเป็นความเท็จ&amp;quot; ทั้งที่ ความจริงแล้ว เขาไม่สามารถช่วยเหลือฝากเข้าทำงานรับราชการหรือรับงานของราชการตามที่กล่าวอ้าง และโดย &amp;quot;การหลอกลวง&amp;quot; ของเขาเป็นหตุให้ &amp;quot;คนจ่ายเงินหลงเชื่อ&amp;quot; ว่าเป็นความจริงและมอบเงินให้เขาไปดำเนินการตามที่เขากล่าวอ้าง ถือว่า &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีในข้อหาฉ้อโกงได้ เพราะ &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; มอบเงินให้เขาไปนั้นล้วนเกิดขึ้นเพราะถูกเขาหลอกลวง ถือไม่ได้ว่า &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; เป็นผู้ก่อให้เขากระทำความผิด &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; จึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่ผู้ที่หลอกลวงในความผิดฐานฉ้อโกงได้ ส่วน &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; จะมีความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงาน ตาม ป.อาญามาตรา ๑๔๔ หรือไม่นั้นก็น่าคิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนตัวเห็นว่า เมื่อ &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; ถูกหลอกให้หลงเชื่อ ก็น่าจะไม่มีความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงาน เพราะ &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; มิได้จ่ายใช้เพื่อจูงใจให้แก่เจ้าพนักงาน กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ แต่จ่ายเพราะถูกเจ้าพนักงานหลอกลวง และ &amp;quot;คนจ่ายเงิน&amp;quot; ไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดกระทำความผิด ถ้าเดินแนวนี้เราก็ปราบข้าราชการโกงได้หมด ท่านคิดอย่างผมมั้ยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเห็นของอัยการปรเมศวร์ มีขึ้นในช่วงที่ น้องชายนายธนาธร&amp;nbsp;จึงรุ่งเรืองกิจ คือนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ตกเป็นข่าวโด่งดัง ภายหลังมีการเผยแพร่คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ให้จำคุกอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) และผู้ประสานงาน คดีทุจริตอ้างเอกสารปลอมของสำนักงานทรัพย์สินฯและรับเงินสินบน.&lt;/p&gt;


	ตัวละครคดี&amp;#39;บอส&amp;#39;หนาว!
	ใครว่าไม่มี &amp;#39;นักข่าวเทวดา&amp;#39; แฉม็อบ 3 นิ้วมีแกนนำไม่กี่คนอยู่หลังคีย์บอร์ด
	งานเข้า&amp;#39;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;#39;อีกแล้ว&amp;#39;
	ไฟแลบ! &amp;#39;ติ๊งต่าง&amp;#39; ด่ารัวๆ &amp;#39;เจี๊ยบคอนถม&amp;#39;&amp;nbsp;
	พ่อหมอบุ๋มเดือด!รื้อครุยทนายเตรียมฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86430</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ, สินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0bc334481a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีเปรูชิงลาออก เลี่ยงโดนสภาลงมติถอดถอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเปโดร ปาโบล คูชินสกี ของเปรู ชิงประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันพุธ หนึ่งวันก่อนหน้ารัฐสภาเตรียมลงมติถอดถอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเปโดร ปาโบล คูชินสกี (กลาง) ถ่ายภาพกับคณะรัฐมนตรี ก่อนแถลงลาออกเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 ภาพทำเนียบประธานาธิบดีเปรู / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 ว่า คูชินสกี&amp;nbsp; อดีตนายธนาคารจากวอลล์สตรีทวัย 79 ปี แถลงข่าวการลาออกต่อประชาชนพร้อมกับคณะรัฐมนตรีของเขาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าการลาออกของเขาเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูชินสกีกลายเป็นผู้นำลาตินอเมริกาคนแรกที่ลาออกจากตำแหน่ง สืบเนื่องจากเรื่องอื้อฉาวเงินสินบนจากโอเดเบรชต์ บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของบราซิล ที่ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนและให้สินน้ำใจมูลค่าหลายล้านดอลลาร์แก่นักการเมืองและนักธุรกิจในลาตินอเมริกาหลายประเทศเพื่อให้ได้สัญญาก่อสร้าง คูชินสกีปฏิเสธคำกล่าวหานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันว่า รองประธานาธิบดีมาร์ติน วิซการ์รา จะดำรงตำแหน่งแทนเขาไปจนครบวาระในเดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อไม่ต้องจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในช่วงยามที่ชาวเปรูเอือมระอากับพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คูชินสกีเคยรอดพ้นการลงมติไม่ไว้วางใจเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว รัฐสภาเปรูเตรียมจะอภิปรายเพื่อลงมติถอดถอนเขาในวันพฤหัสบดี เมื่อเขายื่นลาออก สภาจะเปลี่ยนมาอภิปรายเรื่องการลาออกของเขาแทน และจะลงมติในวันศุกร์ว่าจะรับการลาออกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาถูกกดดันมากขึ้นในวันพุธให้ลาออกจากตำแหน่ง ภายหลังเคโกะ ฟูจิโมริ จากพรรคพลังประชาชน นำวิดีโอบันทึกภาพของเคนจิ น้องชายของเธอ และของคนอื่นๆ ที่ดูเหมือนกำลังเจรจาต่อรองเกี่ยวกับสัญญาโครงการสาธารณะเพื่อแลกกับการลงคะแนน ซึ่งเธอกล่าวว่าเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าคูชินสกีกำลังพยายามซื้อเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอเหล่านี้ ลงวันที่บันทึกไว้เมื่อเดือนธันวาคม ก่อนหน้าที่สภาจะเปิดอภิปรายเพื่อลงมติถอดถอนคูชินสกี แต่เขารอดพ้นการถอดถอนมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากเคนจิ ฟูจิโมริ ไม่กี่วันหลังจากนั้น คูชินสกีให้อภัยโทษอดีตประธานาธิบดีอัลแบร์โต ฟูจิโมริ บิดาของเคนจิและเคโกะ และถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการต่างตอบแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5600</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอน, ประธานาธิบดีเปรู, ลาออก, สินบน, เปโดร ปาโบล คูชินสกี, โอเดเบรชต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3ab9d08afe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
