<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัน‘2บิ๊กซิโน-ไทย’เซ่นสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo; ลงดาบสินบนข้ามชาติโรงไฟฟ้าขนอมแล้ว ชี้เรียกรับสินบน 20 ล้านบาท โดย 4 จนท.รัฐร่วมมือ ทั้ง &amp;ldquo;กรมเจ้าท่า-เทศมนตรี-ผู้ใหญ่บ้าน-ตำรวจน้ำ&amp;rdquo; ซ้ำร้าย &amp;ldquo;ซิโน-ไทยฯ&amp;rdquo; และ 2 บิ๊กผู้บริหารให้ท้าย ส่งอัยการสูงสุดฟันอาญา 7 ราย &amp;ldquo;เลขาธิการองค์กรต้านโกง&amp;rdquo; ยกนิ้วให้ แนะควรขึ้นแบล็กลิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ที่ประชุมได้มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ 4 ราย กรณีร่วมกันเรียกรับเงิน 20 ล้านบาทจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ที่รับว่าจ้างก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อแลกกับการอนุญาตให้ใช้ท่าเทียบเรือชั่วคราวบริเวณโรงไฟฟ้า ตลอดจนให้เรือลำเลียงเข้าเทียบท่าเพื่อขนถ่ายชิ้นส่วนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยไม่ชอบ รวมทั้งชี้มูลความผิดบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอีก 2 ราย ในฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งสี่รายในการกระทำความผิดดังกล่าว&amp;nbsp;
นายวรวิทย์แถลงต่อว่า การไต่สวนคดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือน พ.ย.2560 โดยรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจากภายในและต่างประเทศ ซึ่งพบว่าเมื่อปี 2556 บริษัทค้าร่วม (Consortium) ประกอบด้วย บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นและบริษัท ซิโน-ไทยฯ ได้รับว่าจ้างให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ อ.ขนอม ต่อมาในเดือน ก.พ.2558 เรือลำเลียง 3 ลำไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่าได้ เนื่องจากมีขนาดใหญ่เกินกว่าท่าเทียบเรือ แต่เจ้าหน้าที่รัฐ 4 ราย ประกอบด้วย 1.นาวาโทสาธิต ชินวรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครศรีธรรมราช 2.นายคณิน เมืองด้วง รองนายกเทศมนตรี ต.ท้องเนียน 3.นายอภิชาติ สวัสดิรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ต.ท้องเนียน และ 4.พ.ต.ท.สันติพงษ์ พันธ์สวัสดิ์ สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้เรียกรับเงิน 20 ล้านบาทจากผู้แทนของบริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด (Mitsubishi Hitachi Power Systems Ltd. : &amp;ldquo;MHPS&amp;rdquo;) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่มาปฏิบัติงานก่อสร้างโรงไฟฟ้า เพื่อแลกกับการอนุญาตให้เรือลำเลียงชิ้นส่วนอุปกรณ์ก่อสร้างโรงไฟฟ้าสามารถเข้าเทียบท่าเทียบเรือชั่วคราวบริเวณโรงไฟฟ้าได้ โดยผู้บริหาร MHPS ตัดสินใจจ่ายเงินสินบน 20 ล้านบาท เพราะหากขนส่งชิ้นส่วนเครื่องจักรหยุดชะงักจะทำให้การก่อสร้างไม่ทันกำหนดเวลาส่งมอบงาน บริษัท MHPS ต้องเสียค่าปรับตามสัญญาถึงวันละ 40 ล้านเยน หรือ 11 ล้านบาท&amp;nbsp;
นายวรวิทย์แถลงอีกว่า บริษัท ซิโน-ไทยฯ โดยผู้บริหารระดับสูง 2 ราย คือ นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ และนายราเกส กาเลีย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการส่วนงานปฏิบัติการ ได้ให้ความช่วยเหลือในการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยมีการจัดทำสัญญาที่ไม่มีการจ้างงานจริง เพื่อให้บริษัท ซิโน-ไทยฯ จัดเตรียมสินบนเป็นเงินสด 20 ล้านบาท และมีการมอบเงินสินบนให้ผู้แทนบริษัทญี่ปุ่นที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท ซิโน-ไทยฯ เพื่อให้ขนเงินไปยังพื้นที่ อ.ขนอม และส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้ง 4 ราย ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันเรือลำเลียงก็สามารถเทียบท่าและขนถ่ายชิ้นส่วนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ณ ท่าเทียบเรือชั่วคราวโรงไฟฟ้าขนอมได้ แม้ไม่มีการแก้ไขเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือให้ถูกต้องตามระเบียบของกรมเจ้าท่าแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิด ประกอบด้วย 1.เจ้าหน้าที่รัฐ 4 ราย มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 โดยในรายนายคณินยังมีมูลเป็นความผิดอันเป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งได้ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 และส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐอีก 3 ราย มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และ 2.กลุ่มผู้สนับสนุนได้แก่ บริษัท ซิโน-ไทยฯ นายภาคภูมิ และนายราเกส มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ป.ป.ช.มีมติให้ส่งรายงานสํานวนการไต่สวนและหลักฐาน รวมทั้งคําวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดําเนินคดีอาญาทั้ง 7 ราย และส่งไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐแล้วแต่กรณีต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับราคาหุ้นบริษัท ซิโน-ไทยฯ หรือ STEC ได้ร่วงลงอย่างหนัก หลังจาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดดังกล่าว โดยหุ้นซิโน-ไทยปิดตลาดที่ 14.40 บาท ลดลง 3.50 บาท หรือลดลงถึง 19.55%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนี้ว่า ตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 176 กรณีเช่นนี้ บริษัท ซิโน-ไทยฯ และกรรมการอาจต้องโดนลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งต้องชื่นชม ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิดโดยไม่ยกเว้นแม้บริษัทที่มีครอบครัวนักการเมืองใหญ่เป็นเจ้าของ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงการขึ้นบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ว่าปัจจุบันตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างยังไม่มีมาตรการแบล็กลิสต์ แต่ถ้าเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีพฤติกรรมแบบนี้ เป็นเรื่องที่ตลาดต้องพิจารณา ควรแจ้งข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นรับทราบ ส่วนมาตรการลงโทษอื่นๆ ในการเข้าไปประมูลงานกับรัฐนั้น ก็ยอมรับว่าไม่มีมาตรการลงโทษ แต่รัฐบาลควรพิจารณามาตรการแบล็กลิสต์หรือมาตรการที่มีบัญชีรายชื่อบริษัทที่เฝ้าระวัง จับตา เป็นพิเศษ ว่าเคยมีประวัติแบบนี้เกิดขึ้น อาจให้คะแนนน้อยลง หรืออยู่ในชั้นของการจัดชั้นผู้รับเหมา ก็จะเป็นประโยชน์กับภาครัฐในอนาคต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50231</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, จนท.รัฐร่วมมือ, ซิโน-ไทย, ป.ป.ช., สินบนข้ามชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โรงไฟฟ้าขนอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc12f37ebfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.ฟัน&#039;2บิ๊กซิโน-ไทย&#039;เซ่นสินบนข้ามชาติโรงไฟฟ้าขนอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเอกชนร่วมกันเรียกรับเงินสินบนจำนวน 20 ล้านบาท จากบริษัท มิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด หรือ MHPS เพื่อแลกกับการอนุญาตให้ใช้ท่าเทียบเรือชั่วคราวบริเวณโรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อลำเลียงขนถ่ายชิ้นส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อปี 2556 บริษัทร่วมค้าระหว่าง MHPS กับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับว่าจ้างให้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าของบริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด (KEGCO) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม EGCO Group เอกชนผู้ทำการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ซิโน-ไทยฯ และ นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซิโน-ไทยฯ และนายราเกส กาเลีย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการส่วนงานปฏิบัติการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ ได้ให้ความช่วยเหลือในการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในการเรียกรับสินบนจากบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น โดยมีการจัดทำสัญญาที่ไม่มีการจ้างงานจริง เพื่อให้บริษัท ซิโน-ไทยฯ จัดเตรียมสินบนเป็นเงินสด 20 ล้านบาท ต่อมามีการมอบเงินสินบนให้กับผู้แทนบริษัทญี่ปุ่นที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท ซิโน-ไทยฯ เพื่อให้ขนเงินไปยังพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้ง 4 ราย ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่าในช่วงเวลาเดียวกันเรือลำเลียงก็สามารถเทียบท่าและขนถ่ายชิ้นส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ท่าเทียบเรือชั่วคราวโรงไฟฟ้าขนอมได้ แม้ว่าจะไม่มีการแก้ไขเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างท่าเทียบเรือให้ถูกต้องตามระเบียบของกรมเจ้าท่าแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด เจ้าหน้าที่ของรัฐ 4 ราย ได้แก่ นาวาโท สาธิต ชินวรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานครศรีธรรมราช นายคณิน เมืองด้วง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช นายอภิชาติ สวัสดิรัตน์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 ต.ท้องเนียน และ พ.ต.ท.สันติพงษ์ พันธ์สวัสดิ์ สารวัตรสถานีตำรวจน้ำ 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจน้ำ มีความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด และฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 157 ประกอบมาตรา 86&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงเอกชนผู้สนับสนุน ได้แก่ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารระดับสูงในบริษัท ซิโน-ไทยฯ ได้แก่ นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซิโน-ไทยฯ และนายราเกส กาเลีย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการส่วนงานปฏิบัติการ บริษัท ซิโน-ไทยฯ มีความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 157 ประกอบมาตรา 86.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโน-ไทย, ป.ป.ช., วรวิทย์ สุขบุญ, สินบนข้ามชาติ, โรงไฟฟ้าขนอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงถึงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คืบ 90% &#039;ปปช.&#039;จ่อชี้คดีสินบนข้ามชาติ โครงการสร้างโรงไฟฟ้าขนอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.62 - รายงานข่าวจากป.ป.ช.แจ้งว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีที่สำนักงานสืบสวนพิเศษของอัยการกรุงโตเกียวได้สืบสวนบริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด หรือ MHPS &amp;nbsp;ในข้อหาละเมิดกฎหมายป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ในการจ่ายสินบน มูลค่า 60 ล้านเยน หรือประมาณ 20 ล้านบาท ให้กับเจ้าหน้าที่ทางการของประเทศไทย เกี่ยวกับงานโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2556 ซึ่งทางคณะกรรมการป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนขึ้นแล้วนั้น คดีดังกล่าวเบื้องต้นคณะอนุกรรมการไต่สวน ได้แจ้งข้อกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐรวม 4 ราย ต่อมาในการประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีมติแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 3 ราย ส่วนความคืบหน้าของคดีนี้ดำเนินการไปแล้วกว่า 90% คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ก่อนสิ้นปี 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า คดีการให้สินบนข้ามชาติแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐกรณีก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในสองคดี ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไทย ชี้แจงต่อที่ประชุมองค์การต่อต้านการทุจริตอาเซียนว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 โดยอีกคดีคือกรณี พีทีที.จีอี. เครือ ปตท. ลงทุนปลูกปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติโครงการสร้างโรงไฟฟ้าขนอม, ปปช., สินบนข้ามชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcf22f2b542.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35300</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 00:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนคุก50ปี!&#039;จุฑามาศ&#039;รับสินบนจัดเทศกาลหนังนานาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - ที่ห้องพิจารณา 8 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีสินบนข้ามชาติ หมายเลขดำ อท.14/2558, อท.46/2559 ที่อัยการคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อายุ 72 ปี อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ อายุ 45 ปี บุตรสาว เป็นจำเลยที่ 1-2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อการกระทำอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้อแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐ และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตาม พ.รบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนรอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์ เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2002 - 2007 (หรือปี พ.ศ.2545 &amp;ndash; 2550) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2558 ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2560 เห็นว่า การจัดจ้างโครงการเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ มีการกำหนดเงื่อนไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2538 โดยเฉพาะโครงการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2546 ไม่เป็นการจ้างบริษัทที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ที่เคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถผลงานมาแล้ว โดยนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คบคิดกับนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจในสหรัฐฯ จัดตั้งบริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากับ ททท. และยังเรียกรับเงินสินบนจากนายเจอรัลด์ โดยโอนเงินไปยัง น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 กับเพื่อน 59 รายการเป็นเงิน 1,822,294 เหรียญสหรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ของนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินฯ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 ,12 &amp;nbsp;ให้จำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 11 กระทงเช่นกัน กระทงละ 4 ปีโดยจำคุกทั้งสิ้น 44 ปี ขณะที่ศาลมีคำสั่งให้ริบเงินกระทำผิด 1,822,494 เหรียญสหรัฐ และดอกผลที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินนั้นเป็นทรัพย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารต่างประเทศ ศาลจึงได้กำหนดมูลค่าทรัพย์ที่สั่งริบนั้น เป็นมูลค่าทั้งสิ้น 62,724,776 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วระหว่างอุทธรณ์ นางจุฑามาศและ น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 1-2 ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งวันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองมาจากเรือนจำ ซึ่งทั้งสองก็ยังคงมีผิวพรรณที่สดใสไม่หม่นหมอง ขณะที่วันนี้ก็มีผู้มาให้กำลังใจด้วย 5-6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาและพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้ว มีคำแปลคำให้การของเจ้าหน้าที่ FBI สหรัฐอเมริกา ที่ทำการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีน ซึ่งได้มาตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 โดยเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอื่นตามหลักการพิจารณาคดีอาญาแล้ว ก็รับฟังได้ว่านางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 ได้สมคบโดยให้คำแนะนำกับสามี-ภรรยาตระกูลกรีนในการเข้ามาร่วมจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติในลักษณะของการฮั้วประมูลตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 นั้นในการฟ้องของอัยการโจทก์ ไม่ได้ระบุและนำสืบชัดเจนในการที่จะร่วมสนับสนุนกระทำผิดต่อการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ปี 2550 ส่วนที่จำเลยที่ 2 อ้างว่าเงินที่โอนเข้าบัญชีในต่างประเทศนั้น เป็นเงินที่ได้จากการเป็นที่ปรึกษาของนายเจอรัลด์ กรีน ช่วงปี 2545 นั้นฟังไม่ขึ้น เนื่องจากปรากฏว่าเป็นการโอนเงินหลังจากที่นายเจอรัลด์ได้ทำสัญญาการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแล้ว 2 สัปดาห์ และก็ไม่เคยปรากฏว่าเมื่อจำเลยจบการศึกษาปริญญาตรี จนกระทั่งมีการศึกษาต่อปริญญาโทนั้น จำเลยที่ 2 ได้ประกอบธุรกิจหรือมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าวมาก่อน จนจะได้รับค่าปรึกษาจากนายเจอรับด์กรีนคิดเป็นเงินไทยกว่า 60 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ฯ จึงเห็นควรพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก น.ส.จิตติโสภา จำเลยที่ 2 รวม 10 กระทง (จากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 11 กระทง) กระทง ละ 4 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 40 ปี ส่วนนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 คงจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 11 กระทงๆ ละ 6 ปี จำคุกทั้งสิ้น 66 ปี แต่เมื่อรวมโทษตามกฎหมายแล้ว ให้จำคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ฯ ยังมีคำพิพากษาให้ยกคำสั่งริบทรัพย์ของศาลชั้นต้นที่ให้ริบเงินที่เป็นการกระทำผิดซึ่งเป็นเงินในบัญชีต่างประเทศกว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐด้วย เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยเกินคำขอ เพราะคดีนี้อัยการโจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ริบของกลางหรือเงินใดๆ ไว้ท้ายฟ้อง และบทเฉพาะกาลตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 52 บัญญัติ ให้บรรดาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้บังคับนั้น ให้บังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ก่อน ดังนั้นคดีนี้จึงต้องใช้บทบัญญัติกฎหมายคดีอาญาสามัญ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่นำมาตรการริบทรัพย์สินในคดีทุจริตไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ก็ตาม ตามมาตรา 31(2) , มาตรา 32(2) และมาตรา 33 วรรคหนึ่งนั้นมาใช้กับคดีนี้ เป็นการพิพากษาเกินคำขอท้ายฟ้องของโจทก์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุชาติ ชมกุล ทนายความจำเลย กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าจำเลยจะยื่นฎีกาหรือไม่ เนื่องจากเราต้องรอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มและกลับไปปรึกษากับคณะทำงานทนายความคดีนี้ซึ่งมีหลายคน เพื่อช่วยกันตรวจดูคำพิพากษาอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพนักงานอัยการ ซึ่งรับมอบหมายมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้ ก็กล่าวเพียงว่า คดีนี้ยังสามารถที่จะใช้สิทธิ์ยื่นฎีกาได้แต่ทั้งนี้คงต้องไปศึกษาข้อกฎหมายก่อนว่า หลักการฎีกาจะเป็นไปตามกฎหมายเก่าหรือกฎหมายใหม่ ซึ่งระบบจะแตกต่างกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งยังคงลงโทษจำเลยทั้งสองให้จำคุกนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้ควบคุมตัวทั้งสองกลับไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลาง โดยระหว่างที่ยืนฟังคำพิพากษาเป็นเวลากว่าชั่วโมงเศษนั้นจำเลยทั้งสอง ก็คงมีสีหน้าเรียบเฉย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35300</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฑามาศ ศิริวรรณ, ศาลอาญาคดีทุจริต, สินบนข้ามชาติ, อดีตผู้ว่าททท., อุทธรณ์จำคุก50ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd26b196aa88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
