<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเดินหน้าข้อสั่งการนายกฯ เปิดมาตรการแบงก์ของรัฐ พักหนี้-เพิ่มสินเชื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม สั่งการให้ทุกหน่วยงานให้ความช่วยเหลือในทุกด้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการให้มากที่สุด โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้จัดทำมาตรการพักชำระหนี้และสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ประกอบการผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ซึ่งแต่ละธนาคารได้จัดทำรายละเอียดและเงื่อนไขที่น่าสนใจแตกต่างกัน อาทิ การพักชำระหนี้สูงสุด 1 ปี สนับสนุนวงเงินกู้สินเชื่อเพิ่มเติม ดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน สูงถึง 1 ปี เป็นต้น ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ธนาคารออมสิน - มาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ยื่นคำขอเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 /มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน สินเชื่อสำหรับลูกค้ารายย่อย สินเชื่อเคหะ สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร -มาตรการพักชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ/ มาตรการสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน และระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ - สำหรับลูกค้าเดิมที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถขอรับการลดดอกเบี้ยเหลือ 0%ต่อปี เป็นระยะเวลา 4 เดือน ลูกหนี้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร หลักประกันเสียหายทั้งหลังไม่สามารถซ่อมแซมได้ สามารถขอรับปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินคงเหลือเท่านั้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่มีการกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) จะได้รับการพักชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 3 เดือน /มาตรการสินเชื่อฉุกเฉิน อัตราดอกเบี้ย 4.99% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ระยะเวลากู้สูงสุด ไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย &amp;ndash; มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการพักชำระหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะกำไรเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และให้ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป ไม่เกินระยะเวลาที่พักชำระ และยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดชำระ (Late charge) โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) - มาตรการช่วยเหลือลูกค้า SMEs สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นลูกค้าของ บสย. มาตรการลดค่างวด โดยการผ่อนจ่าย 20% หรือจ่ายขั้นต่ำ 500 บาท สูงสุด 3 เดือน มาตรการพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้า บสย. ที่ค้างชำระหนี้ไม่เกิน 3 เดือน โดยการพักชำระหนี้สูงสุด 3 เดือน และพักดอกเบี้ยเกิดใหม่ ยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารแต่ละแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นมาตรการด้านการเงินตามการสั่งการของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ต้องการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 64 ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า ทำให้มีเงินหมุนเวียน ช่วยฟื้นฟูกิจการ รวมถึงปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยทุกมาตรการให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคน&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, พักหนี้, รัฐบาล, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9856bd5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 &amp;nbsp;ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มอัตราการเติบโตของ GDP ภายในประเทศที่ลดต่ำลง อันเนื่องจากการลงทุนในภาคเอกชนชะลอตัว &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้องค์กรภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลประชาชน &amp;nbsp;ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงลดปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานคืนถิ่น ให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้และยังเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคม ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับสนุนสินเชื่อแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการพัฒนาต่าง ๆ อัตราดอกเบี้ย MLR &amp;ndash; ไม่เกิน 2.25% ต่อปี (ปัจจุบัน MLR เท่ากับ ร้อยละ 4.875 ต่อปี) ทั้งนี้ เงื่อนไขอื่น ๆ ตามที่ธนาคารกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองพัทยา และกรุงเทพมหานคร โดยนำสินเชื่อดังกล่าวไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนหรือค่าลงทุน อาทิ &amp;nbsp; การสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยหรืออาหารสัตว์ โรงสีข้าวชุมชน ตลาดจำหน่ายสินค้า การส่งเสริมพัฒนากลุ่มอาชีพต่าง ๆ ปรับปรุงพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวของชุมชน การศึกษา อบรม สัมมนา ดูงานหรือฝึกงานในด้านการส่งเสริมอาชีพ หรือเพื่อการศึกษาของบุคคลในครอบครัวของประชาชนในพื้นที่ การสร้างสนามกีฬา สวนสาธารณะ ศูนย์การแพทย์ชุมชน การเสริมสร้างการเข้าถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความต้องการทางด้านการแพทย์ การจัดหาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อปท. จะต้องดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งโครงการที่เสนอขอรับการสนับสนุนสินเชื่อต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา อปท. และมีการตั้งงบประมาณเพื่อชำระหนี้คืนแก่ธนาคาร วงเงินกู้ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้เงินกู้ โดยวิเคราะห์จากแผนการดำเนินงาน งบการเงิน ระดับขีดความสามารถในการก่อหนี้ของ อปท. แต่ละแห่ง ซึ่งกำหนดจากความสามารถในการจัดเก็บรายได้ และรายได้จากงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากส่วนกลาง ในส่วนของการชำระคืน กรณีเป็นทุนหมุนเวียนหรือเป็นค่าใช้จ่าย ชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน กรณีพิเศษ ไม่เกิน 18 เดือน กรณีเป็นค่าลงทุน ชำระคืนรายงวด ไม่เกิน 10 ปี (ตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทย เรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายผูกพันของ อปท.) ทั้งนี้ อปท. ที่มีความสนใจและต้องการขอรับการสนับสนุนสินเชื่อตามโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., สินเชื่อ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f773802f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 08:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสเอ็มอีแบงก์ทุ่ม1.5หมื่นล.เติมทุนต่อลมหายใจให้SME</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 ส.ค. 2564 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ภายในประเทศที่ยังขยายตัวในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อเอสเอ็มอีเป็นจำนวนมาก ทั้งปัญหายอดขายและรายได้ลดลง ดังนั้นเอสเอ็มอีแบงก์จึงออกมาตรการทางการเงินเสริม ด้วยแพคเกจสินเชื่อเติมทุน SMEs มีสุข ยิ้มได้ วงเงินรวม 15,000 ล้านบาท ภายใต้ 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ ได้แก่ 1. SMEs D เติมทุน, 2. SMEs มีสุข และ 3. SMEs ยิ้มได้ ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้มีวงเงินเพิ่มขึ้น นำไปใช้เสริมสภาพคล่อง และลดต้นทุนทางการเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ โดยเปิดกว้างเอสเอ็มอีทุกกลุ่มธุรกิจ คุณสมบัติกู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ วงเงินกู้สูงขึ้นถึง 15 ล้านบาทต่อราย ได้แก่ สินเชื่อ SMEs D เติมทุน วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี เปิดโอกาสรับรีไฟแนนซ์จากสถาบันการเงินเดิม ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ผ่อนนานถึง 10 ปี และสินเชื่อ SMEs มีสุข วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปี สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือปรับเปลี่ยนธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต ผ่อนนานถึง 10 ปี และสินเชื่อ SMEs ยิ้มได้ วงเงิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.5% ต่อปี ทบทวนวงเงินได้ทุกปี ช่วยเติมทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถบริหารจัดการธุรกิจไม่มีสะดุด โดยเปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง ธนาคารจึงดำเนินนโยบายให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ด้วยการออกแพคเกจสินเชื่อใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีเงินทุนเพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง สามารถนำไปใช้เสริมสภาพคล่องเพียงพอสูงถึงรายละ 15 ล้านบาท ช่วยบริหารจัดการธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้&amp;rdquo; นางสาวนารถนารี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจใช้บริการแจ้งความประสงค์ได้ผ่านทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ https://www.smebank.co.th/, แอปพลิเคชัน SME D Bank ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android และ LINE Official Account: SME Development Bank เป็นต้น รวมถึง สาขาของ SME D Bank ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเอสเอ็มอี, นารถนารี รัฐปัตย์, สินเชื่อ, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e42b10b17a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.’ หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 พักหนี้สินเชื่อ 3 เดือน 149 องค์กร ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า-พัฒนาคุณภาพชีวิต-สร้างงานสร้างรายได้ในชุมชน 30 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พี่น้องชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; หนุนองค์กรชุมชนทั่วประเทศสู้ภัยโควิด-19 &amp;nbsp;โดยที่ประชุมบอร์ดมีมติพักชำระหนี้สินเชื่อและดอกเบี้ยองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; เริ่มพฤษภาคมนี้ รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; รวมยอดหนี้ 1,899 ล้านบาท&amp;nbsp; พักดอกเบี้ยรวม 18 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;งบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; และซ่อมแซมสาธารณูปโภค-บ้านเรือน ทำให้เกิดการจ้างงาน&amp;nbsp; สร้างรายได้ให้คนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (14 พ.ค.) ระหว่างเวลา 08.30-12.30 น.&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; จัดประชุมคณะกรรมการสถาบันฯ หรือ &amp;lsquo;บอร์ด พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยประชุมผ่านระบบ ZOOM มีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ เป็นประธานการประชุม&amp;nbsp; มีผู้บริหาร พอช.&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; และคณะกรรมการสถาบันฯ เช่น&amp;nbsp; นายอนุกูล&amp;nbsp; ปิดแก้ว&amp;nbsp; รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ฯลฯ&amp;nbsp; รวม 18 คนร่วมประชุม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ด พอช.เห็นชอบพักชำระสินเชื่อสหกรณ์ 149 องค์กร&amp;nbsp; ระยะเวลา 3 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การประชุมครั้งนี้มีวาระที่สำคัญคือ&amp;nbsp; 1.การขอความเห็นชอบมาตรการการบรรเทาความเดือดร้อนและให้การช่วยเหลือองค์กรชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอก 3&amp;nbsp; และ 2. โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ทั้งนี้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ระลอก 3 พบผู้ติดเชื้อในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีกหลายจังหวัด ซึ่งมีที่มาจากแหล่งสถานบันเทิง &amp;nbsp;รวมทั้งสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายกัน&amp;nbsp; ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกระจายไปในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนแออัด เริ่มจากเขตคลองเตย และมีแนวโน้มที่จะพบในหลายชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 1.05pt 0in 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; แม้ว่ารัฐบาลจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์พื้นที่เหมือนกับมาตรการในปี 2563 แต่จำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตซึ่งมีจำนวนสูงมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขาย&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป อาชีพภาคบริการ จากการตกงาน ถูกพักงาน ความสามารถในการหารายได้ลดลง &amp;nbsp;และบางส่วนจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้&amp;nbsp; ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 สถาบันฯ และเครือข่ายองค์กรชุมชน ได้ร่วมกันประเมินความเดือดร้อนของสหกรณ์โครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อพิจารณามาตรการด้านสินเชื่อที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาดังกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากการสำรวจพบว่า &amp;nbsp;มีสหกรณ์ในโครงการบ้านมั่นคงที่ได้รับผลกระทบและเสนอให้สถาบันฯ พิจารณาช่วยเหลือในเรื่องการชำระหนี้ &amp;nbsp;จำนวนทั้งสิ้น 271 องค์กร &amp;nbsp;(คิดเป็นร้อยละ 62.44 ขององค์กรผู้ใช้สินเชื่อโครงการบ้านมั่นคง) จำแนกเป็น 3 กลุ่ม &amp;nbsp;ดังนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กลุ่มที่ 1 องค์กรที่สามารถชำระคืนตามปกติ &amp;nbsp;ยังอยู่ในสถานการณ์ที่รับภาระสินเชื่อได้ จำนวน 163 องค์กร &amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 สหกรณ์ที่สมาชิกบางส่วนได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 122 องค์กร &amp;nbsp;และ กลุ่มที่ 3 สหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง เช่น&amp;nbsp; สมาชิกเกินร้อยละ 50 ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; หรือมีรายได้ลดน้อยลง&amp;nbsp; ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีผู้ติดเชื้อหรือเสียชีวิตในชุมชน &amp;nbsp;โดยมีสมาชิกต้องกักตัวตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโควิด &amp;nbsp;จำนวน 149 องค์กร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นายสมชาติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้&amp;nbsp; พอช. ได้รับการร้องทุกข์จากชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 &amp;nbsp;ซึ่งเครือข่ายชุมชนได้พยายามช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่าที่จะทำได้&amp;nbsp; แต่เนื่องจากปัญหาครั้งนี้มีความรุนแรงและมีการแพร่ระบาดสู่ชุมชนในวงกว้างมากกว่าในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยเฉพาะชุมชนแออัดในเมืองและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบโดยตรงตามที่ปรากฏในพื้นที่และสื่อต่าง ๆ&amp;nbsp; (ข้อมูลเมื่อวันที่&amp;nbsp; 11&amp;nbsp; พ.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อในชุมชนบ้านมั่นคง/ชุมชนแออัด&amp;nbsp; 130 ชุมชน&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อรวม 493 ราย ผู้ถูกกักตัว 1,388 ราย) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ดังนั้น พอช. จึงต้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนให้ทันการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยป้องกัน &amp;nbsp;ลดความรุนแรงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในวงกว้างต่อสังคมโดยรวม&amp;nbsp; ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการพักชำระหนี้&amp;nbsp; การเสริมสภาพคล่องทางการเงิน&amp;nbsp; การลดภาระค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;มติที่ประชุมเห็นชอบเห็นชอบการพักชำระหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน&amp;nbsp; โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างการพักชำระหนี้ให้กับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อ 149 องค์กร &amp;nbsp;ยอดหนี้รวม 1,899.31 ล้านบาท &amp;nbsp;รายได้ดอกเบี้ยที่จะลดลงในปี 2564 จำนวน 18.22 ล้านบาท&amp;nbsp; และเห็นชอบการพักชำระหนี้ให้กับองค์กรผู้ใช้สินเชื่อในระยะถัดไป ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นจนกระทบกับความสามารถในการชำระคืน &amp;nbsp;รวมถึงองค์กรสินเชื่อประเภทอื่น ๆ นอกจากโครงการบ้านมั่นคง โดยให้ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติและรายงานให้คณะกรรมการทราบในการประชุมครั้งต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. บอกถึงมติของที่ประชุมบอร์ด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนระยะเวลาในการพักชำระหนี้&amp;nbsp; จะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp; หรือจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้สำหรับสหกรณ์หรือองค์กรชุมชนที่มีความพร้อมจะพักชำระหนี้&amp;nbsp; ส่วนสหกรณ์หรือองค์กรอื่นๆ อาจจะขยับเป็นเดือนต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ที่ประชุมบอร์ด พอช.ได้กำชับให้สหกรณ์และองค์กรชุมชนที่พักชำระหนี้ได้คำนึงถึงการรักษาวินัยทางการเงินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า-พัฒนาคุณภาพชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างงาน-สร้างรายได้ในชุมชนใช้งบ 30 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ที่ประชุมบอร์ด พอช.ยังเห็นชอบโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด &amp;nbsp;โดยแยกเป็น 1.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนเฉพาะหน้าและพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; งบประมาณรวม 20 ล้านบาท&amp;nbsp; เช่น ดูแลช่วยเหลือกลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อน ผู้ป่วย ผู้ที่ต้องกักตัว และกลุ่มปราะบางในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การแจกจ่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; margin-top:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; margin-top: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การวัดไข้และแจกอาหารที่ชุมชนในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ป้องกันและเฝ้าระวังในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แจกจ่ายหน้ากาก &amp;nbsp;เจลล้างมือ/น้ำยาฆ่าเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครื่องวัดอุณหภูมิ-วัดไข้คนในชุมชน ตรวจเยี่ยม-คัดกรองคนเข้า-ออกในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพัฒนาอาชีพและพื้นที่ในการผลิตอาหาร&amp;nbsp; เพื่อยังชีพและเลี้ยงชีพคนในชุมชน เป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารที่คนในชุมชนเข้าถึงและปลอดภัย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ทำเกษตร &amp;nbsp;ปลูกผักบริเวณบ้านหรือพื้นที่ส่วนกลาง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp;อาหารทะเล &amp;nbsp;สินค้า &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ระหว่างเมืองกับชนบท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างชุมชน&amp;nbsp; การเชื่อมโยงกลไกการขับเคลื่อนงานในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน&amp;nbsp; โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีพัฒนาทุกภาคส่วน&amp;nbsp; โดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวง พม. รวมงบประมาณ 20 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.สนับสนุนการพัฒนา&amp;nbsp; ปรับปรุง&amp;nbsp; ซ่อมแซมระบบสาธาณูปโภคและที่อยู่อาศัยในชุมชนให้มีความมั่นคง&amp;nbsp; ปลอดภัย&amp;nbsp; และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม&amp;nbsp; งบประมาณรวม 10 ล้านบาท&amp;nbsp; ทั้งในชุมชนบ้านมั่นคงที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ &amp;nbsp;มีความจำเป็นต้องปรับปรุงเพิ่มเติม &amp;nbsp;และชุมชนแออัดที่ยังไม่เข้าสู่โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งจะช่วยสร้างงานให้กับคนในชุมชนได้มีงานทำและมีรายได้&amp;nbsp; หรือคนที่ตกงานกลับสู่ชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังเป็นการกระจายเม็ดเงินไปยังร้านค้าและผู้ประกอบการในชุมชนให้มีเงินหมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:31.35pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เผยโควิดรอบแรกปี 2563&amp;nbsp; พอช.พักชำระหนี้ 409 องค์กร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต1,754 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วงการสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ระลอกแรกในปี 2563&amp;nbsp; บอร์ด พอช.ได้เห็นชอบการพักชำระหนี้องค์กรผู้ใช้สินเชื่อเป็นระยะเวลา 6 เดือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีองค์กรผู้ใช้สินเชื่อที่ได้รับประโยชน์ 409 องค์กร &amp;nbsp;ไม่ต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในระหว่างเดือนเมษายน &amp;ndash; กันยายน 2563 &amp;nbsp;รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 76.07&amp;nbsp; ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ยังสนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยในชุมชนเมืองและชนบท&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณคงเหลือจากโครงการบ้านมั่นคงที่ไม่มีภาระผูกพัน 144.25 ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสนับสนุนโครงการของชุมชนไปทั้งหมด 1,754 โครงการ 535,577 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็นชุมชนเมือง 220 เมือง 2,931 ชุมชน&amp;nbsp; และพื้นที่ชนบท 1,534 ตำบล&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 126.52 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:1.05pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 1.05pt 0in 0in; text-align: center;&quot;&gt;โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่ที่ อ.เถิน จ.ลำปาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแพร่ระบาดของโควิดในปี 2564 นี้&amp;nbsp; พอช.ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้รวมตัวกันจัดตั้ง &amp;lsquo;เครือข่ายองค์กรชุมชนสู้ภัยโควิด&amp;rsquo; ขึ้นมา &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดยมีคณะทำงาน 23 คน&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันระดมทุนจากทุกภาคส่วนนำไปช่วยเหลือพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; โดยช่วยเหลือชาวชุมชนในเขตกรุงเทพฯ ที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปแล้ว 47 ชุมชน&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในชุมชนท้องถิ่นของตนเองด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102923</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชน, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช, พักหนี้, สร้างรายได้, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e507bf2d1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 20:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะนำหลักการคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผู้กำลังวางแผนกู้เงินต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในบรรดาขั้นตอนการขอสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด เราเชื่อว่าขั้นตอนที่คนส่วนใหญ่มักมีคำถามคาใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อหาคำตอบว่าหากฐานรายได้เราอยู่ที่จำนวนเท่านี้ เราจะสามารถทำเรื่องขอกู้เงินได้เท่าไหร่? และหลังจากทำเรื่องไปแล้ว จะต้องผ่อนจ่ายเดือนละกี่บาทและนานประมาณไหนถึงจะเหมาะสม? ในเมื่อใครหลายคนต่างก็ต้องการที่จะรู้หลักในการคำนวณเรื่องนี้เพื่อให้ตัวเองสามารถวางแผนคร่าวๆ ก่อนยื่นเรื่องของสินเชื่อได้ วันนี้เราจึงไม่พลาดที่จะมาบอกวิธีคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลแบบง่ายๆ มาให้ทุกคนได้ลองไปอ่านกัน ส่วนจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;วิธีคำนวณแบบใช้ตัวเลข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปกติแล้ว เวลาที่เราไปขอสินเชื่อกับทางธนาคาร เราจะไม่สามารถกำหนดวงเงินที่ตัวเองต้องการได้เสมอไป เนื่องจากธนาคารจะเป็นผู้ประเมินและคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลของเราทั้งหมดด้วยการนำเอารายได้ต่อเดือนของเรามาใช้เป็นเกณฑ์หลักในการกำหนดรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการกู้เงิน ไม่ว่าจะเป็นวงเงินที่จะได้รับ, จำนวนเงินที่ต้องผ่อนต่อเดือน และระยะเวลาในการผ่อน โดยสิ่งที่ทางธนาคารจะให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือการกำหนดตัวเลขที่สอดคล้องกับรายได้เพื่อไม่ให้ผู้กู้ต้องแบบรับค่าใช้จ่ายในการผ่อนที่มากจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถึงแม้ว่าธนาคารหรือสถาบันทางการเงินแต่ละแห่งจะมีรายละเอียดปลีกย่อยในการคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้ว ทางสถาบันทางการเงินส่วนใหญ่ก็มักการกำหนดว่า หากผู้ขอกู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท วงเงินที่จะได้รับก็จะไม่เกิน 1.5 - 2 สองเท่าของเงินเดือน แต่หากเป็นในกรณีที่ผู้กู้มีเงินเดือนมากกว่า 30,000 บาทขึ้นไป ทางสถาบันทางการเงินจะอนุมัติวงเงินทั้งหมดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ พอรู้รายละเอียดคร่าวๆ ตรงนี้แล้ว เราก็สามารถหยิบเครื่องคิดเลขมาลองคำนวณหาวงเงินเบื้องต้นกันได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;วิธีคำนวณแบบไม่ใช้ตัวเลข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วิธีคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลลำดับต่อมา เราอยากจะขอบอกต่อวิธีง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบการคำนวณกันบ้าง โดยในปัจจุบัน เราสามารถค้นหาตัวเลขที่เราต้องการทราบเกี่ยวกับการคำนวณสินเชื่อได้ด้วยการนำรายละเอียดส่วนตัวของเราไปกรอกบนหน้าเว็บไซต์ของสถาบันทางการเงินที่สนใจ เช่น ฐานเงินเดือน, วงเงินที่ต้องการ และจำนวนเงินที่ต้องการผ่อนต่อเดือน เพื่อให้ระบบคำนวณตัวเลขที่เราต้องการออกมา โดยข้อดีของการเลือกคำนวณสินเชื่อช่องทางนี้ก็คือเราสามารถเข้าไปกรอกข้อมูลลงบนหน้าเว็บของสถาบันทางการเงินแต่ละแห่ง แล้วนำมาเปรียบเทียบกันเพื่อมองหาตัวเลือกที่สอดคล้องกับตัวเราเองมากที่สุดได้ นอกจากนี้หากเราสนใจสมัคร สถาบันทางการเงินหลายแห่งยังเปิดแพลทฟอร์มที่เราสามารถทำเรื่องขอสมัครผ่านระบบออนไลน์ แล้วค่อยไปยื่นเอกสารที่สาขาใกล้บ้าน พร้อมรอรับเงินเมื่อการพิจารณาเอกสารเสร็จสิ้นได้อีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ยากกันเลยใช่ไหมกับขั้นตอนการคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งแบบคำนวณโดยใช้ตัวเลขและไม่ต้องคำนวณตัวเลขที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หากใครที่กำลังวางแผนจะกู้เงินอยู่ก็อย่าลืมลองเอาขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ ของเราไปลองใช้กันด้วยล่ะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99306</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน, ธนาคาร, สินเชื่อ, สินเชื่อส่วนบุคคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_60744585ee972.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเชิญชวนผู้มีปัญหาบัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคล รับข้อเสนอไกล่เกลี่ย บรรเทาผลกระทบโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยปัญหาปากท้องของประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด -19 จึงได้ทยอยออกมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพต่างๆ ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการยสนับสนุนให้ประชาชนรักษาวินัยการเงิน ที่อาจเกิดปัญหาได้ในช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ โดยเฉพาะการดูแลไม่ให้เกิดปัญหาข้อมูลเครดิต การผิดนัดชำระ จนกระทบต่อการประกอบอาชีพในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อกว่า 22 แห่ง จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งรัฐบาลขอเชิญชวนให้ผู้กำลังประสบปัญหาเข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มีข้อเสนอผ่อนปรนสำหรับลูกหนี้ 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มลูกหนี้ NPL ที่มีคำพิพากษาและเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีแล้ว มีข้อเสนอให้ชำระเฉพาะเงินต้น ไม่มีดอกเบี้ย โดยมีการวางกรอบการชำระหนี้ไว้ 3 ระยะ คือภายใน 3 เดือน ภายใน 3 ปี และภายใน 5 ปี หากชำระได้ตามแผนก็จะยกดอกเบี้ยให้ลูกหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 2 ลูกหนี้ NPLที่ยังไม่ถูกฟ้องร้อง หรือถูกฟ้องแล้ว เมื่อสมัครเข้าร่วมมหกรรมฯ จะมีการรับเรื่องเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้ของศาล พร้อมกันนี้ ยังมีข้อเสนอผ่อนชำระ ระยะยาว เช่น ภายใน 10 ปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ขาดสภาพคล้องชั่วคราว ค้างชำระเกิน 3 เดือน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย จะช่วยแปรสภาพหนี้เป็นระยะยาว คิดดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ประชาชนที่มีปัญหาด้านการชำระหนี้ สามารถเข้าร่วมมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ฯ ด้วยการลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 14 ก.พ. ถึง 14 เม.ย. ทางเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี &amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย และศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ซึ่งภายหลังการลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับภายใน 1 สัปดาห์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1213&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่มีปัญหาด้านการชำระหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลเข้าร่วมโครงการเพื่อเปิดให้มีการไกล่เกลี่ยหนี้ พร้อมยื่นข้อเสนอเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างลูกหนี้กับสถาบันการเงิน แก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนในช่วงสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้างโดยเฉพาะมหกรรมไกล่เกลี่ยครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่ถูกบังคับคดี ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด จะสามารถไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้แทนการยึดทรัพย์ได้ น.ส.ไตรศุลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะมีมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ฯธนาคารแห่งประเทศไทย มีหลายมาตรการที่ช่วยดูแลเครดิตให้ประชาชน &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น &amp;#39;ทางด่วนแก้หนี้&amp;#39; สำหรับประชาชนและธุรกิจที่เป็นลูกหนี้ที่กำลังเดือดร้อน โดยจะช่วยรับเรื่องและเป็นตัวกลางในการส่งข้อมูล ติดต่อหรือเจรจากับผู้ให้บริการทางการเงินในกรณีจำเป็น &amp;nbsp;และมีช่องทาง &amp;#39;คลินิกแก้หนี้&amp;#39; เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระและเป็น NPL กับผู้ให้บริการเพียงรายเดียวหรือหลายราย รวมทั้งหนี้ที่อยู่ในกระบวนการของศาลและมีคำพิพากษาแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92894</URL_LINK>
                <HASHTAG>สินเชื่อ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb0ce3422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกันสังคม ฉีดงบประมาณจัดโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ รักษาการเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานวงเงินไม่เกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;10,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์ให้สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมกู้เงินกับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการนำไปเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ เพื่อเสริมสร้างสภาพคล่อง และเพิ่มผลผลิตแรงงาน โดยเป็นการกู้เพื่อ Refinance ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินปล่อยกู้ของแต่ละธนาคาร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โดยมีระยะเวลาการยื่นคำขอกู้ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึง 31 ธันวาคม 2562 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยวงเงินสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน จำนวน 10,000 ล้านบาท ได้มีการจัดสรรเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.วงเงิน 6,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่เกิน 50 คน วงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อราย 2.วงเงิน 3,000 ล้านบาท สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้าง 51 - 200 คน วงเงินกู้ไม่เกิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;10 ล้านบาทต่อราย และ3.วงเงิน 1,000 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับสถานประกอบที่มีลูกจ้างเกิน 200 คน วงเงินกู้ไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั้น สถานประกอบการที่สนใจกู้และมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี และคงที่ 3 ปี และในกรณีสถานประกอบการที่สนใจกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือใช้บุคคลค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ร้อยละ 5 ต่อปี และคงที่ 3 ปี อย่างไรก็ดีขณะนี้มีธนาคารเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานแล้ว จำนวน 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ ข้อกำหนดของสถานประกอบการที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3 เดือน และต้องรักษาจำนวนผู้ประกันตนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ประกันตน ณ วันที่ได้รับสินเชื่อตลอดอายุโครงการ 3 ปี โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของสำนักงานประกันสังคมเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงแรงงาน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ซึ่งเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการประกันสังคมว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;พ.ศ.2559 ที่สามารถนำเม็ดเงินไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินกองทุนประกันสังคมมาลงทุนทางสังคม เพื่อประโยชน์ทางอ้อมแก่นายจ้างและผู้ประกันตนได้ นอกจากจะช่วยเป็นทุนหมุนเวียนและเสริมสร้างสภาพคล่องในสถานประกอบการ รักษาสภาพการจ้างงานแล้ว ยังทำให้เกิดทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;และพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0cm; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20684</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, การจ้างงาน, นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ, ประกันสังคม, สินเชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd137e0942fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
