<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธพว.เตรียมคิกออฟสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 1% ช่วย SME เปิดกู้วันที่ 11 ส.ค.นี้เวลาบ่ายโมง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ส.ค. 2564 ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ในฐานะหน่วยร่วมดำเนินงาน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ภายใต้ &amp;ldquo;โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย&amp;rdquo; วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยพิเศษ 1% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี &amp;nbsp;วงเงินกู้ บุคคลธรรมดาสูงสุด 3 แสนบาท นิติบุคคลสูงสุด 5 แสนบาท &amp;nbsp;ที่จะเปิดแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ ในวันพุธที่ 11 สิงหาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป &amp;nbsp; ในรูปแบบมาก่อนได้ก่อน (First Come First Serve) &amp;nbsp;จนกว่าจะเต็มวงเงิน &amp;nbsp;และอนุมัติตามความพร้อมของเอกสาร &amp;nbsp;จึงขอแนะนำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจ ตรวจสอบคุณสมบัติ และเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อความสะดวกในการแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ และพิจารณาอนุมัติ เช่น ต้องเป็นสมาชิก สสว. อยู่ในกลุ่มรายย่อย (Micro) และขนาดย่อม (Small) ตามนิยามของ สสว. ประกอบธุรกิจโรงแรม ห้องพัก เกสต์เฮ้าส์ และธุรกิจสปาที่ตั้งอยู่ในโรงแรม ห้องพัก เกสต์เฮาส์ &amp;nbsp;ใน 10 จังหวัด พื้นที่นำร่องเปิดการท่องเที่ยว หรือที่จะมีประกาศเพิ่มเติม รวมถึง กลุ่มธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ใน 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด &amp;nbsp;อีกทั้ง ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือเงินทุนในโครงการพลิกฟื้นฯ โครงการฟื้นฟูฯ หรือกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ไม่เป็นหนี้ NPLs ไม่ถูกดำเนินคดี และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นต้น ส่วนเอกสารจำเป็นที่ต้องใช้เพื่อพิจารณาอนุมัติ เช่น ใบอนุญาตเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ , หลักฐานการชำระภาษีเงินได้ , ผลตรวจข้อมูลเครดิต เป็นต้น โดยสามารถตรวจสอบคุณสมบัติ และเอกสารที่ต้องจัดเตรียมโดยละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของ SME D Bank ( &amp;nbsp;https://www.smebank.co.th/ ) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจและมีคุณสมบัติตรงตามกำหนด สามารถแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตามวันและเวลาที่กำหนด โดยสแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือคลิก https://qrgo.page.link/VF6Ka รวมถึง เว็บไซต์ของ SME D Bank , Line OA : SME Development Bank &amp;nbsp;และแอปพลิเคชั่น : SME D Bank &amp;nbsp;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกเบี้ย 1%, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.), สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ, เอสเอ็มอีแบงก์, โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112057a9de41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธพว.อัดสินเชื่อพิเศษดอกเบี้ย 3% อุ้มเอสเอ็มอีหนุนจ้างงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในการเป็นประธานเปิดโครงการ &amp;ldquo;เติมพลัง SMEsไทย ก้าวไปด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ณ เทศบาลตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ ว่า รัฐบาล&amp;nbsp; โดยการนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ห่วงใยและเล็งเห็นถึงปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; เนื่องจากเอสเอ็มอีเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย&amp;nbsp; จึงมอบหมายนโยบายให้ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเร่งด่วน ด้วยการจัดสรรเงินทุนให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ดำเนินการ&amp;nbsp; ดังนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม จึงสั่งการให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;เติมพลัง SMEsไทย ก้าวไปด้วยกัน&amp;rdquo; ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจังหวัดสมุทรปราการและใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจาก ธพว. ได้สะดวกครบถ้วนในจุดเดียว&amp;nbsp; เพื่อให้มีเงินทุนไปใช้หมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง ฟื้นฟูธุรกิจ&amp;nbsp; และส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่&amp;nbsp; นอกจากนั้น ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เอสเอ็มอีทั่วประเทศรับรู้ถึงบริการสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจาก ธพว. เพื่อเข้ามาใช้บริการอย่างกว้างขวาง


ทั้งนี้ จังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูง เพราะมีโรงงานอุตสาหกรรมระดับเอสเอ็มอีตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; การลงพื้นที่จัดโครงการในครั้งนี้ ธพว.ได้จัดเตรียมทีมงานให้คำแนะนำและช่วยบริการพาเข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษต่างๆ ได้ทันที&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สินเชื่อรายเล็ก Extra Cash เพื่อกลุ่มนิติบุคคลธุรกิจท่องเที่ยว วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี&amp;nbsp; ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และ สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.875% ต่อปี ใน 3 ปีแรก เป็นต้น


ภายในงาน ยังมีพิธีมอบป้ายสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จ.สมุทรปราการ ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจาก ธพว. ในโครงการ &amp;ldquo;เติมพลัง SMEsไทย ก้าวไปด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; รวม 41 ราย วงเงิน 62,319,000 บาท&amp;nbsp; โดยนับแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธพว.&amp;nbsp; สนับสนุนสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอีในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จำนวน 431 ราย วงเงิน 565&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเป็นการอนุมัติเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp; จำนวน 250 ราย&amp;nbsp; วงเงิน 285 ล้านบาท


นายสุริยะ เผยด้วยว่า ก่อนหน้านี้ กระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมายให้ ธพว.&amp;nbsp; ช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp; โดยดำเนินมาตรการพักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 12 เดือน ควบคู่กับเติมทุนใหม่เสริมสภาพคล่อง วงเงิน 1,700 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี อายุสัญญา 5 ปี ให้แก่เอสเอ็มอีในโครงการสินเชื่อประชารัฐต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และเป็นทุนหมุนเวียน&amp;nbsp; โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 มีเอสเอ็มอีเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้เงินต้น รวม 3,123 ราย วงเงิน 6,230.27 ล้านบาท&amp;nbsp; และได้รับอนุมัติสินเชื่อใหม่ 2,364 ราย วงเงิน 534.62 ล้านบาท


นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวว่า จากที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp; มอบนโยบายให้ ธพว. ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;เติมพลัง SMEsไทย ก้าวไปด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อผลักดันสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษของ ธพว. ไปสู่เอสเอ็มอี&amp;nbsp; โดยเฉพาะรายย่อยทั่วประเทศ ดังนั้น&amp;nbsp; ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp; ธพว. ได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;SME D Services Extra Cash&amp;rdquo; ในหลายพื้นที่&amp;nbsp; เช่น กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เชียงใหม่ ระยอง น่าน และนครราชสีมา เป็นต้น สามารถสร้างประโยชน์ให้เอสเอ็มอี&amp;nbsp; 276 ราย พาเข้าถึงแหล่งทุนแล้ววงเงินกว่า 326 ล้านบาท และจะดำเนินการจัดอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศต่อไป


สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร ภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ&amp;nbsp; เทศบาลตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ และ ธพว. ภายในงานมีกิจกรรม &amp;ldquo;SME D Services Extra Cash&amp;rdquo; ซึ่งเป็นบริการ ONE Stop Services สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษของ ธพว.ได้ครบถ้วนในจุดเดียว


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71295</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเอสเอ็มอี, ธพว., นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0bfa3eda5e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 00:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 06:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 2%  วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท พร้อมลดภาษีให้ผู้ประกอบการ สู้วิกฤตโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มี.ค.2563 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอไป โดยมีมาตรการด้านการเงิน ประกอบด้วย 4 มาตรการ ดังนี้ 1.สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ดอกเบี้ยไม่เกิน 2% เป็นเวลา 2 ปี ปล่อยกู้ให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อราย ในวงเงิน 150,000 ล้านบาท 2.มาตรการพักต้นเงินลดดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้ ของสถาบันการเงินทั้ง ออมสิน ธ.ก.ส และ ธพว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกแนวทาง ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นสินเชื่อปกติ เพื่อให้ลูกหนี้มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ 4.มาตรการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของสำนักงานประกันสังคม ที่จะร่วมกับสถาบันการเงินสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 30,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย 3% ระยะเวลา 3 ปี ให้แก่สถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมและจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังมีมาตรการภาษี ประกอบด้วย 4 มาตรการ ดังนี้ 1.มาตรการคืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ โดยลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายจากอัตรา 3% เหลืออัตรา 1.5% สำหรับการจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2563 - 30 ก.ย. 2563 2. มาตรการภาษีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีที่เข้าร่วม สามารถหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า สำหรับรายจ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เม.ย. - 31 ธ.ค. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.มาตรการส่งเสริมเสถียรภาพของการจ้างงาน โดยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถนำรายจ่ายมาหักรายจ่ายมาหักภาษีได้ 3 เท่า 4.มาตรการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการภายในประเทศ ที่ยื่นทางอินเทอร์เน็ตจะได้รับคืนภายใน 15 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ประกอบด้วย 6 มาตรการ ดังนี้ 1.มาตรการบรรเทาภาระการจ่ายค่าน้ำค่าไฟ รัฐวิสาหกิจ 2. มาตรการลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง จากอัตรา 5% เป็น 0.1% ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 3 เดือน 3.ลดหรือชะลอหรือเลื่อนการเก็บค่าธรรมเนียมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ 4. ให้หน่วยงานเร่งเบิกจ่ายเงินงบลงทุนวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. มาตรการสร้างความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุน โดยให้ประชาชนทั่วไปหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ไม่น้อยกว่า 65% แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และถือหน่วยลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 10 ปี 6.มาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 สร้างแรงจูงใจในการคงการจ้างงาน โดยได้เตรียมวงเงิน 20,000 ล้านบาท จากงบกลางรองรับการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามที่กระทรวงพลังงานเสนอมา ได้แก่การคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าวงเงิน 300 ล้านบาท การเร่งรัดเบิกจ่ายกองทุนพัฒนาไฟฟ้าพื้นที่ 72 จังหวัดวงเงินรวม 4,064 ล้านบาท การกำกับดูแลอัตราค่าไฟ วงเงินประมาณ 4,534 ล้านบาทและมาตรการอื่นๆของการไฟฟ้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ครม., ซอฟต์โลน, ลดภาษี, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ, โรคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26e26476bc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
