<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนาผนึกรับมือธปท.เข้มปล่อยสินเชื่อ ดีเดย์  1 เม.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เสนารับมือแบงก์ชาติเข้มปล่อยสินเชื่อ ดีเดย์ &amp;nbsp;1 เม.ย.นี้ ลดเพดานปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย คาดมีผลชะลอตัวระยะสั้น ต่อการตัดสินใจซื้อ ระยะยาวสะท้อนความต้องการตลาดที่แท้จริง ลดปัญหาการเก็งกำไร &amp;nbsp; จับมือ 5 สถาบันการเงิน จัดกิจกรรมให้ความรู้แผนบริหารจัดการทางการเงินในการกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เตรียมอัดแคมเปญพิเศษสร้างแรงจูงใจลูกค้าตัดสินใจซื้อบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
01 เม.ย. 62- นางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA &amp;nbsp; เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ภายหลังจากที่มาตรการการลดเพดานปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ &amp;nbsp; LTV &amp;nbsp; &amp;nbsp;(loan to Value) &amp;nbsp;โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562 นั้น &amp;nbsp;ทางเสนา ได้วางแผนรองรับกับการเปลี่ยนแปลงในแนวทางต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งในเรื่องการทำการตลาด และทำความเข้าใจกับผู้บริโภค โดยเฉพาะในขั้นตอนการวางแผนการทางการเงินเพื่อการซื้อที่อยู่อาศัย ร่วมกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับกติกาใหม่ของการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น &amp;nbsp;โดยมั่นใจว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีระยะยาว ที่สามารถสะท้อนต่อความต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริงได้ในอนาคต &amp;nbsp;มากกว่าการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุน และเก็งกำไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลจากมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะมีผลในระยะสั้น ต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมอสังหาฯด้วยปริมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูงที่มี ซัพพลายเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมียอดเร่งโอนกรรมสิทธิ์ และซื้ออสังหาฯในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่มาตรการดังกล่าว อาจเป็นอุปสรรคหากมีการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถสำรองเงินได้เพียงพอในทันทีเพื่อรองรับกรณีที่จะได้รับวงเงินสินเชื่อกู้ซื้อบ้านที่อาจน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ทางเสนาได้เตรียมความพร้อมร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อทำความเข้าใจในการวางแผนทางการเงินต่าง ๆให้กับผู้ซื้อ ผ่านการจัดกิจกรรมร่วมกับ สถาบันการเงินต่างๆ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นธนาคารยูโอบี ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรและธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)มาร่วมให้คำแนะนำกับลูกค้าในการเตรียมแผนทางการเงิน &amp;nbsp;เพื่อการซื้อที่อยู่อาศัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ลูกค้ามีการตรวจสอบสถานะทางการเงินของตัวเอง โดยดูความสามารถในการขอกู้เงินล่วงหน้า 1 ปี ก่อนจะถึงเวลาที่ต้องยื่นหลักฐานทางการเงินเพื่อขอเงินกู้จากธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทเสนายังได้มีกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับลูกค้าที่ต้องวางเงินดาวน์เพิ่มสูงขึ้นโดยจะมีส่วนลด พิเศษ 2 - 5% ของเงินดาวน์ เป็นการส่งเสริมทางการตลาดเพื่อให้เกิดการโอนที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น ผ่านแคมเปญ พิเศษ &amp;ldquo;Top Up Down&amp;rdquo; ที่จะจัดให้สำหรับโครงการที่กำลังจะมีการโอนที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายการเปิดโครงการของเสนาในปี 2562 &amp;nbsp;มีแผนเปิดทั้งสิ้น 22 โครงการ รวมมูลค่าลงทุนในโครงการทั้งหมด &amp;nbsp;24,000 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยแบ่งเป็นโครงการ &amp;nbsp;แนวราบและแนวสูง &amp;nbsp;ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล &amp;nbsp;รวมถึงต่างจังหวัด เมืองรอง และกลุ่มพื้นที่อีอีซี เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ ซึ่งปีนี้ เป็นครั้งแรกของ เสนา ที่ มีแผนขยายการพัฒนาโครงการออกไปต่างจังหวัด &amp;nbsp;เช่น ลพบุรี &amp;nbsp;อุดรธานี และชลบุรี เป็นต้น &amp;nbsp;โดยจะพัฒนาบ้านที่อยู่อาศัยแนวราบ เพื่อรองรับลูกค้าที่ความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่างจังหวัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย, บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน), สินเชื่อที่อยู่อาศัย, เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190111/image_mid_5c38892704dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.คุมสินเชื่อบ้านหรู - หลังที่สองล้อมคอกฟองสบู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ธปท. ผุดเกณฑ์คุมสินเชื่อบ้าน ขีดเส้นราคาบ้านตั้งแต่ 10 ล้านบาท และบ้านหลังที่ 2 ต้องวางเงินดาวน์อย่างน้อย 20%&amp;nbsp;ของมูลค่าหลักประกัน ล้อมคอกฟองสบู่ ด้าน &amp;ldquo;สมคิด-แบงก์รัฐ&amp;rdquo; ประสานเสียงเห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการกลุ่มงานด้านเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงที่ผ่านมามีการแข่งขันที่รุนแรงทำให้มาตรฐานการให้สินเชื่อหย่อนลง เช่นกรณีที่ไม่ต้องมีเงินดาวน์หรือเงินออมก่อนกู้ แต่ก็สามารถขอสินเชื่อได้ จนเกิดเป็นสินเชื่อที่ไม่สัมพันธ์กับรายได้ และกลายเป็นหนี้เสีย อีกทั้งยังพบว่าสัญญาณการกู้ซื้อเพื่อลงทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และมีการกู้ซื้อมากกว่า 1 หลัง ผ่านการผ่อนหลายสัญญากู้พร้อมกัน ธปท.จึงต้องมีการออกการกำกับดูแลให้มีความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าเราไม่ทำอะไรจะทำให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบที่สูงมากขึ้น ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่าบทเรียนที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นในแง่ของวิกฤตเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่ก็จะเกิดขึ้นมาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นวัตถุประสงค์ในการออกนโยบาย&amp;nbsp;macroprudential&amp;nbsp;ในครั้งนี้ เราจะออกมาตรการในลักษณะที่เป็นเชิงป้องกัน เรายังไม่ได้คิดว่าเป็นลักษณะที่เป็นความเสี่ยงในเชิงระบบในปัจจุบัน เพื่อสร้างตัวมาตรฐานในการปล่อยสินเชื่อที่ดีในระบบการเงิน&amp;quot; นายสักกะภพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง มีการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ที่เติบโตได้ดี เช่นเดียวกับอุปทานของตลาดที่ผู้ประกอบการดันโครงการใหม่ ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอาคารชุดเเละที่ดิน การปรับปรุงเกณฑ์การกำกับดูเเลครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้มีความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักเกณฑ์แรกยังคงให้มีการวางเงินดาวน์อย่างน้อย 20% ของมูลค่าหลักประกัน สำหรับการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป รวมทั้งการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยตั้งแต่หลังที่ 2 เป็นต้นไป ให้ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันที่เดิมกำหนดให้วางเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10%&amp;nbsp;&amp;nbsp;ด้านการคำนวณส่วนที่สถาบันการเงินปล่อยกู้ได้ จะให้นับรวมเงินกู้ทุกประเภทที่ใช้หลักประกันเดียวกัน หรือที่เรียกว่าสินเชื่อ&amp;nbsp;Top up&amp;nbsp;อาทิ สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจ่ายเบี้ยประกันชีวิต สินเชื่อเพื่อการปรับปรุงซ่อมเเซม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมาตรการนี้คาดว่าจะช่วยให้ประชาชนที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง สามารถซื้อบ้านได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ที่ซื้อเพื่อลงทุน ก็จะรับความเสี่ยงได้ดีขึ้น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ สามารถวางแผนลงทุนได้เหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดโอกาสฟองสบู่ รวมถึงสถาบันการเงินก็จะมีคุณภาพสินเชื่อที่ดีขึ้น และมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของมูลค่าหลักประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;www.bot.or.th&amp;nbsp;จนถึงวันที่ 22 ต.ค.2561 แต่จะเปิดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ในวันที่ 11 ต.ค. 2561 และจะออกประกาศได้ในเดือน พ.ย. โดยคาดว่าเกณฑ์จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.การคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 ต.ค.2561 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เรียกผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และผู้ที่เดี่ยวข้องเข้าหารือมาตรการควบคุมการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเชื่อว่า เอกชนก็จะมีข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่คล้ายกับทาง ธปท. นำไปหารือให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน ให้ได้ข้อยุติที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์กับการเดินหน้าเศรษฐกิจประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการรายงานข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เชื่อว่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยยังไม่มีความน่ากังวลมาก เนื่องจากปริมาณซัพพลายในตลาดปีนี้ มีน้อยกว่าปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณการโอนที่อยู่อาศัยสะสมก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนยอดการจองยังทรงตัว ไม่พบความผิดปกติ จึงไม่ต้องกังวลอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังเชื่อว่าภาคอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มขยายตัวดีอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องมีการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ส่วนมาตรการคุมสินเชื่อของ ธปท. ก็ต้องรับฟังความเห็นให้รอบด้าน ซึ่งปัจจุบัน ที่อยู่อาศัยแนวราบและการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังแรก ไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนกลุ่มคอนโดมิเนียม ก็ต้องจำแนกให้ดี เพราะมีลูกค้าที่มีรายได้หลายหลาย และมีราคาขายที่แตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การคุมการปล่อยสินเชื่อต่อราคาที่อยู่อาศัย (LTV)&amp;nbsp;ก็ควรดูภาวะตลาด เช่น บ้านหลังที่สอง ก็ปรับ&amp;nbsp;LTV&amp;nbsp;ลดลงได้ และต้องดูคุณภาพสินเชื่อ ภาพรวมหนี้เสีย มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยหรือไม่ เพราะ&amp;nbsp;LTV&amp;nbsp;ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพสินเชื่อ แต่ต้องดูผู้บริโภคเป็นหลัก ส่วนแนวโน้มการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ พบว่ายังอยู่ในสัดส่วนเฉลี่ย 10% ยังเป็นตัวเลขที่พอรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมออกมาตรการมาควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยว่า&amp;nbsp;หาก ธปท.จะออกมาคุมก็ไม่เป็นไร เพราะเชื่อว่าในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐมีการปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ซึ่งการควบคุมก็น่าจะช่วยให้การปล่อยกู้มีความรอบคอบมากขึ้น และเป็นการดูแลสินเชื่อในระบบซึ่งเป็นเรื่องที่ดี แต่มองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อการปล่อยกู้ของระบบสถาบันการเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะผู้มีรายได้น้อยก็ยังมีความต้องการที่อยู่อาศัยอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.ไม่ได้รับผลกระทบจากการออกเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ของ ธปท. เนื่องจาก ธอส.ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ที่มีรายได้น้อยและปานกลาง แม้ว่าจะเป็นบ้านหลังที่สอง ก็เป็นที่อยู่อาศัยที่มีการอยู่จริง ไม่ใช่เป็นการซื้อไปเพื่อเก็งกำไร อีกทั้ง ธอส.ปล่อยกู้ตามสัดส่วนความสามารถชำระหนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;(DSR)&amp;nbsp;ที่ 1 ใน 3 ต่างจากธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อย 70-90% ของราคาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 11 ต.ค.2561 จะเดินทางเข้าไปร่วมให้ความเห็นกับ ธปท. เพื่อต้องการรับฟังคำอธิบายและยืนยันรายละเอียดให้มีความชัดเจนว่าเกณฑ์ดังกล่าว มีการคุมสินเชื่อในส่วนใดบ้าง แต่เชื่อว่า จะทำให้การปล่อยสินเชื่อกลับมาอยู่บนหลักเกณฑ์เดียวกันที่มีความยุติธรรม ซึ่งจะส่งผลให้ ธนาคารพาณิชย์ เลิกกระตุ้นสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยการให้โปรโมชั่นต่างๆ และมาแข่งในเรื่องการบริหารต้นทุน เช่น การแข่งขันในเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดว่า ต้องการให้ ธปท.มีการผ่อนปรนการปล่อยกู้บ้านราคาไม่เกิน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ล้านบาท รวมถึงบ้านหลังแรก เพื่อสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเอง แต่ยอมรับว่าหากมาตรการออกมาใช้จะมีผลกระทบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อลดลง เพราะต้องใช้เวลาเตรียมเงินดาวน์ รวมถึงไว้ซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19150</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ธปท., บ้านหรู, สินเชื่อที่อยู่อาศัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5a5524105f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 10:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 10:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรุ่นใหม่แห่รูดปรื๊ด กระทบขอกู้บ้าน รับกลุ่มล่างถูกแบงก์ปฏิเสธ 10-20%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;เสนา&amp;#39; ชี้คนรุ่นใหม่แห่รูดปรื๊ดใช้เงินอนาคต ผ่อนกระหน่ำ กระทบยื่นซื้อที่อยู่อาศัย รับกลุ่มล่างถูกปฏิเสธ 10-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) เปิดเผยว่า ขณะนี้พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินของคนรุ่นใหม่ที่ปรับเปลี่ยนไป ส่งผลต่อการยื่นขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินมีแนวโน้มถูกปฏิเสธเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเป็นหนี้บัตรเครดิตในการผ่อนชำระสินค้าต่าง ๆ แม้จะผ่อน 0% ก็ตาม แต่วงเงินถูกคำนวณไว้แล้ว ทำให้เมื่อยื่นขอสินเชื่อ จึงไม่มีวงเงินและความสามารถในการชำระเพียงพอที่สถาบันการเงินจะพิจารณาปล่อยกู้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันภาพรวมการถูกปฏิเสธจากสถาบันการเงินของลูกค้าบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ 10-20% โดยส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าระดับล่างที่มีเงินเดือนเฉลี่ย 15,000-20,000 บาทต่อเดือน ถือเป็นปัญหาที่ต้องติดตาม เพราะส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้จ่ายของลูกค้าที่ใช้จ่ายเงินอนาคต ผ่านบัตรเครดิตในการผ่อนชำระ ส่งผลให้ไม่มีวงเงินที่พอต่อการกู้ หากลูกค้าต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ก็ควรเก็บออมและใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่จำเป็นเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 61 ยังมีแนวโน้มเติบโตดี เพราะได้รับปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น การลงทุนของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ สนับสนุนความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคระดับกลางและระดับบนเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทสร้างยอดขายไตรมาสแรกได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท &amp;nbsp;และในไตรมาส 2 จะแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 1 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียม ย่านติวานนท์ มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท เริ่มเปิดพรี เซลล์ ช่วงเดือน มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6985</URL_LINK>
                <HASHTAG>SENA, กู้บ้าน, สินเชื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อบ้าน, อสังหาริมทรัพย์, เงินผ่อน, เสนา, เสนา ดีเวลลอปเม้นท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acecf5e9deda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
