<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังแจ้งอนุมัติประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ทั่วประเทศ 985 ราย ปล่อยกู้ 4. 2 พันล้าน เจอหนี้เสีย  17.6%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค. 2564 นางสาวสภัทร์พร &amp;nbsp;ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้มีหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) เข้าร่วมมาตรการเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับลูกหนี้ตามความเหมาะสมเพื่อร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564ภาพรวมการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์มีจำนวนผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์และเปิดดำเนินการแล้วสะสมสุทธิ985 ราย ใน 75 จังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (579 ราย) รองลงมา ได้แก่ ภาคกลาง (161 ราย) ภาคเหนือ (126 ราย) ภาคตะวันออก (67 ราย)และภาคใต้ (52 ราย) ตามลำดับทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ที่กระทรวงการคลังได้เปิดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2564ได้มีการอนุมัติสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้กับประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 553,974 บัญชี รวมเป็นวงเงิน 12,698.10 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 22,921.83 บาทต่อบัญชี ซึ่งมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1)สินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกไฟแนนซ์สะสมสุทธิทั้งสิ้น885 ราย ใน 74 จังหวัดและมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 847 รายใน 74 จังหวัดโดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (79 ราย) กรุงเทพมหานคร (67 ราย) และขอนแก่น (51 ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2)สินเชื่อประเภทพิโกพลัส ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564มีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินเชื่อประเภทพิโกพลัสสะสมสุทธิทั้งสิ้น 156 รายใน 49 จังหวัดและมีจำนวนผู้เปิดดำเนินการแล้ว 138 ราย ใน 45จังหวัด โดยจังหวัดที่มีผู้เปิดดำเนินการมากที่สุด3 อันดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา (20 ราย) อุดรธานี (9 ราย) อุบลราชธานีและกรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 8 ราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ภาพรวมสถานะสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม2564มียอดสินเชื่อคงค้างจำนวนทั้งสิ้น198,217บัญชี คิดเป็นจำนวนเงิน 4,233.97 ล้านบาทโดยมีสินเชื่อค้างชำระ 1 - 3 เดือน สะสมรวมทั้งสิ้น27,432 บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม627.87ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.83 ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม และมีสินเชื่อค้างชำระที่เกินกว่า 3 เดือน (NPL) สะสมรวมจำนวน 32,440บัญชี หรือคิดเป็นจำนวนเงินสะสมรวม748.27ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.67ของยอดสินเชื่อคงค้างสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังคงดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมายซึ่งนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายจำนวนสะสม 9,596ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 จำนวน 244 ราย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ที่เปิดดำเนินการได้ทางเว็บไซต์ www.1359.go.th และสามารถร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายได้โดยตรงที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;bull; สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน1599
&amp;bull; ศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567
&amp;bull; ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359
&amp;bull; ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) โทร.025753344&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111363</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภัทร์พร  ธรรมาภรณ์พิลาศ, สศค., สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100bd40debf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังเคาะมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อรายย่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 มิ.ย. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ที่เริ่มกลับมาแพร่ระบาดตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 และจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ความรุนแรงของการแพร่ระบาดก็ยังไม่บรรเทาเบาบางลง รวมทั้งยังได้มีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ &amp;nbsp;
ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ การจ้างงาน และสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยในวงกว้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อ&amp;nbsp;พิโกไฟแนนซ์) จึงได้ออกหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ให้กับลูกหนี้ตามความเหมาะสมและตามสมควรที่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์แต่ละรายจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ของตนเองได้ โดยการ (1) ลดค่างวดหรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้ (2) เปลี่ยนประเภทหนี้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว (3) พักชำระค่างวดหรือพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน หรือพักเงินหรือพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย หรือวิธีการอื่นใดที่จะสามารถช่วยบรรเทาภาระหนี้กับลูกหนี้ได้ นอกจากนี้ ยังได้ขยายระยะเวลาการส่งรายงานงบการเงินสำหรับรอบปีบัญชี พ.ศ. 2563 ให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ออกไปเป็นภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สศค. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลูกหนี้ของกลุ่มธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งจะช่วยทำให้ประชาชน&amp;nbsp;
คนไทยผ่านพ้นสถานการณ์ COVID-19 ในครั้งนี้ไปด้วยกัน ดังเช่นเมื่อครั้งที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกแรกเมื่อปี 2563 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105010</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้, สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6fe9881338.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2020 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2020 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งจัดการเจ้าหนี้โหดเด็ดขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.2563 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนผู้ที่ต้องการเข้าถึงเงินกู้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีสินทรัพย์และรายได้ที่มั่นคง ยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ความจำเป็นที่ต้องกู้มาใช้ในสิ่งจำเป็นอาจมีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ติดตามความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอเรื่องการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ได้แก่ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลัง เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ รวมถึงเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเวลาเดียวกันด้วย โดยผู้ประกอบธุรกิจสามารถเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมใด ๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 36 ต่อปี ในขณะที่ผู้กู้สามารถกู้เงินในระบบได้ง่ายกว่าเดิม รายละไม่เกิน 50,000 บาท ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงินต้นและดอกเบี้ยลดลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับแต่เริ่มให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เมื่อปี2559 กระทรวงการคลังได้อนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์รวม &amp;nbsp;858 ราย ใน 72 จังหวัด อนุมัติสินเชื่อแก่ประชาชนรายย่อยไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 328,300 บัญชี คิดเป็นวงเงิน 8,250.38 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 25,130 บาทต่อบัญชี มากไปกว่านั้น รัฐบาลยังมอบหมายให้ธนาคารออมสิน เป็นอีกหน่วยงานหลักในการช่วยเหลือประชาชนรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยทางธนาคาร ได้ออก &amp;ldquo;สินเชื่อเสริมพลังฐานราก&amp;quot; รอบ 2 ที่กู้ได้สูงสุดได้ไม่เกินรายละ 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน (Flat Rate) ระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ไม่เกิน 3 ปี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน อีกทั้งยังปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย หรือไม่ต้องชำระเงินงวดใน 6 เดือนแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ในเรื่องการจัดการเจ้าหนี้โหด นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเข้มกับการเอาผิดเจ้าหนี้นอกระบบผิดกฎหมาย และกำชับให้ทุกภาคส่วนทำงานอย่างบูรณาการตามนโยบายแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล หากนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 จนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมาย จำนวนสะสม 7,476 ราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ย การเพิ่มศักยภาพลูกหนี้นอกระบบ และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยองค์กรการเงินชุมชน สำหรับประชาชนที่ถูกขูดรีดจากเจ้าหนี้ผิดกฎหมาย สามารถร้องเรียนได้โดยตรงที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599 ศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สายด่วน 1359 ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม (ศนธ.ยธ.) โทร. 0 2575 3344&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83146</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัชดา ธนาดิเรก, สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์, เจ้าหนี้โหด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f8444ffaa635.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 10:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” ปลื้มปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์ยังฮอต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค. 2562 นายพรชัย &amp;nbsp;ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ยอดการขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) ตั้งแต่เดือนธ.ค.2559-มิ.ย.2562 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 1,100 ราย ใน 76 จังหวัด ยกเว้นจังหวัดอ่างทอง ซึ่งแบ่งเป็นคำขออนุญาตพิโกพลัส 53 ราย ใน 23 จังหวัด ที่เหลือเป็นพิโกไฟแนนซ์ทั่วไป โดยจังหวัดที่มีผู้ยื่นคำขออนุญาตสินเชื่อพิโกมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ นครราชสีมา 98 ราย กรุงเทพฯ 82 ราย ขอนแก่น 57 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในเดือนมิ.ย. 2562 เป็นเดือนแรกที่เปิดให้มีผู้ยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกพลัส ซึ่งผู้ยื่นสามารถให้สินเชื่อแก่ประชาชนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย และเก็บดอกเบี้ย กำไรจากการให้สินเชื่อ ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมอื่นใดรวมกันได้ไม่เกิน 36%ต่อปี ในส่วนสินเชื่อไม่เกิน 50,000 บาทแรก แต่ถ้าเกินกว่า 50,000 บาทเรียกเก็บได้ไม่เกิน 28%ต่อปี &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังสามารถให้บริการสินเชื่อโดยรับสมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ได้ด้วย&amp;rdquo; นายพรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำนวนนิติบุคคลที่คืนคำขออนุญาตมี 125 ราย ใน 51 จังหวัด จึงคงเหลือนิติบุคคลที่ยื่นคำขออนุญาตสุทธิเป็น 975 ราย ใน 75 จังหวัด และมีจำนวนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว 634 ราย ใน 71 จังหวัด โดยเป็นใบอนุญาตประเภทพิโกพลัส 6 ราย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร และสงขลา และประเภทพิโกไฟแนนซ์ 628 ราย ใน 71จังหวัด มีผู้เปิดดำเนินการแล้ว 522 ราย ใน 66 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ณ สิ้นเดือนพ.ค.62 มียอดอนุมัติสะสม 91,166 บัญชี รวม 2,361 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 25,898 บาทต่อบัญชี ประกอบด้วย สินเชื่อแบบมีหลักประกันจำนวน 44,194 บัญชี เป็นเงิน 1,351 ล้านบาท &amp;nbsp;และสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน 46,972 บัญชี เป็นเงิน 1,009 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 15,850 บัญชี คิดเป็นเงิน 424 ล้านบาท มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน 1,511 บัญชี คิดเป็นเงิน 39.6 ล้านบาท และหนี้เสีย 859 บัญชี คิดเป็น 19.71 ล้านบาท หรือ 4.65% ของยอดสินเชื่อคงค้างรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42737</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรชัย  ฐีระเวช, สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์, โฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47a5c178f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟเขียวยกเครื่องปล่อยกู้พิโกไฟแนนซ์ เพิ่มเป็นรายละ 1 แสน แถมลดดอกเบี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 2562 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอปรับปรุงเงื่อนไขการปล่อยกู้ของผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในการใช้เงินของประชาชน และเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในปัจจุบันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เงื่อนไขการปล่อยกู้สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จากเดิม กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ต้องมีทุนจดทะเบียน &amp;nbsp;5 ล้านบาท และสามารถปล่อยสินเชื่อให้ประชาชนได้ ไม่เกิน 5 &amp;nbsp;หมื่นบาทต่อราย ภายใต้เพดานอัตราดอกเบี้ย ​ 36% ต่อปี เป็นกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ที่ต้องการปล่อยกู้ให้ประชาชน รายละ &amp;nbsp;1 &amp;nbsp;แสนบาท ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน เป็นไม่ต่ำกว่า &amp;nbsp;10 &amp;nbsp;ล้านบาท พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยในการปล่อยกู้ วงเงิน 5 หมื่นบาทแรก ที่อัตรา 36% ต่อปี และวงเงิน 5 หมื่นบาทถัดมา คิดอัตราดอกเบี้ย &amp;nbsp;28% ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังรายงานว่า ภายหลังการลงพื้นที่ทำให้ทราบว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความตต้องการใช้เงินมากกว่า 5 หมื่นบาทต่อราย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับเงื่อนไขการปล่อยกู้ให้สอดคล้องกับความต้องการ รวมถึงมีการปรับอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมด้วย โดยการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยลงมา เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายเดิมที่ไม่มีค่าบริหารจัดการเพิ่มเติม จึงทำให้ผู้ประกอบสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์สามารถคิดอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงได้&amp;rdquo; นายณัฐพร กล่าว
ทั้งนี้ จากข้อมูลการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในปี 2560 พบว่า มีผู้มีรายได้น้อยที่เป็นหนี้นอกระบบ จำนวน 1.26 ล้านคน คิดเป็นมูลหนี้ 6.8 หมื่นล้านบาท และคาดว่าโครงการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ โดยคาดว่าจะช่วยลดจำนวนผู้มีรายได้น้อยที่เป็นหนี้นอกระบบได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.16 ล้านคน จากเดิม 9.9 แสนคน และเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อปัญหาหนี้ครัวเรือน เพราะเป็นการแปลงหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2559 - ก.พ.2562 มีนิติบุคคลยื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ทั้งสิ้น 927 ราย ใน 74 จังหวัด และมีผู้ได้รับใบอนุญาตทั้งสิ้น 516 ราย ใน 66 จังหวัด มีการเปิดดำเนินการแล้ว 382 ราย ใน 64 จังหวัด และมีการปล่อยกู้แล้ว 358 ราย ใน 63 จังหวัด ขณที่ยอดการปล่อยสินเชื่อ จนถึง ธ.ค. 2561 อยู่ที่ 5.6 หมื่นราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อ 1.55 พันล้านบาท เฉลี่ยเป็นการปล่อยกู้รายละ 2.75 หมื่นบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), ปล่อยกู้รายละ 1 แสน, สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c2239d8b873f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
