<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108135</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. คลอดสินเชื่อพิเศษแก่ผู้ประกอบการร้านอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 &amp;nbsp;มิ.ย. 2564 นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID &amp;ndash; 19 ที่ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย และเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารหรือที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ และร้านขายเครื่องดื่ม เป็นต้น ที่ไม่สามารถดำเนินกิจการของตนได้อย่างเต็มรูปแบบเนื่องจากข้อจำกัดจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดฯ ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบจากการเลิกจ้างงาน โดยการสนับสนุนสินเชื่อที่สอดคล้องกับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินธุรกิจ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) สินเชื่อเสริมแกร่ง SME เกษตร วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนหรือค่าลงทุนในการประกอบธุรกิจ โดยมีเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ 4 ข้อ ประกอบด้วย (1) มีตลาดหรือคู่ค้าที่ชัดเจนแน่นอน (2) มีกำลังการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการสินค้าของตลาด (Matching Capacity) &amp;nbsp; (3) มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร และ (4) มีการสร้างประโยชน์เพิ่มให้กับเกษตรกรหรือชุมชนผู้ผลิต (ต้นน้ำ) หรือมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กำหนดวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อราย ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามข้อบังคับของธนาคาร อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 &amp;ndash; 2 ร้อยละ 4 ต่อปี และปีที่ 3 &amp;ndash; 10 อัตราดอกเบี้ย MRR-1 / MLR / MOR ตามประเภทของลูกค้า (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.5 ต่อปี / MLR เท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี และ MOR เท่ากับร้อยละ 6.25 ต่อปี) กรณีที่ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มเติม ดังนี้ (1) มีการนำ Platform มาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ หรือ (2) มีการรับซื้อผลผลิตเกษตรอินทรีย์หรืออาหารปลอดภัย (Food Safety) ที่มีมาตรฐานรับรองหรือรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรต้นน้ำหรือกลุ่มวิสาหกิจที่ได้รับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของต้นทุนวัตถุดิบ หรือ (3) เป็นธุรกิจที่นำหลักโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) อย่างใดอย่างหนึ่งมาใช้จะได้รับอัตราดอกเบี้ยในปีที่ 3 - 4 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี เพิ่มอีก 2 ปี ระยะเวลาจ่ายสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 มีนาคม 2567&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2) มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท โดยสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องต้นทุนต่ำให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจที่มีศักยภาพ แต่ประสบปัญหาสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจและลดผลกระทบต่อการจ้างงานที่เป็นลูกค้าเกษตรกร บุคคล ผู้ประกอบการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (นิติบุคคล) กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สหกรณ์ภาคการเกษตร และสหกรณ์นอกภาคการเกษตรที่ประกอบธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และบริการ โดยลูกค้าเดิม สามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของวงเงินสินเชื่อธุรกิจ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 หรือ ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท (โดยให้นับรวมวงเงิน Soft Loan &amp;nbsp; เดิมด้วย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีลูกค้าใหม่ ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงินทุกแห่ง ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 &amp;nbsp; กู้ได้ไม่เกินรายละ 20 ล้านบาท (โดยให้นับรวมวงเงินสินเชื่อจากทุกสถาบันการเงิน) คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ในช่วง 2 ปีแรก โดยรัฐบาลชำระดอกเบี้ยแทนผู้กู้ใน 6 เดือนแรก และปีที่ 3 - 5 คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4.875 ต่อปี หรือร้อยละ 6.50 ต่อปี ตามประเภทลูกค้า กำหนดระยะเวลาชำระคืนภายใน 5 ปี นับแต่วันกู้ หลักประกันเงินกู้ใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อทั้งจำนวนตลอดระยะเวลากู้เงิน โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในประเทศไทย มีสถานะไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan : NPLs) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 และไม่เป็นบริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (The Stock Exchange of Thailand : SET) ยกเว้น บริษัทที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (Market for Alternative Investment : MAI) ระยะเวลาจ่ายสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 9 เมษายน 2566 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนารัตน์กล่าวอีกว่า ลูกค้าที่มีความสนใจขอรับการสนับสนุนสินเชื่อ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งพนักงานยินดีให้คำปรึกษาและคำแนะนำเพิ่มเติมหากมีสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจของท่าน หรือสอบถามได้ที่ Call Center 02 555 0555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108135</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร, ธ.ก.ส., สินเชื่อฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f773802f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “เซ็นทรัลพัฒนา” กางแผน 360 องศา ช่วยคู่ค้าและผู้ประกอบการ ฝ่าวิกฤตร่วมกัน ผนึกกำลัง 7 ธนาคารชั้นนำออกโปรแกรมสินเชื่อฟื้นฟู  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงเทพฯ &amp;ndash; บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาต์เล็ตแห่งแรกของไทย จับมือเคียงข้างพันธมิตรฝ่าวิกฤตด้วยแผนช่วยเหลือคู่ค้าและผู้ประกอบการกว่า 15,000 รายทั่วประเทศ ชูกลยุทธ์ Tenant-Centric Business Partnership ที่มอบความช่วยเหลือแบบ 360 องศา ผนึกกำลัง 7 สถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต และธนาคารออมสิน ช่วยเหลือคู่ค้าในการเข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟูสะดวกรวดเร็ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังช่วยเหลือดูแลค่าเช่าและเงินหมุนเวียนธุรกิจให้คู่ค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้นสถานการณ์โควิด-19 จนถึงปัจจุบัน อัดกลยุทธ์การตลาดช่วยดันยอดขายร้านค้า ออกแคมเปญต่อเนื่องถึงสิ้นปี เตรียมผนึกกำลังในกลุ่มเซ็นทรัลและร้านค้าทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วยไทย พร้อมสนับสนุนภาครัฐในภารกิจระดับชาติ เปิดพื้นที่ 40,000 ตร.ม. ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 23 สาขา เป็นต้นแบบศูนย์การค้าปลอดภัยเพื่อฉีดวัคซีนทั่วไทย สร้างโอกาสช่วยดันยอดขายกับแคมเปญ I&amp;rsquo;M VACCINATED ชวนฉีดแล้วได้รับสิทธิพิเศษจากร้านค้าต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านค้า พร้อมทั้งบุกเบิกแพลตฟอร์มและบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า &amp;ldquo;เซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นที่จะดูแลและช่วยเหลือคู่ค้าและผู้ประกอบการ SME ให้ผ่านพ้นจากวิฤตการณ์นี้ไปด้วยกัน ตราบใดที่ยังมีโควิด เราจะจับมือเคียงข้างพันธมิตรทุกคนต่อไปอย่างถึงที่สุด ทั้งนี้แม้เราเองจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ยังคงยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นมืออาชีพ ทั้งในส่วนปรับแผนการลงทุน ลดค่าใช้จ่าย และมีแผนการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ยังคงมีความแข็งแกร่ง เพื่อที่จะได้สามารถดูแลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ มีคู่ค้าผู้เช่าอยู่กับเราถึง 15,000 ราย ซึ่งเราดูแลทั้งหมดมาตั้งแต่เริ่มต้นการแพร่ระบาด รวมความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งเชิงธุรกิจและสังคม ในปี 2563 คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท และยังคงดูแลอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววัลยา กล่าวต่อไปว่า &amp;ldquo;สำหรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในปี 2564 นี้ เรายังคงประคับประคองทุกฝ่าย และในขณะเดียวกันก็ไม่หยุดยั้งที่จะขยายโอกาส สร้างยอดขาย บุกเบิกแพลตฟอร์มและบริการใหม่ๆ ที่จะหล่อเลี้ยงธุรกิจศูนย์การค้า พร้อมช่วยเหลือร้านค้าและพนักงานลูกจ้างต่อไปได้ โดยลงลึกอย่างครบถ้วนในทุกเรื่อง ภายใต้กลยุทธ์ Tenant-Centric Business Partnership ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลยุทธ์ที่ 1: เพิ่มสภาพคล่อง เข้าถึงสินเชื่อ Multi-Bank โปรแกรมสินเชื่อกับ 7 สถาบันการเงินชั้นนำ ให้คู่ค้าและผู้ประกอบการเข้าถึง &amp;lsquo;สินเชื่อฟื้นฟู&amp;rsquo; หรือเงินกู้ Soft Loan และวงเงิน O/D เพื่อเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเซ็นทรัลพัฒนามีจุดแข็งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คู่ค้าได้ ด้วยระบบ Grading ฐานข้อมูล Credit Score หรือความน่าเชื่อถือของคู่ค้าเซ็นทรัลพัฒนา ที่จะช่วย Tailor-Made แผนสินเชื่อให้คู่ค้าแต่ละรายได้ นอกจากนี้ ยังขยายความช่วยเหลือไปยังกลุ่ม Vendors &amp;amp; Suppliers ที่ทำธุรกิจกับบริษัทฯ กว่า 5,000 รายทั่วประเทศ ด้วย Supply Chain Financing Programme ในการเพิ่มกระแสหมุนเวียนเงินสด เพิ่มแหล่งเงินทุน และช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลยุทธ์ที่ 2: ดูแลค่าเช่าและเงินหมุนเวียนธุรกิจ โดยให้ส่วนลดอย่างเหมาะสมทันทีตามสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- รายแรกที่ประกาศลดค่าเช่า ตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดโควิดและยังคงช่วยเหลือต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ด้วยส่วนลดค่าเช่าที่สะท้อนตามสถานการณ์จริง จนถึง 100% ในกรณีที่ต้องปิดศูนย์การค้า ตามประกาศรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Flexible-Leasing Programme ช่วยให้ผู้เช่ายังขยายธุรกิจต่อไปได้ในสาขาโครงการใหม่ เช่น เซ็นทรัล อยุธยา และเซ็นทรัล ศรีราชา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณวัลยา กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;แม้จะเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่แต่ธุรกิจยังคงต้องไปต่อ เรามีคู่ค้าต้องดูแล คู่ค้ามีพนักงานที่พวกเขาต้องดูแล ดังนั้น ในฐานะผู้บริหารศูนย์การค้าเราแสวงหาโอกาสและอัดทุกกลยุทธ์ที่จะช่วยดันยอดขายให้ร้านค้าในทุกๆ ทาง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลยุทธ์ที่ 3: Tenant-Centric Marketing การตลาดเพื่อร้านค้า ถอดรหัสความสำเร็จ กลยุทธ์ดันยอดขายร้านค้าทุก Category อัดแคมเปญการตลาดต่อเนื่องถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Super Powerful CRM Marketing ด้วย ฐานข้อมูล The 1 เพิ่มยอดขายให้ร้านค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สร้างโอกาสการขายด้วย Big Campaign &amp;amp; Big Promotion กระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วยไทย รวมพลังทั้งกลุ่มเซ็นทรัลและร้านค้าทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สร้างพลังคู่ค้าร้านอาหารเป็น Food Destination ช่วยดึง blogger กว่า 100 คน รีวิวต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Tailor-Made Marketing จับมือพันธมิตรแต่ละราย สร้างแคมเปญการตลาด อาทิ Shopee, Major, SF, Grab, AIS และ Bank Partners ต่างๆ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผู้นำต้นแบบศูนย์การค้าปลอดภัย เป็นพื้นที่ฉีดวัคซีน ผนึกพันธมิตรกว่า 100 ราย สนับสนุนพื้นที่ 40,000 ตร.ม. ใน 23 สาขา รายแรกริเริ่มแคมเปญ&amp;nbsp; I&amp;rsquo;m Vaccinated: ฉีดแล้วช้อป ที่เซ็นทรัล พร้อมรับสิทธิพิเศษจากร้านค้าต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลยุทธ์ที่ 4: รุกแพลตฟอร์มและบริการใหม่ ที่จะช่วยสร้างยอดขายและตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Worry-Free Omnichannel: หลากหลายช่องทางพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม เช่น The 1 Unlimited สะสมและแลกพอยต์, Chat &amp;amp; Shop: ช้อปออนไลน์สะดวก, Credit Card Month: ช้อปปังทุกบัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- New Services: Take-Away Food Destination รวมร้านอาหาร 300 แบรนด์ดังไว้สั่งกลับบ้านสะดวกรวดเร็ว, บริการ Delivery อย่างเช่น GrabFood, บริการ Drive-Thru Pick-UP และ Live Streaming ทุกศูนย์การค้า เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านค้า ซึ่งได้รับผลตอบรับดีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- โปรแกรม The 1 Biz: Effective CRM เพิ่มยอดขายให้กับคู่ค้าและแผนสนับสนุนต่อเนื่องทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- CentralPattana &amp;lsquo;Serve&amp;rsquo; Application ช่วยเหลือคู่ค้าแบบครบวงจร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มั่นใจก้าวไปด้วยกัน เซ็นทรัลพัฒนา ในฐานะผู้นำศูนย์การค้าของไทย ขอเป็นหนึ่งในพลังบวกและกำลังสำคัญที่พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย ทั้งการลดการแพร่ระบาดด้วยการเป็นผู้นำมาตรการแผนแม่บท &amp;ldquo;เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ&amp;rdquo; เพื่อดูแลความสะอาดและปลอดภัยในศูนย์การค้า รวมถึงการยกระดับมาตรการอย่างต่อเนื่อง อาทิ &amp;ldquo;ร้านอาหาร @เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ&amp;rdquo; พร้อมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการผลักดันภารกิจระดับชาติ เพื่อเร่งการกระจายวัคซีนอย่างรวดเร็วที่สุด โดยเปิดพื้นที่ 40,000 ตร.ม. ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล 23 สาขาเป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีน ที่ได้มาตรฐานและการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมมือกับภาคเอกชนรวม 26 แบรนด์ในแคมเปญ &amp;ldquo;All for Heroes&amp;rdquo; ส่งมอบอุปกรณ์การแพทย์, อาหาร และของใช้จำเป็น ทั้งหมดนี้เซ็นทรัลพัฒนาต้องการอยู่เคียงข้างคนไทย ให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105308</URL_LINK>
                <HASHTAG>All for Heroes, Big Campaign &amp; Big Promotion, Flexible-Leasing Programme, Food Destination, I’M VACCINATED, I’m Vaccinated: ฉีดแล้วช้อป, Tenant-Centric Marketing, กระตุ้นเศรษฐกิจไทยช่วยไทย, กางแผน 360 องศา, ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในปี 2564, จับมือเคียงข้างพันธมิตร, ช่วยคู่ค้า, ดูแลค่าเช่าและเงินหมุนเวียนธุรกิจ, ต้นแบบศูนย์การค้าปลอดภัยเพื่อฉีดวัคซีนทั่วไทย, นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์, ผนึกกำลัง 7 ธนาคาร, ผู้ประกอบการ, ฝ่าวิกฤต, ภายใต้กลยุทธ์ Tenant-Centric Business Partnership, มั่นใจก้าวไปด้วยกัน, สนับสนุนภาครัฐ, สินเชื่อ Multi-Bank, สินเชื่อฟื้นฟู, อัดกลยุทธ์การตลาด, เงินกู้ Soft Loan, เซ็นทรัลพัฒนา, โปรแกรมสินเชื่อฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba3a9b59acb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธปท.&#039;จี้แบงก์เร่งปล่อยสินเชื่อฟื้นฟูอวดยอดอนุมัติกระเตือง1.6หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.2564 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ได้หารือร่วมกันเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด -19 ให้เร็วขึ้นและกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น หลังจากที่มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อฟื้นฟู (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ) และโครงการพักทรัพย์พักหนี้ ได้ดำเนินการผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ นับตั้งแต่ 26 เม.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย คำนึงถึงปัญหาและความเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือลูกหนี้ให้ได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากที่สุด โดยเฉพาะลูกหนี้เอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่ยังพอมีศักยภาพและต้องการสภาพคล่องไปประคับประคองกิจการที่ได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากการระบาดระลอกนี้ ธปท. จึงได้ให้สถาบันการเงินเร่งรัดกระบวนการพิจารณา และหาข้อสรุปกับลูกหนี้โดยเร็ว รวมถึงสื่อสารทำความเข้าใจกับพนักงานสาขาในการให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการ เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว เพียงพอ และตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากข้อมูลล่าสุด พบว่า ยอดการให้ความช่วยเหลือจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูฯ มีทั้งสิ้น 1.6 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมลูกหนี้ 6.7 พันราย คิดเป็นยอดสินเชื่อเฉลี่ย 2.1 ล้านบาทต่อราย โดย 63% กระจายลงไปยังผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ส่วนโครงการพักทรัพย์พักหนี้ มีมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับโอน 753.12 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือ 2 ราย และอยู่ระหว่างยื่นขอความช่วยเหลือเพิ่มอีก 2 ราย โดยจากการสอบถามไปยังสมาคมโรงแรม พบว่า มีลูกหนี้จำนวนมากที่ให้ความสนใจ และอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างเจ้าหนี้สถาบันการเงินกับลูกหนี้ จึงคาดว่าจะทยอยเข้ามายื่นเพื่อเข้าโครงการพักทรัพย์พักหนี้เพิ่มเติมในระยะถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงที่ผ่านมา การดำเนินมาตรการอาจยังไม่ทันต่อความคาดหวังของผู้ประกอบธุรกิจ ส่วนหนึ่งเกิดจากแนวโน้มของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังซบเซา เนื่องจากมาตรการด้านสาธารณสุขที่ยังเข้มงวดเพราะการแพร่ระบาดระลอก 3 ทำให้ความต้องการสำหรับสินเชื่อฟื้นฟูอาจยังไม่มากนัก ประกอบกับโครงการพักทรัพย์ พักหนี้ เป็นโครงการที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ อีกทั้งยังคงมีรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะกรณีที่สถาบันการเงินและลูกหนี้จะต้องเจรจาหารือเพิ่มเติม ทำให้การให้ความช่วยเหลือในช่วงต้นจึงอาจจะยังไม่สูงนัก&amp;rdquo; นายรณดล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังมีลูกหนี้เอสเอ็มอีอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนและยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อนำสินเชื่อฟื้นฟูไปเป็นสภาพคล่องเยียวยากิจการ ธปท. จึงขอให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้การช่วยเหลือถูกกลุ่มเป้าหมายทั่วถึงและทันเวลาสำหรับประคับประคองกิจการที่ถูกซ้ำเติมในการระบาดระลอก 3 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แล้วจึงค่อยทยอยปรับสู่การให้สินเชื่อที่มีขนาดวงเงินต่อรายที่เพิ่มขึ้นและระยะเวลาที่ยาวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และพักทรัพย์พักนี้ เป็นการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในระดับหนึ่ง เป็นการตอบโจทย์ลูกหนี้ให้ได้รับสภาพคล่อง แต่การตอบโจทย์หลังสถานการณ์โควิดก็เป็นอีกประเด็นที่ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการ ทั้งการปรับตัว การพัฒนาปรับปรุงธุรกิจซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อให้สอดรับกับโลกหลังโควิด-19&amp;rdquo; นายรณดล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการพักหนี้เอสเอ็มอีที่จะหมดอายุในวันที่ 30 มิ.ย. 2564 นั้น อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป คาดว่าจะได้ข้อสรุปต้นเดือน มิ.ย. นี้ โดย ธปท. มองว่าการปรับโครงสร้างหนี้จะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาให้ลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104083</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), รณดล นุ่มนนท์, สินเชื่อฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d53bbd68b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
