<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สสว.&#039;ยกเครื่องสินเชื่อเอสเอ็มอีผนึกกำลังแบงก์รัฐช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2563 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปรับปรุงเงื่อนไขโครงการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประอบการเอสเอ็มอีที่ไม่เคยได้รับสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และไม่มีสินเชื่อคงค้างกับสถาบันการเงิน วงเงิน 1 แสนล้านบาทใหม่ หลังจากโครงการเดิมหยุดชะงัก เนื่องจากสำนักงานกฤษฎีกาตีความแล้วว่าไม่สามารถใช้เงินกู้จากพ.ร.ก. กู้เงิน จำนวน 4 แสนล้านบาทได้ จึงประสานกับสถาบันการเงินของรัฐ (SFI) เข้ามาช่วยเหลือแทนเกือบเต็มจำนวนทั้ง 1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แบ่งเป็น ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือเอ็มซิมแบงก์ วงเงิน 480 ล้านบาท และบรรษัทประกันสินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อม (บสย.) วงเงิน 5 พันล้านบาท เข้ามาค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารออมสิน ที่จะปล่อยกู้ให้เอสเอ็มอี วงเงินอีก 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ประกอบการเอสเอสเอ็มที่เป็นสมาชิกของ สสว. สนใจยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารของรัฐแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอ็สเอ็มอีในรูปแบบอื่นผ่านการใช้งบประมาณปี 2564 &amp;nbsp;คาดว่าจะได้วงเงินอีกกว่า 1 พันล้านบาท &amp;nbsp;โดยวางแผนส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีตามระดับความพร้อมของผู้ประกอบการ ที่มีตั้งแต่ขนาดเล็ก (ไมโครเอสเอ็มอี) ขนาด S (ขนาดเล็ก) และขนาด M (ขนาดกลาง) ขณะเดียวกัน สสว.จะสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เนื่องจากงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในแต่ละปีมีวงเงินค่อนข้างสูง &amp;nbsp;โดยในปี 2562 มีมูลค่าตลาดภาครัฐรวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท หากช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างได้ 30% จะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการกว่า 4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่ามาตรการดังกล่าว จะแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.-ต.ค. นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76888</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีระพงศ์ มาลัย, สสว., สินเชื่อเอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5ee9e46756354.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุตฯถกกำหนดมาตรการช่วย SMEอัดสินเชื่อ 5 ล้านคาดสรุป ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ก.อุตฯ ถก สสว.-ธพว. กำหนดมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอี คู่กับการแจกคูปอง คาดได้ผลสรุปส.ค. ก่อนเข้า ครม.เดือนถัดไป อัดสินเชื่อ 1-5 ล้านบาท คาดจะช่วยผู้ประกอบการกว่า 3 หมื่นราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายในงาน Thailand Industry Expo 2018 ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ว่าขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(ธพว.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างหารือเพื่อกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบสินเชื่อใหม่แก่เอสเอ็มอี ควบคู่กับโครงการแจกคูปองให้เอสเอ็มอีเข้าถึงบริการคาดจะแล้วเสร็จภายในเดือนส.ค.นี้. ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมตรี (ครม.) พิจารณาได้ในเดือนก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เบื้องต้นคาดการให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อจะสามารถเข้าถึงเอสเอ็มอีรายเล็กไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 ราย วงเงินสินเชื่อรายละ 1-5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เนื่องจากยังมีเอสเอ็มอีที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมในการพัฒนาธุรกิจ หลังจากที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับธพว. ได้เคยให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อวงเงิน 20,000 ล้านบาทแต่วงเงินยังไม่ทั่วถึงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการสินเชื่อใหม่จะออกมาควบคู่กับคูปอง โดยมีเป้าหมายผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงทั้งแหล่งเงินและความช่วยเหลือด้านบริการ เช่น เข้าหลักสูตรอบรมพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการตลาด เป็นต้น โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายเล็กมากๆ ระดับจังหวัดเพื่อให้เข้าถึงอุตสาหกรรม 4.0 เพราะเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดงาน Thailand Industry Expo 2018 ระหว่างวันที่ 2-5 ส.ค.2561 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม หรือไอทีซี (ITC) โดยนำตัวอย่างศูนย์ไอทีซีจากจังหวัดเชียงใหม่ที่มีรับการพัฒนามาแสดงในงาน และล่าสุดมีผู้ประกอบการจากทางภาคใต้ที่ทำผลิตภัณฑ์แปรรูปปลาพร้อมรับประทานได้ขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์ไอทีซีด้านการพัฒนาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วเสร็จภายใน 1 ชั่วโมง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าหมายเปิดศูนย์ไอทีซีได้ทั้งสิ้น 13 แห่งทั่วประเทศภาวในปีนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือเอสเอ็มอี, ธพว., นายอุตตม สาวนายน, สสว., สินเชื่อเอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a93ce3378ce0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11942</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2018 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2018 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธพว.ชงยุบเหลือ1กองทุนอุ้มเอสเอ็มอี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอสเอ็มอีแบงก์ชงยุบ 2 โครงการเงินทุนอุ้มเอสเอ็มอีเป็นกองทุนเดียว&amp;nbsp; หลัง สสว. ขาดกำลังคนกระทบพิจารณาปล่อยกู้อืด พร้อมเปิดลงทะเบียนใหม่ เน้นเป็นเงินทุนเริ่มต้นสร้างอาชีพ และแฟรนไชส์

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า จากการหารือร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย มีแนวคิดตรงกันที่เห็นควรยุบโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม วงเงิน 1 พันล้านบาท และโครงการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงิน 2 พันล้านบาท เป็นกองทุนเดียว เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) หลังจากมีผู้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกว่า 3.6 หมื่นราย ขณะที่ สสว. ขาดกำลังคนที่จะดำเนินการให้ทันต่อความต้องการ

โดยจะพร้อมเปิดลงทะเบียนใหม่ และจะให้สิทธิ์กับผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วก่อน โดยกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ และคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ยื่นกู้เสียใหม่ให้มีความชัดเจนรวมถึง มุ่งเน้นวัตถุประสงค์ให้ใช้เป็นเงินทุนเพื่อนำไปเริ่มต้นสร้างอาชีพใหม่ โดยเฉพาะในรูปแบบแฟรนไชส์ ซึ่งเป็นการประกอบอาชีพที่เริ่มต้นได้ง่าย และความเสี่ยงต่ำ เพราะมีแฟรนไชซอร์ ทำหน้าที่พี่เลี้ยงธุรกิจในขณะที่ทางสมาพันธ์ฯ จะช่วยทำหน้าที่คัดเลือกแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุน รวมถึง ลงพื้นที่สำรวจพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงของผู้ลงทะเบียนขอสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาสะดวกและรวดเร็วโดยข้อเสนอต่างๆ ดังกล่าว ทางสมาพันธ์ฯ จะนำไปเสนอต่อคณะกรรมการของ สสว. ต่อไป

นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีจำนวนกว่าแสนราย รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไปให้เข้าถึงแหล่งทุนโดยจะร่วมกันดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อคนตัวเล็กภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;เข้าถึง-อยู่รอด-ยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดย ธพว. จัดบริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1%และ3% วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย&amp;nbsp; รู้ผลการพิจารณาภายใน 7 วัน เงื่อนไขผ่อนปรน ให้สิทธิ์ครอบคลุมทั้งกลุ่มบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11942</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุน, ธพว., ปล่อยกู้, สินเชื่อเอสเอ็มอี, เอสเอ็มอีแบงก์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa32ea3ed2cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บสย.โชว์ค้ำประกันเอสเอ็มอีไตรมาสแรก 2.3 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บสย. เปิดผลงานไตรมาสแรก ปี 2561 ลุยค้ำประกันสินเชื่ออุ้มผู้ประกอบการ 2.33 หมื่นล้านบาท &amp;ldquo;ธุรกิจบริการ&amp;rdquo; ครองแชมป์ยอดค้ำประกันสูงสุด 5.44 พันล้านบาท เดินเครื่องขอคลังลุยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS7 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ท และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Non Bank คาดเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 3 พร้อมดึงเทคโนโลยีช่วยหนุนแผนอนุมัติค้ำประกันจบภายใน 1 วันทำการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนิภารัตน์ พิสิฐพิทยเสรี รักษาการแทนผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานการค้ำประกันสินเชื่อในช่วงไตรมาส 1 ปี 2561 ว่า ยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อ อยู่ที่ 2.33 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 95% จากเป้าหมายที่ 2.45 หมื่นล้านบาท โดยมีจำนวนหนังสือค้ำประกัน อยู่ที่ 3.17 หมื่นฉบับ โดยจากตัวเลขการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อสูงสุด 5 หมวดธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการ 5.44 พันล้านบาท คิดเป็น 23% 2. ธุรกิจผลิตสินค้าและการค้าอื่น ๆ 2.71 พันล้านบาท คิดเป็น 11% 3. ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 2.31 พันล้านบาท คิดเป็น 9% 4. ธุรกิจเกษตรกรรม 2.16 พันล้านบาท คิดเป็น 9% และ 5. ธุรกิจเหล็ก ผลิตภัณฑ์โลหะและเครื่องจักร 2.02 พันล้านบาท คิดเป็น 8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมายการค้ำประกันสินเชื่อในปี 2561 อยู่ที่ 1.1 แสนล้านบาท โดยจากสถิติที่ผ่านมา พบว่า ยอดการค้ำประกันสินเชื่อจะเพิ่มสูงขึ้นมาก ในเดือน มี.ค., พ.ค., มิ.ย. และ ก.ย. เป็นหลัก และเชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะสามารถค้ำประกันสินเชื่อได้มากขึ้น ขณะที่ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปัจจุบันอยู่ที่ 13.4% หรือ 4.8 หมื่นล้านบาท&amp;rdquo; นางนิภารัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรเชษฐ วรกุล รองผู้จัดการทั่วไป สายงานธุรกิจ บสย. เปิดเผยว่า แผนงานในไตรมาสา 2 ของ บสย.ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการดำเนินโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS7 วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท โดยเงื่อนไขจะมีการปรับจากเดิมเล็กน้อย คือ จะฟรีค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก หลังจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอี ทวีทุน (PGS6) ปรับปรุงใหม่ วงเงิน 8.1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ยังมีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ รองรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกอีก 2.6 หมื่นล้านบาท โดยโครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิ.ย. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บสย. ยังได้เตรียมเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Micro Entrepreneur ระยะที่ 3 วงเงิน 1.5 หมื่นลานบาท หลังจากโครงการในระยะที่ 2 วงเงิน 1.35 หมื่นล้านบาท เหลือวงเงินให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการอีกเพียง 600 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนความคืบหน้าของโครงการค้ำประกันสินเชื่อ Non Bank นั้น ปัจจุบันมี 2 ธนาคารให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้ โดยเบื้องต้นคาดว่าทั้ง 3 โครงการใหม่นี้จะสามารถดำเนินการได้ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุฤทธิ์ จันทรกานต์ รองผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการค้ำประกันสินเชื่อ และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รองรับแผนงานการอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อให้เร็วขึ้นจาก 3 วัน เป็น 1 วันทำการ โดยเบื้องต้นจะเริ่มดำเนินการร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ และ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในเดือน มิ.ย. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7836</URL_LINK>
                <HASHTAG>SME, ค้ำประกัน, นิภารัตน์ พิสิฐพิทยเสรี, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม, บสย., สินเชื่อเอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae02fd7a7b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “ออมสิน” ลุยเปิดศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอีทั่วไทย หวังช่วยการเข้าถึงแหล่งเงินกู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ออมสิน&amp;rdquo; เตรียมลุยเปิดศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอี ตั้งเป้าหมายปีนี้ที่ 82 สาขา หวังช่วยอำนวยความสะดวกเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มขึ้น กางแผนงานปี 2561 เล็งกวาดกำไร 30,000 ล้านบาท มองสงครามลดค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์ฉุดรายได้ หันแข่งดุปล่อยสินเชื่อรายย่อยแทน ยันพร้อมลงสนามรบเต็มสูบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย. 61 - นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารกำลังเร่งเปิดศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอีให้ได้ 82 สาขาทั่วประเทศภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เพื่ออัดฉีดเงินสินเชื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกค้ารายย่อย เอสเอ็มอี สตาร์ทอัพที่ต้องการวงเงินตั้งแต่ 20-50 ล้านบาท ให้ได้รับเงินที่รวดเร็วขึ้น โดยกำหนดว่าในเดือนมี.ค.จะตั้งได้ 37 สาขา ไตรมาสสองจะตั้งได้เพิ่มอีก 20 สาขา และไตรมาสสุดท้ายจะตั้งได้อีก 25 สาขา รวมเป็น 82 สาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาการอนุมัติสินเชื่อของสาขาธนาคารออมสินจะอนุมัติได้ไม่เกิน 20 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งหากต้องการขอสินเชื่อมากกว่านี้ก็ต้องส่งเรื่องไปให้ศูนย์สินเชื่อเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งบางครั้งอาจต้องใช้เวลานานเพราะศูนย์ยังมีอยู่น้อย แต่ภายในปีนี้การอนุมัติเงินกู้ให้ลูกค้ารายย่อยจะรวดเร็วมากขึ้น เพราะมีศูนย์สินเชื่อกระจายออกไปครบทุกภูมิภาค สอดคล้องกับแผนธนาคารที่ต้องการรุกสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้น โดยปีนี้จะเพิ่มอีก 64 สาขา จากปีที่แล้วที่มีศูนย์ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพียง 18 ศูนย์เท่านั้น โดยเชื่อว่าจากการเพิ่มจำนวนศูนย์จะส่งผลให้สินเชื่อเอสเอ็มอีของธนาคารเติบโตอย่างก้าวกระโดดแน่นอน&amp;rdquo; นายชาติชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แผนงานของธนาคารออมสินในปี 2561 ตั้งเป้าหมายทำกำไรไม่ต่ำกว่า 28,000-30,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อใหม่ 83,000 ล้านบาท โดยเน้นการขยายกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นอีก 48,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50%จากปีก่อน นอกจากนี้ธนาคารยังเตรียมขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากรัฐบาล เพื่อปล่อยกู้ให้กับกลุ่มหนี้นอกระบบด้วย โดยปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าในปี 2561-2562 ปีละ 5,000 ล้านบาท และคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่ให้เกิน 2.4% ขณะที่เงินฝาก ตั้งเป้าหมายเพิ่มเงินฝากอีก 78,000 ล้านบาท โดยจะเน้นไปยังกลุ่มอายุ 18-22 ปี ขณะเดียวกันจะขยายฐานลูกค้าจากที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 33.86% ของประชากรทั้งประเทศที่มีอายุเกิน 7 ปี โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนเป็น 37% ในปีนี้ และเพิ่มเป็น 40% ในปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาติชาย กล่าวอีกว่า เรื่องการลดค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ที่แข่งขันกันเชื่อว่า จะทำให้ธนาคารพาณิชย์หันมาแข่งขันหารายได้จากการปล่อยสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น เนื่องจากเมื่อรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ใช้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 35% หายไป ธนาคารพาณิชย์จะปรับตัวด้วยการควบคุมต้นทุนให้ต่ำลง รวมถึงลงมาเร่งทำสินเชื่อรายย่อยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่อที่อยู่อาศัยแทน ซึ่งขณะนี้ธนาคารออมสินก็มีความพร้อมที่จะแข่งขันเพราะเราถือว่าเป็นเจ้าตลาดสินเชื่อรายย่อยอยู่ โดยมีฐานลูกค้าเกินครึ่งหนึ่งของตลาดสินเชื่อรายย่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ธนาคารออมสิน, ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน, ศูนย์สินเชื่อเอสเอ็มอี, สตาร์ทอัพ, สินเชื่อเอสเอ็มอี, เอสเอ็มอี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba482d8530b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
