<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พศ.ยันพระร่วมม็อบสึกโดยสมัครใจ ถ้าห่มจีวรเลียนแบบสงฆ์มีความผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะ โฆษก พศ. กล่าวว่า จากกรณีพระภิกษุ 2 รูป ร่วมชุมนุมทางการเมืองแล้วถูกเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ให้สละสมณเพศไปแล้ว แต่กลับพบว่ามีข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า พระที่ถูกจับสึกกลับมาห่มจีวรอีกครั้ง โดยอ้างว่าไม่ได้เปล่งวาจาสึก และยังคงเป็นพระสงฆ์อยู่ พศ.พิจารณาแล้วเห็นว่าประเด็นดังกล่าว หากไม่นำเสนอความจริงต่อสังคม อาจทำให้เป็นกระแสกระทบต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาได้ จึงขอยกเอาแนวทางและหลักการกรณีพระภิกษุพ้นจากความเป็นสงฆ์ โดยไม่ได้เปล่งวาจามาบอกกล่าวในข้อเท็จจริง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระภิกษุ 2 รูปดังกล่าว พ้นจากความเป็นสงฆ์ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ในกรณีพระภิกษุรูปใดไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งหรือไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ให้พระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองวัดหรือพระภิกษุผู้ดำรงตำแหน่งปกครองสงฆ์ในเขตท้องที่ที่พบพระภิกษุรูปนั้น มีอำนาจหน้าที่วินิจฉัย ให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิปป์บวร กล่าวต่อว่า ดังนั้น ตามที่ปรากฏมีพระภิกษุมาร่วมชุมนุมทางการเมือง 2 รูป ถูกเจ้าคณะผู้ปกครองให้สละสมณเพศ ประกอบด้วย 1.พระประนมกร พุทฺธิเชฏฺโฐ สังกัดวัดเลียบ จ.สุรินทร์ หรือนายประนมกร ปราณีต 2.พระวิรัช กิตฺติญาโณ สังกัดวัดราษฎร์รังสรรค์ จ.กระบี่ หรือนายวิรัช แซ่คู พ้นจากความเป็นพระภิกษุเหตุไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2538) ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ และได้บันทึกสารภาพยอมรับผิด สมัครใจที่จะลาสิกขา โดยมีพยานประกอบด้วยเจ้าคณะแขวงดุสิต เจ้าคณะแขวงถนนนครไชยศรี พระวินยาธิการ(ตร.พระ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ พศ. และได้บันทึกไว้ในหนังสือสุทธิว่า &amp;ldquo;ได้ลาสิกขาโดยสมัครใจ เพราะต้นสังกัดเดิมไม่รับรอง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น การที่นายประนมกร ปราณีต และนายวิรัช แซ่คู เอาผ้าเหลืองมาห่มแล้วอ้างว่า ยังเป็นสงฆ์อยู่ เพราะไม่เปล่งวาจาสึก ถือว่าเป็นการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 4 ความผิดเกี่ยวกับศาสนา มาตรา 208 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97999</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระ3นิ้ว, พศ., สิปป์บวร แก้วงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065818f574c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดมาฆบูชาวิถีใหม่ ยึดหลักขันติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมพุทธศาสนิกชนเนื่องในวัน &amp;quot;มาฆบูชา&amp;quot; ให้ยึดหลักขันติธรรม ระงับกิเลสตัณหาเพื่อความสงบร่มเย็น วธ.จัดมาฆบูชาวิถีใหม่ เปิดตัวเว็บไซต์ เวียนเทียนออนไลน์ ชวนดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ &amp;ldquo;พี่โชคดี น้องมีบุญ&amp;rdquo; ส่งสติกเกอร์ไลน์ คิดดี ทำดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรมเนื่องในวันมาฆบูชา วันที่ 26 ก.พ.2564 ใจความว่า ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัททุกหมู่เหล่าน้อมระลึกถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ อันมีหลักการสำคัญเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ 1.การไม่ทำบาปทั้งปวง 2.การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม และ 3.การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ประทานแก่พระอรหันตสาวก 1,250 รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ ดิถีเพ็ญเดือน 3 เมื่อกว่า 2,600 ปีแล้ว อย่างไรก็ดี หากปีใดเป็นปีอธิกมาส วันมาฆบูชาจะตรงกับดิถีเพ็ญเดือน 4 ดังเช่นที่เกิดขึ้นปีนี้ สารัตถะประการหนึ่งในโอวาทปาติโมกข์นั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนหลักการแห่ง &amp;ldquo;ขันติธรรม&amp;rdquo; เพื่อเป็นหลักเผยแผ่พระศาสนา และการดำรงตนของพุทธบริษัท ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา แปลว่า &amp;ldquo;ขันติเป็นเครื่องเผาผลาญบาปธรรมอย่างยิ่ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขันติ หมายถึง ความอดทนอดกลั้น ทุกชีวิตที่เกิดมาในโลกต่างมีสัญชาตญาณรัก สุข เกลียด ทุกข์ ด้วยกันทั้งสิ้น และก็เป็นธรรมดาที่ทุกชีวิตจำต้องเผชิญความทุกข์โทมนัส สลับกับความสุขโสมนัส หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่เสมอ จะหาบุคคลผู้มิต้องประสบกับ &amp;ldquo;โลกธรรม 8&amp;rdquo; กล่าวคือ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ สรรเสริญ นินทา สุข และทุกข์ ในโลกนี้เป็นอันมิมีเลย ผู้ตระหนักรู้ในความจริงเช่นนี้ จึงพึงสั่งสมบ่มเพาะกำลังแห่งขันติไว้ สำหรับใช้ระงับยับยั้งและต้านทานโลกธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท่ามกลางวิกฤตการณ์ ซึ่งรุมเร้าเข้าสู่บ้านเมืองและโลกของเราทุกวันนี้ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้รักษาร่างกายและจิตใจให้ยังคงความผาสุก สามารถอดทนอดกลั้นต่อทุกขเวทนาทางกาย ถ้อยคำจาบจ้วงล่วงเกิน คำติฉินนินทาว่าร้าย และความเสื่อมลาภเสื่อมยศ ซึ่งหลงยึดถือไว้ว่าเป็นตัวเราของเราเสียได้ อย่างน้อยแม้จะเจ็บใจเพียงใด แต่ก็ไม่เผลอแสดงอาการหุนหันพลันแล่นออกมาทางกายหรือทางวาจา จนเสียกิริยาอาการอันดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลผู้สามารถดำรงขันติธรรม คือความอดทนอดกลั้นไว้ได้ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เสงี่ยมงดงาม ถือธรรมะเป็นใหญ่ กิเลสตัณหาไม่อาจทำอันตราย เมื่อเป็นได้ดังนี้แล้ว ย่อมประสบความสงบร่มเย็น ระงับความดิ้นรนทะยานอยาก การที่สามารถดับเพลิงทุกข์เป็นคราวๆ ได้ เสมือนว่าได้ถึงพระนิพพานเป็นคราวๆ เป็นบทพิสูจน์ให้พุทธบริษัทรู้เห็นตามความเป็นจริงว่า พระนิพพานมิใช่ธรรมะอันสุดเอื้อม แม้ว่าพระนิพพานจริงๆ คือความดับเพลิงทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงอาจยังอยู่ไกล แต่พระนิพพานในปัจจุบัน คือความดับกิเลสตัณหา ซึ่งบังเกิดขึ้นครอบงำจิตใจในขณะนี้ จึงอาจใช้ &amp;ldquo;ขันติธรรม&amp;rdquo; คือความอดทนอดกลั้นนี้เอง เป็นเครื่องช่วยระงับดับได้ แม้เพียงคราวหนึ่งๆ ก็ยังดี ไม่เกินความสามารถที่ทุกคนจะปฏิบัติและเข้าถึงได้ เพื่อความสงบร่มเย็น ซึ่งพึงบังเกิดมีขึ้นแก่ตนและแก่สังคมส่วนรวม สมความปรารถนาอันดีงามของคนไทยที่ต่างหวังใจมุ่งหมายจะได้ประสบสันติสุขด้วยกันทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2564 ว่า ในโอกาสวันมาฆบูชาซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 26 ก.พ. กรมการศาสนา (ศน.) ร่วมกับวัดทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคจัดกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา โดยปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมให้สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมประสานงานกับวัดและองค์กรเครือข่ายที่ร่วมจัดกิจกรรมตามแบบวิถีใหม่ มีระบบคัดกรอง การจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะการเวียนเทียน เพื่อป้องกันโรคการแพร่ระบาดของโรคตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพลกล่าวว่า สำหรับกิจกรรมส่วนกลางจัดที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ตักบาตร และเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ณ บริเวณพระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ในวันที่ 26 ก.พ.2564 เวลา 07.00 น. โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ผ่านเพจของกรมการศาสนา ขณะที่ส่วนภูมิภาคจัดกิจกรรมตามบริบทและมาตรการของจังหวัดนั้นๆ อีกทั้งกรมการศาสนายังได้เปิดเว็บไซต์เวียนเทียนออนไลน์มาฆบูชา 2564.com เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกิจกรรมเวียนเทียนออนไลน์ รวมถึงสติกเกอร์ไลน์ &amp;ldquo;พี่โชคดี น้องมีบุญ&amp;rdquo; ให้ประชาชนดาวน์โหลดได้ฟรี เพื่อร่วมส่งความสุข ส่งกำลังใจ ให้คิดดี ทำดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้มีการมอบรางวัลทูตพระพุทธศาสนาแก่นายอธิชาติ ชุมนานนท์ นักแสดงชื่อดัง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในสังคม และการมอบรางวัลแก่ผู้เข้าร่วมการประกวดออกแบบภาพโปสเตอร์วันมาฆบูชาของกรมการศาสนาอีกด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. กล่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติให้งดการจัดกิจกรรมงานสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่วัดในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค หากจะมีการจัดกิจกรรมให้ปฏิบัติตามคำสั่งหรือมาตรการในแต่ละจังหวัด นอกจากนี้ มส.ยังได้พิจารณากรณีที่มีประชาชนเดินทางไปวัดเพื่อทำบุญ เวียนเทียน ขอให้วัดปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการระบาดอย่างเคร่งครัด และให้จัดเวียนเทียนเป็นรอบๆ ตามความเหมาะสม หรือกำหนดจุดยืนในการประกอบพิธีในวันดังกล่าวตามความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ยังถือว่ามีการระบาดของโรคโควิด-19 ในวงกว้างอยู่ ดังนั้นทาง พศ.จึงขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนใช้วิธีการเวียนเทียนและทำบุญออนไลน์แทนผ่านทางเว็บไซต์ www.มาฆบูชาเวียนเทียนออนไลน์.com โดยสามารถร่วมเวียนเทียนและฟังเทศน์ออนไลน์พร้อมกันทั่วโลกได้ตั้งแต่วันที่ 24-28 ก.พ.2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94161</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเด็จพระสังฆราช, สิปป์บวร แก้วงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อธิชาติ ชุมนานนท์, อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_603649478a1f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนแล้ว! &#039;สามเณรสหรัฐ&#039; ขาประจำม็อบ 3 นิ้วถูกเจ้าอาวาสขับพ้นวัด หลังขัดคำสั่งรายงานตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. แถลงถายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ที่พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ว่า พศ.ได้รายงาน มส.ถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับพระภิกษุสามเณรที่ร่วมชุมนุมทางการเมือง โดยในกรณีของสามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า หรือ เณรโฟล์ค ขณะนี้ทางเจ้าอาวาสวัดดอนไชย จ.พะเยา ต้นสังกัดพระสหรัฐได้มีหนังสือถึงสามเณรสหรัฐ ลงวันที่ 12 พ.ย. โดยให้กลับมารายงานตัวที่วัดภายใน 7 วันหลังจากได้รับหนังสือ เนื่องจากพบว่าเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และหน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม&amp;nbsp;แต่สามเณรสหรัฐ ไม่ยอมกลับวัด ทางเจ้าอาวาสจึงเห็นว่าไม่อยู่ในโอวาท และมีคำสั่งขับสามเณรสหรัฐพ้นไปจากวัดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับพระภิกษุสามเณรที่โดนคำสั่งขับออกจากวัด และยังหาวัดสังกัดใหม่ไม่ได้ จะกลายเป็นพระเณรไร้สังกัด หากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) เจอตัวที่ใด สามารถนำตัวไปดำเนินการให้ลาสิกขาหรือสึกได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวขึ้นเวทีม็อบครั้งล่าสุดคือ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสามเณรสหรัฐได้ขึ้นเวทีปราศรัยกลุ่มนักเรียนเลวที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ถนนพระราม 1 โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อตอนที่ขึ้นเวทีศาลายา มีปัญหาว่าเกิดการไล่ล่าให้ผมออกจากวัด ทั้งที่ผมไม่ได้ทำผิดพระธรรมวินัยข้อใดเลย แล้วคุณบอกว่าคุณเป็นพุทธแท้คุณพูดได้อย่างไร มหาเถรสมาคม พระสังฆราชไปเจิมรถถัง กระบอกปืน ถามว่าผิดหรือไม่ ทำไมไม่จับพระสังฆราช หรือมหาเถรสมาคม ทั้งนี้ สำนักพระพุทธศาสนา มีข้อดีอยู่ 3 อย่าง คือ พาพระไปเที่ยวอินเดีย กับทำสมุดสวดมนต์ข้ามปี ใช้ภาษีประชาชน และจับพระที่เห็นต่างลาสิกขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85250</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับไล่สามเณร, จับสึก, ตำรวจพระ, พระ3นิ้ว, พระวินยาธิการ, ม็อบ3นิ้ว, ม็อบพระ, วัดดอนไชย, สามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สิปป์บวร แก้วงาม, เณรโฟล์ค, แก๊งแครอท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc1094676060.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พึ่งพระไล่ไวรัส สวด&#039;รัตนสูตร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พศ.เตรียมขอความเห็นชอบที่ประชุม มส. 20 มี.ค.นี้ สั่งการทุกวัดทั่วประเทศ รวมทั้งวัดไทยในต่างประเทศ จัดสวด &amp;quot;รัตนสูตร&amp;quot; ทุกวัน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชนสู้โควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มีนาคมนี้ นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการ พศ. มีข้อสั่งการเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลตามที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล พศ.มอบหมายให้ดำเนินการเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งยังคงเกิดความกังวลว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น เหมือนอย่างที่เจอในประเทศอื่นๆ นั้น นายเทวัญได้สั่งการให้ พศ.หารือกับผู้เกี่ยวข้องวางแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพุทธศาสนิกชนชาวไทย ที่กำลังอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ โดยกิจกรรมดังกล่าวไม่ขัดต่อแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนด และให้เป็นไปตามการปฏิบัติศาสนกิจของคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นได้หารือกับผู้บริหาร พศ. และได้ประสานขอความเมตตานุเคราะห์ไปยังกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เกี่ยวกับแนวทางการเจริญพระพุทธมนต์ &amp;ldquo;บทรัตนสูตร&amp;rdquo; หรือรัตนปริตร ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในพระปริตรหรือพระคาถาพรรณนาอานุภาพของพระรัตนตรัย โดยในสมัยพุทธกาลมีวัตถุประสงค์ของการประกาศพระสูตรนี้ เพื่อต้องการให้ประชาชนรอดพ้นจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้น จึงได้กำหนดแนวทางการเจริญพระพุทธมนต์ &amp;ldquo;บทรัตนสูตร&amp;rdquo; โดยขอความร่วมมือให้วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักรและวัดไทยในต่างประเทศ เจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตรในช่วงหลังจากทำวัตรเย็นทุกวัน ไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้น พศ.จึงขอความอนุเคราะห์จากคณะสงฆ์ได้ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพุทธศาสนิกชนชาวไทยให้ดำรงชีวิตอย่างมีสติและปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นำเรื่องการเจริญพระพุทธมนต์บทรัตนสูตรนี้ เข้าสู่ที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมในวันที่ 20 มี.ค.นี้ เพื่อขอความเห็นชอบและมีมติให้คณะสงฆ์ได้รับทราบ พร้อมทั้งปฏิบัติตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ในเบื้องต้นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัตนสูตร เป็นพระสูตรในพระสุตตันตปิฎก หมวดขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ และยังปรากฏในหมวดสุตตนิบาต เป็นพระคาถา จำนวน 17 บท แต่ปรากฏในพากย์ภาษาสันสกฤตจำนวน 19 บท ดังที่มีอยู่ในคัมภีร์มหาวัสตุอวทานของนิกายโลโกตตรวาท และนิกายมหาสังฆิกะ พระสูตรนี้พรรณนาคุณของพระรัตนตรัย และป่าวประกาศความยิ่งใหญ่ และคุณลักษณะของพระอริยเจ้า มีพระโสดาบัน เป็นอาทิ จุดประสงค์ของการประกาศพระสูตรนี้ก็เพื่อโปรดชาวเมืองเวสาลีให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงที่กำลังรุมเร้าเมืองแห่งนี้ และเพื่อยังให้ชาวเมืองทั้งหลายได้มีดวงตาเห็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัตนสูตร หรือรัตนปริตร จัดเป็นหนึ่งในพระปริตร หรือพระคาถาพรรณนาอานุภาพของพระรัตนตรัย โดยได้รับการจัดให้เป็นหนึ่งในพระคาถาหลักของคัมภีร์จตุภาณะวารปาลี หรือตำรารวบรวมพระปริตรที่เป็นที่นิยมสวดสาธยายกันในศรีลังกา รวบรวมขึ้นในช่วงยุคกลางของประวัติศาสตร์พุทธศาสนา หรือในยุคที่พระพุทธศาสนากำลังรุ่งเรืองในลังกา นอกจากนี้ยังมีอรรถกถาอธิบายพระปริตรนี้ในคัมภีร์ปรมัตถโชติกา อรรถกถาขุททกนิกาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60091</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ ทรงอารมณ์, รัตนปริตร, รัตนสูตร, สิปป์บวร แก้วงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70cd9f02aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรหมเมธี&#039;สิ้นฤทธิ์ เยอรมนีรวบคาตม./&#039;จักรทิพย์&#039;หิ้วกลับไทย6มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; สิ้นฤทธิ์ โดนเจ้าหน้าที่ ตม.เยอรมันจับคาสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตประเทศเยอรมนีระหว่างยื่นพาสปอร์ตสีน้ำเงินขอเข้าประเทศ หลังหลบออกจาก สปป.ลาวเข้ากัมพูชา-เวียดนาม &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; นำทีม ตร.ขึ้นเครื่องบินตามไปรับตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไทย 6 มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;&amp;quot;กองปราบฯ&amp;quot; เร่งรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ 5 ศิษย์คนสนิทพาหนี &amp;quot;ผบ.เรือนจำ&amp;quot; เผย &amp;quot;อดีตเจ้าคุณธงชัย&amp;quot; เริ่มปรับตัวได้แล้ว &amp;quot;รองโฆษก พศ.&amp;quot; ขออย่าเพิ่งตัดสินเจ้าคุณปิงเสพเมถุน รอผลสอบลามกอนาจารพระกับฆราวาสชายภายในกุฏิวัดสระเกศฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ มีความคืบหน้าการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมมฺจารี) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร อดีตกรรมการ มหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะภาค 4-7 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม และเป็น 1 ใน 7 พระชั้นผู้ใหญ่ที่ถูกถอดสมณศักดิ์ หลังจากหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงกลางดึกของวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ประจำสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ได้ควบคุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ขณะยื่นหนังสือเดินทางขอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต แต่ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเยอรมนีไม่ให้ผ่าน เนื่องจากเป็นบุคคลตามหมายจับที่ทางตำรวจไทยได้ประสานตำรวจสากลไว้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ตได้ประสานมาทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งหลังจากได้รับแจ้ง ทาง พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้โทรศัพท์สายตรงรายงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก่อนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตัดสินใจบินด่วนเพื่อเดินทางไปประเทศเยอรมนี ในการประสานความร่วมมือตามขั้นตอนทางกฎหมายในการรับตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการไทยกลับมาดำเนินคดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเวลา 09.05 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะอัยการของไทย เดินทางด้วยสายการบินไทยออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบินที่ TG926 ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ในเวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยมีกำหนดเดินทางกลับมายังประเทศไทยเวลา 06.25 น. ของวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ด้วย TG921 สายการบินไทย ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับอดีตพระพรหมเมธี ได้หลบหนีการจับกุมหลังทราบข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัด ซึ่งขณะนั้นอดีตพระพรหมเมธีได้รับกิจนิมนต์ที่ จ.พิษณุโลก จึงเดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3 กภ 8672 กรุงเทพมหานคร จากจังหวัดพิษณุโลก มุ่งหน้าไป จ.นครพนม ก่อนที่จะนำรถคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ใกล้กุฏิพระเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ บ้านค่ายเสรี ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม จากนั้นได้เดินทางข้ามฝั่งจากประเทศไทยไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว&amp;nbsp;
&amp;#39;เมธี&amp;#39;สิ้นฤทธิ์ที่เยอรมนี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของอดีตพระพรหมเมธี ที่โรงแรมดงชัย เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่ามีการเดินทางออกจากโรงแรมดังกล่าวเมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 26 มิ.ย. โดยภาพวงจรปิดของโรงแรมดังกล่าวจับภาพอดีตพระพรหมเมธีเดินออกจากโรงแรมดังกล่าวพร้อมกับชายไทยชื่อ โค๊ด ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายของอดีตพระพรหมเมธี โดยมีเพียงสัมภาระเป็นกระเป๋าเป้หนึ่งใบ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินทางไปยังท่ารถโดยสารเพื่อเดินทางไปยังประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของอดีตพระพรหมเมธีอีกครั้ง เมื่อเวลา 05.15 น. วันที่ 1 มิ.ย. อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ พร้อมด้วยหลานชายคนสนิท ได้ขึ้นเครื่องด้วยสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบิน QR971 จากกรุงพนมเปญ ก่อนแวะจอดที่สนามบินโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมื่อเวลา 06.23 น. จากนั้นเครื่องบินลำดังกล่าวได้บินไปยังสนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ ทรานซิต (Transit) ต่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตพระพรหมเมธีเคยเดินทางไปเยอรมนีเมื่อปี 2558 โดยขณะนั้นเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ขออนุมัติจากมหาเถรสมาคมเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดพระธรรมกายบาวาเรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตามที่พระวิเทศภาวนาธรรม เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายบาวาเรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้อาราธนาให้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และประกอบพิธีผูกพัทธสีมา ณ อุโบสถวัดพระธรรมกายบาวาเรีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 22-27 พ.ค.2558 โดยให้ทุกรูปใช้หนังสือเดินทางราชการ นั่นคือพาสปอร์ตสีน้ำเงินของพระชั้นผู้ใหญ่ มีกำหนดอายุหนังสือเดินทาง 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่อดีตพระพรหมเมธีเลือกที่จะไปที่วัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต หรือวัดพระธรรมกายไรน์แลนด์นั้น เพราะหากดูจากทำเลที่ตั้ง จะเห็นว่าค่อนข้างปลีกวิเวก ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร ทำให้ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าใดนัก โดยหากไปอยู่ที่วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน ที่มีพระโสภณพุทธิวิเทศ (จิตติก์ ญาณชโย) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เบอร์ลิน หรือเจ้าคุณเบอร์ลินนั้น อาจถูกเพ่งเล็งได้ เพราะที่ผ่านมาเจ้าคุณเบอร์ลินเคยเคลื่อนไหวสมัยพระธัมมชโยแล้ว จึงเลือกที่จะไปที่วัดพระธรรมกายไรน์แลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ในส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีหลบหนี ทางตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมดำเนินคดีในฐานความปิดให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา โดยพบมีทั้งหมด 5 คน เป็นชาวลาว 3 คน และมีชาวไทยอีก 2 คน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูล พบชาวไทยที่เป็นสีกาคนสนิทและเป็นลูกศิษย์ที่ให้การช่วยเหลือทั้งสองรายตำรวจได้ควบคุมตัวไว้แล้ว และกำลังมีการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสีกาคนสนิทที่สำคัญ มีอาชีพเป็นนักธุรกิจชื่อดัง และมีสามีทำธุรกิจเหมืองแร่ใน สปป.ลาว ทำให้รู้ช่องทางในการช่วยเหลือหลบหนีออกต่างประเทศได้ง่าย โดยทางตำรวจกำลังมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เยอรมันยังไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครแฟรงก์เฟิร์ตเข้าเยี่ยมอดีตพระพรหมเมธี หลังถูกควบคุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานแฟรงก์เฟิร์ต&amp;nbsp;
อย่าเพิ่งตัดสินพระเกย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการควบคุมอดีตพระเถระผู้ใหญ่ภายในเรือนจำว่า อดีตพระพรหมสิทธิ อดีตท่านเจ้าคุณธงชัย อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เรือนจำได้นำตัวไปคุมขังยังแดน 3 ล่าสุดเริ่มปรับตัวได้แล้ว อาการป่วยไม่มีอาการน่าเป็นห่วง ทุกคนเริ่มใช้ชีวิตในเรือนจำเหมือนผู้ต้องขังรายอื่นๆ แต่ยังคงไม่รับประทานอาหารเย็น ระหว่างวันก็นั่งสมาธิ สวดมนต์ ทำกิจกรรมอื่นเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฤชกล่าวว่า ในส่วนอาการป่วยของอดีตพระพุทธะอิสระ ยังคงต้องให้ทำกายภาพเพื่อบรรเทาอาการปวดหลังของโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ตอนนี้ก็ไม่ได้ให้เคลื่อนไหวมากนัก เรือนจำได้ให้นั่งรถเข็นหรือเดินด้วยเครื่องช่วยพยุง สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ แต่เคลื่อนไหวร่างกายไม่ค่อยสะดวกเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความจำเป็นในการรักษาโดยการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของแพทย์ และความเหมาะสม แต่ตอนนี้คงยังไม่มีความจำเป็น เพราะโรคดังกล่าวมีขั้นตอนการรักษา อีกทั้งการคุมตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำไปเข้ารับการรักษาพยาบาล มีขั้นตอนพอสมควร&amp;quot; ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามไปตรวจค้นกุฏิพระวิสุทธิศาสนวิเทศ หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พบภาพลามกอนาจารและมีเพศสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่หน้าคล้ายกับอดีตเจ้าคุณปิงกับชายรายหนึ่ง &amp;nbsp;รวมทั้งภาพเปลือยผู้ชายจำนวนมาก ทำให้มีการตั้งข้อกล่าวหากระทำผิดพระธรรมวินัยร้ายแรง เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าต้องขอให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะพระที่ถูกกล่าวหาด้วย ซึ่งขอทำความเข้าใจว่า หากเป็นเรื่องของคดีอาญา ก็ต้องให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพระถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดพระธรรมวินัย ตั้งแต่อาบัติเบา จนถึงปาราชิกนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะปกครอง ที่จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนอธิกรณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อสืบสวนให้ความเป็นธรรมกับพระที่ถูกกล่าวหา เมื่อดำเนินการสอบสวนแล้ว หากพระรูปดังกล่าวกระทำผิดจริง เจ้าคณะปกครองจะพิจารณาโทษตามพระธรรมวินัย&amp;quot; นายสิปป์บวรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก พศ.กล่าวว่า กรณีของเจ้าคุณปิง เป็นเรื่องของพระธรรมวินัย ก็ต้องให้มีผู้ร้องมาถึงเจ้าคณะปกครอง หรือหากเจ้าคณะปกครองเห็นว่าจะกระทบต่อพระพุทธศาสนา ก็สามารถดำเนินการสอบอธิกรณ์ เพื่อสอบข้อเท็จจริง หลักฐาน ตัวบุคคล และดูว่า กระทำผิดพระธรรมวินัยหรือไม่ และขั้นใดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ คาดว่า มส.จะมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญ 3 เก้าอี้ ประกอบด้วย 1.ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ซึ่งเดิมเป็นของอดีตพระพรหมสิทธิ เพราะมีงานสำคัญในปลายเดือน มิ.ย.นี้ คือการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ณ วัดอตัมมยตาราม เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา 2.เจ้าอาวาสวัดสามพระยา แทนอดีตพระพรหมดิลก และ 3.เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนอดีตพระพรหมสิทธิ&amp;nbsp;
จับตาประชุม มส.10มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่น่าจับตามากที่สุดคือตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เพราะมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายค่อนข้างรุนแรง ต่างจากวัดสามพระยา ซึ่งไม่น่ามีปัญหา และที่ผ่านมาเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ในช่วงหลังๆ ก็มักมีปัญหาตลอด ตั้งแต่พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญญาวชิโร) หรือเจ้าคุณเสนาะ ที่ถูกปลดก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตาย และล่าสุดคืออดีตเจ้าคุณธงชัย ที่ถูกจับสึกไปหลังวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา&amp;rdquo; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในการประชุม มส. เมื่อวันที่ 30 พ.ค. &amp;nbsp;มส.มติที่สำคัญนอกจากรับทราบการถอดถอน ตำแหน่งและสมณศักดิ์ของกรรมการ มส. 3 ท่าน อันได้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ไปแล้ว จากนั้น มส.ได้รับทราบการแต่งตั้งรักษาการเจ้าคณะภาค 10 (มหานิกาย) เจ้าคณะ กทม. (มหานิกาย) และเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) และต่อมาพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ในฐานะรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งแต่งตั้งให้พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และเจ้าคณะภาค 12 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และแต่งตั้งพระราชวิสุทธิดิลก (ละเอียด กิตติสุขุโม) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะแขวงวัดสามพระยา เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสามพระยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน ซึ่งมีผู้ติดตามมากถึง 2,695,951 คน ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาทุจริตเงินทอนวัดในขณะนี้ ตอนหนึ่งว่า ดูข่าวกวาดล้าง จับกุม การทุจริตวงการสงฆ์ ทั้งพระชั้นผู้ใหญ่ พระผู้ช่วย ไม่ใช่วัดในชนบทหลังเขา ห่างไกลสายตานะ แต่ละวัดนี่คือวัดดังมาก ขนาดมหึมาใจกลางเมืองหลวง ไหนจะพระ ลูกศิษย์ ข้าราชการ นักธุรกิจเครือข่ายที่คอยช่วยเหลือ พระอะไรวะ มีเงินในบัญชีชื่อของตัวเองเป็นร้อยล้าน นี่คือ 1 คนนะ แล้วรวมทุกคนในเครือข่าย ไม่เป็นพันๆ ล้านรึ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่แค่ที่หลักฐาน พยานชัดเจน แล้วไอ้ที่เข้าไปไม่ถึง หรือถึงแล้วแต่หลักฐานไม่พอ อีกกี่คน กี่วัด เวลาเห็นมีพวกชมรม ภาคี เครือข่าย ออกมาต่อต้านการกวาดล้าง การตรวจสอบ อยากจะด่าชิบ... ไม่ได้ปกป้องศาสนา กำลังปกป้องคน...ที่เข้ามาหาแดกกะศาสนา นี่เฉพาะวัดยักษ์ๆ นะ แล้ววัดกลาง วัดเล็กวัดน้อย สำนักสงฆ์ ที่แม่งมีเรื่องเงินทำบุญ เรื่องเพศมั่วสีกา มั่วผู้ชาย เรื่องยา แดกเหล้าเมาปลิ้น เรื่องไสยศาสตร์ หลอกลวงชาวบ้าน พวกนั้นอีกเท่าไหร่ทั้งประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจดังกล่าวระบุตอนท้ายช่วงหนึ่งว่า ในความเห็นนะ เคลียร์ใหญ่แบบนี้แหละดี จะจับไปสักสิบกี่คน &amp;nbsp;ปิดไปกี่วัดก็เอาเลย จัดการซะให้หมด ให้เหลือแต่พระดี พระแท้ๆ พระที่ยึดแต่คำสอน ไม่สนใจวัตถุ เงินทอง พระที่คนเต็มใจไหว้แค่สิบรูปทั้งประเทศ ยังดีซะกว่ามีพระเดินกันเต็มประเทศ ที่มีแต่เรื่องเพศ ยา เหล้า สีกา พระตุ๊ด พระเกย์ พระแก่ล่อเด็ก วัตถุมงคล ใบ้หวย อยากได้แต่อำนาจ ยศ ตำแหน่ง จำนวนเงิน จำนวนลูกศิษย์ สร้างวัด สร้างพระ สร้างตึก สร้างอาคาร สร้างเครือข่าย มึงรู้มั้ยว่า คนเจอพระไม่อยากจะไหว้กันแล้วทุกวันนี้ ไม่ให้เค้ากวาดล้างตอนนี้จะรอตอนไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10606</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤช กระแสร์ทิพย์, ตม., บุษฎี สันติพิทักษ์, ประเทศเยอรมนี, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน, สนามบินนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต, สิปป์บวร แก้วงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f348195fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอดสมณศักดิ์7รูป สึก&#039;อดีตพระพรหมสิทธิ&#039;นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนสมณศักดิ์ 7 พระเถระ โดนคดีทุจริตเงินทอนวัด มติ &amp;quot;มส.&amp;quot; รับทราบปลด &amp;quot;พระพรหมดิลก-พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี&amp;quot; พ้นกรรมการ มส. &amp;nbsp;พร้อมตั้งรักษาการตำแหน่งทางปกครองแทนพระผู้ใหญ่ 3 รูป &amp;quot;เจ้าคุณธงชัย&amp;quot; มอบตัวกองปราบฯ ตร.ส่งฝากขังค้านประกัน &amp;quot;ศาล&amp;quot; อนุญาต &amp;quot;อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ&amp;quot; โดนจับสึกเปลี่ยนนุ่งชุดขาวนอนคุกทันที &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ต้องแยกคดีทางโลกกับทางธรรม หากพ้นผิดกลับมาครองผ้าเหลืองได้ &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ลุยเปรตโกงเงินต่อ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 15 ข เผยแพร่ประกาศเรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า ด้วยปรากฏว่ามีกรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาว่า กระทําการทุจริตและถูกดําเนินคดีอาญาในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ตามความในมาตรา 5 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนสมณศักดิ์ จํานวน 7 รูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนี้ 1.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร 2.พระพรหมเมธี (จํานงค์ เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศาราม 3.พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา 4.พระราชอุปเสณาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 5.พระราชกิจจาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระวิจิตรธรรมาภรณ์) (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 6.พระอรรถกิจโสภณ (สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา 7.พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คํามา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ยกเว้นลําดับที่ 3 5 6 และ 7 ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นวันที่ถูกจับกุมและสละสมณเพศ ผู้รับสนองพระราชโองการ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 15/2561 มีสมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ &amp;nbsp;เป็นประธานประชุม เนื่องจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก &amp;nbsp;ทรงติดภารกิจ ร่วมกับกรรมการมหาเถรสมาคมท่านอื่นอีก 14 รูป และ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยพระพรหมเมธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดบูรณศิริ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม และรองโฆษกสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมมส.ได้รับทราบประกาศราชกิจจานุเบกษา ในการที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอดถอนสมณศักดิ์จำนวน 7 รูป ได้แก่ 1.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 2.พระพรหมเมธี (จำนง เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศารามฯ 3.พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา 4.พระราชอุปเสนาภรณ์ (สังคม สังฆะพัฒน์) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 5.พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด วงศ์ชะอุ่ม) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร 6.พระอรรถกิจโสภณ(สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา 7.พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุมยังรับทราบถึงพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้กรรมการ มส.ทั้ง 3 รูป ประกอบด้วย พระพรหมดิลก, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี พ้นจากตำแหน่งกรรมการ มส. รวมทั้งยังมีมติให้พระพรหมสิทธิ พ้นจากตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ&amp;quot; นายสิปป์บวรกล่าว
เจ้าคุณธงชัยมอบตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก พศ.กล่าวว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการ มส. ยังได้เสนอแต่งตั้งพระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดจักรวรรดิราชาวาส อายุ 76 พรรษา 56 รองเจ้าคณะภาค 10 เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 10 แทนพระพรหมสิทธิ &amp;nbsp;สำหรับตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานครที่ว่างลงนั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการ มส. &amp;nbsp;ได้แจ้งให้ มส.รับทราบถึงการแต่งตั้งให้พระธรรมสุธี(นรินทร์ นรินฺโท) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นรักษาการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้แจ้งให้ มส.ได้รับทราบถึงการแต่งตั้ง พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช &amp;nbsp;เจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 แทนพระพรหมเมธีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและวัดสามพระยานั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง โดยให้รองเจ้าอาวาสหรือผู้ช่วยเจ้าอาวาส ตามลำดับลงมาปฏิบัติดูแลความเรียบร้อยภายในวัดไปก่อน ซึ่งต้องรอดูการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งต่อไปว่าทางเจ้าคณะปกครองจะเสนอรูปใดมาทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสแทน ส่วนเรื่องของการตั้งกรรมการ มส.ที่ว่างลง ต้องเป็นพระอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช จะพระวินิจฉัย&amp;quot; รองโฆษก พศ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการจับกุมดำเนินคดีพระสงฆ์ รองโฆษก พศ.กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นเดียวกับเรื่องของการลงโทษเจ้าหน้าที่ของ พศ.ที่ทุจริตเงินทอนวัด ตนก็ไม่ทราบ ขอให้เป็นการพิจารณาของผู้บริหาร พศ.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีรายงานว่า พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโน) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งหลบหนีการจับกุมจะขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ทำให้ทางปราบปรามจัดกำลังรอรับมอบตัว อย่างไรก็ดี ในระหว่างที่สื่อมวลชนรอการเดินทางมาของเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กระทั่งเวลา 12.00 น.ปรากฏว่ามีรถตู้ของกองปราบฯ วิ่งเข้ามา 2 คัน ก่อนจะอ้อมไปด้านหลังอาคาร โดยภายในรถมีพระพรหมสิทธิ อยู่ในรถ ก่อนที่ตำรวจจะพารีบขึ้นอาคารทันที เพื่อหลบผู้สื่อข่าว โดย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เข้าร่วมสอบปากคำทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 15.15 น. พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง พนักงานสอบสวนกองปราบปราม กก.1 บก.ป. ได้นำตัวพระธงชัย สุขโข อายุ 60 ปี เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรืออดีตพระพรหมสิทธิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ คดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา และโครงการของสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงฯ ของวัดสระเกศฯ รวม 63,700,000 บาท เดินทางมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 30 พ.ค.-10 มิ.ย.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก และรอผลการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือจากกองทะเบียนประวัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวกซึ่งเป็นฆราวาสและพระ ในการโอนเงินและซุกซ่อนเงินที่ได้จากการกระทำ ด้วยการโอนเงินที่ได้เบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้ง 2 โครงการจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาวงเวียนโอเดียน ใน 2 บัญชี รวม 32 ครั้ง ให้แก่กลุ่มฆราวาสที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไปโดยทุจริต โดยมีการขอหมายจับจากศาลอาญาคดีทุจริตฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2561&amp;nbsp;
ไม่ให้ประกันจับศึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมากอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหา เกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน นอกจากนี้ พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีการกระทำเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ อีกทั้งคดีมีอัตราโทษ จึงเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะหลบหนีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคำร้องฝากขัง ซึ่งได้อ่านรายละเอียดให้ผู้ต้องหาและทนายความฟังแล้ว แจ้งให้พนักงานสอบสวน ผู้ร้อง และผู้ต้องหากับทนายความทราบว่า ต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์มีความจำเป็นตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่า ทนายความได้แถลงคัดค้านการฝากขัง โดยอ้างว่าจากการนำเสนอข่าวของสื่อต่างๆ ทราบว่าพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ วจึงไม่จำเป็นต้องยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชรได้แถลงยืนยันการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ยังมีเหตุจำเป็นต้องสอบปากคำพยานอีก 20 ปาก ซึ่งเกี่ยวข้องการเส้นทางการเงินและการกระทำผิดของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพระวัดพระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่, ราชบุรี, ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช โดยจะเร่งดำเนินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พนักงานสอบสวนยังมีความจำเป็นต้องสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องอีก จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วันตามคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังแล้ว ในเวลา 17.00 น. ขณะที่พระธงชัยถูกควบคุมตัวจากห้องพิจารณาที่ 3 (ห้องเวรชี้) ไปยังห้องควบคุมชั้นล่างของศาล เพื่อรอฟังสั่งขอประกันตัว ซึ่งผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 1 ล้านบาท เสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ซึ่งมีรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นผู้พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการพิจารณาฝากขัง ก็มีเจ้าหน้าที่จาก พศ. มาร่วมฟังการพิจารณาด้วย โดยไม่มีการนำพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่มาเพื่อทำพิธีสึกพระ &amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ พศ.แจ้งว่าเมื่อศาลอนุญาตฝากขังแล้วหากไม่อนุญาตให้พระธงชัย ผู้ต้องหา ประกันตัวระหว่างฝากขังแล้ว กระบวนการก็จะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 30 ระบุว่า &amp;quot;เมื่อจะต้องจำคุก กักขัง หรือขังพระภิกษุรูปใดตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลมีอำนาจดำเนินการให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศเสียได้ และให้รายงานให้ศาลทราบถึงการสละสมณเพศนั้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวพระธงชัย ผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ พศ.และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงถอดจีวรผู้ต้องหาเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดขาว คุมตัวไปขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง 12 วันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความของพระธงชัยกล่าวว่า ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ จะเดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.30 น. รถเรือนจำได้นำตัวอดีตพระธงชัยออกจากศาลเดินทางไปส่งคุมขัง ปรากฏว่าอดีตพระธงชัยขณะที่นั่งในรถคุมขังของเรือนจำนั้น ได้นั่งลักษณะก้มศีรษะลงต่ำเพื่อหลบผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่รอถ่ายภาพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับกลุ่มฆราวาส 4 ราย คือ น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์, น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านร่วมรับโอนเงิน 25 ล้านบาท, นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี และนายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณฯ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศฯ ที่ถูกฝากขังพร้อมอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป วัดสระเกศฯ และวัดสามพระยา เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่งเรื่องขอประกันตัวระหว่างการฝากขังออกมาด้วยว่า ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวด้วย กลุ่มฆราวาสจึงต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อสังเกตพระสงฆ์ซึ่งถูกดำเนินคดีและถูกถอดสมณศักดิ์สามารถกลับมาบวชเป็นพระได้หรือไม่ว่า การถอดสมณศักดิ์กับการบวชไม่เกี่ยวกัน ต้องแยกจากกัน เพราะความผิดทางโลกเป็นเรื่องหนึ่ง ความผิดทางธรรมเป็นเรื่องหนึ่ง สมมติว่าพระอยู่กับสีกา ถือเป็นความผิดทางธรรม แต่ไม่ผิดทางโลก ส่วนการจะสึกนั้นทางกฎหมายบังคับให้สละสมณเพศ แต่จะด้วยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจหรือไม่ ต้องไปว่ากันภายหลัง เมื่อคดีทางโลกจบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องสมณศักดิ์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทาน และสามารถเรียกกลับคืนได้ เรียกว่าถอดถอนสมณศักดิ์ ซึ่งพระบางรูปอาจเจอทุกเรื่อง ยกตัวอย่างพระพิมลธรรม อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กรุงเทพฯ ซึ่งถูกข้อกล่าวหาเสพเมถุน ต่อมากลับมาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ก็โดนทั้งให้สละสมณเพศ ถอดจากสมณศักดิ์ และถูกดำเนินคดีอาญา แต่เมื่อศาลทหารตัดสินว่าไม่ผิด ทุกอย่างก็กลับคืนมาสามารถกลับไปนุ่งครองผ้าเหลืองตามเดิม เนื่องจากยังไม่ได้เปล่งวาจาว่าสึก เมื่อเดินเข้าไปกราบพระในแต่ละวัด แล้วสมเด็จพระวัดต่างๆ รับไหว้ แสดงว่ายังคงยอมรับว่าเป็นพระ จนต่อมาได้ขอพระราชทานสมณศักดิ์คืน เป็นต้น&amp;quot; รองนายกฯกล่าว
ลุยคดีเงินทอนวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางเข้าพบนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล พศ. เพื่อรายงานการทำงานของ พศ. และความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวนเรื่องการทุจริตเงินทอนวัด ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า กรณีพระผู้ใหญ่ถูกดำเนินคดีเรื่องเงินทอนวัด ซึ่งกระทบศรัทธาของประชาชน ทาง พศ.จะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องคดีว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประชุมเรื่องทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 3 ได้ประสานขอข้อมูลจาก พศ.หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า ยังไม่ทราบ แต่ถ้าขอมาจะให้ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีหนังสือจาก ป.ป.ช.เพื่อขอพยานหลักฐานมาเป็นประจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการดำเนินคดีพระผู้ใหญ่ในขณะนี้ ไม่สะดวกที่จะตอบ&amp;quot; ผอ.พศ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุวพันธุ์กล่าวว่า ได้เชิญ ผอ.พศ.มาเพื่อหารือเรื่องคดีเงินทอนวัดที่ดำเนินการไปแล้วในล็อตที่ 1-3 ส่วนล็อตที่ 4 ยังไม่ได้คุยกัน ตอนนี้หลักการที่ให้ไปคือ ให้ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปดำเนินการตามหลักฐาน และอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ส่วน พศ.ให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้าราชการที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้กำชับ พศ.ในเรื่องของการใช้งบประมาณในปี 2561 ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ ซึ่งหลักเกณฑ์เดิมถือว่าดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจำเป็นหรือเห็นว่ามีจุดอ่อนก็ขอให้พิจารณาดู เพื่อให้มันรัดกุมเพิ่มมากขึ้น&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณี บก.ปปป.ตร.ส่งสำนวนการสอบสวนคดีเงินทอนวัด 4 คดี ให้สำนักงาน ป.ป.ช.ดำเนินการว่า ที่ประชุมเห็นว่า ปปป.ได้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาบางรายในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งมีมูลฐานจากคดีความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และได้มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาบางรายไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ป.ป.ช.จึงมีมติส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมายให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต่อไป และส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกกล่าวหาพิจารณาดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความเป็นอยู่ของอดีตพระทั้ง 5 ราย ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า การดูแลของผู้ต้องขังระหว่างนี้กิจกรรมจะไม่เข้มข้นเท่าผู้ต้องขังเด็ดขาด เพราะว่าเขาจะต้องต่อสู้คดี แม้ว่าหลายคนจะถอดผ้าเหลืองแล้ว แต่ก็ยังอยากถือศีล ไม่รับประทานอาหารเย็น เราก็อนุโลมตามที่สมควร เฉพาะที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อระเบียบปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น ชาวมุสลิมที่อยู่ในเรือนจำ ช่วงนี้เป็นช่วงรอมฎอนถือศีลอด เราก็อนุโลมให้ปฏิบัติศาสนกิจได้ตามสมควร บางคนนุ่งโสร่ง สวมหมวก และต้องทำละหมาด เพราะฉะนั้นทุกศาสนาก็ดีทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนสมณศักดิ์ 7 พระเถระ, บก.ป., พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด วงศ์ชะอุ่ม), พระราชอุปเสนาภรณ์ (สังคม สังฆะพัฒน์), พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คำมา), พระอรรถกิจโสภณ(สมทรง อรรถกฤษณ์), พระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ), พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, ฟอกเงิน, มส., ยักยอกทรัพย์, ราชกิจจานุเบกษา, สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ), สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตโต), สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, สิปป์บวร แก้วงาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0eaeff5b259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาที่ประชุมมส.รายงาน3อดีตพระพรหมเงินทอน! ลุ้น&#039;ธงชัย&#039;มอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 &amp;nbsp;พ.ค.61- &amp;nbsp; นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) รองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยก่อนการประชุมมส.ในวันนี้ นอกจากจะมีวาระที่สำนักเลขาธิการ มส.เสนอตามปกติแล้ว ยังมีการรายงานกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับอดีตพระผู้ใหญ่ในคดีฟอกเงิน ทุจริตงบอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ให้ที่ประชุมรับทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ที่ถูกจับกุม ให้สึก และอยู่ในเรือนจำระหว่างรอการสอบสวนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพระผู้ใหญ่อีก 2 รูป ที่ยังหลบหนี คือ พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะภาค 4 ธรรมยุต และรองเลขาธิการคณะธรรมยุต และพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 10 และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศทั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อจากลูกศิษย์คนสนิทของพระพรหมสิทธิ ว่าจะเข้ามอบตัวที่กองปราบปราม สาเหตุที่ยังไม่เข้ามอบตัวในช่วงที่ผ่านมานั้น เนื่องจากต้องการให้ผ่านวันวิสาขบูชาไปก่อน และการจะเข้ามอบตัวเพราะไม่อยากให้ลูกศิษย์ต้องเดือดร้อน ตั้งแต่เกิดเรื่อง ลูกศิษย์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตาดูพฤติกรรมแทบทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามที่รับผิดชอบคดีดังกล่าว ยังไม่มีใครยืนยันว่าพระพรหมสิทธิจะเข้ามอบตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10297</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตเงินทอนวัด, ที่ประชุมมส., พระพรหมสิทธิ, มส., มอบตัว, สิปป์บวร แก้วงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e0d2e8aba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
