<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนัน&#039;เข้าใจหม่อมเต่า ก้าวไกลชง&#039;พรบ.ฉุกเฉิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สุเทพ&amp;rdquo; เผยเข้าอกเข้าใจ &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo; ชี้คนอายุ 75-76 ปีย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง &amp;nbsp;การทำงานเป็นพรรคของประชาชนจึงอาจอึดอัด &amp;ldquo;หมอเลี้ยบ-สหายอ้วน&amp;rdquo; ยังกั๊กกลุ่มแคร์จะกลายเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ โยนเป็นเรื่องอนาคต &amp;ldquo;จอม&amp;rdquo; โผล่เย้ยระวังเป็นแค่แป้งเด็กแคร์ &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; แก้ปัญหาไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมรายชื่อ 55 ส.ส.ยื่นคลอด พ.ร.บ.ฉุกเฉินแทน บอกทุกเรื่องต้องให้สภาอนุมัติและตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธการตอบคำถามถึงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ โดยนายกฯ เดินขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงการส่งสัญญาณปรับ ครม.ว่า นายกฯ ยังไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น ส่วนพรรคเองเราก็ทำงานให้ดีที่สุด &amp;nbsp;ซึ่งเราเป็นพรรคเล็ก ไม่มีอะไรวุ่นวาย ดูแลช่วยเหลือกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) เดินทางมาศาลตามนัดสืบพยาน และให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าและสมาชิกพรรค รปช.ว่า &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง รักษาการหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคแถลงชัดเจนว่า การลาออกเป็นเหตุผลของ ม.ร.ว.จัตุมงคล ไม่ได้ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ท่านตัดสินใจของท่านเอง ลาออกจากสมาชิกพรรคด้วย หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎระเบียบของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ม.ร.ว.จัตุมงคลพูดทำนองเหมือนไม่สามารถทำตามคอนโทรลได้ มีนัยอะไรหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ธรรมดาคนเราอายุกว่า 75-76 ปี มีความคิดเป็นตัวตนของตัวเอง เมื่อมาทำงานกับคนหมู่มากในระบบพรรคก็อาจอึดอัดบ้าง แต่พรรค รปช.เป็นพรรคของประชาชน เราพยายามที่จะให้พรรคของเราเป็นพรรคของประชาชนที่สมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นเวลาเราส่งคนไปเป็นรัฐมนตรีที่กระทรวง &amp;nbsp;พรรคก็จะมอบนโยบาย มอบแนวทาง ซึ่งมาจากการปรึกษาหารือกับประชาชนฝ่ายต่างๆ สิ่งที่เสนอไปคือเรื่องของการแก้ปัญหาให้ประเทศชาติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามยืนยันว่าเป็นเรื่องความขัดแย้งหรือไม่ลงรอยในการทำงานหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า อย่าไปพูดว่าเป็นความขัดแย้งไม่ลงรอย ท่านอาจจะรู้สึกอึดอัดใจ ก็เห็นใจท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จริงๆ ผมก็เจอท่านบ่อยพอสมควรนะ แต่ว่าส่วนใหญ่ก็จะเจอกันในที่ประชุม แล้วก็โตๆ กันแล้ว &amp;nbsp;ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากมาย ธรรมดา&amp;rdquo; นายสุเทพตอบสั้นๆ เมื่อถูกถามว่าพูดจากันหรือเคลียร์ใจกันหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร อดีต กก.บห.พรรค รปช.และที่ปรึกษา รมว.แรงงานโพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;ข้อคิดก่อนวันพระ&amp;rdquo; ว่า &amp;quot;สูงสุดของความกล้า คือกล้าที่จะขอโทษ สูงสุดความเข้มแข็ง คือเข้มแข็งที่จะให้อภัย และสูงสุดการยอม คือยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มก้อนการเมืองต่างๆ นั้น นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี สมาชิกเริ่มต้นกลุ่มแคร์ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนกลุ่มหลังเปิดตัวเป็นทางการว่า การทำงานของกลุ่มแคร์ไม่ใช่การทำงานแบบพรรคการเมือง โดยจะเน้นเรื่องประชาสังคมที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม เพราะการขับเคลื่อนสังคมที่ผ่านมาจะเน้นประเด็นเฉพาะเรื่อง มองว่าจุดอ่อนการทำงานแบบเดิมคือไม่สามารถเห็นภาพรวม ทำให้ข้อเสนอต่างๆ ไม่รอบด้าน และเมื่อคิดแล้วนำเสนอจบแค่นั้น แต่การทำงานของกลุ่มแคร์จะคิดในองค์รวม เพราะมองว่าคิดเฉพาะเรื่องไม่น่าจะพอ เราจึงคิดคำ &amp;ldquo;คิด เคลื่อน ไทย&amp;rdquo; ขึ้นมา โดยไม่จำกัดแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่คิดทุกเรื่องที่เป็นองค์ประกอบของสังคม ทั้งเศรษฐกิจ สังคม &amp;nbsp;การเมือง การกระจายอำนาจ การลดความเหลื่อมล้ำ เมื่อถึงเวลาเคลื่อนจะไม่ใช่แค่คิดแล้วเสนอ แต่ต้องขับเคลื่อน อะไรสามารถมีกิจกรรมนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยใช้เครือข่ายมาเชื่อมโยงการขับเคลื่อน เกื้อหนุนการทำงานกันในลักษณะเครือข่ายไม่มีลำดับชั้น&amp;nbsp;
แคร์กั๊กพัฒนาเป็นพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการไม่ทำงานแบบพรรคการเมืองเป็นอย่างไร นายสุรพงษ์ตอบว่า พรรคการเมืองจะมีแกนนำพรรค มีลักษณะลำดับชั้น คนตัดสินใจจะเป็นแกนนำพรรค แต่แคร์ไม่มีกรรมการแคร์ สมาชิกเริ่มต้นเป็นลักษณะผู้ประสานงาน และเราบอกตัวเองว่าเราไม่ใช่พรรคการเมือง ไม่ได้บอกทุกคนที่อยู่ในแคร์ห้ามการเมือง ไม่ใช่ คนเป็นนักการเมืองก็มาอยู่ในแคร์ได้ ใครที่อยากให้ประเทศพ้นวิกฤติ เอาความเชี่ยวชาญของตัวเองมาเชื่อมต่อกับคนอื่น แล้วใช้เครือข่ายนี้ขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ในพื้นที่ต่างๆ โดยไม่มีข้อจำกัดต้องขออนุมัติจากใคร เราไม่ได้บอกว่าไม่เกี่ยวข้องการเมือง ใครเป็นนักการเมืองจะนำความคิดไปช่วยผลักดันต่อในสภาผู้แทนราษฎร หรือประสานกระทรวงต่างๆ ก็จะทำให้งานต่างๆ บรรลุผลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าต่อไปกลุ่มแคร์จะกลายเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่าเป็นสิ่งที่ต้องการทำให้เกิดความชัดเจน ตอนที่ทำพรรคไทยรักไทย ช่วงคิดทำนโยบายมีความคิดต่างๆ มากมาย แต่พอเป็นรัฐบาลทุกคนภารกิจรัดตัว ทำให้ไม่ได้มานั่งคิดเรื่องใหม่ๆ เป็นจุดอ่อนไม่สามารถมีความคิดใหม่ๆ &amp;nbsp;ที่มองไปข้างหน้า ฉันใดฉันนั้น ถ้าหากจะมีคนบางคนในแคร์ผลักดันสร้างพรรคก็เป็นเรื่องของเขา แต่เราต้องการองค์กรที่เป็นพื้นที่ความคิดใหม่ๆ ที่มองไกลไปข้างหน้า เป็นความคิดที่หลากหลาย รู้จริงแต่ละเรื่องมองทุกอย่าง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรกลุ่มแคร์ก็ยังคงอยู่ และถ้าพรรคการเมืองใดเห็นประโยชน์ก็สามารถนำความคิดของกลุ่มแคร์ไปใช้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และสมาชิกเริ่มต้นกลุ่มแคร์ กล่าวว่า เราคือภาคประชาสังคม เป็นเครือข่ายที่ดึงคนทุกส่วนเข้ามาทำงานร่วมกัน ผู้ประสานงานกลุ่มจากที่เดิมมี 4 คนก็เพิ่มขึ้นเป็น 10 คน หลังจากเสร็จการเปิดตัวแล้วท่านเหล่านี้ก็ได้ไปออกรายการต่างๆ เพื่อบอกกล่าวในสิ่งที่เราจะดำเนินการต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดจากวันนี้ไปจะเดินหน้าสร้างเวที หรือพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่ต่างๆ และกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ส่วนจะเป็นพื้นที่ใดกลุ่มใดบ้างจะหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ วันนี้เราเชิญชวนประชาชนมาร่วมสร้างพื้นที่ความคิด เพราะเชื่อว่าสังคมวันนี้ไม่สามารถอยู่ได้ในโลกยุคใหม่โดยผู้นำเดี่ยวคนเดียว แต่ต้องระดมความคิดคนจำนวนมากเพื่อเข้ามาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงเดือน ก.ค.เราจะเดินหน้าจัดแคร์การท่องเที่ยววิถีใหม่ โดยเป็นเวทีใช้ความคิดในสังคมไทยทั้งหมดมาช่วยกัน โดยไม่ต้องแบ่งแยกความคิดเหล่านี้ไป หากใครนำไปสู่การปฏิบัติเรายินดี ส่วนที่ถามว่าที่สุดแล้วกลุ่มแคร์จะเป็นพรรคการเมืองหรือไม่นั้น จุดเริ่มต้นของพวกเราเริ่มจากปัญหาที่มีอยู่ในสังคม &amp;nbsp;ส่วนทางออกจากนี้เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องที่สมาชิกกลุ่มและสังคมต้องช่วยกันกำหนด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระที่ลี้ภัยในประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกลุ่มแคร์ว่า &amp;quot;เป็นกลุ่มการเมืองใหม่ที่น่าจับตา แต่ถ้าถามว่าชวนตื่นเต้น เร้าใจต่อการสร้างพลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศมากน้อยแค่ไหน คำตอบคือเฉยๆ เพราะความตื่นเต้นที่จะได้เห็นนักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญนั้นได้ถูกพิสูจน์มาแล้วว่า การเมืองภายใต้บริบทนี้ ยิ่งมากกลุ่ม มากพรรค มากแนวคิด มากอุดมการณ์ ก็ไม่อาจสร้างมวลชนให้ก่อพลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้มากเหมือนเช่นที่ผ่านมาและเป็นอยู่ หากเป็นกลุ่มที่คอยตรวจสอบ ท้วงติง ตั้งคำถาม ต่อกระบวนการแก้ปัญหา หรือพัฒนาประเทศของภาครัฐ รวมทั้งเสนอแนะเชิงนโยบาย แนวทางแก้ปัญหาแต่ละด้าน อันนี้อาจจะส่งผลได้มากกว่า&amp;quot;&amp;nbsp;
เย้ยแค่แป้งเด็กแคร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากเป็นกลุ่มการเมืองใหม่ที่หวังจะสร้างชาติด้วยพลังประชาชนโดยเชื่อมโยงแตะมือเข้ากับยุทธศาสตร์ทางการเมืองใหม่ของเผด็จการทหารในขณะนี้ อันนี้ก็อาจหวังได้ว่าสุดท้ายก็กลายเป็นเพียงแป้งเด็กแคร์ แต่ก็ให้กำลังใจนะครับ&amp;rdquo; นายจอมโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระแสข่าวการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรค เพื่อไทย กล่าวว่า ดีใจได้เพียงข้ามคืนเพราะโฆษกรัฐบาลปฏิเสธข่าวดังกล่าวแล้ว ซึ่งการรัฐประหารเมื่อ &amp;nbsp;22 พ.ค.57 ข้ออ้างประการหนึ่งนอกเหนือจากการรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง คือการสร้างความปรองดองของคนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ที่บัดนี้มาเป็นนายกฯ รอบที่สองควรแสดงภาวะผู้นำ เมื่อเรียนผูกก็ควรเรียนแก้ ไหนๆ ก็มีผู้จุดประเด็นสร้างความปรองดองขึ้นมาอีกครั้ง ก็ควรที่จะสานต่อ เพราะคุณธรรมทางศาสนาที่สำคัญนั้น ได้แก่ อภัยและเมตตา จึงควรให้อภัยและเมตตาแก่บุคคลที่ต้องคดีการเมือง และคดีอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง ยกเว้นคดีทุจริต ซึ่งการสร้างความปรองดองของคนในชาติในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ พิมพ์กลาง อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงสกลนคร กล่าวประเด็นนี้ว่า พร้อมสนับสนุนเพราะนายกฯ มีความตั้งใจดี ตั้งใจทำความดี ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ &amp;nbsp;ทำให้คนเกิดความรักความสามัคคี ขอให้เป็นนายกฯ ต่อ การนิรโทษกรรมเป็นแนวทางที่แกนนำเสื้อแดงภาคอีสานต้องการ เพราะบ้านเมืองตอนนี้มีปัญหา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ไวรัสโควิด-19 เรื่องภัยพิบัติ ที่น่าเป็นห่วง จึงอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมมือกันในภาวะแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่บริเวณประตู 3 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ (คปอ.), แนวร่วมนิสิต นักศึกษา และประชาชน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง และนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ทำกิจกรรมอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน โดยนายพริษฐ์และสมาชิกได้ตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า &amp;ldquo;ยกเลิก &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมากลุ่มแอมแนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวน 10 คน ร่วมแจกจ่ายเอกสารและอ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาสอบสวนและนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเป็นธรรม และปฏิบัติตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลมิให้สูญหายเกี่ยวกับการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเดินทางกลับ
ชงผุด พ.ร.บ.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมคณะร่วมกันแถลงถึงการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. .... โดยมี ส.ส.พรรค 55 คนเข้าชื่อเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลยังคงการใช้ พ.ร.ก.ฉุนเฉินเอาไว้ พรรคไม่เห็นด้วยจึงได้เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ แม้จะอ้างเรื่องคุมโควิด แต่วันนี้ไม่มีตัวเลขผู้เสียชีวิต แสดงให้เห็นว่าไม่มีความชอบธรรม การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ไม่ใช่การแก้ไขโควิด แต่เป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนวิจารณ์รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากทราบว่าการคง พ.ร.ก.มีไว้เพื่อใครกันแน่ ยังไม่นับเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น ลึกๆ แล้วคงไว้เพื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ วันนี้สภาทำอะไรไม่ได้เลย เป็นแค่เสือกระดาษที่ตรวจสอบการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ของรัฐบาล ในเมื่อรัฐบาลไม่ยกเลิก พรรคจึงเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขพระราชกำหนด&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวต่อไปว่า ร่าง พ.ร.บ.จะมีผลให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และมีสาระสำคัญ 4 &amp;nbsp;ประการ ดังนี้ 1.ให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยฝ่ายบริหารสามารถใช้บังคับได้ไม่เกิน 30 วัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศ รวมถึงการขยายเวลาแต่ละครั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา และหลังสิ้นสุดการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว นายกฯ ต้องทำรายงานผลการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินต่อสภา 2.ยกเลิกอำนาจในการออกข้อกำหนดห้ามนำเสนอข่าวสาร &amp;nbsp;เพื่อให้สื่อมีอิสระในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร 3.ยกเลิกข้อยกเว้นที่ให้ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง และยกเลิกข้อยกเว้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และวินัย เพื่อให้การใช้อำนาจภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินถูกตรวจสอบได้โดยองค์กรตุลาการ และ 4.ในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยภายใต้การประกาศสถานการณ์ที่มีความร้ายแรง จะต้องดำเนินการด้วยกระบวนการปรกติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่น ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง และต้องควบคุมตัวภายในสถานีตำรวจที่ญาติและทนายความเข้าถึงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69094</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอม เพชรประดับ, ชวลิต วิชยสุทธิ์, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร, รังสิมันต์ โรม, สิระ พิมพ์กลาง, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb671c15d09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2020 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2020 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แดงอีสาน&#039; เด้งรับนิรโทษกรรมคดีการเมือง อวย &#039;บิ๊กตู่&#039; ตั้งใจทำดีให้บ้านเมืองสงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.63 -&amp;nbsp;นายสิระ พิมพ์กลาง อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย และหนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง สกลนคร กล่าวถึงกระแสข่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ที่มีคดีทางการเมือง โดยไม่รวมถึงบุคคลที่มีคดีทุจริตคอรัปชั่นและความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า ส่วนตัวพร้อมสนับสนุนเพราะท่านมีความตั้งใจดี ตั้งใจทำความดี ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ทำให้คนเกิดความรักความสามัคคี ขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวว่าการนิรโทษกรรมเป็นแนวทางที่แกนนำเสื้อแดงภาคอีสานต้องการ เพราะบ้านเมืองตอนนี้มีปัญหา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;เรื่องภัยพิบัติ ที่น่าเป็นห่วง จึงอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมมือกัน พรรคเพื่อไทย พรรคฝ่ายค้าน ทุกฝ่ายก็ขอให้ตั้งสติ เรื่องความแค้นพักเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งใช้ทิฐิมากเกินไป ตนในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงทางอีสาน พร้อมสนับสนุน ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปช่วยเหลือ ยินดี พร้อมให้ความร่วมมือช่วยเหลือชาติบ้านเมืองในภาวะแบบนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69019</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิรโทษกรรม, สิระ พิมพ์กลาง, แดงอีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeab8eacde7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2019 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เพื่อนไทย” หลังพ้นรอยร้าว  “สิระ” เปิดใจ...ยังไปได้ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศึกภายใน &amp;ldquo;พรรคเพื่อนไทย&amp;rdquo; พรรคการเมืองเล็กชื่อคล้าย &amp;ldquo;พรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; เป็นที่ยุติลงแล้ว หลัง &amp;ldquo;อนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์&amp;rdquo; เลขาธิการพรรค พร้อมกรรมการบริหารพรรค 8 ราย ยื่นใบลาออกจากพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2562 ที่เจ้าตัวได้มอบหมายให้ &amp;ldquo;สันติพล ไชยกิจ&amp;rdquo; อดีตลูกพรรคเป็นตัวแทนในการนำเอกสารมายื่นและให้ข่าวต่อสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนั้น &amp;ldquo;สันติพล&amp;rdquo; บอกทำนองว่า หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยไม่ได้มีการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนอุดมการณ์ของหัวหน้าพรรคเองก็ไม่มีความชัดเจน จึงขอลาออกไปทำตามอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อนไทยเหลือเพียง &amp;ldquo;สิระ พิมพ์กลาง&amp;rdquo; รักษาการเป็นหัวหน้าพรรคเพียงเท่านั้น ส่วนตนจะย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่นั้นอยู่ระหว่างการหารือกัน แต่แนวโน้มจะมีการตั้งพรรคใหม่มากกว่าที่จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนรอยศึกภายในพรรคก่อนการลาออกของกรรมการบริหารพรรค 8 ราย เดิมนั้น &amp;ldquo;พรรคเพื่อนไทย&amp;rdquo; ก่อตั้งโดย &amp;ldquo;สิระ พิมพ์กลาง&amp;rdquo; อดีตแกนนำคนเสื้อแดง จ.สกลนคร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย &amp;ldquo;อนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์&amp;rdquo; เป็นเลขาธิการพรรค แต่ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ปรากฏข่าวความขัดแย้งขึ้นเมื่อ &amp;ldquo;อนุวัฒน์&amp;rdquo; ได้อ้างตัวเป็นหัวหน้าพรรคเช่นเดียวกัน โป๊ะแตกขึ้นมาเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2562 ที่ &amp;ldquo;อนุวัฒน์&amp;rdquo; เดินทางมาส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ต่อสำนักงาน กกต. แต่ &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; เดินทางมาคัดค้าน โดยยืนยันว่าตนคือหัวหน้าพรรคตัวจริง บอกว่า &amp;ldquo;อนุวัฒน์&amp;rdquo; ไปนัดประชุมลับหลัง แล้วมีมติปลดตนเองออกจากการเป็นหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความขัดแย้งดังกล่าวได้นำไปสู่คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ให้ตัดสิทธิ์ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อนไทย เนื่องจากหนังสือแจ้งการแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัดของพรรคเพื่อนไทย ฉบับลงวันที่ 9 และ 28 ม.ค. ไม่ได้ลงนามโดยหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย หรือโดยผู้ได้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าพรรค และนายทะเบียนพรรคการเมืองได้วินิจฉัยว่า การประชุมใหญ่พรรคเพื่อนไทย วันที่ 15 ธ.ค.2561 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อนไทยถูกตัดสิทธิ์ยกพรรค อดลงเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 หากกากบาทเลือกพรรคนี้ ก็ถือเป็นบัตรเสียเช่นเดียวกับการเลือกพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;สิระ พิมพ์กลาง&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคตัวจริงที่เหลืออยู่ เปิดเผยกับเราถึงสถานการณ์ก่อนและหลัง 8 กรรมการบริหารพรรคลาออก ถึงความขัดแย้งว่ามีสาเหตุมาจากการประชุมปลดตนออกจากพรรค ปลอมเอกสารลายมือชื่อรับรองผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งจะเห็นได้ว่ารายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่ปรากฏไม่มีชื่อตนอยู่เลยทั้งที่เป็นหัวหน้าพรรค สุดท้ายก็ไปด้วยกันไม่ได้ นอกจากนี้ได้ไปแจ้งความต่อ สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวหา &amp;ldquo;อนุวัฒน์&amp;rdquo; หมิ่นประมาท ให้การเท็จต่อหน้าศาล ส่วนข้อหาปลอมเอกสาร ซึ่งแจ้งความต่อตำรวจที่สกลนครไม่รับแจ้งความ เพราะตำรวจให้ไปแจ้งในพื้นที่เกิดเหตุปลอมลายเซ็น ตนในฐานะผู้เสียหายเดือดร้อน ถ้าปลอมที่ไหนต้องไปแจ้งที่นั่นกว่า 40 จังหวัด เป็นไปไม่ได้ ตนจะปรึกษากองปราบ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, อัยการและศาลในเรื่องนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ก้าวต่อไปของพรรคหลังจากนี้ &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; กล่าวด้วยความมั่นใจยืนยันสมาชิกพรรคกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ยังอยู่กับตนเอง ตั้งแต่เลขาฯ พรรคลาออกไป อดีตสมาชิกที่ไม่ถูกกับอดีตเลขาฯ ก็กลับมาเข้าพรรคด้วย ก่อนหน้านี้ออกไปเพราะกลัวเลขาฯ ยึดพรรค ตอนนี้มีแต่คนจะกลับมา สมาชิกเชื่อมั่นในตนเองเป็นร้อยคน เพราะตนเคยทำงานเป็นเครือข่ายเอ็นจีโอ ไปชุมนุมทั้งเสื้อเหลืองเสื้อแดง มีความเป็นเอกเทศ หัวหน้าพรรคทั่วประเทศตนกล้าท้าเลยว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคที่จนที่สุด ตอนนี้มีสมาชิกกว่า 5,000 คน มากกว่าพรรคใหญ่บางพรรค และอยู่ในมืออีกกว่า 1,000 คน ยังไม่ได้ส่ง กกต. ยืนยันว่าพรรคเพื่อนไทยยังไปได้ต่อ และไปได้ดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยยังอ้างว่า ทางพรรคได้คะแนนกว่า 3 แสนคะแนน มีผู้ใหญ่ 2-3 พรรค จะขอยุบมาร่วมกับตนเองอีกด้วย ตนก็ยังงงอยู่เหมือนกัน ขนาดเราไม่มีป้ายหาเสียง ไม่มีใบปลิว ไม่มีรถหาเสียง ยังได้คะแนนถึง 3 แสนคะแนน ถือว่าแปลกที่สุด ใกล้เคียงกับพรรคเพื่อชาติที่มี &amp;ldquo;จตุพร พรหมพันธุ์&amp;rdquo; เป็นผู้ช่วยหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าได้ 3 แสนคะแนน ทั้งที่ผู้สมัคร ส.ส.ถูกตัดสิทธิ์หมด &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; บอกว่าเป็นคะแนนมาจากการที่ กกต.ยังไม่แจ้งไปยังหน่วย ทำให้ยังไม่มีการประกาศให้ประชาชนรับรู้ เมื่อเขาไม่รู้ก็เลยลงคะแนนให้ และมั่นใจว่าในพรรคมีคนมีคุณภาพกว่า 90 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้าย &amp;ldquo;สิระ&amp;rdquo; กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันจากการประกาศผลการเลือกตั้งที่มีปัญหาต่างๆ โดยแนะนำให้ กกต.ลาออก ถ้าตนเองเป็น กกต.ก็ลาออก ใครรัฐประหารก็ทำเลย ไม่ใช่ว่าตนชอบรัฐประหาร แต่มันไม่มีวิธีอื่นแก้ ต้องพึ่งพระบารมี ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่และเลือกตั้งใหม่ และฝากถึง &amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;rdquo; นายกฯ และหัวหน้า คสช. ถ้าไม่มีพรรคให้มาอยู่กับพรรคตนได้ จะให้ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับ 2 แล้วจะพาไปดูปัญหาชาวบ้านที่ยากจนจริงๆ จะได้รู้ว่าประชาธิปไตยที่ประชาชนอยากได้เป็นอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34896</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จตุพร พรหมพันธุ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สิระ พิมพ์กลาง, อนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190501/image_big_5cc9b169a07e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้วเว้ย!พรรคอะไหล่แม้วแตก&#039;กก.บห.-สมาชิก&#039;แห่ลาออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 62 - &amp;nbsp; ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสันติพล ไชยกิจ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อนไทย ได้รับมอบอำนาจจากนายอนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อนไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต.แจ้งหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเพื่อนไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติพล เปิดเผยว่า เนื่องจากทางกรรมการบริหารพรรค ที่มีอยู่จำนวน 8 คน และสมาชิกพรรคเห็นว่าทางหัวหน้าพรรคเพื่อนไทย ไม่ได้มีการดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนอุดมการณ์ของหัวหน้าพรรคเองก็ไม่มีความชัดเจน จึงขอลาออกไปทำตามอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อนไทยเหลือเพียงนายสิระ พิมพ์กลาง รักษาการณ์เป็นหัวพรรคเพียงเท่านั้น ส่วนตนจะย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่นั้นอยู่ระหว่างการหารือกัน แต่แนวโน้มจะมีการตั้งพรรคใหม่มากกว่าที่จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34422</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคฝ่ายประชาธิปไตย, พรรคเพื่อนไทย, สันติพล ไชยกิจ, สิระ พิมพ์กลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc12b45bb5b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30131</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคแดงสกลฯฟัดกันนัว!แย่งเป็นใหญ่ถึงขั้นฟ้องศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.62 - นายสิระ พิมพ์กลาง หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย และเป็นแกนนำเสื้อแดงสกลนคร กล่าวว่า ในการเลือกตั้งวันที่24มี.ค. หลายพรรคการเมืองมีความพร้อมตื่นตัวพร้อมลงสนามเลือกตั้ง เดิมทีพรรคเพื่อนไทย เสนอตัวเพื่อให้ประชาชนพิจารณา ในวันที่กรรมการการเลือกตั้งเปิดรับสมัคร มีผู้อ้างสิทธิ์ความเป็นหัวหน้าพรรค ไปยื่นความจำนงค์ขอส่งส.ส.ลงสมัครรับเลือกตั้งต่อกกต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมากกต.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ ท้ายสุดผู้สมัครของพรรคหลายเขต ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ จากนั้นอีกฝ่ายก็ยังยืนยันในสิทธิ์การเป็นหัวหน้าพรรค มีการกล่าวอ้างว่า มีการจัดประชุมใหม่ ขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและอ้างว่าตนได้ลงนามยินยอมให้ดำเนินการแทนหมดทุกอย่างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ กล่าวว่า ขอบอกว่า ไม่เป็นความจริง ไม่เคยลงนาม จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อตนยังอยากทำการเมือง จะไปลงนามให้อีกฝ่ายดำเนินการแทนได้ทุกเรื่องได้อย่างไร จากนั้นตนจึงได้ยื่นเรื่องให้กกต.ตรวจสอบรับรองความเป็นหัวหน้าพรรค กกต.มีหนังสือตอบกลับมา การประชุมก่อนหน้าไม่ถูกต้อง นายสิระยังถือเป็นหัวหน้าพรรคโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย เลยสงสัยว่า เอกสารที่บางฝ่ายเอาไปยื่นพร้อมกับการลงนามชื่อตนนั้นมาได้อย่างไร ทั้งที่ ไม่เคยลงนามมอบอำนาจลักษณะดังกล่าวให้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ มีการกล่าวอ้างในลักษณะ ผมได้ลงนามในเอกสารยินยอมไปแล้ว แต่เมื่อไปตรวจสอบกลับพบว่า ไม่ใช่ลายมือชื่อของผม และยังมีอีกหลายกรณีที่มีการไปแอบอ้าง ซึ่งดูแล้วอาจจะเข้าข่ายทำผิดกฎหมายทั้งต่อองค์กรนั้นและตัวผมด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการพูดกันไปพูดกันมา ดังนั้นผมขอใช้สิทธิ์อันพึงมี ขอพึ่งกระบวนการศาลยุติธรรมให้ช่วยตัดสิน โดยได้นำเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องไปมอบให้ศาลฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยากขอโทษผู้ร่วมงานของพรรค แต่เมื่อเกิดสิ่งไม่ดีก็ยอมไม่ได้ ขอทำพรรคที่เปรียบเหมือนบ้านตัวเองให้สะอาดเสียก่อน&amp;rdquo;นายสิระกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30131</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พรรคอะไหล่เพื่อไทย, พรรคเพื่อนไทย, สิระ พิมพ์กลาง, เลือกตั้ง, เสื้อแดงสกลนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4e03bef37a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2018 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2018 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อนไทยไม่แปลกใจ&#039;พปชร.&#039;หนุนบิ๊กตู่นายกฯ เย้ยกระแสอีสานตกฮวบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;3 ธ.ค. 61 - นายสิระ พิมพ์กลาง หัวหน้าพรรคเพื่อนไทย กล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญพรรคการเมืองไปหารือในวันที่ 7ธ.ค.ว่า จนถึงวันนี้ พรรคเพื่อนไทยยังไม่ได้รับหนังสือเชิญ แต่หากเชิญมา คงไม่ไปอยู่ดี ปล่อยให้ คสช. กกต. หารือกันไป จะเอาอย่างไรก็บอกมา ยังยืนยันวันเลือกตั้ง24ก.พ.62 ซึ่งพรรคเพื่อนไทยก็พร้อม หรือจะเลื่อนออกไป เอาตามที่ท่านสะดวก สบายใจกันไปเลย ไม่รู้ว่า กกต. ทั้งหมดมีการแบ่งงานกันเสร็จเรียบร้อยหรือยัง มีงบประมาณลงมา และพร้อมกันจัดเลือกตั้งกันจริงๆ แล้วใช่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ชิงตำแหน่งนายกฯนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะพล.อ.ประยุทธ์ บอกมาก่อนหน้าว่าสนใจการเมือง แต่หากประกาศไม่สนใจการเมือง จะวางมือการเมือง อย่างนี้น่าสนใจกว่า เมื่อสนใจจริงๆ ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐไปเลย เท่าที่รู้มาผลจากเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ทำให้กระแสพรรคพลังประชารัฐในภาคอีสานไม่ดีเอาเลย อดีตส.ส.หลายคนที่ย้ายไปอยู่ วันนี้ชาวบ้านเขาไม่เอา ถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับพรรคพลังประชารัฐ จะทำอย่างไรต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23330</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., นายกฯ, บิ๊กตู่, พปชร., สิระ พิมพ์กลาง, เพื่อนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180717/image_mid_5b4e03bef37a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมกันแพ้แยกชนะ &#039;ตุ๊ดตู่-ตู้เย็น&#039;ผุดเพื่อชาติ! สะพัดดัน&#039;นพดล&#039;หัวหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; ลั่นไม่ผิดไม่ต้องกลัวถูกยุบพรรค &amp;ldquo;กกต.&amp;rdquo; โดดรับลูกสอบ &amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; บงการเพื่อไทยแล้ว รวมถึงกรณีพลังดูด แต่ยังไม่ถึงขั้นตั้ง กก.เพราะแค่เป็นข่าว สะพัด! &amp;ldquo;เพื่อชาติ&amp;rdquo; จตุพร-ยงยุทธ-สงคราม ดัน &amp;quot;นพดล&amp;quot; นั่งหัวหน้าพรรค ดึง &amp;quot;ชัชชาติ&amp;quot; ขึ้นบัญชีนายกฯลำดับ 1 &amp;quot;ตุ๊ดตู่&amp;quot; แจงยิบที่ตั้งพรรคเพื่อให้มวลมิตรมีช่องหายใจตามยุทธศาสตร์ &amp;quot;รวมกันแพ้ แยกกันชนะ&amp;quot; ด้านเสื้อแดงใน พท.โวยตัดคะแนนกันเองมากกว่าเก็บทุกเม็ด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) เดินทางไปหารือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อวางยุทธศาสตร์การเลือกตั้งแยกกันเดินร่วมกันตี โดยเฉพาะการจัดตั้งพรรคสำรองเพื่อป้องกันการถูกยุบ พท. โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวในเรื่องนี้ว่า ไม่ทราบ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เท่านั้น ส่วนที่นายทักษิณแสดงตัวอยู่เบื้องหลังพรรค พท.นั้น หากทำผิดเรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่า คสช.ไม่ได้มีแผนจะยุบพรรคเพื่อไทย คสช.จะไปรู้ได้อย่างไร ถ้าจะถูกยุบพรรคก็ต้องเป็น กกต.จะมาโทษ คสช.ได้อย่างไร และตอนนี้ คสช.ยังไม่ได้ประชุมอะไรเลย&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณี พท.กังวลว่าพรรคจะถูกยุบเพราะเป็นกลยุทธ์ของการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาทำผิดหรือไม่ ทำไมต้องกลัว ถ้าไม่ทำผิด พรรคการเมืองอื่นๆ ไม่เห็นกลัว เพราะเขาไม่ทำผิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกถึงกรณีนี้ว่า ได้ให้สำนักงาน กกต.ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ เพราะขณะนี้ปรากฏเป็นแค่ข่าว โดยจะรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงทุกเรื่องที่เคลื่อนไหวในช่วงนี้ ทั้งที่กล่าวหาว่ากลุ่มสามมิตรดูดอดีต ส.ส., การเก็บบัตรประชาชน และคลิปวิดีโอนายทักษิณชี้นำพรรคเพื่อไทย ถ้ามีหลักฐานเพิ่มเติมถึงขั้นดำเนินการได้ ก็จะดำเนินการ
&amp;ldquo;ทุกเรื่องยังเป็นเพียงข่าว ยังไม่มีมูลไปถึงขั้นว่าเข้าข่ายครอบงำ กกต.ก็ได้รับทราบข้อมูลต่างๆ และให้นโยบายกับสำนักงานว่า ถ้าพบว่ามีมูลก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ตอนนี้ข้อมูลที่มียังไม่ถึงขั้นครอบงำ จึงยังไม่มีเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่จะนำไปสู่การพิจารณายุบพรรคเพื่อไทย&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยตั้งพรรคสำรองว่า เป็นเสรีภาพ คนที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองรวมกัน 500 คน มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท มีข้อบังคับพรรคและอุดมการณ์ที่ไม่ขัดกฎหมาย หากมายื่นขอจัดตั้ง กกต.ก็ต้องดำเนินการให้ ส่วนตั้งแล้วจะสนับสนุนใคร ก็เป็นเรื่องแนวนโยบายของพรรค เหมือนที่บางพรรคประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ก็มีหลายพรรค ส่วนพรรคจะตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกหรือกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ ต้องดูการดำเนินการของพรรคในอนาคต หากเกิดขึ้นก็ต้องมาว่ากันตามกฎหมาย
ข้องใจรัฐบาลเปลี่ยนไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีคณะนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนในรัฐบาล ระบุว่า ค่อนข้างแปลกใจกับท่าทีและจุดยืนของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ระบุว่าการเดินทางไปพบนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของแกนนำพรรคเพื่อไทยเป็นเสรีภาพ คสช.ปล่อยแล้ว และยังบอกว่าใครจะตั้งพรรคสำรองกี่พรรคก็เป็นสิทธิที่ทำได้ ถ้ามีทุนและมีสติปัญญา
&amp;ldquo;ที่ผมเป็นห่วง เพราะการพูดเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของ กกต.ที่กำลังตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายผิดมาตรา 28 และ 29 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่ห้ามพรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลภายนอกยุ่งเกี่ยวกับกิจการในพรรค ซึ่งมีผู้ร้องต่อ กกต.ในกรณีพรรคเพื่อไทยไปแล้ว อาจทำให้การทำงานของ กกต.มีปัญหาตามมาได้&amp;rdquo; นายสุริยะใสกล่าว และว่า การตั้งพรรคสำรอง แม้เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่วิธีดังกล่าวจะทำลายเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคการเมืองจมอยู่กับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะได้มาโดยวิธีใด ทำให้การปฏิรูปการเมือง โดยพรรคการเมืองไม่ประสบความสำเร็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ พิมพ์กลาง ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยกล่าวถึงกรณีการก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ (พช.) และพรรคเพื่อธรรม (พธ.) ตามยุทธศาสตร์แยกกันเดิน ร่วมกันตี ว่าดูแล้วไม่น่าใช่ น่าจะเป็นรวมกันเราอยู่ แยกหมู่กันตาย เสียมากกว่า โดยแกนนำคนเสื้อแดงเคยบอกเอาไว้จะไม่ออกมาทำพรรคการเมือง แต่วันนี้ดูแล้วไม่ต่างอะไรจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ที่เคยยืนยันจะไม่ยุ่งการเมือง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คนเสื้อแดงที่มาทำพรรคเพื่อชาติจะต่างอะไรกัน เป็นเหมือนการกลืนน้ำลายตัวเอง ถ่มน้ำลายขึ้นฟ้า แล้วรดหน้าตัวเอง สุดท้ายหากจะเดินหน้าพรรคการเมืองจริงๆ ก็ขอให้ผู้สนับสนุนทั้งหลายเปิดหน้าออกมาให้หมด ขออย่ามาเล่นเกมใต้ดิน ที่บางคนเคยด่าผมเป็นแดงเทียมไปทำพรรค แล้วกรณีนี้จะว่าอย่างไร&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกพรรค พท.และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงการก่อตั้งพรรค พช.ว่า เข้าใจว่าเป็นความหวังดีของสมาชิกบางคนที่กังวลว่า พท.ที่เป็นพรรคหลักผู้สมัครล้นไม่พอลงสมัคร จึงตั้งพรรคขึ้นมา และคงกังวลถึงกระแสข่าวถูกยุบ โดยการตั้งพรรค พช.เพื่อหวังไปเก็บตกคะแนนเสียง เก็บคะแนนทุกเม็ด ดูแล้วจะเป็นการมาตัดคะแนนกันเองกับ พท.มากกว่า เราควรมีพรรคหลักพรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเป็นหัวหอกหลักในการต่อสู้ เพื่อให้ได้คะแนนเป็นกอบเป็นกำ &amp;nbsp;
ไล่พ้น นปช.หากตั้งพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิก พท.และแกนนำ นปช. กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรค พช.ว่า ส่วนตัวและในนาม นปช.ไม่เคยร่วมหารือกับคณะผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ แต่คงมีการพบปะพูดคุยกันในกลุ่มผู้สนใจมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ออกจากเรือนจำ ก็ได้ยินว่าสนใจเรื่องนี้ต่อเนื่อง ในส่วนของ นปช.เคยหารือนอกรอบในหมู่แกนนำ ได้ข้อสรุปว่า เราเป็นขบวนการต่อสู้ภาคประชาชน ไม่มีแนวคิดตั้งพรรคการเมือง ส่วนสมาชิกหรือแกนนำคนไหนสนใจร่วมงานกับพรรคการเมืองใด ตราบเท่าที่พรรคนั้นยืนบนหลักการประชาธิปไตย ถือเป็นเสรีภาพ ถ้ามีจุดยืนที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ถือว่าสิ้นสภาพความเป็น นปช.&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมาเข้าใจตรงกันแบบนี้ หากพรรคเพื่อชาติยืนยันหลักการประชาธิปไตยก็ไม่มีอะไรเป็นข้อขัดแย้ง การตัดสินใจของแต่ละคนให้เป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิกล่าว และว่า ไม่คิดว่าพรรคไหนจะเป็นนอมินีให้กันได้เมื่อลงสนาม ในความเป็นจริงน่าจะเป็นแนวร่วมกันในทางหลักการมากกว่า เพราะเลือกตั้งคราวนี้มี 2 ฝ่ายเท่านั้น คือพรรคประชาธิปไตยกับพรรคเผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพรกล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงกรณีกระแสข่าวการแยกกับนายณัฐวุฒิมาจับมือกับนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อไทยมาตั้งพรรคเพื่อชาติ ว่าตนอยู่ในสถานะไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็ไม่ได้ แต่ได้พูดเอาไว้ที่สมาคมนักข่าวฯ คือ รวมกันแพ้ แยกกันชนะ เพราะอีกมุมหนึ่ง มีพรรคการเมืองอีกฝั่งแยกออกเป็น 5 พรรคอยู่ครบถ้วนหมด และเมื่อมีหมู่มิตรมาหารือร่วม ต้องการสู้ในเวทีรัฐสภา คนที่ไม่มีพื้นที่ในพรรคเดิมทั้งหมด แล้วยังไม่ได้เป็น ส.ส. พรรคเพื่อชาติเขาเปิดเวทีให้ เห็นว่าช่องทางนี้จะทำให้เขาเหล่านั้นเข้าไปทำหน้าที่เป็น ส.ส.ได้ รวมถึงบรรดาหมู่มิตรที่ร่วมต่อสู้กันมาแล้วก็ไม่มีโอกาส ไม่มีพื้นที่ เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2560 ออกแบบไว้ดังนี้ ก็ถือว่านี่เป็นโอกาสในการเข้าไปทำหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นายณัฐวุฒินั้นมีพื้นที่ในพรรคเพื่อไทยอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมา ระบบการเลือกตั้งแบบเดิมทำให้เข้าไปหาพื้นที่ได้ แต่เนื่องจากระบบใหม่มันจะไม่มีพื้นที่ เลยพูดคุยกันว่าคนที่มีพื้นที่อยู่แล้วในพรรคเพื่อไทยไม่ต้องมา แต่คนที่ไม่มีพื้นที่และหมู่มิตรจากส่วนต่างๆ ก็สามารถมาเริ่มต้นที่พรรคเพื่อชาติกันได้ คือแนวพรรคเขาเปิดช่องไว้ดังนี้ ซึ่งผมเห็นด้วยกับคุณยงยุทธว่า ช่องนี้น่าจะดีที่สุดตามรัฐธรรมนูญที่ออกแบบไว้ว่า รวมกันแพ้ แยกกันชนะ&amp;quot; นายจตุพรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรยังชี้แจงกรณีนายยงยุทธไม่มีพื้นที่ในพรรคเพื่อไทย จึงมาชวนทำพรรคเพื่อชาติ ว่านายยงยุทธอยู่ตรงไหนก็ได้ นายยงยุทธมีสิทธิ์ทางการเมืองเช่นเดียวกับบ้านเลขที่ 109 และ 111 คนอื่นๆ วันนี้ก็พ้นโทษทางการเมืองแล้ว นายยงยุทธมีแนวความคิดไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่มีสิทธิ์ จึงคิดว่าเราจะได้คนใหม่ๆ เข้าไป รวมทั้งหมู่มิตรที่ค้างๆ กันอยู่ และไม่มีโอกาสทำหน้าที่ส่วนนี้จะได้มีโอกาสเข้าไปต่อสู้ในระบบรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรยังกล่าวถึงการหารือกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพระพุทธะอิสระ แกนนำ กปปส. ในระหว่างอยู่ในคุกถึงการตั้งพรรคเพื่อชาติ ว่าเคยชี้แจงไปแล้วว่าเราไปอยู่ในสุสานคนเป็น มันไม่มีหัวโขน ก็คุยกัน เกิดปรากฏการณ์ว่าสังคมนี้มันพูดคุยกันได้ถ้ามันอยู่ในจุดความรู้สึกเดียวกัน แต่เป็นคนละส่วนกับพรรคเพื่อชาติที่มีอยู่เดิม และเป็นพรรคที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย การพูดคุยเป็นแนวความคิดที่ไม่ปิดประตูพูดคุยกับทุกฝ่าย เพื่อเปิดช่องให้กับสังคมไทยไม่ย้อนไปสู่วิกฤติเดิมกันอีก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งสองที่ไม่ได้อยู่ในฐานะมาตั้งพรรคการเมืองได้ แต่เป็นความคิดว่าสังคมไทยเมื่ออยู่ในจุดที่มีความรู้สึกเดียวกัน พูดคุยกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเพื่อชาติเปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 9 ต.ค. ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว คณะแกนนำผู้ก่อตั้งพรรคเพื่อชาติ อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ และนายอารี ไกรนรา ร่วมหารือถึงผู้เหมาะสมจะมาเป็นหัวหน้าพรรค โดยได้วางตัวนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทยและเพื่อนสนิทนายยงยุทธเป็นหัวหน้าพรรค และจะมาเป็นผู้เสนอตัวในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีในลำดับที่ 3 ส่วนลำดับที่ 2 เป็นนายทนง พิทยะ อดีต รมว.การคลัง รัฐบาลไทยรักไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะอยู่ในลำดับที่ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคเห็นตรงกันว่า ต้องเน้นที่การแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนเป็นหลัก นำหน้าเรื่องการเมือง จึงมีการวางตัวผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การเงินการคลัง การศึกษา เอาไว้ทั้ง 3 อันดับ ส่วนที่ไม่ดันนายชัชชาติเป็นหัวหน้าพรรคด้วยนั้น เนื่องจากไม่ถนัดเดินสายปราศรัยหาเสียง ซึ่งคนที่เป็นหัวหน้าอย่างนายนพดล มีความเชี่ยวชาญการปราศรัยมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ในที่ประชุมยังหารือแคมเปญที่เหมาะกับพรรคเอาไว้เบื้องต้น อาทิ ด้านการศึกษา มีผู้เสนอว่าควรเปิดให้มีการเรียนฟรีตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงปริญญาตรี ด้านสาธารณสุข มีผู้เสนอว่าควรใช้บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกโรค และรักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ เป็นต้น
ลูกสนธิเดือดซัดตู่-ตู้เย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสื่อในเครือผู้จัดการ บุตรชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่านายสนธิจับมือกับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายยงยุทธ สลายสีเสื้อก่อตั้งพรรคเพื่อชาติว่า ไม่จริง และขอประณามนายจตุพรและนายยงยุทธ ที่เอานายสนธิมาทำมาหากิน เพราะได้ไปเยี่ยมบิดามา ซึ่งบิดาบอกว่านายจตุพรเข้ามาพูดอยากทำอย่างโน้นอย่างนี้ ซึ่งบิดาก็รับฟัง ไม่ได้ปฏิเสธอะไรอย่างไร โดยจุดยืนของบิดาคือประเทศมันไปต่อไม่ได้ถ้าเกิดไม่มีการปฏิรูป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอเลย คุณสนธิอยู่ในเรือนจำก็ลำบากพออยู่แล้ว อย่าเอาชื่อของคุณสนธิไปทำมาหากิน ผมขอร้อง แค่นี้ก็โดนทุกฝ่ายจ้องจับตา จ้องจับผิดกันอยู่แล้ว ให้พ่อผมได้อยู่อย่างสงบซักทีเถอะ ถ้าคุณไม่คิดจะปฏิรูปเพื่อชาติ คุณจะไปเล่นการเมืองก็เรื่องของคุณเลย คุณจตุพร คุณยงยุทธ เข้าใจกันนะครับ อย่าเอาคุณสนธิมาทำมาหากิน ผมไม่ชอบ ปฏิรูปเพื่อชาติเท่านั้น ไม่ใช่มาตั้งพรรคการเมืองบ้าๆ บอๆ&amp;quot; นายจิตตนาถกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวเตือนถึงการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองในขณะนี้ว่า ต้องอยู่ภายในกรอบที่คำสั่งหัวหน้า คสช. 13/2561 อนุญาต เพราะต้องเข้าใจว่าคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 ที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนมีผลบังคับใช้อยู่ หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องเข้าไปดูแล และมีโทษทางอาญาด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังระบุว่า สำนักงาน กกต.ได้ปรับกรอบหลักเกณฑ์ในการพิจารณารับจดแจ้งตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับแต่วันที่มียื่นคำขอจัดตั้งพรรค เนื่องจากเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งไม่ใช่ทำเพื่ออำนวยความสะดวกให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะเราอำนวยความสะดวกให้กับทุกกลุ่มการเมืองที่มายื่นจัดตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด พรรคพลังแรงงานไทย นำโดยนายพิเชษฐ์ ภูแก้ว ว่าที่หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยว่าที่กรรมการบริหารพรรค นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นจดทะเบียนจัดตั้งกับ กกต.แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวคนแรก (ผบช.ทท.) และอดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9 (ผบช.ภ.9) ได้เดินทางมาสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แบบตลอดชีพ&amp;nbsp;
เจ้าเก่าปรับลุคส์เป็น FFFE
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยื่นหนังสือลาออกเพื่อมาทำงานทางการเมืองกับพรรค ว่าถ้า พ.อ.เศรษฐพงค์มาร่วมจริง น่าจะเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งต้องติดตามว่าในวันที่ 12 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเสนอแนวทางจัดทำนโยบายพรรค พ.อ.เศรษฐพงค์จะมาปรากฏตัวหรือไม่ ถ้ามาก็จะเห็นความชัดเจนในระดับหนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ในฐานะแกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง พร้อมตัวแทนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) สหพันธ์นักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยไทย กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ตัวแทนเครือข่ายแรงงาน และสมัชชาคนจน ร่วมแถลงเปิดตัวเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรม และมีผลในทางปฏิบัติ (Free, Fair &amp;amp; Fruitful Election) หรือ FFFE ซึ่งเครือข่าย FFFE จะจัดกิจกรรมแรก &amp;ldquo;การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมกับอนาคตสังคมและการเมืองไทย&amp;rdquo; ในวันที่ 14 ต.ค.2561 ที่ห้อง LT1 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 12.00-16.30 น. โดยภายในงานจะประกาศจุดยืนผ่านแถลงการณ์ร่วมของภาคประชาชนและพรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงความคืบหน้ากระบวนการคัดสรร ส.ว.และการเลือกตั้งท้องถิ่นว่า &amp;nbsp; ไม่ช้า เพราะมีเวลาอยู่ โดยการคัดเลือก ส.ว.นั้น คสช.อาจตั้งคณะกรรมการคัดเลือกก่อนวันที่ 2 ม.ค.2562 ได้ เพราะคณะกรรมการต้องคัดเลือกบุคคลให้ได้ 400 คนก่อนส่งรายชื่อให้ คสช.ภายในวันที่ 9 ก.พ.2562 และ คสช.มีเวลาเป็นเดือนเพื่อคัดเลือกให้เหลือ 194 คน เพราะกฎหมายระบุให้ประกาศชื่อภายใน 3 วันหลังวันประกาศผลการเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นเวลานาน ทั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าใครเป็นคณะกรรมการคัดเลือก และไม่ทราบว่ากระบวนการของ คสช.จะเป็นอย่างไร ส่วนการพิจารณากฎหมายลูก 6 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยืนยันแล้วว่าจะเสร็จทันภายในสิ้นปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19504</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตตนาถ ลิ้มทองกุล, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ทักษิณ ชินวัตร, นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิษณุ เครืองาม, สิระ พิมพ์กลาง, สุริยะใส กตะศิลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc56da45a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
