<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยชาติประหยัด 2,600 ล้าน ด้วยระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ด้วยความต้องการอยากให้คนไทยมีไฟฟ้าใช้ในราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพในระบบไฟฟ้าไม่ให้เกิดไฟตกหรือดับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมที่สามารถบริหารจัดการปัจจัยสำคัญของประเทศทั้ง 2 ประการไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;lsquo;ระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ&amp;rsquo; เป็นนวัตกรรมที่คิดค้นโดยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. โดยการนำเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เพื่อให้สามารถสั่งการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนผลิตไฟฟ้าต่ำ ซึ่งระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะมีต้นทุนในการจัดทำเพียงชุดละ 30,000 บาท แต่กลับช่วยชาติและช่วยคนไทยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากถึง 2,600 ล้านบาท หรือลดลงครัวเรือนละ 0.03 สตางค์/หน่วย นับตั้งแต่เริ่มใช้งานมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้สามารถเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนในการผลิตราคาต่ำได้เต็มที่ เช่น ในช่วงฤดูฝน โรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว มีน้ำที่สามารถใช้ผลิตไฟฟ้าเป็นปริมาณมาก ซึ่งทรัพยากรน้ำมีราคาต้นทุนในการผลิตถูกกว่าก๊าซธรรมชาติ หรือ ถ่านหิน จึงต้องการให้โรงไฟฟ้าเดินเครื่องได้อย่างเต็มที่ เพื่อทำให้ภาพรวมด้านต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศต่ำลง&amp;rdquo; สิริกัลยา พัชนี วิศวกรสาวจาก กฟผ. พูดถึงแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้มาก แต่ในทางเทคนิคแล้วไม่สามารถส่งไฟฟ้าได้เกินกว่าขีดความสามารถของสายส่ง เพราะระบบส่งไฟฟ้าก็เปรียบเสมือนกับท่อน้ำ ที่หากปริมาณน้ำที่ส่งมากเกินกว่าความจุของท่อ ก็อาจจะเกิด &amp;lsquo;ท่อแตก&amp;rsquo; ได้ เช่นเดียวกับสายส่งไฟฟ้าที่สามารถรับไฟฟ้าได้จำกัด ซึ่งหากมีการผลิตและส่งไฟฟ้ามากเกินกว่าที่ประสิทธิภาพของสายส่งไฟฟ้าจะรับได้ จะทำให้เกิดการขัดข้องของสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และนำไปสู่การเกิดไฟฟ้าดับในบริเวณกว้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หรืออธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆ คือ สมมติว่า มีสายส่ง 2 เส้น โดยแต่ละเส้นสามารถรองรับปริมาณไฟฟ้าได้เส้นละ 200 เมกะวัตต์ รวมเป็น 400 เมกะวัตต์ หากเกิดเหตุการณ์ที่สายส่งเส้นหนึ่งขัดข้องไม่สามารถส่งไฟฟ้าได้ ระบบนี้จะสั่งการอัตโนมัติให้ตัดปริมาณไฟฟ้าจากแหล่งผลิตไม่ให้ส่งไฟฟ้าจำนวน 400 เมกะวัตต์ เข้าสายส่งที่เหลือเพียงเส้นเดียว ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าดับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะนี้จึงมีหน้าที่เข้ามาบริหารจัดการ และตัดสินใจแทนมนุษย์ในเวลาเสี้ยววินาที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ และสร้างเสถียรภาพในระบบไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;หลักการทำงานของระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะเป็นการผสานกันระหว่างซอฟต์แวร์ กับฮาร์ดแวร์ โดยที่ซอฟต์แวร์ จะเป็นระบบที่สามารถประมวลผลสภาพระบบไฟฟ้าที่เกิดขึ้นแบบ Real time และสามารถตัดสินใจควบคุมระบบแทนมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียง 30 มิลลิวินาที ในขณะที่ฮาร์ดแวร์ เป็นกล่องควบคุมที่ติดตั้งอยู่ที่สถานีไฟฟ้า (Substation) ทำหน้าที่สั่งการควบคุมระบบไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการใช้ไฟฟ้าในสถานการณ์นั้นๆ เพื่อความมั่นคงของระบบและการรักษาเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การสั่งการของระบบสามารถทำได้เร็วกว่าโอเปอร์เรเตอร์ที่เป็มนุษย์ และรวดเร็วกว่าการกะพริบตาของคนเสียอีก&amp;rdquo;วิศวกรจาก กฟผ. กล่าวถึงความอัจฉริยะของระบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นวัตกรรม &amp;lsquo;ระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ&amp;rsquo; เป็นไอเดียของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบ พร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำได้เต็มที่ ด้วยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้คนไทยมีไฟฟ้าใช้อย่างมีประสิทธิภาพและมีราคาที่เหมาะสม รวมทั้งสร้างผลประโยชน์ให้แก่ประเทศนวัตกรรม &amp;lsquo;ระบบสั่งการโรงไฟฟ้าอัจฉริยะ&amp;rsquo; จึงได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ที่เป็นเครื่องการันตีความสุดยอดของนวัตกรรมชิ้นนี้ โดยได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุด (Platinum Award) ภายในงาน &amp;ldquo;มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2562 (Thailand Research Expo 2019)&amp;rdquo; เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นับเป็นความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของชาว กฟผ. ที่ทำเพื่อประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44046</URL_LINK>
                <HASHTAG>50 ปี กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), สิริกัลยา พัชนี, เทคโนโลยี AI, ไฟฟ้าอัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190822/image_big_5d5e5c91d0845.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
