<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุโขทัยลุ้นระทึก มวลน้ำอีกระลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นิพนธ์&amp;quot; ชี้ปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปีที่แล้ว เผยนายกฯ สั่งทุกจังหวัดดูแลความปลอดภัยประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนทรัพย์สินชดเชยได้ภายหลัง สุโขทัยระทึกซ้ำ รอรับมวลน้ำก้อนใหญ่จากแพร่ ขณะที่พิษณุโลก พิจิตร ก็ยังน่าห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา อุตรดิตถ์ ลำพูน แม่ฮ่องสอน สุโขทัย และตาก ดินสไลด์ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และน่าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จังหวัดระยองว่า กรณีเกิดน้ำท่วมที่จังหวัดสุโขทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ออกหมดแล้ว ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ดำเนินการตามแผนและมาตรการของรัฐบาล โดยให้ดูแลความปลอดภัยและชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องกังวล เพราะทางรัฐบาลและกระทรวงการคลังมีระเบียบเตรียมพร้อมไว้แล้ว ว่าจะเยียวยาและฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร ซึ่งจะดูแลรวมไปถึงทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ที่สำคัญคือการดูแลที่อยู่และอาหารการกินให้แก่ประชาชนที่อพยพหนีน้ำท่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จังหวัดนครสวรรค์จะเป็นพื้นที่ต่อไปที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ในส่วนนี้ได้เตรียมการอย่างไรบ้าง นายนิพนธ์กล่าวว่า เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว เพราะมวลน้ำจะเดินทางไล่ลงไป เรามีแผนเยียวยาและแผนเผชิญเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้ปริมาณน้ำมากกว่าปีที่แล้ว แต่ปีที่แล้วความเสียหายที่เกิดจากพายุโพดุลในภาคอีสานมีเยอะกว่า เพราะมีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน ฉะนั้นปีนี้เราหวังว่าจะมีมาตรการต่างๆ ดีขึ้น จึงอยากให้มีการถอดบทเรียนความสูญเสียที่เกิดขึ้นในปีก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เช้าวันเดียวกัน ที่บริเวณฝายน้ำล้นแม่ตุ๋ย จ.ลำปาง ซึ่งตั้งเป็นจุดอำนวยการค้นหาผู้สูญหาย 2 ราย โดยเมื่อวันที่ 24 ส.ค. พบร่างของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคือ นายประจวบ เทพปินตา ลอยขึ้นมาบริเวณข้างๆ กองสวะขนาดใหญ่ ยังเหลือนายอนันต์ แก้วมณีวรรณ ยังค้นหาไม่พบ แต่หลังจากขยายวงค้นหากว้างกว่า 1 กิโลเมตร ก็พบร่างนายอนันต์ติดอยู่ใต้กอสวะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.สุโขทัย กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีความกังวลเนื่องจากคาดว่าจะมีมวลน้ำอีกหนึ่งก้อนจากอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ เตรียมไหลเข้าสู่แม่น้ำยมและมุ่งหน้ามาสู่จังหวัดสุโขทัยภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีมวลน้ำกว่า 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งน่าเป็นห่วง เพราะปกติสามารถรองรับได้ที่ 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีหลายจุดที่พนังกั้นน้ำขาดจึงอาจมีน้ำท่วมสูงขึ้นบางพื้นที่ ทั้งนี้ หากฝนไม่ตกลงมา ทางจังหวัดสามารถบริหารจัดการน้ำได้ แต่หากมีฝนตกหนัก เบื้องต้นได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนเตรียมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพนังกั้นน้ำแม่น้ำยมในพื้นที่อำเภอศรีสำโรงได้รับความเสียหาย 2 จุด คือบริเวณหมู่ 5 วัดเกาะ ตำบลวัดเกาะ และบริเวณหมู่ 7 ตำบลสามเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุโลก ขณะนี้อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง ทั้งแม่น้ำยมสายเก่า (คลองเมม) และแม่น้ำยมสายหลัก นายเกรียงไกร ภาคพิศษ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานที่ 3 พิษณุโลก เปิดเผยว่า น้ำจากแพร่ได้ผ่านจุดสูงสุดที่จังหวัดสุโขทัยมาแล้วเมื่อวันจันทร์ ปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,499 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้กำลังไหลเข้าสู่แม่น้ำยมสายเก่าและแม่น้ำยมสายหลัก จากการประเมินสถานการณ์ ณ เวลานี้ไม่น่าเป็นห่วงมากนักในพื้นที่บางระกำ เนื่องจากทางตอนบนน้ำฝนเริ่มลดลงแล้ว และยังไม่มียอดน้ำมาเติมเพิ่มเติม ขณะนี้กำลังประชุมร่วมกับเกษตรกรเพื่อจะนำมวลน้ำก้อนนี้ที่มีอยู่ประมาณกว่า 100 ล้าน ลบ.ม.เข้าไปเก็บไว้ในทุ่งบางระกำโมเดล ส่วนสถานการณ์แม่น้ำน่านของ จ.พิษณุโลก ก็ขึ้นสูงสุดมาแล้วอยู่ที่ประมาณ 6 เมตรครึ่ง สถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิจิตร น้ำจากจังหวัดตอนบนทั้งสุโขทัยและพิษณุโลกไหลสะสมเข้าสู่พื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะตำบลสามง่าม อำเภอสามง่าม ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนเต็มแม่น้ำ ถึงแม้ยังต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 2 เมตรเศษ แต่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ลุ่มริมแม่น้ำต้องเฝ้าระวัง และเก็บของมีค่าไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม หลังได้รับแจ้งกำลังจะได้รับน้ำจากจังหวัดแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก ซึ่งเป็นมวลน้ำก้อนใหญ่ที่จะไหลมาสู่ 3 อำเภอของพิจิตร คือสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง และโพทะเล โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ 2 ฝั่งริมตลิ่งแม่น้ำยมให้เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมการขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง ขึ้นที่สูงหรือที่ปลอดภัย และขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการในระยะนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่แม่น้ำยมไหลผ่านใน 5 อำเภอ คือ สามง่าม วชิรบารมี โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล ให้เฝ้าระวัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75538</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สิริรัฐ ชุมอุปการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไมตรี ไตรติลานันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200825/image_big_5f4503a9cf4e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดภูเก็ต24ชม.ล็อกดาวน์นครพนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูเก็ตงัดยาแรงสุด ปิดทั้งเมือง! คล้ายเคอร์ฟิว งดออกจากบ้าน 24 ชม. 14 วัน ตั้งแต่ 13 เม.ย. ลันตาติดเชื้อเพิ่มอีกราย พังงาพบผู้ป่วยรายแรกเป็นเด็กชายวัย 8 ขวบ จ่อปิดตำบลเกาะยาวใหญ่ ปัตตานีวันเดียวติดเชื้อพรวด 11 ราย นครพนมล็อกดาวน์ 13 เม.ย. สกัดคนทะลักสงกรานต์ หลายจังหวัดห้ามขายเหล้าช่วงเทศกาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 เมษายน คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต แจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-8 เม.ย.2563 มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 161 ราย พบผู้ป่วยรายใหม่ 21 ราย โดยผู้ป่วยที่พบเพิ่ม 19 ราย จาก 21 ราย เป็นกลุ่มที่พบจากการตรวจหาเชื้อเชิงรุก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการเพิ่มเป็นพิเศษในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อค้นหาผู้ป่วยกลุ่มผู้ที่มีอาชีพเสี่ยงสูง อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และผู้สัมผัสผู้ป่วย จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่าโรคโควิด-19 นี้สามารถติดต่อจากคนไปสู่คนได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ที่เดียวกัน ทำงานใกล้ชิดกัน มีการพูดคุย สัมผัสหรือใช้สิ่งของร่วมกัน จึงอยากจะเน้นย้ำเรื่องมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับมอบเครื่องวัดอุณหภูมิ (เทอร์โมมิเตอร์ชนิดอินฟราเรด) จำนวน 3,000 เครื่อง จากนายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 (สุราษฎร์ธานี) โดยภูเก็ตถือเป็นจังหวัดนำร่องที่จะดำเนินการตรวจวัดคัดกรองอุณหภูมิให้กับประชาชนทุกครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านว่าที่ ร.ต.วิกรม จากที่ ปลัดจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 18/2563 ที่มีผู้ว่าฯ ภูเก็ตเป็นประธานว่า การปิดพื้นที่เพื่อคัดกรองโรคโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ต ได้ทำการปิดพื้นที่แล้ว 6 แห่ง คือ ป่าตอง กะรน ราไวย์ กะทู้ ฉลอง ศรีสุนทร ในส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่ยังไม่ได้ปิด ทางจังหวัดได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วทุกภาคส่วนเห็นชอบให้ดำเนินการปิดพื้นที่ทั้งจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าจะให้ภูเก็ตจบให้เร็วที่สุด ต้องขอความร่วมมือกับประชาชนในการดำเนินการคล้ายๆ เคอร์ฟิว ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 14 วัน ลองดูว่าปัญหาจะจบหรือไม่ในการปิดพื้นที่ ด้วยข้อจำกัดในการประกาศเคอร์ฟิวฉุกเฉินนั้น เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางจังหวัดจึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้อยู่ในบ้าน ออกนอกเคหสถานให้น้อยที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยเริ่มขอความร่วมมือตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.นี้เป็นต้นไป รวมเป็นเวลา 14 วัน ตามหลักวิชาการทางการแพทย์ที่วิเคราะห์ไว้ หาก 14 วันแล้วไม่มีอาการของโรคโควิด-19 ถือว่าอยู่ในระยะปลอดภัย&amp;quot; ว่าที่ ร.ต.วิกรมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การที่ขอความร่วมมือนี้มีข้อยกเว้นในการไปพบแพทย์ มีหลักเกณฑ์พิจารณาขอความร่วมมือออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ถ้ายังเคลื่อนไหวจะไม่สามารถควบคุมโรคได้ การดำเนินการนี้จะให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแพทย์สารวัตร ทีมงานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ช่วยกันออกไปตรวจวัดไข้ประชาชนด้วยเครื่องเทอร์โมฯ อินฟราเรด ตรวจวัดอุณหภูมิทุกบ้านไม่มีละเว้น จากนั้นมีการเฝ้าระวังในระยะเวลา 14 วัน ควบคู่กับการติดตามผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่า ทางจังหวัดขอความร่วมมือประชาชนคนใดมีศักยภาพจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคในครัวเรือนได้เอง ควรจัดเตรียมไว้ก่อนวันที่ 13 เม.ย.นี้ ส่วนคนใดไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขอให้แจ้งทางท้องถิ่น จะจัดถุงยังชีพมอบให้ทุกครัวเรือน ถ้าทุกคนในจังหวัดร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาไปด้วยกันจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ถ้าเป็นไปตามนี้ ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ &amp;nbsp;น่าจะค้นพบผู้ติดเชื้อหมดทั้งเกาะภูเก็ต ส่วนที่รักษาก็ทำการรักษากันไป จากนั้นจะสามารถดำเนินชีวิตเป็นปกติได้
กระบี่ปิดพื้นที่ 8 อำเภอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.กระบี่ พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่อำเภอเกาะลันตาอีก 1 ราย ล่าสุดจำนวนผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มเป็น 16 ราย จึงมีความจำเป็นต้องยกระดับมาตรการเข้มข้นที่อำเภอเกาะลันตาและพื้นที่เสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงได้ออกประกาศฉบับที่ 9/2563 ห้ามประชาชนเข้าหรือออกพื้นที่ตลอดเวลา ห้ามเข้า-ออกระหว่างอำเภอ ทั้ง 8 อำเภอของจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะพื้นที่เกาะพีพี ม.7 ตำบลอ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ พื้นที่ ม.3 บ้านไหนหนัง ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ ตำบลทุกตำบลในอำเภอคลองท่อม ปิดพื้นที่เกาะลันตา ตำบลศาลาด่าน และตำบลเกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา &amp;nbsp;โดยจะปิดสะพานสิริลันตา ฝั่งขาลง บริเวณบ้านโละดุหยง ม.5 ต.ศาลาด่าน &amp;nbsp;โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10-30 เม.ย.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พังงา นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา แถลงว่า พบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรก 1 ราย เป็นเด็กชายอายุ 8 ขวบ อาศัยอยู่ที่ ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว ซึ่งเด็กชายดังกล่าวอาศัยอยู่กับพ่อแม่ซึ่งทำงานที่เกาะพีพี จ.กระบี่ และเดินทางเข้าพื้นที่เกาะยาวเมื่อวันที่ 23 มี.ค.63 ต่อมาวันที่ 24 มี.ค.63 มีญาติเป็นหญิงสาวชาวเกาะลันตาได้เดินทางเข้ามาเยี่ยมครอบครัวในบริเวณพื้นที่เกาะยาวใหญ่ โดยได้ไปหลายจุด และได้เดินทางกลับไปที่เกาะลันตา ต่อมาได้พบว่าตัวเองติดเชื้อโควิค-19 และรักษาตัวที่ จ.กระบี่ ทั้งนี้ เตรียมออกประกาศปิดพื้นที่อำเภอเกาะยาว ไม่ให้เรือเข้า-ออกพื้นที่ดังกล่าว และปิดตำบลเกาะยาวใหญ่ทั้งตำบลไม่ให้บุคคลทั้งในและนอกพื้นที่ตำบลเกาะยาวใหญ่เข้า-ออก เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนและได้รับอนุญาตจากทางนายอำเภอเกาะยาว กำหนดเวลาปิด-เปิดร้านค้า ร้านอาหาร ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึง 05.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มวันเดียว 11 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วจำนวน 66 ราย สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่ม 11 ราย ประกอบด้วย 1.ผู้ติดเชื้อจากเดินทางกลับจากการร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซีย 5 ราย 2.ลูกๆ 5 รายของสองสามีภรรยาที่ ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง ที่ติดเชื้อจากการร่วมกิจกรรมทางศาสนา ที่กลับจากมัรกัสยะลา ซึ่งปิดแล้วแต่ยังฝ่าฝืนทำกิจกรรมศาสนา และเมื่อกลับมาบ้านที่ ต.พิเทน พบว่าป่วย เมื่อตรวจภายหลังพบเชื้อ แต่ก่อนตรวจได้ไปสัมผัสหลายแห่ง ทำให้เชื้อได้แพร่ผู้สัมผัสทั้งในครอบครัวและชุมชน 3.ผู้ที่เดินทางกลับจากการร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 1 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ปัตตานีกล่าวว่า ผู้ที่กลับจากการชุมนุมทางศาสนาที่ประเทศอินโดนีเซียนั้น ขอให้มั่นใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ได้ระวังป้องกันอย่างเต็มที่ มีการวางมาตรการการดูแลที่เข้มข้นกักตัวเองเพื่อดูอาการอีก 14 วัน และมีการคัดกรองซ้ำเพื่อให้มั่นใจปราศจากโรคดังกล่าว สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือพื้นที่ ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง เนื่องจากเป็นผู้ป่วยที่พบเชื้อภายหลัง จึงต้องกักตัวครอบครัวผู้ป่วยและกลุ่มคนในหมู่บ้านที่ผู้ติดเชื้ออาศัยอยู่ และอาจต้องมีการปิดหมู่บ้านในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดงทันที เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อออกไปสู่ภายนอกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จุดตรวจด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมพล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นพ. (สบ 8) รพ.ตร., พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และคณะ ได้เดินทางมาตรวจความพร้อมของจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งให้มีความพร้อมในการให้บริการประชาชน พร้อมได้นำหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องวัดไข้ ชุดปลอดเชื้อ หน้ากากที่มีแผ่นกระบังป้องกันใบหน้า (Face Shield Mask) และน้ำดื่ม มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจฯ เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย&amp;nbsp;
นครพนมล็อกดาวน์ 13 เม.ย.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดนครพนม ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังใหม่) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า กำลังเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ถึงแม้จะไม่ใช่วันหยุด แต่มีการคาดการณ์กันว่าจะมีคนเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งจะทำให้การแพร่เชื้อของโรคขยายเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงออกคำสั่งห้ามบุคคลเดินทางเข้า-ออกข้ามเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย.2563 จนถึงวันที่ 30 เม.ย.2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ยุทธชัย ตริสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม รายงานความคืบหน้ากรณีหญิงสูงวัยอายุ 63 ปี ชาวบ้านท่าดอกแก้ว หมู่ 6 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน ทำงานเป็นแม่บ้านในผับดังย่านทองหล่อ กทม. ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายแรกของจังหวัด หลังเดินทางกลับบ้านเกิดเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่าผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. แพทย์ได้ให้ยาต้านและรักษาเชื้อไวรัสโควิด-19 ครบถ้วนสมบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขคือการรักษาพยาบาลต้องอยู่ภายในโรงพยาบาล 2 สัปดาห์ ซึ่งจะครบกำหนดคือวันที่ 10 เม.ย. หลังจากนั้นก็ต้องไปทำ home garden อยู่ที่บ้านอีก 2 สัปดาห์จนครบ 1 เดือน ซึ่งทาง รพ.นครพนมและทีมงานก็ได้มีการปรึกษากันว่า เพื่อไม่ให้เกิดความตระหนกกับชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับคนไข้ รพ. ก็เลยจะให้มีการรักษาพยาบาลอยู่ใน รพ.ต่อจนครบ 1 เดือน เพื่อความสบายใจของทุกคนทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวบ้านท่าดอกแก้ว&amp;rdquo; ผอ.รพ.นครพนมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แถลงว่า ขณะนี้ในพื้นที่ยังไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มเติม ยังคงมีผู้ป่วยยืนยันโรคจำนวน 18 ราย ทั้งนี้ ได้พิจารณาเตรียมปิดสถานีขนส่งโดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 และปิดการเดินรถหมวด 2 สายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ ส่วนเทศกาลสงกรานต์ ได้ประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ในระหว่างวันที่ 11-18 เม.ย.นี้ เพื่อไม่ให้มีการรวมกลุ่มของประชาชนป้องกันการแพร่ระบาดของโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ แถลงว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมจำนวน 13 ราย ซึ่งรักษาหายแล้ว 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทั้งนี้ จากการกักตัวสะสมทั้งหมด 34,872 ราย มีผู้ที่อยู่ระหว่างการกักตัว 15,702 ราย พ้นการกักตัวไปแล้ว 19,170 ราย ในวันนี้จะมีผู้ที่พ้นการกักตัวครบ 14 วัน เพิ่มขึ้นถึง 4,787 ราย ซึ่งจะเหลือผู้ที่ต้องกักตัวในจังหวัดบุรีรัมย์เพียง 10,915 ราย ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดี หากไม่มีการป่วยเพิ่มจังหวัดบุรีรัมย์ จะสามารถหยุดการระบาดได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด หลังจังหวัดมีมติปิดกั้นห้ามประชาชนต่างจังหวัด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวไม่ให้เข้าพื้นที่ และมีมาตรการเข้มงวดในพื้นที่เข้า-ออก 4 จุดคือ ที่จุดคัดกรองท่าจอด ต.แสนตุ้ง,ที่บ้านนาแกลง ต.ประณีต อ.เขาสมิง, ที่บ้านท่าโสม ต.ท่าโสม(สนามบินตราด) และที่บ้านคลองลึก ต.หนองบอน อ.บ่อไร่ ปรากฏว่าทำให้ประชาชนในจังหวัดอื่นๆ ใช้ช่องระดับหมู่บ้านลักลอบเดินทางเข้ามายังจังหวัดตราด โดยไม่มีคัดกรองโรค ทำให้อำเภอเขาสมิงได้ประกาศปิดเส้นทางนี้ โดยการนำดินลูกรังไปปิดถนนสายนี้ พร้อมติดป้ายประกาศให้ผู้ใช้รถยนต์และจักรยานยนต์รับทราบ และให้ไปใช้เส้นทางบ้านหนองบัว-ตาพลายแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิจิตร นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ออกประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจิตร ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวดังนี้ คือร้านค้าหรือสถานประกอบการขายสุราและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิด ห้ามขายตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.2563 เวลา 00.01 น.-วันที่ 16 เม.ย.2563 เวลา 24.00 น. ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62675</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา, นพ.ยุทธชัย ตริสกุล, พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, ร.ต.วิกรม จากที่, สิริรัฐ ชุมอุปการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8f20ae22296.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่อยาวเป็นกิโล สูบน้ำโขงมาใช้ เกษตรสั่งหาจุด บินทำฝนหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ภัยแล้งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ อีสานน้ำเหือด หลายจังหวัดเดือดร้อน เกษตรกรก้มหน้ารับชะตา เพราะน้ำกินน้ำใช้ก็ยังขาดแคลน น้ำดิบผลิตประปาแทบไม่เหลือ กระทรวงเกษตรฯ สั่งหน่วยบินทำฝนหลวงทุกจุดที่สามารถทำได้ ปภ.ประกาศเขตพิบัติเพิ่มเป็น 16 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มกราคมนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะที่อ่างเก็บน้ำโสกขุมปูน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าขุก ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาด 164 ไร่ อยู่ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าปล้อง ม.6 ต.ภูเวียง อ.ภูเวียง และยังเป็นที่ตั้งของโรงสูบน้ำเพื่อนำไปผลิตน้ำประปาส่งให้ชาวบ้านใน อ.ภูเวียง พบสภาพหนองน้ำแห้งขอด บางจุดเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ พอให้ชาวบ้านได้ใช้รดผักที่ปลูกไว้กินเองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดขอนแก่นได้สร้างผลกระทบมากขึ้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ ให้ประชาชนช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และปริมาณน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์จากความจุเก็บกัก 2,431.30 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำเพียง 481.16 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 19.79% ของความจุอ่าง น้ำใช้การได้จริง -100.51 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ -5.43% ของปริมาณน้ำที่ใช้การได้จริง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุรีรัมย์ หนองมะค่า หมู่ 4 บ้านหัววัว ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสระน้ำกลางหมู่บ้านขนาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 100 ไร่ ใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตประปา มีสภาพแห้งแล้ง มองเห็นผืนดินแตกระแหง และวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด จนวัว ควาย สามารถเดินลงไปหากินหญ้าได้ ทำให้ไม่มีน้ำมาใช้ในการผลิตประปาแจกจ่ายทั้ง 4 หมู่บ้าน กว่า 900 ครัวเรือน ชาวบ้านกว่า 5,000 คน ได้รับความเดือดร้อนหนักจากปัญหาภัยแล้งมาคุกคามในรอบ 20 ปี จากผลกระทบดังกล่าว ชาวบ้านต้องจ่ายเงินซื้อน้ำจากรถเร่ และน้ำถังจากร้านค้า เสียค่าใช้จ่ายสัปดาห์ละ 250-300 บาท เพื่อนำไปอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อนมานานกว่า 1 เดือนแล้ว จึงรวมตัวกันเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเข้าไปช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครสวรรค์ สถานการณ์น้ำบึงบอระเพ็ด ภายในส่วนหน่วยบริหารจัดการประมงน้ำจืดบึงบอระเพ็ด ที่มีประตูทางเชื่อมเพื่อรับน้ำจากแม่น้ำน่านไหล พบว่ามีน้ำไหลเข้าน้อย ประกอบกับเกษตรกรโดยรอบบึงสูบน้ำไปใช้ทางการเกษตร ทำให้บึงบอระเพ็ดน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว เกิดสันดอนทรายหลายแห่ง ปริมาณน้ำภายในลดลงเหลืออยู่ที่ 73.60 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ 40.89 หากมีพื้นที่น้ำต่ำกว่านี้จะเริ่มกระทบกับระบบนิเวศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครพนม แม่น้ำโขงแห้งขอด มีระดับฉลี่ยต่ำสุดที่ประมาณ 1 เมตร ต่ำสุดในรอบ 50 ปี ส่งผลให้ลำน้ำสาขา ได้แก่ ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม และลำน้ำก่ำ มีปริมาณน้ำน้อย ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร ขณะที่มณฑลทหารบกที่ 210 นครพนม ได้รับงบประมาณจากจังหวัดเร่งสำรวจดำเนินโครงการขุดเจาะบ่อบาดาลให้ชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนแล้วกว่า 100 จุด โดยในปีงบประมาณ 2563 จะดำเนินการต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนองคาย ประสบปัญหาแม่น้ำโขงระดับน้ำต่ำสุดในรอบหลายสิบปีเช่นกัน ที่ริมตลิ่งเขต ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย มีเกษตรกรลงทุนปลูกพืชหลายชนิด เนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ กำลังเดือดร้อน ต้องต่อท่อลงไปเพื่อดูดน้ำมาใช้ไกลขึ้น บางรายต่อท่อไกลกว่า 1 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ส่งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ 2 ชุด พร้อมบินทำฝนทั่วประเทศ หากพบบริเวณใดมีสภาพอากาศเอื้ออำนวยให้บินขึ้นปฏิบัติการทันที เพื่อเติมน้ำให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งบรรเทาปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่าไม้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรีและสระบุรี โดยก่อนหน้านี้เนื่องจากจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อควบคุมค่าความเค็มของน้ำที่สถานีสำแล จังหวัดปทุมธานี ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ต่ำกว่าแผนที่กำหนดไว้ ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำและการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ ซึ่งจะแก้ไขด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณประตูระบายน้ำมโนรมย์ สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา เสริมเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก วันละ 1.30 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมกับน้ำที่ไหลเข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า สภาพแม่น้ำยมที่ไหลจาก จ.สุโขทัย-พิษณุโลก-พิจิตร ขณะนี้แห้งขอดเป็นช่วงๆ ล่าสุดที่หมู่ 2 บ้านวังเป็ด ต.บางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จุดที่เคยนำบิ๊กแบ็กกั้นกลางลำน้ำยมเพื่อกักเก็บไว้ใช้ฤดูแล้ง วันนี้น้ำเหือดแห้งกลายเป็นหาดทรายยาวกว่า 1 กิโลเมตรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการว่า ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอของพิจิตรส่อเค้าว่าจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ห้วยหนองคลองบึงที่อยู่ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์แถบ อ.สากเหล็ก วังทรายพูน ทับคล้อ และดงเจริญ รวมทั้งพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม 4 อำเภอ คือ สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และอำเภอโพทะเล ระดับน้ำลดลงจนแห้งขอดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นมา จึงได้กำชับทุกหน่วยหาทางช่วยชาวบ้านทุกวิถีทางให้มีน้ำกินน้ำใช้ ส่วนน้ำเพื่อทำการเกษตรนั้น ถ้าใครจะทำนาปรังต้องมีบ่อน้ำ มีบ่อบาดาลอยู่ในไร่นาของตนเอง อีกทั้งผู้ที่เคยใช้แพสูบน้ำจากพลังงานไฟฟ้าสูบน้ำจากแม่น้ำน่านไปทำนาปรัง ก็ขอร้องว่าปีนี้ต้องงดสูบน้ำเพื่อเก็บน้ำในแม่น้ำน่านไว้ เพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 16 จังหวัด รวม 80 อำเภอ 464 ตำบล 4,117 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทราอุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54202</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณฑล สุดประเสริฐ, สิริรัฐ ชุมอุปการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17293a7e5a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>14จว.เขตภัยแล้ง รบ.ระดมขุดบ่อน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ วอนช่วยกันประหยัดน้ำ เพื่อผ่านแล้งนี้ไปให้ได้ ครม.อนุมัติงบกลาง 3 พันล้านแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อธิบดีกรมชลประทานตรวจระดับน้ำในเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน แก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงทำประปากร่อย ชัยนาทพบผักตบแออัดแน่นแม่น้ำ ปภ.เผย 14 จังหวัดประกาศเป็นเขตภัยแล้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 มกราคมนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวขอร้องให้ทุกคนช่วยกันประหยัดการใช้น้ำ ให้กระทรวงมหาดไทยเร่งชี้แจงและทำความเข้าใจ ว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพยายามแก้ไขปัญหา ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจถึงการทำการเกษตรที่เหมาะสมกับปริมาณน้ำ ขณะนี้ประชาชนไม่เข้าใจว่าทำไมน้ำประปาจึงมีรสกร่อย ซึ่งได้รับคำชี้แจงจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่ากำลังดำเนินการแก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในช่วงที่อยู่ระหว่างการแก้ไขน้ำประปารสกร่อยอาจใช้วิธีการต้ม พร้อมขอร้องให้ทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ หรือใช้น้ำให้น้อยลง ระหว่างการปฏิบัติภารกิจก็ขอให้ปิดก๊อกน้ำก่อน เช่น เข้าห้องน้ำ แปรงฟัน แค่ประหยัดน้ำคนละ 1 นาทีต่อวันต่อคน ก็จะประหยัดได้ถึง 9 ลิตร หากคำนวณจากประชาชนในกรุงเทพฯ 10 ล้านคน จะสามารถประหยัดน้ำได้ถึง 100 ล้านลิตร ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดน้ำแล้วยังเป็นการลดต้นทุนในการผลิตน้ำประปาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศเรื่องน้ำเป็นวาระแห่งชาติ โดย ครม.เห็นชอบกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เสนอ โดยกรอบโครงสร้างขององค์กรภายใต้ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและองค์ประกอบ กำหนดโครงสร้างตามระดับสาธารณภัยด้านน้ำที่เกิดขึ้น 3 ระดับ คือ ระดับ 1 ภาวะสถานการณ์มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีความรุนแรงในพื้นที่มากกว่าร้อยละ 10 ระดับ 2 ภาวะรุนแรง (หรือคาดว่าจะรุนแรง) และคาดว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยและมีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้นในพื้นที่มากกว่าร้อยละ 30 และระดับ 3 ภาวะวิกฤติ (หรือคาดว่าจะเกิดวิกฤติ) มีแนวโน้มความรุนแรงสูงขึ้นในพื้นที่มากกว่าร้อยละ 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า กรอบโครงสร้างมีรายละเอียดดังนี้ ระดับ 3 (วิกฤติหรือคาดว่าจะวิกฤติ) โครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ซึ่งมีนายกฯ เป็นผู้บัญชาการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม สั่งการ บัญชาการ และอำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำเป็นการชั่วคราว จนกว่าปัญหาวิกฤติน้ำจะผ่านพ้นไป รวมถึงออกคำสั่งเพื่อการป้องกัน แก้ไข ควบคุม ระงับ หรือบรรเทา ส่วนระดับ 2 (รุนแรงหรือคาดว่าจะรุนแรง) โครงสร้างกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ มีผู้อำนวยการคือ รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย รองผู้อำนวยการคือ เลขาธิการ สทนช. โดยมีการบริหารจัดการน้ำซึ่งอยู่ในเกณฑ์วิกฤติน้ำรุนแรงหรือคาดการณ์ว่าจะรุนแรง (ระดับ 2) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ รวมถึงประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และระดับ 1 (สถานการณ์มีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น) โครงสร้างศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ โดยมีผู้อำนวยการคือ เลขาธิการ สทนช. มีอำนาจหน้าที่ อำนวยการ บริหารจัดการ รวบรวม บูรณาการ เชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ติดตาม วิเคราะห์แนวโน้ม ควบคุม กำกับ ดูแลสถานการณ์น้ำ รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์ รายงานกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ แล้วแจ้งเตือนไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) และหน่วยปฏิบัติ อื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) เสนอวงเงินงบประมาณจำนวน 3,079,472,482 บาท ซึ่งเป็นการใช้งบปี 2562 ไปพลางก่อน เพื่อใช้ในโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 จำนวน 2,041 โครงการ ดำเนินงานแบบบูรณาการ 6 หน่วยงานหลัก แบ่งเป็น การขุดเจาะบ่อบาดาล 1,100 โครงการ วงเงิน 1,300,530,496 บาท การจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน 230 โครงการ วงเงิน 145,265,895 บาท และการซ่อมแซมระบบน้ำประปา 654 โครงการ วงเงิน 450,856,091 บาท นอกจากนี้ยังมีการวางท่อส่งน้ำ โครงการก่อสร้างโรงสูบน้ำ การติดตั้งท่อส่งน้ำ การวางท่อน้ำดิบ การดูแลโรงพยาบาลที่ขาดแคลนน้ำอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการแก้ปัญหาน้ำประปากร่อยในเขต กทม.และปริมณฑล อันเนื่องมาจากน้ำทะเลหนุนสูงทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเค็มขึ้น นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำและมาตรการควบคุมความเค็มลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม่กลอง และท่าจีน โดยนายทองเปลวเปิดเผยว่า กรมชลประทานได้วางแผนในการบริหารจัดการน้ำในช่วงของวันที่ 7-13 มกราคม ซึ่งอยู่ในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงประมาณ&amp;nbsp;1.4 เมตรระดับน้ำทะเล ส่งผลให้ค่าความเค็มเพิ่มขึ้น ดังนั้นกรมชลประทานจึงร่วมกับการประปานครหลวง เพื่อขอความร่วมมือในการหยุดสูบน้ำเป็นครั้งคราว โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 10-12 ม.ค.นี้ ขณะนี้สถานการณ์น้ำเค็มอยู่ในระดับปกติตามสภาวะน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งกรมชลประทานจะยังคงเฝ้าระวังและติดตามต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยนาท สถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยา ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงจากระดับเก็บกัก 2 เมตร 33 เซนติเมตร และยังมีแนวโน้มลดลงอีก ซึ่งนอกจากทำให้แพร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาและกระชังเลี้ยงปลาได้รับผลกระทบ ต้องดันแพออกไปในร่องน้ำที่ลึกขึ้น เพื่อป้องกันการเกยตื้นแล้ว ยังพบว่าขณะนี้เกิดผักตบชวาสะสมจำนวนมากอัดแน่นเต็มลำแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะช่วงแม่น้ำที่กั้นระหว่าง ต.บ้านกล้วย กับ ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท มีผักตบชวาลอยอัดแน่นกีดขวางทางน้ำ กว้างกว่า &amp;nbsp;200 เมตร ยาวกว่า 300 เมตร โดยชาวบ้านบอกว่าเกิดขึ้นมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดผักตบชวาออกไป เพราะกลัวน้ำจะเน่าเสีย และเป็นห่วงปลาในกระชังและปลาในแม่น้ำ โดยเฉพาะปลาที่อยู่ในเขตอภัยทานจะขาดออกซิเจนตายทั้งหมด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิจิตร นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการแก้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายอำเภอและส่อเค้ารุนแรง ว่าได้กำชับทุกหน่วยงานให้เร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ชาวบ้านต้องมีน้ำกิน น้ำใช้ ส่วนน้ำเพื่อทำการเกษตรนั้น ถ้าหากใครจะทำนาปรังต้องมีบ่อน้ำบาดาลอยู่ในไร่นาของตนเอง บอกแบบตรงไปตรงมาว่าต้องช่วยเหลือตนเอง ทั้งในพื้นที่เขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน อีกทั้งผู้ที่เคยใช้แพสูบน้ำจากพลังงานไฟฟ้าสูบน้ำจากแม่น้ำน่านไปทำนาปรัง ปีนี้ก็ต้องงดสูบน้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้เพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ของทั้ง 12 อำเภอเป็นระยะๆ ว่ามีอำเภอใด ตำบลใดบ้างที่มีปัญหาภัยแล้งเข้าหลักเกณฑ์ที่จะประกาศเป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติภัยแล้ง เพื่อจะได้จัดหางบประมาณไปช่วยเหลือได้โดยทันที ในส่วนของเกษตรกร ถ้าไม่ได้ทำนาปรังแล้วต้องการทำอาชีพเสริมทั้งการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ขณะนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดพิจิตรและปศุสัตว์ ก็ได้มีแผนการช่วยเหลือราษฎรไว้พร้อมแล้วด้วยเช่นกัน&amp;quot; นายสิริรัฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอนแก่น ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ชาวบ้านจาก ต.หนองตูม อ.เมืองขอนแก่น, ต.บ้านโนน อ.ซำสูง และ ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง กว่า 200 คน เดินทางมารวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยภัยแล้งประจำปี 2562 จากทางรัฐบาล หลังยังคงไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด โดยมีนายสุเทพ มณีโชติ รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วยเกษตรจังหวัดขอนแก่น มาพูดคุยและหารือถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนนั้นต้องทำตามขั้นตอน เพราะงบประมาณที่ทางจังหวัดมีได้ใช้ในการช่วยเหลือชาวนาไปหมดแล้ว ดังนั้นการที่ชาวนามาเรียกร้องเงินเยียวยาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตรจังหวัดจะลงพื้นที่ไปสำรวจข้อมูล แล้วส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบตามลำดับชั้น เพื่อขออนุมัติงบกลางมาช่วยเหลือชาวนาที่ประสบภัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผวจ.ชลบุรี เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในขณะนี้ว่า อ่างเก็บน้ำของ จ.ชลบุรี มีทั้งหมด 290 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เหลือประมาณน้ำใช้อุปโภคบริโภคประมาณ 145 ล้านลูกบาศก์เมตร จากการคาดการณ์ของกรมชลประทานคาดว่าสามารถใช้น้ำได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้น้ำปกติเช่นทุกวันจะทำให้ปริมาณน้ำยังขาดประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะต้องหาน้ำจากแหล่งอื่นมาเติม จึงอยากวอนประชาชนให้ช่วยกันประหยัดน้ำ เพราะไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 14 จังหวัด รวม 69 อำเภอ 420 ตำบล 3,785 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ รวม 22 อำเภอ 125 ตำบล 965 หมู่บ้าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา รวม 31 อำเภอ 215 ตำบล 2,151 หมู่บ้าน 20 ชุมชน ภาคกลาง 3 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา และอุทัยธานี รวม 16 อำเภอ 80 ตำบล 649 หมู่บ้าน ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยสนับสนุนการแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประสานจังหวัดเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยการจัดชุดปฏิบัติการสำรวจข้อมูลสถานการณ์น้ำ ข้อมูลแหล่งน้ำ และประมาณการใช้น้ำในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54037</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ภัครธรณ์ เทียนไชย, มณฑล สุดประเสริฐ, สิริรัฐ ชุมอุปการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e148289a4ade.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มังคุด&#039;สลาย 38จว.ยังเสี่ยง ฝนถล่มต่ออีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เฉพาะกิจฯ ห่วงไทยยังเผชิญร่องความกดอากาศต่ำอ่าวเบงกอล ส่งผล 38 จังหวัดเสี่ยงฝนตกหนัก พร้อมเฝ้าระวังระดับแม่น้ำ 4 สายหลัก &amp;nbsp;&amp;quot;แม่ฮ่องสอน&amp;quot; ยังเร่งค้นหาผู้สูญหายจากน้ำป่าซัดศูนย์พักพิงชั่วคราวสบเมยอีก 6 ราย หลังพบแล้ว 2 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ขณะนี้พายุมังคุดสลายตัวแล้ว แต่ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำที่อ่าวเบงกอล ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก 38 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ ภูเก็ต ตรัง สตูล สงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาถึงปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบมีฝนตกหนักถึงหนักมากใน 18 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำไหลหลาก แบ่งเป็น ภาคเหนือ น่าน 134 มม., ลำปาง 97 มม., เชียงราย 90 มม., พะเยา 88 มม., อุตรดิตถ์ 83 มม., แพร่ 80 มม., สุโขทัย 80 มม., เชียงใหม่ 73 มม., ตาก 49 มม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย 78 มม., หนองคาย 61 มม. ภาคกลาง กำแพงเพชร 77 มม. ภาคตะวันออก ตราด 110 มม., นครนายก 100 มม., จันทบุรี 70 มม. ภาคตะวันตก กาญจนบุรี 53 มม., ประจวบคีรีขันธ์ 46 มม. และภาคใต้ ระนอง 90 มม. ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ฝนตั้งแต่วันที่ 20-24 ก.ย. พบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเริ่มมีปริมาณฝนลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในแม่น้ำ-ลำน้ำที่สำคัญที่มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งและยังมีฝนตกต่อเนื่อง ได้แก่ แม่น้ำน่าน อ.เวียงสา จ.น่าน, แม่น้ำนครนายก บริเวณ อ.องครักษ์ จ.นครนายก, แม่น้ำปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี, แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี และแม่น้ำในภาคใต้ คลองละงู บริเวณ ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล, คลองนางน้อย ต.นาโยงใต้ อ.เมืองฯ จ.ตรัง&amp;quot; ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า สำหรับอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุมและปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ จากเมื่อวานนี้ 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร 102%, เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี คิดเป็น 97%, เขื่อนนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี 94%, เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี 93%, เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก 86% ล่าสุดศูนย์เฉพาะกิจฯ เพิ่มการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา อีก 1 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 258 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 82% ปริมาณน้ำไหลเข้า 1.64 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายออก 0.17 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ไม่มาก สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำจึงยังไม่มีน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง ทั้งนี้ จะมีการปรับแผนการระบายน้ำตามสภาพน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างฯ และต้องติดตามสถานการณ์ฝนในพื้นที่ จึงส่งผลให้เขื่อนเฝ้าระวังพิเศษขณะนี้มีทั้งสิ้น 6 แห่ง&amp;quot; นายสำเริงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ความคืบหน้าการค้นหาผู้ที่ยังสูญหายจากเหตุน้ำป่าไหลเข้าท่วมที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่ละอูน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นวันที่ 3 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมถึงชาวบ้านยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายและเข้าช่วยเหลือชาวบ้านในศูนย์อพยพฯ หลังช่วง 2 วันที่ผ่านมาพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และยังเหลือผู้สูญหายอีก 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้จัดทีมแพทย์เข้าไปดูผู้บาดเจ็บ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาพร้อมจัดตั้งโรงครัวจิตอาสา เพื่อประกอบอาหารให้กับจิตอาสา พร้อมกับแบ่งกำลังออกค้นหาตลอดลำน้ำ ซึ่งคาดว่าจะให้จบภารกิจภายใน 21 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสาคร รุ่งเรือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ขณะนี้เส้นทางจากอำเภอสบเมยเข้าไปยังศูนย์อพยพแม่ละอูนเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางช่วงมีต้นไม้ล้มขวางถนน ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 4 ชั่วโมง จึงจะเข้าไปถึง โดยภาพรวมมีผลกระทบกับบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างภายในศูนย์พักพิง 120 ครัวเรือน 684 คน แต่จุดที่เกิดเหตุเสียหายทั้งหลังเพียง 7 หลัง เสียหายบางส่วน 6 หลัง มีบุคคลไร้ที่อยู่อาศัย 49 คน ให้ไปพักอาศัยอยู่กับญาติภายในศูนย์พักพิงเป็นการชั่วคราวไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฟื้นฟูทางจังหวัดจะให้การสนับสนุนจากองค์กรเอกชนที่ดูแลศูนย์พักพิงจะเข้ามาดำเนินการ แต่คงให้สร้างอยู่ที่เดิมไม่ได้ เพราะพื้นที่เป็นไหล่เขาและติดริมน้ำ เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มลงมา จะจัดหาพื้นที่แห่งใหม่ที่ไม่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่ม ส่วนผู้เสียชีวิต 1 คนคือ เด็กหญิงอายุ 2 ขวบ ญาติได้นำศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการค้นหาผู้สูญหายอีก 6 ราย&amp;quot; รองผู้ว่าฯ จ.แม่ฮ่องสอนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17999</URL_LINK>
                <HASHTAG>สาคร รุ่งเรือง, สำเริง แสงภู่วงค์, สิริรัฐ ชุมอุปการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba2604c60b72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
