<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะวิถีสุขภาพนิวนอร์มอล พร้อมรับมือฝุ่นและไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นๆ แบบนี้คงเป็นที่ถูกใจใครหลายๆ คน แต่ก็เป็นช่วงฤดูที่ฝุ่น PM 2.5 กลับมา พร้อมๆ กับไวรัสที่สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศ เมื่อเร็วๆ นี้ &amp;quot;ฟิลิปส์&amp;quot; ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ มีความห่วงใยต่อประชาชนคนไทย จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจมาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้สามารถรับมือกับ &amp;ldquo;ฤดูฝุ่น&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ไวรัสที่สามารถแพร่กระจายในอากาศ&amp;rdquo; โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ยิ่งต้องให้ความใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.แพทย์หญิงรวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลพระรามเก้า และเจ้าของเพจคุยกับหมอภูมิแพ้เด็ก by Dr.Mai กล่าวว่า &amp;ldquo;โดยปกติช่วงฤดูฝนจนเข้าสู่ฤดูหนาว เราจะพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุมาจากทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่น่าห่วงคือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงของโรคได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่แต่ในบ้านก็ตาม เพราะผู้ใหญ่ที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกอาจนำเชื้อเข้ามาในบ้านได้ ผ่านทางเสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสที่แพร่กระจายทางอากาศมีอยู่หลายชนิด ที่เราคุ้นเคยกันดี คือ กลุ่มไวรัสและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไรโนไวรัส (Rhinovirus), อะดิโนไวรัส (Adenovirus), โคโรนาไวรัส (Coronavirus), อินฟลูเอนซา (Influenza) หรืออาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus) ส่วนกลุ่มแบคทีเรีย ได้แก่ สเตรปโตคอคคัส (Streptococcus), ไมโครพลาสมา (Mycoplasma) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเชื้อไวรัสในกลุ่ม MERS-CoV และ SARS-CoV ที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โรคทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสส่วนมากจะไม่มียารักษาโดยตรง แพทย์ต้องทำการรักษาตามอาการ เช่น หากมีไข้ก็ให้ยาลดไข้ หากมีอาการน้ำมูลไหล ไอ จาม ก็ให้ยาลดน้ำมูก แก้ไอ เท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น คำแนะนำจากแพทย์ คือ ไม่ว่าจะป้องกันไวรัสชนิดไหนควรทำความสะอาดร่างกายทุกครั้งที่กลับจากนอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ต้องทำความสะอาดร่างกายหรือล้างมือก่อนสัมผัสเด็ก หลีกเลี่ยงให้ผู้อื่นสัมผัสใกล้ชิดหรือกอดหอมเด็กนอกบ้าน และควรฝึกให้ลูกใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือเป็นประจำเมื่อเวลาออกนอกบ้าน &amp;nbsp;หมั่นทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ที่มาจากนอกบ้าน ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากสงสัยว่ามีไข้ เป็นหวัดที่มีอาการรุนแรงให้รีบพบแพทย์ทันที&amp;rdquo; รศ.พญ.รวีรัตน์ อธิบายเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับโรคทางเดินหายใจอีกชนิด คือ โรคภูมิแพ้ ซึ่งมักพบอัตราการกำเริบและยอดผู้ป่วยสูงขึ้นในช่วงที่อากาศเย็นและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย วิธีการดูแลสุขภาพเพื่อลดความรุนแรงของโรคนี้ สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามไม่เครียด และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ก็จะช่วยให้อาการของโรคเกิดน้อยลงได้ หากมีอาการกำเริบมากควรมาพบแพทย์&amp;rdquo; รศ.พญ.รวีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Personal Health บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;ฟิลิปส์&amp;quot; มีเครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier 4000i series และ Philips Air Purifier 2000i ทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมจุดเด่นที่ระบบกรองอากาศอัตโนมัติแบบอัจฉริยะ ได้รับการยืนยันว่าสามารถดักจับไวรัส H1N1 ที่แพร่กระจายในอากาศได้ และผ่านการทดสอบกับโคโรนาไวรัสแล้ว พร้อมป้องกันสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน ได้แก่ ไรฝุ่น ขนสัตว์ ละอองเกสรดอกไม้ เชื้อราภายในบ้าน ควันบุหรี่ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์ www.philips.co.th หรือเฟซบุ๊กเพจ www.facebook.com/philipsthailand หรือติดต่อศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคฟิลิปส์ โทร.0-2614-3340.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90233</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, รศ.แพทย์หญิงรวีรัตน์ สิชฌรังษี, สิริวรรณ นิจกิจจาทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60057ee761b3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2019 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2019 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ฟิลิปส์” ตีตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 2562 นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ เพอร์ซันนอล เฮลท์ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จํากัด เปิดเผยว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมารับว่าเป็นช่วงขาขึ้นของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก จะเห็นได้ว่ามีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุกปี หรือเฉลี่ยประมาณ 5-8% แต่สำหรับปี 2562 คาดการณ์ว่ามูลค่าจะไม่ต่ำกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท จากเมื่อปี 2561 อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท และครึ่งแรกของปี 2562 มีมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากความต้องการซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ขยายตัวค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก มีผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มที่ทำตลาดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเตารีดที่มูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,730 ล้านบาท เป็นผู้นำตลาดส่วนแบ่งมากกว่า 60% ,เครื่องปั่นมีมูลค่าตลาดที่ 1,620 ล้านบาท ครองเบอร์หนึ่งด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 25% , เครี่องฟอกอากาศมีมูลค่า 2,300 ล้านบาท &amp;nbsp;มีการเติบโตในช่วงที่ผ่านมามากถึง 155% , หม้อหุงข้าวมีมูลค่า 2,700 ล้านบาท บริษัทอยู่ในกลุ่มหมอหุงข้าวอัตโนมัติ มีมาร์เก็ตแชร์เบอร์ 2-3 , เพอร์ซันนอลแคร์มูลค่า 560 ล้านบาท และเครื่องดูดฝุ่นมูลค่า 1,540 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากแนวโน้มการเติบโตที่ดีของกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กข้างต้น รวมถึงเทรนด์เรื่องการรักสุขภาพกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การขยายตัวของสังคมเมือง และการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น พร้อมมองหาสินค้าที่มีนวัตกรรมเพื่อเข้ามาช่วยดูแลเรื่องดังกล่าว บริษัทเองก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพอยู่แล้ว จึงได้จัดแคมเปญใหญ่ &amp;ldquo;เอ็กซ์พรีเรียนซ์ เดอะ เบส&amp;rdquo; (Experience The Best ) &amp;nbsp;ซึ่งมีสินค้าเรือธงอย่าง หม้อทอดอากาศ &amp;nbsp;เครื่องปั่นสูญญากาศ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย และเตารีดแรงดันไอน้ำ โดยผลดำเนินงานหลังจากเปิดแคมเปญช่วงเดือน พ.ค. &amp;ndash; มิ.ย. &amp;nbsp;พบว่า สินค้ากลุ่มเครื่องดูดฝุ่นเติบโตกว่า 207% สินค้ากลุ่ม เครื่องใช้ในครัวหม้อทอดอากาศเติบโต 43% เครื่องปั่นเติบโต 107% สินค้ากลุ่มเตารีดเติบโต 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสิริวรรณ กล่าวว่า กลยุทธ์ที่จะเดินหน้าภายใต้แคมเปญดังกล่าว จะเน้นการสื่อสารแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อทำให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าของบริษัทมากขึ้น โดยเฉพาะหม้อทอดอากาศที่ยังมีผู้เล่นค่อนข้างน้อย ก็ต้องมีการทำการตลาดเชิงรุก ควบคู่ไปกับกระตุ้นให้ผู้บริโภคไปหาสินค้าที่หน้าร้านค้ามากขึ้น เพื่อที่จะได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ตรงกับสินค้า โดยหน้าร้านจะมีการจัดสินค้าในแคมเปญฯ นี้ มีการติดตั้งจอแบบอินเทอร์แอคทีฟให้ลูกค้าสามารถเข้าไปหาข้อมูลและเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ไปพร้อมๆ กับการมีผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์หน้าร้านที่เป็นมืออาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าภาพรวมกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กของบริษัทจะเติบโตมากขึ้น เห็นได้จากผลลัพธ์หลังจากเปิดตัวแคมเปญใหม่ โดยเมื่อปี 2561 มีอัตราการเติบโต 10% และคาดการณ์ว่าในปี 2562 จะมีการเติบโตประมาณ 12-15%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปส์, สิริวรรณ นิจกิจจาทร, เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190807/image_big_5d4a28843c4f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
