<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรงงานเรียกร้องแก้10ปัญหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำแรงงานยื่นข้อเสนอนายกฯ 10 ข้อ ด้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; รับทำได้ 6 อย่าง ที่เหลือต้องหารือกัน หวั่นระบบแรงงานอันตรายล้มเหลว หยอดคำหวานรัฐบาลจริงใจแก้ปัญหาขึ้นค่าแรงแล้ว 5% อีกสักระยะทุกอย่างจะดีขึ้น เผยมีร้องเรียนบางกิจการบีบแรงงานไทยออกจ้างต่างด้าว สั่งสำรวจแล้ววอนอย่าเชื่อตกงานเพราะไทยแลนด์ 4.0 ขณะที่ ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองถูกทารุณข่มขู่ขืนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันแรงงานแห่งชาติ ในช่วงเช้า คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน คสรท., นายชาลี ลอยสูง รองประธาน คสรท. พร้อมด้วยมวลชน ร่วมจัดกิจกรรมวันกรรมกรสากล ปี 2561 โดยได้นัดรวมพลตั้งขบวนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเดินทางเพื่อมาทวงถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ถึงข้อเรียกร้องที่เคยเสนอเดิม 10 ข้อ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างการจัดกิจกรรมได้มีการปราศรัยถึงข้อเรียกร้องเกี่ยวกับผู้ใช้แรงงานกลุ่ม โดยเฉพาะประเด็นการถูกละเมิดสิทธิต่างๆ เช่น ถูกปลดออก ถูกเลิกจ้าง ไม่ให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขึ้นค่าจ้างแรงงานรายวันขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ จากนั้นนายสาวิทย์ประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันกรรมกรสากล ก่อนที่จะแยกย้ายกลับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กลุ่มสภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มแรงงานนอกระบบ รวม 17 องค์กร นำโดย นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวกันเคลื่อนขบวนออกจากสนามม้านางเลิ้ง ผ่านทำเนียบรัฐบาล และเคลื่อนไปบนถนนราชดำเนิน ไปยังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ กับนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยระหว่างจัดกิจกรรมชุมนุมของ คสรท.และ สรส.นั้น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคอนาคตใหม่, นายสิริวิญช์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว), นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนวิน) ได้ร่วมเดินขบวนด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ลานคนเมืองฯ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ พ.ศ.2561 โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน ให้การต้อนรับ โดยมีผู้ใช้แรงงานกว่า 1,000 คนเข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายพนัส ไทยล้วน ประธานคณะกรรมการจัดงาน ได้ยื่นข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อต่อนายกฯ ประกอบด้วย 1.ขอให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยกำหนดให้ลูกจ้างเกษียณอายุที่ 60 ปี ในกรณีที่ลูกจ้างอายุครบ 55 ปี ประสงค์จะลาออกจากการเป็นลูกจ้าง ให้นายจ้างอนุญาต และให้ลาออกโดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างที่เกษียณอายุทุกประการ 2.ให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ปรับฐานการรับเงินบำนาญ โดยมีอัตราเริ่มต้นที่ 500 บาท 3.ผู้ประกันตนเมื่อพ้นสภาพการเป็น มาตรา 33 และรับบำนาญ ให้มีสิทธิ์สมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้โดยไม่ตัดสิทธิ์การรับบำนาญ 4.ในกรณีที่ลูกจ้างพ้นจากการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ให้ สปส.ใช้ฐานค่าจ้างตามมาตรา 33 เดิม คำนวณเป็นฐานรับบำนาญ&amp;nbsp;
นายกฯ รับทำได้ 6 ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.ให้รัฐบาลกำหนดให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นการบังคับที่นายจ้างต้องจัดให้มีขึ้น และกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง 6.เร่งรัดการออกกฎหมายที่สนับสนุนการสร้างระบบธรรมาภิบาลในรัฐวิสาหกิจ ให้กลายเป็นองค์กรมหาชน หรืออื่นๆ ที่เป็นการแบ่งผลกำไรจากรัฐไปให้เอกชน 7.ออกกฎหมายคุ้มครองส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ และมีสิทธิ์จัดตั้งองค์กรได้ 8.ให้มีการรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87, 98 9.แก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 ให้เป็นภาคบังคับและมีโทษอาญา ในกรณีที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตาม และ 10.สั่งให้กระทรวงแรงงานปฏิบัติการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 74 อย่างเคร่งครัด โดยให้นายจ้างและรัฐบาลต้องร่วมกันดำเนินการตัดสินใจ โดยเฉพาะในระบบแรงงานสัมพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การพบปะวันนี้มีเจตนาอันบริสุทธิ์ร่วมกัน และเป็นเวทีรับฟังความเห็นหารือร่วมกันในการเข้าถึงทุกปัญหา แรงงานทุกคนเป็นพลังงานสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่เนื่องจากเรามีรายได้น้อย เราก็ต้องไปแก้ปัญหาค่าแรงที่ได้มีการปรับไปแล้ว รัฐบาลนี้จริงจัง จริงใจแก้ไขปัญหาให้กับคนทุกระดับ เพราะทุกคนมีความเป็นคนเท่ากับตน สิ่งที่คาดหวังคือลูกหลาน องค์กรของเราจะอยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร โดยไม่มีความขัดแย้งในสังคม ข้อเสนอที่ยื่นมา 10 อย่าง ทำได้ 6 อย่าง เหลือ 4 อย่าง ต้องหารือกันต่อไป ถ้าดึงดันทำทั้งหมดก็ทำไม่ได้ ถ้าเราตามข้อเรียกร้องอย่างเดียว ระบบแรงงานจะอันตรายและล้มเหลว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องที่อยากให้รัฐบาลเน้นความคุ้มครองทางสังคม ความมั่นคงในอาชีพ ค่าตอบแทนและรายได้ที่ต้องสูงขึ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม ความปลอดภัยและมาตรการทางสังคม สิทธิตามกฎหมาย รัฐบาลยินดีทุกเรื่อง และจะทำให้ได้มากที่สุด ซึ่งแรงงานต้องพัฒนาตัวเองไปด้วย สิ่งที่รัฐบาลทำมาได้เยอะพอสมควร แต่ไม่ได้บอกว่าดีที่สุดหรือดีแล้ว แต่จะทำให้ได้มากที่สุดกว่าห้วงที่ผ่านมา สำหรับแผนแม่บทพัฒนาแรงงานไทย 5 ปี เราเน้นสหภาพแรงงาน ความมั่นคง ความเข้มแข็ง เกียรติยศ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สร้างความสมดุลที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และได้รับการยอมรับจากสากล ชมแรงงานไทยยอดเยี่ยม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้รับการร้องเรียนว่ามีหลายกิจการบีบให้คนไทยออก และรับแรงงานต่างด้าวแทน เพราะค้าจ้างถูกกว่า ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใจร้ายกันแบบนี้ เดี๋ยวจะให้ไปสำรวจทั้งหมด ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้แจ้งมาทุกช่องทาง วันนี้ไม่ต้องกลัวตกงานกันหมด เพราะเป็นไทยแลนด์ 4.0 รายได้แพง ใช้คนน้อย โดยใช้เครื่องจักร แต่ที่ต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือยังอยู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นที่ทำเนียบฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงวันแรงงานประจำปี 2561 ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำไปมาก โดยได้แก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเช่น การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา แม้ตัวเลขจะน้อย แต่ก็ขึ้นได้อัตรา 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงสุดในช่วงที่ผ่านมาที่ขึ้นได้ไม่เกิน 1-2 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าอีกสักระยะทุกอย่างจะดีขึ้น ทุกภาคส่วนจะสามารถหาเงินเข้าระบบได้มากขึ้น รัฐบาลยังได้ออกกฎหมายแรงงาน ให้เกษียณอายุ 60 ปี จาก 55 ปี ทั้งยังมีเรื่องการให้สิทธิ์ผู้ประกันตนที่คืนสิทธิ์ไปแล้ว กลับมาใช้สิทธิ์ได้อีก โดยมีแรงงาน 770,000 คน ได้รับประโยชน์ นอกจากนี้ยังให้บำนาญไว้ใช้จ่าย 5 ปี หลังเกษียณอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้าใจถึงปัญหาความเดือดร้อน แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะเราไม่มีงบมากมายที่จะทำทุกอย่างในเวลาเดียว เพราะต้องคำนึงถึงการลงทุน เศรษฐกิจ และเรื่องอื่นๆ เนื่องจากวันนี้หลายประเทศต่างชักจูงนักลงทุนเข้าประเทศตัวเอง โดยเสนอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ และหลายประเทศค่าแรงก็ต่ำกว่าไทย ซึ่งทำให้เราเกิดปัญหาพอสมควร รัฐบาลต้องหาวิธีคุ้มครองแรงงานให้มีหลักประกันสุขภาพที่ดีขึ้นเรื่อยๆ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
ผ่าน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ เนื่องจากประเทศไทยจะต้องดำเนินการให้สัตยาบันพิธีสาร ค.ศ.2014 ว่าด้วยแรงงานบังคับภายในเดือน มิ.ย.นี้ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.นี้ ได้กำหนดลักษณะความผิดฐานใช้แรงงานบังคับ ได้แก่ การข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานโดยไม่ได้สมัครใจ มีการข่มขู่ ขู่เข็ญว่าจะลงโทษโดยมิชอบ ใช้กำลังทำร้าย ยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้ นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือบุคคลอื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ หรือด้วยวิธีอื่นใดโดยมิชอบที่ทำให้บุคคลนั้นไม่สามารถขัดขืนได้ หรือไม่ได้สมัครใจที่จะทำเอง ถ้าการกระทำแบบนั้นไม่เป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำความผิดฐานใช้แรงงานบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับมาช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย ขณะเดียวกันยังได้กำหนดให้มีคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ 1.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และมาตรการป้องกันและปราบปราม 2.คณะกรรมการกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ จะกำหนดมาตรการช่วยเหลือ คุ้มครองสวัสดิการของผู้เสียหาย รวมถึงกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้กระทำผิด โดยจะคุ้มครองผู้เสียหายที่เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้พิการ ผู้ที่มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และกรณีที่มีการกระทำให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส เป็นโรคร้ายแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรุงเทพโพลล์เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ความในใจของแรงงานไทย 4.0&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับผู้ใช้แรงงาน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 1,045 คน พบว่า ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่ร้อยละ 64.3 รับทราบการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น 308- 330 บาท ตามที่รัฐมีมติปรับขึ้นเมื่อวันที่ 1 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 35.7 ยังไม่ทราบ เมื่อถามต่อว่า ได้รับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นตามที่รัฐมีมติปรับขึ้นค่าจ้างใหม่หรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 59.6 ได้รับแล้ว ขณะที่ร้อยละ 40.4 ยังไม่ได้รับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2 ปีติดต่อกัน ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.7 รู้สึกมีความสุข อยากให้ขึ้นแบบนี้ทุกๆ ปี ส่วนร้อยละ 35.7 รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น ขณะที่ร้อยละ 11.6 รู้สึกแย่ คิดว่าน่าจะขึ้นมากกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อถามว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ได้รับในแต่ละวันเพียงพอกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ ผู้ใช้แรงงานร้อยละ 39.9 ระบุว่า ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ต้องกู้ ต้องหยิบยืม ขณะที่ร้อยละ 30.9 ระบุว่า เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บออม ส่วนร้อยละ 29.2 ระบุว่า พอดีกับค่าใช้จ่าย จึงไม่มีเงินเหลือเพื่อเก็บออม สำหรับเรื่องที่กังวลหลังจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2 ปีติดต่อกัน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 85.5 กังวลว่าข้าวของจะราคาแพงขึ้น เพราะต้นทุนผู้ประกอบการสูงมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 25.1 กังวลว่าค่าแรงขั้นต่ำจะไม่ขึ้นอีกหลายปี และร้อยละ 19.8 กังวลว่าแรงงานต่างด้าวจะเข้ามาแย่งงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., คสช., คสรท., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พ.ร.บ.คุ้มครองถูกทารุณข่มขู่ขืนใจ, พนัส ไทยล้วน, พริษฐ์ ชิวารักษ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สรส., สิริวิญช์ เสรีธิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, แกนนำพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae885e2aee09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
