<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ต.เลือก &#039;สิทธิโชติ อินทรวิเศษ&#039; เป็นอธิบดีศาลอาญา &#039;สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล&#039; อดีตโฆษกศาลฯ เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิทธิโชติ อินทรวิเศษ,สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 63 - ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 12/2563 มีวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาตามบัญชีรายชื่อของสำนักงานศาลยุติธรรม โดย ก.ต.เห็นชอบแต่งตั้งโยกย้าย ระดับชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่งบัญชี 3 (พ.ฎีกา-อธิบดีผู้พิพากษา-ปธ.แผนกในศาลอุทธรณ์-ปธ.ศาลอุทธรณ์ภาค-หัวหน้าอุทธรณ์-ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์) จำนวน 50 รายชื่อ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้ 1.นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ประวัตินายสิทธิโชค อายุ 61 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบันฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญา, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้, อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์
ภาค 1, ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 1, รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 และผู้พิพากษาศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา ประวัตินายสืบพงษ์ อายุ 60 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา, ปริญญาโท&amp;nbsp;
นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอาญาธนบุรี, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้, ผู้พิพากษาศาลอุทรณ์ภาค 1, ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลอุทธรณ์ภาค 4, อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายสืบพงษ์มีบทบาทโดดเด่น ในช่วงหนึ่งที่ดำรงตำแหน่งโฆษกศาลยุติธรรม สมัยนายวีระพล ตั้งสุวรรณ เป็นประธานศาลฎีกา ได้รับการยกย่องเรื่องความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา และขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 เคยเป็นผู้นำในการเชิญชวนให้ผู้พิพากษาเข้าชื่อถอดถอนหนึ่งในกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) จากกรณีเหตุพิพาทในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีโยกย้ายชั้น 4 สับเปลี่ยนตำแหน่งบัญชี 3 สำนักงานศาลยุติธรรมเสนอบัญชีทั้งหมด 161 รายชื่อ โดยที่ประชุม ก.ต.วันนี้ พิจารณาไป 50 รายชื่อ ส่วนรายชื่อที่เหลือจะพิจารณาในการประชุม ก.ต.ครั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75419</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, สิทธิโชติ อินทรวิเศษ, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f439c4d46d04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชำนาญ&#039;ลุยฟ้อง กต.หมิ่นประมาท เรียกชดใช้50ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชำนาญ&amp;quot; เดินหน้าฟ้องแพ่ง ก.ต. หมิ่นประมาทจากการอภิปรายไม่เห็นชอบให้ขึ้นรองประธานศาลฎีกา เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ยกเว้น &amp;quot;ประธาน ก.ต.-ผู้พิพากษากิจชัย&amp;quot; ไม่ฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลเเพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 12 ธ.ค. มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ได้ยื่นฟ้องนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา กับพวก ซึ่งเป็นผู้พิพากษาในชั้นศาลฎีกา ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลชั้นต้น รวม 12 คน ได้แก่ นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี, นางวาสนา หงส์เจริญ, นายรังสรรค์ กุลาเลิศ, นายศิริชัย ศิริกุล, นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล, นายธนรัตน์ ทั่งทอง, นายสุวิชา สุขเกษมหทัย, นายกำพล รุ่งรัตน์, นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ, นายปรีชา ชวลิตธำรง ทั้งหมดเป็นคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เป็นจำเลย ในความผิดละเมิดหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากกรณีการอภิปรายในที่ประชุม ก.ต. เมื่อช่วงเดือน ก.ค.2561 ที่มีการพิจารณาเรื่องเสนอนายชำนาญขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี ก.ต. 2 คนที่ไม่โดนนายชำนาญฟ้อง ได้แก่ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน ก.ต. และนายกิจชัย จิตธารารักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชำนาญยังได้ยื่นฟ้องนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 กับพวก ในมูลฐานละเมิดหมิ่นประมาทรวม 6 คน ได้แก่ น.ส.มณี สุขผล, นายพัลลอง มั่นดี, น.ส.ตรีทิพย์ วิเศษจินดา, นางปราต์ปวร ศิริเวช (เจ้าหน้าที่ศาลหน้าบัลลังก์) และนายพิพัฒน์ อินทร์พงษ์พันธุ์ (ทนายความ) ซึ่งทั้งหมดนอกจากนายสืบพงษ์เป็นตุลาการและข้าราชการศาลในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงทนายความจำเลยในคดีที่มีข้อพิพาทกับน้องภรรยาของนายชำนาญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรียกค่าเสียหายเป็นทุนทรัพย์ 50 ล้านบาท จากปมกรณีการทำบันทึกรายงานเหตุในห้องพิจารณาคดีอาญา อ.2177/2559 ที่เป็นข้อร้องเรียน ไปสู่การไม่ผ่านนายชำนาญขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอภิปรายในที่ประชุม ก.ต. ซึ่งนายชำนาญอ้างถึงเป็นการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2561 พิจารณาวาระการเเต่งตั้งโยกย้ายตุลาการในระดับต่างๆ รวมทั้งมีการพิจารณาเรื่องเห็นชอบบัญชีรายชื่อนายชำนาญขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา ตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมเสนอ โดยมีการอภิปรายถึงเหตุการณ์ในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เเละจากสํานวนที่อนุ ก.ต.ประจําชั้นศาลทุกชั้นศาลได้ดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเเละมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้นายชำนาญผ่านคุณสมบัติ ซึ่งในการอภิปรายในวันดังกล่าว ก.ต.เสียงข้างมาก 11 ต่อ 3 ได้มีมติไม่เห็นชอบนายชำนาญขึ้นรองประธานศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2561 นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้ออกหนังสือเเจ้งข่าวกับผู้พิพากษาทั่วประเทศ มีเนื้อหาว่า &amp;ldquo;เรียนท่านผู้พิพากษาทุกท่าน วันนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมเผยเเพร่รายงานการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 13/2561 ซึ่งมีการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม 2561 กระผมจึงขอเผยเเพร่ต่อผู้พิพากษาทุกท่าน เพื่อจะได้ใช้ในการพิจารณาข้อเท็จจริงเเละพฤติกรรมของนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ซึ่งกระทำ ณ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ตามที่ ก.ต.เเต่ละท่านได้อภิปรายเเละลงมติไว้ การอภิปรายในที่ประชุม ก.ต.นั้น ที่ประชุมได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของอนุ ก.ต. ซึ่งได้ไต่สวนพยานบุคคลผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเเละเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ชี้เเจงเเละนำพยานบุคคลเข้าไต่สวนอย่างเต็มที่เเล้วตามหลักฟังความทุกฝ่าย ในท้ายที่สุด ก.ต.ลงมติด้วยเสียงข้างมาก 11 ต่อ 3 ว่านายชำนาญมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำเเหน่งรองประธานศาลฎีกาในวาระ 1 ตุลาคม 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระผมขอเรียนทุกท่านว่า รายงานการประชุม ก.ต.ฉบับนี้ เป็นการเผยเเพร่ตามความในมาตรา 45 วรรคท้าย เเห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ประกอบข้อบังคับการประชุม ก.ต. พ.ศ.2543 ข้อ 24 เเละข้อ 26 ซึ่งกำหนดให้ต้องทำสำเนารายงานการประชุม ซึ่งที่ประชุมรับรองเเล้วเพื่อเผยเเพร่ต่อข้าราชการตุลาการ ดังนั้นการส่งต่อรายงานการประชุมฉบับนี้จึงสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย กระผมเเละคณะได้ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องนี้เสนอต่อผู้พิพากษาทุกท่านจนครบถ้วนกระบวนความเเล้ว ขอได้โปรดพิจารณาคำอภิปรายของ ก.ต.เเต่ละท่าน เพื่อใช้ประกอบดุลพินิจในการลงมติต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c111f0053ebe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สืบพงษ์&#039;ตามบี้ ถอดชื่อชำนาญ พ้นบัญชีคัดกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สืบพงษ์&amp;quot; ยื่นหนังสือถึงเลขาฯ ศาล ถอดชื่อ &amp;quot;ชำนาญ&amp;quot; ออกจากบัญชีผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา เหตุขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 14 พ.ย. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้กำหนดการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา ซึ่งว่างลง 1 ตำแหน่ง แทนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ที่ถูกลงมติถอดถอน แต่ปรากฏว่าคงมีรายชื่อนายชำนาญเป็นบุคคลที่มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต.อยู่ว่า ตนในฐานะคณะผู้แทนผู้เข้าชื่อในการยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต. เห็นว่าผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ซึ่งตาม (1) กำหนดว่าต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 26 (5) อันเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา คือไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสืบพงษ์กล่าวว่า เมื่อคณะผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ร่วมกันยื่นคำร้องโดยเเสดงเหตุแห่งการประพฤติตนเสื่อมเสียของนายชำนาญ เพื่อให้มีการพิจารณาลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. ซึ่งตามระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 ข้อ 4 (2) ระบุให้ผู้เข้าชื่อถอดถอนแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี ที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีความประพฤติเสื่อมเสีย สอดคล้องกับถ้อยคำในมาตรา 26 (5)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นเมื่อข้าราชการตุลาการเท่าที่มีอยู่ ยกเว้นผู้ช่วยผู้พิพากษา ได้ลงมติมีผลให้ถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.แล้ว มติดังกล่าวจึงเป็นที่สุดตามข้อ 17 ของระเบียบดังกล่าว จึงถือว่านายชำนาญเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียอันขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. และมีผลผูกพันสำนักงานศาลยุติธรรมที่จะต้องไม่บรรจุรายชื่อนายชำนาญไว้ในบัญชีผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. ตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือไปถึงนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้ลบชื่อนายชำนาญออกจากบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา&amp;quot; อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมได้ประกาศบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา จำนวน 116 คน โดยก่อนหน้านี้ สำนักงานศาลยุติธรรมได้จัดส่งแบบแสดงความประสงค์รับเลือกเป็น ก.ต.ในศาลฎีกาทางเว็บไซต์ของสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อให้ข้าราชการที่มีสิทธิในศาลฎีกาแสดงความประสงค์ และให้จัดส่งไปยังสำนักงานศาลยุติธรรมภายในวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่ารายชื่อผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต.ศาลฎีกานั้น มีชื่อนายชำนาญซึ่งเคยถูกถอดถอนรวมอยู่ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชำนาญได้ยื่นฟ้องนายสืบพงษ์ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ฐานละเมิดฯ กรณีที่นายสืบพงษ์ให้สัมภาษณ์ในวันที่มีมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายชำนาญเองก็เคยได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวโทษนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และร้องทุกข์กล่าวโทษนายสืบพงษ์ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21994</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bec2ec991a50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุลาการเดือดอีกรอบ!&#039;สืบพงษ์&#039;ยื่นเลขาศาลฯถอดชื่อ&#039;ชำนาญ&#039;พ้นบัญชีผู้มีสิทธิรับเลือกเป็น ก.ต. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 61 - นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้กำหนดการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา ซึ่งว่างลง 1 ตำแหน่ง แทนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ที่ถูกลงมติถอดถอน แต่ปรากฏว่าคงมีรายชื่อนายชำนาญเป็นบุคคลที่มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. อยู่ ว่า ตนในฐานะคณะผู้แทนผู้เข้าชื่อในการยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต. เห็นว่าผู้มีสิทธิ์ได้รับเลือกเป็น ก.ต.ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ซึ่งตาม (1) กำหนดว่าต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 26 (5) อันเป็นคุณสมบัติประการหนึ่งของคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา คือไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย และเมื่อคณะผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ร่วมกันยื่นคำร้องโดยเเสดงเหตุแห่งการประพฤติตนเสื่อมเสียของนายชำนาญ เพื่อให้มีการพิจารณาลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต.ซึ่งตามระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและลงมติเพื่อถอดถอน ก.ต. พ.ศ.2544 ข้อ 4 (2) ระบุให้ผู้เข้าชื่อถอดถอนแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี ที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีความประพฤติเสื่อมเสีย สอดคล้องกับถ้อยคำในมาตรา 26 (5)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสืบพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นเมื่อข้าราชการตุลาการเท่าที่มีอยู่ยกเว้นผู้ช่วยผู้พิพากษา ได้ลงมติมีผลให้ถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.แล้ว มติดังกล่าวจึงเป็นที่สุดตามข้อ 17 ของระเบียบดังกล่าว จึงถือว่านายชำนาญเป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียอันขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. และมีผลผูกพันสำนักงานศาลยุติธรรมที่จะต้องไม่บรรจุรายชื่อนายชำนาญไว้ในบัญชีผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต. ตามกฎหมายและระเบียบดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือไปถึงนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้ลบชื่อนายชำนาญออกจากบัญชีรายชื่อและหมายเลขบุคคลผู้มีสิทธิ์รับเลือกเป็น ก.ต.ในชั้นศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมานายชำนาญได้ยื่นฟ้องนายสืบพงษ์ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ฐานละเมิดฯ กรณีที่นายสืบพงษ์ให้สัมภาษณ์ในวันที่มีมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายชำนาญเองก็เคยได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวโทษนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 และร้องทุกข์กล่าวโทษนายสืบพงษ์ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21956</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต., กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม, ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b84071bf0b47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้พิพากษาลงคะแนนท่วมท้นให้ถอด &#039;ชำนาญ รวิวรรณพงษ์&#039; พ้นตำแหน่ง ก.ต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ต.ค.61 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุม สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก สำนักงานศาลยุติธรรมจัดการนับคะแนนผลการลงมติถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกาและกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ต.) ในศาลฎีกา ออกจากตำแหน่ง ก.ต. จากกรณีเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 และผู้แทนผู้เข้าชื่ออีก 2 คนนำรายชื่อผู้พิพากษากว่า 1,700 คน ที่ร่วมเข้าชื่อยื่นถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. ในประเด็นข้อกล่าวหาว่านายชำนาญมีพฤติการณ์ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และข่มขู่ผู้พิพากษาในคดีมรดกที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาสำนักงานศาลยุติธรรมได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ติดคำร้องถอดถอนพร้อมรายชื่อผู้เข้าร่วมคำร้องขอให้ถอดถอน และคำชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาของนายชำนาญที่ศาลทั่วประเทศ พร้อมจัดส่งบัตรลงคะแนนให้กับผู้พิพากษาทั่วประเทศทางไปรษณีย์ เพื่อลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอนก่อนส่งกลับมาภายในวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา และมีการนับคะแนนผลการลงมติในวันนี้ (26 ต.ค.) ซึ่งรายงานล่าสุดมีผู้พิพากษาส่งบัตรลงคะแนนกลับมาทั้งหมด 3,548 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการนับคะแนนเริ่มตั้งแต่เวลา 8.30 น. จนสิ้นสุดในเวลา 10.49 น. ปรากฏว่ามีผู้พิพากษาลงคะแนนให้ถอดถอนนายชำนาญจากตำแหน่ง ก.ต. จำนวน 3,165 ใบ ไม่ถอดถอน 193 ใบ บัตรเสีย 190 ใบจากจำนวนผู้พิพากษาทั่วประเทศ 4,635 คน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง (2,318 คน) ของผู้พิพากษาทั่วประเทศตามกฎหมายแล้ว ดังนั้นนายชำนาญต้องพ้นตำแหน่ง ก.ต.ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, ถอดถอนพ้นก.ต., นายสราวุธ เบญจกุล, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1d66bf139c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่ง1,733ชื่อผู้พิพากษา ชี้กรณีแรกในรอบ17ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สืบพงษ์&amp;rdquo; นำรายชื่อ 1,776 ตุลาการยื่นถอดถอน &amp;ldquo;ชำนาญ&amp;rdquo; พ้น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว เลขาธิการศาลชี้เป็นกรณีแรกตั้งแต่มีกฎหมายมา 17 ปี ลั่นทำด้วยความรอบคอบ คาดใช้เวลากว่า 1 เดือนก่อนลงมติ &amp;nbsp;เพราะต้องยืนยันชื่อ รวมทั้งผู้ถูกกล่าวหาแจงก่อน ยังมึนหากผู้ถูกร้องลาออกเรื่องต้องยุติหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 อาคารศาลอาญา นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;เดินทางมาเป็นผู้แทนยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ในฐานะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา พร้อมรายชื่อ 1,776 ข้าราชการตุลาการที่เข้าชื่อตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 42 โดยมีนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้รับมอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสืบพงษ์กล่าวว่า ได้นำรายชื่อข้าราชการตุลาการจำนวน 1,776 คน ที่ประสงค์จะถอดถอนนายชำนาญออกจาก ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในรายชื่อได้แบ่งแยกผู้พิพากษาแต่ละระดับชั้นศาลเอาไว้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าเลขาธิการสำนักงานศาลฯ จะตรวจนับถูกต้อง และปิดประกาศก่อน โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการข่มขู่ ส่วนเรื่องการตอบรับดูได้จากจำนวนผู้เข้าร่วมลงชื่อถอดถอน และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการติดต่อกับผู้ถูกร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธกล่าวว่า สำนักงานศาลฯ จะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารตามมาตรา 42 และ 43 ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม และระเบียบของ ก.ต. ที่ได้ออกมาในเรื่องการเข้าชื่อและการถอดถอน ก.ต. โดยการดำเนินการจะรายงานให้ทราบเป็นระยะถึงขั้นตอนไหนบ้าง และหากตรวจสอบรายชื่อครบถ้วนแล้ว ก็จะรีบส่งให้ศาลทั่วประเทศปิดประกาศคำร้องและรายชื่อของผู้เข้าชื่อทั้งหมดพร้อมกันภายในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วม แต่มีชื่ออยู่หรือประสงค์ถอนชื่อ จะสามารถแจ้งให้เอาชื่อออกได้ภายใน 20 วันนับแต่วันปิดประกาศ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ ก.ต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวต่อว่า เมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้วให้ถือว่ารายชื่อของผู้เข้าชื่อที่ไม่มีการคัดค้านเป็นรายชื่อที่ถูกต้อง ถ้ามีจำนวนไม่ครบถ้วน จะแจ้งให้ผู้แทนของผู้เข้าชื่อทราบเพื่อจัดให้มีการเข้าชื่อเพิ่มเติมให้ครบถ้วนภายใน 30 วัน หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วมิได้เสนอการเข้าชื่อจนครบจำนวนก็จะจำหน่ายเรื่อง แต่หากการเข้าชื่อถูกต้องครบจำนวน ก็ถือว่าการเข้าชื่อมีผลสมบูรณ์ ก็จะส่งคำร้องไปให้ ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ถูกร้องขอให้ถอดถอนภายใน 7 วัน เพื่อให้ ก.ต.ผู้นั้นจัดทำคำชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากนั้นเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมจะจัดให้ปิดประกาศคำชี้แจงเพื่อแก้ข้อกล่าวหา หรือประกาศว่าไม่มีการยื่นคำชี้แจงดังกล่าวแล้วแต่กรณี ณ ที่ทำการของสำนักงานศาลยุติธรรม และศาลยุติธรรมทั่วประเทศ และจัดให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนต่อไป ซึ่งสำนักงานศาลฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนดไว้เคร่งครัดทุกประการ&amp;rdquo; นายสราวุธยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถึงหลักในการดำรงตนของผู้พิพากษานั้นควรเป็นอย่างไร นายสราวุธตอบว่า การปฏิบัติตนของผู้พิพากษาใน พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ได้กำหนดข้อปฏิบัติไว้อยู่แล้วในมาตรา 62 บัญญัติให้ผู้พิพากษาต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายจริยธรรมด้วย ซึ่งการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมเป็นความผิดทางวินัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพิจารณาพิพากษาคดี การวางตน การประกอบภารกิจอื่น หรือการวางตนของสมาชิกในครอบครัว มีทั้งหมดกว่า 40 ข้อด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากตรวจสอบรายชื่อเสร็จและครบตามจำนวน ก.ต.ผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 43 ส่วนต้องหยุดเมื่อไหร่นั้น เรื่องนี้จะต้องรายงานไปยัง ก.ต.ให้เป็นผู้วินิจฉัยว่าต้องเริ่มหยุดปฏิบัติหน้าวันไหน ซึ่ง ก.ต.มีทั้งหมด 15 คน หากหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่น่ามีปัญหากับการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้พิพากษาทั้งประเทศที่ไม่ร่วมผู้ช่วยผู้พิพากษามีทั้งหมด 4,543 คน ซึ่ง 1 ใน 5 ที่สามารถเข้าชื่อก็จะมีจำนวน 909 คน ส่วนการถอดถอนต้องใช้มติเกินกึ่งหนึ่งเท่ากับ 2,272 คน&amp;rdquo; นายสราวุธระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ต้องใช้เวลากี่วันจึงจัดให้มีการลงมติถอดถอน ก.ต.ผู้ถูกร้องได้ นายสราวุธกล่าวว่า ขั้นตอนเราต้องปิดประกาศอย่างน้อย 20 วัน เพื่อให้คนที่ไม่ได้ลงชื่อหรือประสงค์ถอนชื่อ จากนั้นให้ ก.ต.ผู้ถูกร้องทำคำชี้แจงใน 7 วัน และปิดประกาศคำชี้แจงอีก 7 วัน แล้วถึงเข้าสู่กระบวนการการลงคะแนน คิดว่าน่าจะใช้ระยะเวลา 1 เดือนเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าได้ดำเนินการทางวินัยกับฝ่ายใดบ้างหรือไม่จากเหตุการณ์นี้ นายสราวุธกล่าวว่า การดำเนินการทางวินัยมีขั้นตอนในการรับเรื่อง ขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่อง ส่วนจะมีการดำเนินการทางวินัยกับ ก.ต.ผู้ถูกร้องหรือไม่นั้น ขอตรวจสอบก่อน ขณะนี้เป็นเรื่องการถอดถอน จึงไม่อยากให้นำไปรวมกระบวนการทางวินัย เพราะการถอดถอนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีระเบียบ ก.ต.ว่าด้วยการเข้าชื่อและลงมติถอดถอน พ.ศ.2544
&amp;ldquo;ต้องไปดูข้อกฎหมายอย่างละเอียดอีกที ซึ่งการถอดถอนครั้งนี้พอรับเรื่องแล้ว ผมต้องรายงานตามขั้นตอน&amp;rdquo; นายสราวุธกล่าวตอบเรื่องหาก ก.ต.ผู้ถูกร้องลาออกจาก ก.ต.กระบวนการถอดถอนจะสิ้นสุดหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหนังสือคำร้องมีใจความสรุปว่า นายสืบพงษ์, นายพงษ์ศักดิ์ และ น.ส.มณี ผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ดำเนินกิจการที่จัดให้ข้าราชการตุลาการไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของข้าราชการตุลาการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้าชื่อกันขอให้ถอดถอน ก.ต.ออกจากตำแหน่ง มีความประสงค์ยื่นคำร้องขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต. จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2561 ที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาลนัดสืบพยานจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2177/2559 นายชำนาญซึ่งเป็นสามีของพี่สาวโจทก์ และเป็นพี่ชายของทนายโจทก์ ซึ่งเข้าไปร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อทนายโจทก์ถามค้านจำเลย ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนสอบถามทนายโจทก์ว่าเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีอย่างไร นายชำนาญได้ลุกขึ้นโต้แย้งผู้พิพากษาด้วยเสียงดังว่า ทำไมจะไม่เกี่ยว ท่านไม่มีสิทธิ์ถาม มีหน้าที่ต้องบันทึก ถ้าไม่บันทึกจะร้องเรียน ตั้งกรรมการสอบถึงไล่ออก ผู้พิพากษาจึงบันทึกไปตามที่นายชำนาญโต้แย้งและพิจารณาคดีต่อ ช่วงบ่ายทนายความโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนตัว อ้างมีความเห็นไม่ตรงกับโจทก์ และขอเลื่อนคดีเพื่อให้โจทก์หาทนายความใหม่ เมื่อศาลออกนั่งพิจารณาพบว่าทนายความโจทก์กลับไปแล้ว มีนายชำนาญนั่งตรงที่นั่งทนายความโจทก์แถลงขอเลื่อนคดีแทน บอกว่าทนายโจทก์โกรธมากจะดำเนินคดีตามมาตรา 157 และร้องเรียนต่อด้วย แต่ได้ห้ามไว้ ต่อไปก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ จะขอไปคุยกับทนายคนเดิมก่อน องค์คณะผู้พิพากษาจึงอนุญาตให้เลื่อนคดีออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติกรรมดังกล่าว นายชำนาญซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการที่มีอาวุโสสูง สามารถให้คุณให้โทษแก่ผู้พิพากษาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ทำให้คู่ความอีกฝ่ายและประชาชนทั่วไปเกิดความแคลงใจในความเป็นอิสระของผู้พิพากษา เป็นการก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษา ทำให้เกิดอุปสรรคต่อการพิจารณาพิพากษาคดี ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 188 ที่บัญญัติให้ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมอิสระในการพิจารณาพิพากษาคดีให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม ปราศจากอคติ, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 (ดูหมิ่นศาล) และขัดต่อประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ หมวด 5 ว่าด้วยจริยธรรมเกี่ยวกับการดำรงตนและครอบครัว ข้อ 35 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาต้องเคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบศีลธรรม สุภาพ สำรวมกิริยามารยาท มีอัธยาศัยยึดถือจริยธรรมและประเพณีอันดีของตุลาการ ทั้งพึงวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา และข้อ 37 ที่กำหนดให้ผู้พิพากษาจักต้องไม่ก้าวก่ายหรือแสวงหาประโยชน์อันมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอื่น ซึ่งมีมูลอันเป็นความผิดทางวินัย ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 จึงไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ ก.ต. ขอให้ดำเนินการจัดให้มีการลงมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง ก.ต.ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, พงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์, มณี สุขผล, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b855c5c99691.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; ที่ประชุม คสช.ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.นั่งหัวโต๊ะ เห็นชอบให้ใช้ ม.44 คลายล็อกพรรคการเมือง หลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. โปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว บรรดานักการเมืองก็จะสามารถให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในบางเรื่อง ส่วนเรื่องไพรมารีโหวต นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่า จะปรับเปลี่ยนโดยใช้วิธีที่ใกล้เคียง ไม่ใช่วิธีการตามความหมายของคำว่าไพรมารีโหวตทั้งหมด จะให้พรรคตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 11 คน ไปรับฟังความเห็นแต่ละพื้นที่เพื่อเสนอกรรมการบริหารพรรคในการคัดเลือกผู้สมัคร ก็เป็นการหาทางออกทางการเมืองแบบไทยๆ ออกกฎหมายมาดีแค่ไหน ก็มีวิธีพลิกแพลงปรับไปใช้ได้ทั้งนั้น...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่าการดำเนินการต่างๆ ของ คสช.เวลานี้เพื่อเอื้อ พรรคพลังประชารัฐ ขณะที่ นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ปฏิเสธข่าวจะลาออกจากรัฐมนตรีไปเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เช่นเดียวกัน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ก็ปฏิเสธข่าวลาออกไปเป็นเลขาธิการพลังประชารัฐเช่นกัน ส่วนอนาคตนั้นต้องติดตามดู แต่ยอมรับว่าตนเองพูดคุยกับนักการเมืองโดยตลอด ในงานสวดพระอภิธรรมบิดานายสนธิรัตน์ ที่วัดเทพศิรินทร์ ศาลา 15 ดูคับแคบขึ้นทันตา เมื่อบรรดาเหล่านักการเมืองจากทุกค่าย โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองสายพลังดูด รวมทั้งกลุ่มทุนใหญ่ก็มากันเพียบ ทำให้น่าจับตาว่าพลังประชารัฐคงจะใกล้วันประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการแน่ สนธิรัตน์ มือประสานนักการเมือง ที่จะดัน ลุงตู่ เป็นนายกฯ อีกสมัยจะตัดสินใจอย่างไร เจ้าตัวคงมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นประวัติศาสตร์วงการตุลาการ กรณี นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และ น.ส.มณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา นำรายชื่อ 1,733 ข้าราชการตุลาการ ยื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้มีการลงมติเพื่อถอดถอน นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา พ้น กรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ผู้ทรงคุณวุฒิในศาลฎีกา กรณีนายชำนาญในฐานะเป็นสามีของพี่สาวโจทก์ได้ลุกขึ้นโต้แย้งผู้พิพากษาหน้าบัลลังก์ ซึ่งเห็นว่าเป็นพฤติกรรมขัดจริยธรรมและดูหมิ่นศาล การถอดถอนต้องใช้มติลับเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 2,272 เสียงของผู้พิพากษาทั้งหมดคือ 4,543 คน งานนี้วัดใจทั่นเปาทั้งหลาย จะยึดความถูกต้องหรือต้องเกรงใจผู้อาวุโสในระบบอุปถัมภ์แบบไทยๆ...0&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานเข้าวงการสีกากีอีก กรณีสาวสัญชาติอังกฤษอ้างว่าระหว่างมาเที่ยวที่ &amp;quot;เกาะเต่า&amp;quot; ได้ถูกวางยาและข่มขืน แต่เมื่อไปแจ้งความที่ สภ.เกาะพงัน ตำรวจไม่รับแจ้งข้อหาข่มขืน ล่าสุด นางซาร่า แม่ของเธอให้สัมภาษณ์ผ่านเฟซบุ๊กกับ นายสุทธิชัย หยุ่น ยืนยันว่าสูกสาวโดนข่มขืนจริง และมีหลักฐานคือ DNA ของคนร้ายที่อยู่ในเสื้อของลูกสาว พร้อมจะเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อมาแจ้งความ แต่จะไม่ให้ลูกมาอีกแล้ว ส่วนคำชี้แจงของ ตร.นั้น ความจริงเป็นที่รู้กันดีในโรงพัก โดยผู้บังคับบัญชาสั่งไม่ให้ออก เลขคดี เพื่อปกปิดสถิติคดีและปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ตัวเอง และคดีนี้เป็นการลักทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย (ยาเบื่อเมา) คือ &amp;quot;ชิงทรัพย์&amp;quot; เป็นความผิดต่อรัฐ ไม่ต้องมีใครร้องทุกข์ ตำรวจต้องดำเนินการสอบสวน ผู้เสียหายมีฐานะเป็น &amp;quot;พยาน&amp;quot; ดังนั้นต้องรีบดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ก่อนที่จะกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศมากกว่านี้...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้กฎหมายเพิ่มโทษหนักสำหรับผู้ไม่มี-ไม่พกใบขับขี่ ทำท่าจะแท้งหลังจากประชาชนส่งเสียงต่อต้านกันทั่วทิศทั้ง คนเสื้อแดง-เสื้อเหลือง โดย นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ปกป้องสิทธิประชาชน ยื่นหนังสือคัดค้านต่อรองประธาน สนช. ชี้ว่าแก้ไม่ตรงจุด เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ทุจริต ขณะที่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ยกเหตุผล 5 ข้อ หวั่นจะทำให้ศาลเตี้ยขยายใหญ่ขึ้น ทำเอา บิ๊กตู่ ต้องติดเบรกทันทีว่าไม่เห็นด้วย และให้มองในหลายมุม ถือว่าคิดถูกแล้ว ไม่งั้นจะซ้ำรอยการห้ามนั่งท้ายรถกระบะอีก ปัญหาดังกล่าวต้องแก้หลายมิติ โดยเฉพาะต้องทำให้ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน เช่น ล่าสุด ผกก.จว.เชียงใหม่ ขับรถชนเด็กเผ่าลีซู เสียชีวิต 2 ราย แล้วหนี ทำไมตำรวจไม่ออกหมายเรียก-หมายจับ ดังเช่นชาวบ้านทั่วไป เป็นวิกฤติศรัทธาที่ประชาชนไม่เชื่อถือเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ทีการสอบสวนคดีอาญา แก้ปัญหายัดข้อหาชาวบ้าน ทำไมไม่ทำตามหลักสากลแบบเรื่องนี้บ้าง ทั่นนายกฯ ต้องแก้โจทย์นี้ให้ได้ก่อน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานสวดพระอภิธรรม นางเง็ก แซ่จัง มารดา คุณสวัสดิ์ ทั่งวัฒโนทัย บจก.ยูบาว (ประเทศไทย) ปูนตราผึ้ง วัดเทพศิรินทราวาส ศาลา 14 ตั้งแต่ 28 ส.ค.-2 ก.ย. เวลา 19.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16374</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญ รวิวรรณพงษ์, บันทึกหน้า4, พงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วรกร พงศ์ธนากุล, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล, สุทธิชัย หยุ่น, สุริยะใส กตะศิลา, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
