<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69283</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งสืบพยานคดี&#039;บรรยิน&#039;ผ่านคอนฟอเรนช์ลดการนำตัวออกนอกเรือนจำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63-กรมราชทัณฑ์เผยแพร่คำชี้แจงของพ.ต.อ.ณรัชณ์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กรณีการวางแผนหลบหนีของข.ช.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลและเบาะแสที่ได้มาจากการทำงานร่วมกันระหว่างกรมราชทัณฑ์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้มีการประสานงานและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมา
ระยะหนึ่งแล้วในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยไม่ขอพูดถึงเนื่องจากอาจจะเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับฝ้ายตรงข้ามและผู้ที่อาจจะพยายามก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ณรัชณ์ กล่าวว่า กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าได้ดำเนินการควบคุม และเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังรายดังกล่าว
ด้วยความรอบคอบรัดกุมตามมาตรฐานสากล โดยได้มีการประสานงานกับศาลยุติธรมเพื่อสดความถี่
ในการนำตัวผู้ต้องขังรายนี้ออกเดินทางจากเรือนจำไปศาลเพื่อสืบพยาน โดยอาจมีทางเลือกอื่น เช่น
สืบพยานผ่านจอภาพหรือวิดิโอคอนฟอเรนช์ และยังได้มีการวางแผนร่วมกับตำรวจหน่วยต่างๆ เพื่อเสริมกำลังและรักษาความปลอดภัยในขณะเคลื่อนย้ายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในเรื่องของการแจ้งข้อกล่วหาเพิ่มเติมฐานพยายามก่อเหตุหลบหนีหรือใช้จ้างวานผู้อื่นให้กระทำการดังกล่วนั้น ขอให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเจ้าของสำนวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณาแจ้งข้อหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่มีมาตการควบคุมที่ข้มแข็งรัดกุม และเหมาะสมในการควบคุมและป้องกันมีให้ผู้ต้องขังก่อหตุร้ายขึ้น ขอให้พี่น้องประชาชนและสังคมคลายความกังวลใจและให้ความไว้วางใจจ้หน้าที่ราชทัณฑ์ที่จะปฏิบัติหน้ที่ด้วยความเข้มแข็งเพื่อธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายอย่างสุดความสามารถ&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69283</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, บรรยิน ตั้งภากรณ์, พ.ต.อ.ณรัชณ์ เศวตนันท์, สืบพยาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200331/image_big_5e82e4ff4a0d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบพยาน3ปากคดีบรรยิน คราบเลือดชัดมัดทีมฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลสืบพยานคดี &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; พร้อมพวกอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ล่วงหน้าแล้ว 3 ปาก &amp;quot;ตร.&amp;quot; เร่งหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังพบมือถือกลุ่มคนร้ายใช้เจรจาวางแผนในแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี วันที่ 26 ก.พ. ศาลได้ออกนั่งบัลลังก์สืบพยานล่วงหน้าตามที่อัยการยื่นคำร้องขอ ในคดีที่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ กับพวกรวม 6 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ เจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป, เป็นซ่องโจร โดยเป็นการสมคบเพื่อกระทำความผิด ที่มีระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป, พยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้อื่น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่โดยร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลได้เบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน, นายมานัส ทับนิล อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี, นายชาติชาย เมณฑ์กูล 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ผู้ต้องหา 1-6 มาจากเรือนจำ ซึ่งเมื่อวันที่ 25 ก.พ. ทั้ง 6 คนได้ถูกพนักงานสอบสวนกองปราบปรามควบคุมตัวมายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกและไม่ได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนัดสืบพยานล่วงหน้า วันนี้ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 ก็ได้แต่งตั้งนายบัญชา ชัยจำ ทนายความซึ่งรับผิดชอบคดีของตนในสำนวนโอนหุ้นนายชูวงษ์ (ศาลอาญากรุงเทพใต้) และคดีฆาตกรรมนายชูวงษ์ (ศาลอาญาพระโขนง) มาเป็นทนายความในคดีนี้ด้วย ส่วนนายมานัสและนายณรงค์ศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 2-3 ยังไม่มีทนายความ สำหรับนายชาติชาย, นายประชาวิทย์ และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด ผู้ต้องหาที่ 4-6 ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาเองเพื่อร่วมทำการซักค้านการสืบพยานล่วงหน้าในวันนี้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้ชี้แจงให้ผู้ต้องหาได้ทราบถึงระบบการพิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตฯ ด้วยว่าเป็นระบบไต่สวนที่ผู้พิพากษาองค์คณะจะเป็นผู้ถามคำถามกับพยานเองเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง โดยให้สิทธิอัยการและทนายความ รวมทั้งผู้ต้องหาก็ขออนุญาตศาลซักถามเพิ่มเติมและซักค้านพยานที่นำมาสืบนี้ได้ด้วย ส่วนผู้ต้องหาที่ 2-3 ซึ่งยังไม่มีทนายความมาศาลในวันนี้ โดยอยู่ระหว่างการแต่งตั้งทนายนั้น การสืบพยานล่วงหน้าวันนี้ศาลก็จะเป็นผู้ตั้งคำถามให้เองก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การยื่นคำร้องขอสืบพยานล่วงหน้าวันนี้ ตามคำร้องของอัยการ ระบุเหตุผลตามกฎหมายว่า เนื่องจากพยานเป็นบุคคลต่างด้าวทั้งหมด ซึ่งอาจจะเกิดความลำบากในการติดตามตัว ประกอบกับพยานทั้งหมดเป็นบุคคลใกล้ชิดกับผู้ต้องหาด้วย จึงต้องดำเนินการสืบพยานล่วงหน้าไว้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการได้ขอให้ศาลสืบพยานด้วยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ &amp;nbsp;แยกห้องระหว่างพยานกับผู้ต้องหาทั้ง 6 ด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเผชิญหน้ากัน โดยวันนี้นอกจากตัวผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว 6 คนแล้ว นางวราภรณ์กับนายวรภัทร์ ภรรยาและบุตรชายของ พ.ต.ท.บรรยิน และครอบครัวของผู้ต้องหาอื่น ก็เดินทางมาร่วมติดตามฟังการสืบพยานอย่างใกล้ชิดและให้กำลังใจผู้ต้องหาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสืบพยานล่วงหน้าวันนี้ อัยการได้นำพยานเข้าเบิกความ 3 ปาก คือ ชายสัญชาติเมียนมา อายุ 29 ปีลูกเขยของนายณรงค์ศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 3 ที่ถูกใช้ให้ไปซื้อน้ำมัน 20 ลิตร เมื่อวันที่ 2 ก.พ. , หญิงอายุ 39 ปี เชื้อชาติกะเหรี่ยง สัญชาติเมียนมา แม่บ้านของภรรยา พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 และชายผู้เป็นสามีของหญิงแม่บ้าน ที่เป็นคนไปซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ให้ภรรยาของ พ.ต.ท.บรรยิน เมื่อวันที่ 5 ม.ค.63 โดยการสืบพยานล่วงหน้านี้ ยังเหลือพยานที่จะต้องสืบอีก 1 ปาก ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสืบพยานล่วงหน้าปากที่เหลือ ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงเช้า พ.ต.อ.ราม รสหอม ผกก.4 กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้วางแผนเส้นทางการค้นหาเศษโครงกระดูกพี่ชายผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ จากจุดตอม่อใต้สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานตะเคียนเลื่อน อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีการพบเจอเศษซากกระดูกจำนวน 7 ชิ้น โดยปูพรมค้นหาอย่างละเอียดในจุดนี้อีกครั้ง หลังช่วงเย็นวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา มีการค้นเจอโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมซิมโทรศัพท์ และมีการยืนยันจากการตรวจสอบอีมี่ 353762/07/159336/0 S/N:R21G7324F8A แล้วว่าตรงกับคำให้การของคนร้ายที่ใช้โทรศัพท์เครื่องนี้ ในการประสานงานกันระหว่างที่อุ้มฆ่านายวีรชัย ซึ่งในส่วนของเช้าวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทีมนักประดาน้ำยังคงมีการลงค้นหาวัตถุพยานที่ยังหลงเหลือในบริเวณนี้อยู่ จนกว่าจะค้นพบทุกรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นฟาร์มไก่ธงชัย พื้นที่หมู่ 4 บ้านดอนวัด ต.หนองกรด อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นของ ด.ต.ธงชัย วจีสัจจะ หรือ ส.จ.อ๊อด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหา พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ แบบยกสูง 4 ประตู สีขาว 1 คัน และที่ท้ายกระบะ บรรทุกรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง เอาไว้อีก 1 คัน จึงยึดไปตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้นพบว่า &amp;nbsp;คราบเลือดที่พบบนรถยนต์โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์ ที่ใช้เป็นรถยนต์ก่อเหตุ ระบุผลตรวจยืนยันว่าเป็นคราบเลือดของพี่ชายผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ เฉกเช่นกับแหวนรูปเต่ากับหัวเข็มขัดที่พบในจุดเผาศพ ที่ญาติและครอบครัวผู้ตายยืนยันแล้วว่าเป็นของพี่ชายผู้พิพากษา ขณะที่ชิ้นส่วนกระดูกและกะโหลกศีรษะที่เพิ่งพบนั้น อยู่ระหว่างนำไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งสัปดาห์หน้าจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ในครั้งนี้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58290</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา, บรรยิน ตั้งภากรณ์, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง, สืบพยาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เร่งหาหลักฐานเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e56854ab660c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดสืบพยานคดี&#039;แรมโบ้อีสาน&#039;นำนปช.ล้อมทุบ&#039;มาร์ค&#039;ปี52</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.61- ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจความพร้อมคู่ความ คดีดำหมายเลขดำ อ.3260/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นจำเลย ฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215 ประกอบมาตรา 83, 85
&amp;nbsp;
คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2552 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นแกนนำ นปช. ปราศรัยปลุกปั่นชักชวนผ่านเครื่องขยายเสียง ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยจำเลยเป็นหัวหน้ามีหน้าที่สั่งการกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี อ้างว่าเป็นรัฐบาลที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลไปกระทรวงมหาดไทย ให้ใช้รถยนต์ปิดล้อมประตูทางเข้าออกทุกด้านเพื่อล้อมจับตัวนายอภิสิทธิ์ ขัดขวางไม่ให้นายอภิสิทธิ์ใช้สถานที่ดังกล่าวประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมกันนี้พวกของจำเลยร่วมกันบุกรุกเข้าไปในกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ผู้รักษาความปลอดภัยนายอภิสิทธิ์และผู้ติดตามจนได้รับบาดเจ็บหลายคน พวกของจำเลยบางคนได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ เหตุเกิดที่แขวงราชบพิธ เขตพระนคร, แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม.เกี่ยวพันกัน
&amp;nbsp;
วันนี้อัยการโจทก์และทนายความจำเลยเดินทางมาศาล ส่วนนายสุภรณ์ไม่ได้เดินทางมาศาล
&amp;nbsp;
เมื่อถึงเวลานัด นายศุชัยวุธ ชาวสวนกล้วย ทนายความจำเลยยื่นคำร้องระบุว่า ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่ เพราะศาลแขวงดุสิตเคยพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปแล้วฯ กรณีพนักงานสอบสวน สน.ดุสิตได้ลงบันทึกประจำวันในสำนวน เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2552 ว่า จำเลยได้ร่วมกับพวกที่เป็นแกนนำชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2552 - 14 เม.ย.2555 ซึ่งอัยการโจทก์จะฟ้องจำเลยเรื่องร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ ในเหตุการณ์ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2552 อีกไม่ได้ ซึ่งเป็นประเด็นข้อกฎหมาย นอกจากนี้ จำเลยยังได้ยื่นขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 ด้วย จึงขอให้ยกเลิกหรือเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยไปก่อน
&amp;nbsp;
ขณะที่พนักงานอัยการโจทก์แถลงต่อศาลว่า ขณะนี้อัยการอยู่ระหว่างพิจารณาหนังสือขอความเป็นธรรมดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ
&amp;nbsp;
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลจะวินิจฉัยว่าเป็นการฟ้องซ้ำหรือไม่ ภายหลังจากการสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่มีเหตุให้เลื่อนการนัดสืบพยานดังกล่าว ให้สืบพยานโจทก์นัดแรก ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.ซึ่งเป็นไปตามกำหนดเดิม และกำชับให้คู่ความทั้งสองฝ่ายนำพยานบุคคลมาเบิกความต่อศาลให้เรียบร้อย หากไม่นำพยานมาเบิกความในวันนัด จะถือว่าไม่ติดใจสืบพยานรายดังกล่าว ซึ่งศาลจะวินิจฉัยตามที่เห็นสมควร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
สำหรับคดีในส่วนของผู้ชุมนุมที่ร่วมกันบุกรุกกระทรวงมหาดไทยในเหตุการณ์ดังกล่าวที่มีนายสุภรณ์เป็นแกนนำ ประกอบด้วยคดีอาญาของศาลอาญา หมายเลขดำที่ อ.598/2557 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชัยวัฒน์ ทองมูล และนายอรุณ ฉายาจันทร์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองฐานร่วมกันมั่วสุมฯ คนละ 6 เดือน, ร่วมกันบุกรุก คนละ 3 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี 6 เดือน ทางนำสืบจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 2 ปี 4 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1467/2559 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประดิษฐ์ แซ่ฮิว เป็นจำเลย ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุกจำเลยฐานมั่วสุมฯ 6 เดือน, บุกรุก 2 ปี และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน 4 ปี การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป รวมจำคุก 6 ปี 6 เดือน ทางนำสืบจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 ปี 4 เดือน ให้นำโทษจำคุก 3 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาของศาลแขวงดุสิตบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ รวมจำคุก 4 ปี 7 เดือน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14784</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, นปช., นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ศาล, สืบพยาน, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180725/image_big_5b588dc77dd19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
