<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65950</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอสืบพยานล่วงหน้า คดีครูโฉดข่มขืนศิษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ยุติธรรมมุกดาหารยื่นอัยการขอสืบพยานล่วงหน้า คดีก๊วนครูโฉดข่มขืนนักเรียน ป้องกันปัญหาข่มขู่วิ่งเต้น ตาม ป.วิ.อาญา ม.237 ทวิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อธิบายข้อกฎหมายในคดีครูและศิษย์เก่าร่วมกันล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.4 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับการสืบพยานล่วงหน้า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ ประกอบ 172 ตรี ว่า คดีนี้ตนได้รับแจ้งจากนายธีระศักดิ์ พลอยเพชร อัยการจังหวัดมุกดาหาร ว่าทางสำนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารได้มอบหมายให้มีอัยการไปร่วมสอบสวนปากคำผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายในคดีนี้เป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งการสอบปากคำจะต้องกระทำต่อหน้าพนักงานอัยการ, นักจิตวิทยา, นักสังคมสงเคราะห์ และผู้ที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนไว้ใจ กับพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการสืบพยานล่วงหน้านั้น ทางยุติธรรมจังหวัดมุกดาหารได้มีการประสานเบื้องต้นมายังอัยการจังหวัดมุกดาหารเรียบร้อยแล้ว ว่าจะมีการยื่นคำขอให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ทวิ ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าว เมื่อพนักงานอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวนหรือผู้เสียหายขอให้สืบพยานล่วงหน้าก่อนที่จะมีการฟ้องคดี อัยการก็จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าเข้าเงื่อนไขที่จะยื่นขอศาลสืบพยานล่วงหน้าหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธกล่าวว่า หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 237 ทวิ มีอยู่ 5 ข้อ คือ 1.พยานจะเดินทางไปต่างประเทศ เช่น กรณีที่พยานเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวต่างประเทศที่จะเดินทางกลับประเทศ 2.พยานมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง 3.พยานซึ่งมีที่อยู่ไกลจากศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี ซึ่งในปัจจุบันกรณีแบบนี้จะไม่เป็นปัญหา เพราะจะมีวิธีการสืบพยานผ่านจอภาพได้ แต่กฎหมายยังเขียนไว้อยู่ 4.กรณีที่พยานที่จะนำเข้าสืบจะเป็นการยากที่จะนำเข้าสืบภายหลังหากมีการฟ้องคดี ยกตัวอย่างเช่น พยานที่เห็นเหตุการณ์เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง ซึ่งอาจจะไม่สามารถเบิกความได้ หรือเสียชีวิตก่อนหากมีการฟ้องคดีในภายหลัง 5.กรณีที่หากไม่นำพยานเข้าสืบพยานอาจจะถูกยุ่งเหยิงจากผู้กระทำความผิดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น กรณีครู, อาจารย์ ตกเป็นผู้ต้องหาข่มขืนลูกศิษย์ ได้รับการประกันตัว มีโอกาสที่จะไปข่มขู่หรือวิ่งเต้นกับผู้เสียหายหรือคนในชุมชน กรณีอย่างนี้จึงต้องรีบสืบพยานไว้ล่วงหน้า โดยกรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ 1 ใน 5 ข้อนี้ สามารถให้อัยการยื่นศาลขอสืบพยานล่วงหน้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางปฏิบัติ หากอัยการได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวน, ผู้เสียหาย และเข้าเกณฑ์เงื่อนไขการสืบพยานล่วงหน้า ทางพนักงานอัยการจะยื่นคำร้องต่อศาลในท้องที่ที่เกิดเหตุ โดยระบุรายละเอียดการกล่าวหาอย่างย่อให้ศาลได้ทราบ และอ้างเหตุตามกฎหมาย 1 ใน 5 ข้อที่กล่าวข้างต้น เมื่อศาลพิจารณาแล้วเข้าเงื่อนไข กฎหมายเขียนไว้ว่าศาลจะต้องสั่งสืบพยานล่วงหน้าทันที ซึ่งในกรณีที่มีผู้ต้องหา ศาลจะสอบถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีทนายความ ศาลจะมีคำสั่งแต่งตั้งทนายความให้ เพื่อให้มีทนายความคอยซักค้านในการสืบพยานล่วงหน้าไม่ให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกัน แต่ในกรณีฉุกเฉินที่ไม่สามารถตั้งทนายความได้ทัน กฎหมายก็ให้อำนาจศาลในการถามพยานแทนผู้ต้องหาได้ด้วย เพื่อให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย เมื่อสืบพยานล่วงหน้าเสร็จสิ้น ศาลก็จะอ่านผลการสืบพยานให้ผู้ต้องหาได้ทราบ หากมีการยื่นฟ้องภายหลังก็จะนำสิ่งที่สืบพยานไว้ล่วงหน้ามาร่วมพิจารณาได้ แต่หากสั่งไม่ฟ้อง ที่สืบล่วงหน้าไว้ก็ให้ทิ้งไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65950</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีครูข่มขืนนักเรียน, มุกดาหาร, สืบพยานล่วงหน้า, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd3b140040e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
