<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2021 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระราชทานกี่ทอผ้า เป็นปฐมฤกษ์ให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด ในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP กิจกรรมที่ 2 พัฒนารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและเป็นตัวแทนมอบกี่พระราชทานจำนวน 4 หลัง แก่กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย โดยมีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน (พช.) ในการนี้ นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ นางสาวรติรส ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และทีมวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดอนกอยโมเดล ด้วยการสร้างแบรนด์ การพัฒนาลายผ้า จากสำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร หัวหน้าส่วนราชการ นางถวิล อุปรี ประธานกลุ่มทอผ้าชุมชนบ้านดอนกอยและสมาชิกให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมนิทรรศการ ณ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย จังหวัดสกลนคร และร่วมปลูกต้นอินทนิลรอบหนองน้ำสาธารณะ จากนั้น ร่วมปลูกต้นคราม ณ พื้นที่สร้างศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมคราม วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และเยี่ยมชมป่าชุมชน เพื่อต่อยอดเป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ รักษาภูมิปัญญาและอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นต่อไป โดยได้มีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (covid-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาที่ทรงมุ่งมั่นที่จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาไทย ทรงพระราชทานแบบลายผ้าชื่อลาย &amp;ldquo;ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ&amp;rdquo; แก่พสกนิกรชาวไทย อันเป็นสิ่งที่ประจักษ์ชัดถึงพระปรีชาสามารถในด้านการออกแบบ รวมถึงเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 คราวเสด็จเยี่ยมกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย หมู่ที่ 2 ตำบลสว่าง อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร ทรงมีพระราชวินิจฉัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านดอนกอย ให้มีความทันสมัย สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งพระทัยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานสมเด็จพระพันปีหลวง ต่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาหัตถกรรมไทย ให้ดำรงอยู่คู่แผ่นดิน ที่สำคัญที่สุดทรงได้ออกแบบโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์ของดอนกอยที่มีอัตลักษณ์ สื่อความหมายลึกซึ้ง ในการใช้ภาพหัวใจ ที่ประกอบขึ้นจากใจด้าย เปรียบเสมือน เส้นสายของคนดอนกอยที่นำมามัดร้อยรวมกัน ด้วยความรัก ความสามัคคี ความปรารถนาดีต่อชุมชน อีกทั้ง ทรงมีพระดำริให้พัฒนาผ้าทอชุมชน เป็นชุมชนต้นแบบ เพื่อเป็นปฐมบทแห่งการพัฒนาในโครงการที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ดอนกอยโมเดล&amp;rdquo; จากการออกแบบ รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน ภูมิปัญญาด้านการทอผ้า การย้อมคราม และการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นใยจากชุมชนบ้านดอนกอย มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย เป็นสากล สร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างรายได้แก่กลุ่มทอผ้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะผ้าลายขอเจ้าฝ้าสิริวัณณวรีฯ พบว่า มียอดขายมากกว่า 500 ล้านบาท และลายต่างๆ อีก 270 ล้านบาท&amp;nbsp; ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาที่ดีขึ้น มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน และจะนำโมเดลนี้ไปพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่านได้พระราชทานคำแนะนำแก่กรมการพัฒนาชุมชนได้เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงของการสืบสาน รักษา และต่อยอด ภูมิปัญญาผ้าครามและผ้าทออื่นๆ ที่เน้นใช้สีธรรมชาติ ไม่ใช้สีเคมี ก่อให้เกิดศูนย์เรียนรู้ วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นศูนย์รวบรวมเอาช่างทอและภูมิปัญญาเรื่องลายผ้าต่างๆ ที่ถูกพัฒนาต่อยอดอีกจำนวนนับร้อย โดยได้รับความกรุณาจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนดอนกอยที่ได้เสียสละพื้นที่ของโรงเรียน เพื่อเป็นศูนย์ฝึกและปฏิบัติงานของกลุ่มบ้านดอนกอยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรติรส&amp;nbsp; ภู่วิภาดาวรรธน์ รองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย กล่าวว่า ในนามรองประธานและที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก สมเด็จเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มีความประทับใจกับชุมชนดอนกอย จังหวัดสกลนคร เป็นอย่างมาก ในเรื่องของกิจกรรมของกลุ่มการย้อมครามและการทอผ้า พระองค์มีพระทัยแน่วแน่ในการที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด ของสมเด็จย่าให้มีความทันสมัยให้เข้าสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง พระองค์ทรงมุ่งมั่น ต่อยอดพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถเพิ่มมูลค่าและมีความทันสมัย พระองค์ทรงมีรับสั่งเสมอว่า ผ้าครามของชุมชนดอนกอย มีความเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะถิ่น จึงขอให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นในฝีมือการทอผ้า และพัฒนาลวดลายต่างๆ ให้มีคุณภาพ จนสามารถเเข่งขันเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงให้ความสำคัญกับการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคุณภาพผ้าของชุมชนบ้านดอนกอย โดยทรงพระราชทานกี่ทอผ้า จำนวน 4 หลัง ผ่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ในการมอบให้กับกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย จำนวน 4 กลุ่ม ที่เข้าร่วมโครงการฯ ประกอบด้วย 1) กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย 2) กลุ่มสร้างเสริมอาชีพบ้านดอนกอย 3) กลุ่มเยาวชนบ้านดอนกอย&amp;nbsp; 4) กลุ่มทอผ้าบ้านคำประมง เพื่อเป็นเครื่องมือในการทอผ้า ทำให้เส้นไหมคมชัด และสวยงาม เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ สามารถส่งผ่านเรื่องราวภูมิปัญญาท้องถิ่นไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป รวมถึงสามารถนำไปต่อยอดการพัฒนาลายผ้า ออกแบบ การย้อมคราม และสีธรรมชาติอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเพิ่มมากขึ้น จากฝีมือของช่างทอผ้าทุกท่าน เพื่อเป็นต้นแบบและทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทยให้ดำรงไว้ในแผ่นดิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116374</URL_LINK>
                <HASHTAG>Premium OTOP, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, กลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย, การอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย, ชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน, ชุมชนบ้านดอนกอย, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ดอนกอยโมเดล, นางสาวรติรส  ภู่วิภาดาวรรธน์, นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์, นายวรงค์ แสงเมือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, พช., สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ, สำนักงานหม่อมไหมเฉลิมพระเกียรติ, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาและวิสาหกิจชุมชน, สืบสาน รักษา ต่อยอด, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายให้เป็น Premium OTOP</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c6e731e1c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.วธ.เผยได้รับจัดสรรงบฯปี 2565 กว่า 7,100 ล้านบาท นโยบายยังคงมุ่งเน้นสืบสาน รักษา ต่อยอดงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ เดินหน้านำทุนทางวัฒนธรรมส่งเสริมการเรียนรู้ และเศรษฐกิจชุมชนบนฐานวัฒนธรรมแบบบูรณาการภายใต้สถานการณ์โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2565 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ยังคงมีกรอบการดำเนินงานมุ่งเน้นการสืบสาน รักษา ต่อยอด และปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยหลักธรรมาภิบาลเพื่ออนุรักษ์และพัฒนางานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกปัจจุบัน ดังนั้น วธ.จึงได้วางแผนงานโครงการเพื่อให้สามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นกลไกขับเคลื่อนชุมชน สังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจชุมชนที่เป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ชุมชนและประเทศชาติอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 วธ.ได้รับจัดสรรงบประมาณวงเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 7,100 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2564 คิดเป็นร้อยละ 12.34 แบ่งเป็นดังนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(สป.วธ.) กว่า 2,111 ล้านบาท กรมการศาสนา(ศน.) กว่า 329 ล้านบาท กรมศิลปากร(ศก.) กว่า 2,532 ล้านบาท กรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)กว่า 551 ล้านบาท สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.)กว่า 187 ล้านบาท สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์(สบศ.) 1,015 ล้านบาท ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)กว่า 95&amp;nbsp; ล้านบาท หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) กว่า 82 ล้านบาทและศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กว่า 88 ล้านบาท ทั้งนี้ โดยภาพรวมหน่วยงานสังกัดวธ. 9 หน่วยงานส่วนใหญ่ได้รับจัดสรรงบฯ ลดลงมีหน่วยงานเดียวคือ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)ที่ได้รับจัดสรรงบฯ เพิ่มขึ้นจากปีงบฯ 2564 คิดเป็นร้อยละ 19.08 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการ/กิจกรรมสำคัญที่จะดำเนินการขับเคลื่อนในปีงบฯ 2565&amp;nbsp; ได้แก่ (1).สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ยลวิถี โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) โครงการจัดทำและพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลใหญ่ วธ. (M-Culture Big Data) เพื่อต่อยอดและพัฒนามูลค่าทางเศรษฐกิจ โครงการเสริมสร้างพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง (2). กรมการศาสนา โครงการส่งเสริมคุณธรรม งานอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา โครงการบูรณะศาสนสถาน โครงการการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย (3). กรมศิลปากร&amp;nbsp; โครงการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพโรงละครแห่งชาติ การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ&amp;nbsp; การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา การอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าลพบุรี การปรับปรุงและพัฒนานิทรรศการถาวร การจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพฯ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้อัลกุรอาน (4).กรมส่งเสริมวัฒนธรรมโครงการส่งเสริมการดำเนินงานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมและเผยแพร่ค่านิยมและวัฒนธรรมความเป็นไทย โครงการสร้างรายได้แก่ศิลปิน นักแสดงพื้นบ้าน ชุมชนและเจ้าของมรดกทางวัฒนธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ (5).สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ (จ.เชียงราย จ.นครราชสีมา และ จ.กระบี่) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรมการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย โครงการส่งเสริมและพัฒนาศิลปะสร้างสรรค์ อาทิ กิจกรรมศิลปินร่วมสมัย สู้ภัยโควิด ด้วยจิตสำนึก&amp;nbsp; (6). สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางการศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม โครงการส่งเสริมเด็กไทยเล่นดนตรีคนละ 1 ชิ้น โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (7). ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กิจกรรมส่งเสริมการประโยชน์องค์ความรู้มานุษยวิทยาสู่สาธารณะ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพการจัดการข้อมูลวัฒนธรรมและการจัดการคลังข้อมูลชุมชน (8). หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) มีโครงการสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมภาพยนตร์ไทยและโลก โครงการส่งเสริมการใช้ภาพยนตร์ให้เป็นสื่อการเรียนรู้ และ (9).ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ส่งเสริมสนับสนุนการป้องกันการต่อต้านทุจริตด้วยการยกระดับบทบาทของวิทยากรส่งเสริมคุณธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; โครงการส่งเสริมเครือข่ายทางสังคม ต่อต้านการทุจริตด้วยมิติทางวัฒนธรรมและมิติด้านสังคม ซึ่งทาง วธ. ตระหนักและเข้าใจ ในสถานการณ์ Covid 19 เป็นอย่างมาก งบประมาณปี 65 จึงจะต้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนสังคม วัฒนธรรม ให้สามารถ ผ่านพ้น อุปสรรค ไปให้ได้ อย่างดีที่สุดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114386</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPOT, M-Culture Big Data, กระทรวงวัฒนธรรม, จัดสรรงบฯปี 2565, นายอิทธิพล คุณปลื้ม, ปีงบประมาณ 2565, รมว.วธ., วัฒนธรรมแบบบูรณาการ, ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ, สืบสาน รักษา ต่อยอด, เศรษฐกิจชุมชน, โครงการจัดทำและพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลใหญ่ วธ., โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124bef5d6f43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2020 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2020 13:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานต่อพระบรมราโชบาย สืบสาน รักษา ต่อยอด&#039;โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงเป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อภาคตะวันออก&amp;nbsp;โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะองค์ประธานกรรมการถวายรายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีแนวพระราชดำริพระราชทานเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2542 ต่อการจัดการความขัดแย้งคนกับช้างป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี &amp;ldquo;ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ การปฏิบัติคือให้ไปสร้างอาหารช้างในป่า เป็นแปลงเล็กๆ และกระจายกรณีช้างป่าออกมาที่ชายป่า ต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า&amp;rdquo; จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการช่วยเหลือช้างป่า สัตว์คู่บ้านคู่เมืองไทย ซึ่งเป็นต้นแบบแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง อันเป็นโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ช้างสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในป่าธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่อาศยดั้งเดิมของสัตว์ป่า และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพระพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์ การอนุรักษ์ช้างไทย และการปล่อยช้างคืนสู่ธรรมชาติ ดังพระราชสาวนีย์ที่ว่า &amp;ldquo;ให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและรักษาสภาพแวดล้อมตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร โดยเฉพาะชุมชนที่อพยพออกมาจากป่าและชุมชนที่อาศัยติดแนวเขตอนุรักษ์..&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทอดพระเนตรนิทรรศการปัญหาช้างป่าในพื้นที่ป่ารอยต่อภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุล่วงมาถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชปณิธาน &amp;ldquo;สืบสาน รักษา ต่อยอด&amp;rdquo;พระราชปณิธานล้นเกล้าทั้ง2 พระองค์ ในการจัดการความขัดแย้งของคนกับช้างป่าเพื่อให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ และสัตว์ป่า ให้มีความอุดมสมบูรณ์เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีความเป็นอยู่อย่างมั่นคงบนพื้นฐานแห่งความพอเพียงมั่นคงสืบไป จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ5 จังหวัดในภาคตะวันออกไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทานชื่อโครงการว่า &amp;ldquo;โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์&amp;rdquo; ซึ่งแปลว่า &amp;ldquo;น้ำทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร&amp;rdquo; เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าและช้าง รวมทั้งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การบุกรุกของช้างป่าอันสืบเนื่องมาจากขาดแคลนแหล่งอาหารที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอ ตลอดจนการขาดความรู้และความเข้าใจของราษฎร ในการขับไล่ช้างอย่างผิดวิธีจนทำให้เกิดอันตรายทั้งต่อตัวราษฎรและช้างในที่สุด โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี &amp;nbsp;ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษา และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อ5 จังหวัด ภาคตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกัน 5จังหวัด คือจังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว มีพื้นที่รวมกันประมาณ 1,360,000ไร่ มีช้างป่าอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มากกว่า 460ตัว และจากการสำรวจมีช้างป่าออกนอกเส้นทาง ทำให้เกิดผลกระทบระหว่างคนกับช้างในเรื่องของที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ราษฎรที่ได้รับผลกระทบระหว่างคนกับช้างป่าในเรื่องของที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ประชาชนจึงได้ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และทรงดำรงตำแหน่งอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทากฎหมายและการบังคับคดี จังหวัดระยอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมนูญ เต็มไชย&amp;nbsp;ร่วมบรรยายและรับฟังปัญหาจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรรมนูญ เต็มไชย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เล่าถึงสภาพปัญหาของคนกับช้างป่าในเขตพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดว่า พื้นที่ป่าภาคตะวันออกจากที่เคยมีสภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้มากกว่า 5 ล้านไร่ แต่เนื่องด้วยสภาพป่าได้รับการแผ่วถางทำให้เกิดพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเป็นจำนวนมากจนทำให้ทุกวันนี้เหลือป่าสภาพสมบูรณ์เพียงแค่1,360,000ไร่ ทำให้ป่าขาดความอุดมสมบูรณ์สัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างขาดแหล่งอาหาร จึงพากันเดินออกนอกเส้นทางป่ามาหากินและทำลายพืชผลทางเกษตรของชาวบ้านเสียหายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับชาวบ้านไม่รู้วิธีการขับไล่ช้างอย่างถูกวิธี เมื่อเจอช้างก็จุดประทัดขับไล่ ส่งเสียงดัง ใช้ปืนยิง ทำให้ช้างเกิดอาการตกใจวิ่งหนีเตลิดไปอีกฝั่งและทำร้ายประชาชนที่เดินผ่านมาทำให้เกิดการบาดเจ็บสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินตามมาอันเป็นภาพน่าสลดใจอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้นภาพความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าในพื้นที่ผืนป่ารอยต่อภาค5จังหวัดภาคตะวันออกทราบยังฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงเป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์ช้างป่ารอยต่อภาคตะวันออก จึงทรงมีพระราชดำริในการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าความว่า &amp;ldquo;ควรจะมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาการร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้างป่า เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชนนีพระพันปีหลวง ในการแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่ารวมทั้งการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก&amp;rdquo; และได้พระราชทานแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ช้างกลับคืนสู่ป่า ด้วยวิธีการฟื้นฟูป่า จัดหาแหล่งน้ำและแหล่งอาหาร นำร่องเรื่องการพัฒนาชุมชนโดยสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของช้าง ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ การออมของชุมชน ตลอดจนการสร้างระบบเตือนภัยชุมชนผ่านระบบกล้องถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติที่ติดตามความเคลื่อนไหวของช้างป่า อันเป็นการช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดต่อชุมชน อันเป็นการช่วยทั้งคนช่วยทั้งช้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช้างป่าที่ออกมาหากินในช่วงเย็นบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงได้ดำเนินการโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์เริ่มนำร่องฟื้นฟูพื้นที่ป่า แหล่งน้ำแหล่งอาหารสัตว์ป่าที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมาเขาวง จ.ระยอง มีหมู่บ้านนำร่องในการพัฒนาชุมชนโดยสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของช้างส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ การออม และการบริหารจัดการเงินของกองทุนชุมชนเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชน รวมทั้งสร้างระบบเตือนภัยชุมชนผ่านระบบกล้องถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติที่ติดตามความเคลื่อนไหวของช้างป่าที่มีแนวโน้มเดินออกนอกเส้นทางที่ควรเดิน ช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดต่อชุมชน และนำมาใช้วางแผนฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัยของช้างป่าต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นเพียงเศษเสี้ยวแห่งน้ำพระราชฤทัยอันเปี่ยมไพศาล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีเป้าหมายการบูรณาการให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคน และทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ภายใต้ผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ &amp;ldquo;โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์&amp;rdquo;ทิพย์รักษาช้างให้แข็งแกร่งยืนยงดุจเพชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80346</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างป่าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี, ร.10, ร.9, สืบสาน รักษา ต่อยอด, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f8544da58969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่าย ประชาชนจิตอาสา จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก น้อมนำพระราโชบาย &amp;ldquo;สืบสาน รักษา ต่อยอด&amp;rdquo; สู่การปฏิบัติ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การรักษาโรค และฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อประชาชนสุขภาพดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายแพทย์ ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าว โครงการ &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน&amp;rdquo; เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายแพทย์สุขุมกล่าวว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสา จัดโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข และแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยน้อมนำพระราโชบาย &amp;ldquo;สืบสาน รักษา ต่อยอด&amp;rdquo; สู่การปฏิบัติ ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค การรักษาโรค และฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนตามพระราชปณิธาน 2 โครงการ คือ โครงการ &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน&amp;rdquo; เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก บูรณาการโครงการของ 21 หน่วยงาน รวม 30 โครงการ เป็นกิจกรรมดูแลประชาชน&amp;nbsp; 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพและการออกกำลังกาย อาทิ โครงการปั่นรวมใจภักดิ์ รักในหลวง Bike for King โครงการ 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกาย (คีตะมวยไทย) การป้องกันและควบคุมโรค อาทิ โครงการยกระดับศักยภาพจิตอาสาในการค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในชุมชนด้วยแอปพลิเคชันไลน์ โครงการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับและหนอนพยาธิด้วยปัญญาประดิษฐ์ โครงการรวมพลังจิตอาสากำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โครงการอบรมและฝึกปฏิบัติวิทยากรจิตอาสาด้านการกู้ชีพ ด้านพัฒนาคุณภาพและยกระดับบริการสุขภาพ อาทิ โครงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจพิการแต่กำเนิด และด้านมหกรรมและการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ อาทิ โครงการคืนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้แผ่นดิน โครงการจัดทำหนังสือตามรอยพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 กำหนดจัดกิจกรรมที่กระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย พิธีถวายพระพรชัยมงคล ถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ การให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย อบรมการกู้ชีพขั้นพื้นฐานและการป้องกันเด็กจมน้ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับโครงการที่ 2 คือ การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และรับบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ ฯ ได้จัดพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่พฤษภาคม 2562 &amp;ndash; พฤษภาคม 2563 โดยครั้งที่ 1 เดือนพฤษภาคม - มิถุนายน 2562 มีประชาชนรับบริการตรวจรักษา 26,501 คน ผู้บริจาคโลหิต 18,222 คน ผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ 1,228 คน บริจาคดวงตา 1,235 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ด้านนายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการ &amp;ldquo;ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน&amp;rdquo; เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ สำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการตั้งแต่พฤษภาคม 2562 &amp;ndash; กันยายน 2564 ทั่วประเทศ สำหรับในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 จะจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และบริการประชาชนที่กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; โดยมีการแสดงนิทรรศการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกับ 4 ทศวรรษ 2 แผ่นดิน การบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ จำนวน 2,000 โด๊ส บริการตรวจสอบเครื่องวัดความดันโลหิต คัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุตรวจประเมินข้อเข่าเสื่อม การสาธิตและฝึกอบรมการป้องกันเด็กจมน้ำและการกู้ชีพขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชน บริการตรวจสุขภาพด้วยเครื่องตรวจอัจฉริยะ กิจกรรมการให้ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์อาหารทางเลือกสุขภาพ การตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน การคัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้น ประชาชนร่วมกิจกรรมและรับบริการสุขภาพได้ที่บริเวณถนนสาธารณสุข 2 กระทรวงสาธารณสุข อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เวลา 09.00 น. &amp;ndash; 14.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป จะจัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 3 กิจกรรม ได้แก่ 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ &amp;nbsp;(คีตะมวยไทย 10 ท่า) พร้อมกันทั้งส่วนกลางและภูมิภาค และ กิจกรรมปั่นจักรยานออกกำลังกาย และกิจกรรมเดิน - วิ่งทางเลือกสุขภาพ รอบกระทรวงสาธารณสุข ระยะทาง 5 กิโลเมตร คาดว่ามีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41615</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย, บรมราชาภิเษก, สืบสาน รักษา ต่อยอด, สุขภาพ, เฉลิมพระเกียรติ เ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d357c170a99d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
