<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชวนน้องสืบสาน จินตนาการวรรณกรรมผ่านสื่อดิจิทัลกับ&quot;อินทัช&quot;ปีที่ 14 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10ก.ย.63-นายเอนก พนาอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการ &amp;ldquo;จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช&amp;rdquo; ที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ว่า &amp;ldquo;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รูปแบบการจัดการประกวดในปีนี้แตกต่างไปจากปีที่ผ่านๆมา เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการเข้ามาของเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เราจึงปรับการดำเนินงานโดยนำสื่อดิจิทัลเข้ามาใช้ในโครงการ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างได้สะดวก รวดเร็ว สร้างการรับรู้ และการมีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่อง เป็นช่องทางแบ่งปันความรู้และข้อมูลต่างๆ &amp;nbsp;ช่วยพัฒนาทักษะ และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ ด้วยอีกทางหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สื่อดิจิทัลที่เรานำมาใช้ในโครงการ เช่น ใบสมัครออนไลน์ &amp;nbsp;นิทรรศการผลงานศิลปะออนไลน์ ถ่ายทอดสดกิจกรรมต่างๆ ผ่านทาง virtual live streaming &amp;nbsp;ซื้อ-ขายภาพการกุศลผ่านระบบ E-commerce ซึ่งเปิดเป็น market place แก่ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงผลงานได้ง่ายขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง อาทิ facebook, twitter, instagram, youtube และ line เป็นต้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การประกวดแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ประถมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และอุดมศึกษา ในปีนี้เปิดโอกาสให้น้องๆ สามารถเลือกหัวข้อการประกวดได้จาก 2 หัวข้อ คือ 1)&amp;ldquo;ฉันรักเมืองไทย&amp;rdquo; หรือ 2) &amp;ldquo;รักษ์สิ่งแวดล้อม รักษ์โลกของเรา&amp;rdquo; เพื่อให้เยาวชนแสดงออกถึงการคิด วิเคราะห์ ตีความ และความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ ทั้งในเรื่องของการถ่ายทอดความรู้สึกรักเมืองไทยในแบบที่วาดฝันไว้ในอนาคต และการคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นกระแสของโลกที่ทุกคนควรช่วยกันอนุรักษ์ แล้วใช้จินตนาการถ่ายทอดสิ่งที่อ่านออกมาเป็นภาพวาดให้สอดคล้องกับเนื้อหาและหัวข้อที่คัดเลือกมา โดยน้องๆ แต่ละคนสามารถส่งผลงานได้ไม่จำกัดจำนวนชิ้น สำหรับน้องๆ ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอุดมศึกษาจะต้องส่ง VDO Clip สื่อถึงแรงบันดาลใจจากการอ่านที่ใช้สร้างสรรค์ผลงาน ความยาวไม่เกิน 1.30 นาที มาพร้อมกับใบสมัครออนไลน์ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การพิจารณาตัดสินผลงาน ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาทัศนศิลป์ และวรรณศิลป์ รวม 7 ท่าน ได้แก่ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช 2554 อาจารย์ปัญญา &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช 2557 อาจารย์สังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สิรินธร อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิตไทย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) พุทธศักราช 2536 คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (นวนิยาย) พุทธศักราช 2555 และธวัชชัย สมคง บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Fine Art&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับรางวัลที่จะได้รับประกอบด้วยทุนการศึกษา และประกาศนียบัตรของเยาวชนที่ชนะการประกวด 44 รางวัล โดยผู้ชนะเลิศของแต่ละระดับจะได้รับทุนการศึกษา เริ่มจากอุดมศึกษา 120,000 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย 50,000 บาท มัธยมศึกษาตอนต้น 40,000 บาท และประถมศึกษาตอนปลาย 30,000 บาท ส่วนสถาบันการศึกษาที่สนับสนุนเยาวชนให้ส่งผลงานเข้าประกวดและได้รับรางวัลจะได้รับทุนสนับสนุนอีก 44 รางวัล รวมมูลค่า 1,415,000 บาท นอกจากนี้ ยังเพิ่มรางวัลร่วมจัดแสดง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเยาวชนได้พัฒนาฝีมือ และความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงผู้สมัครทุกคนที่ส่งผลงานเข้าประกวดจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการส่งผลงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เยาวชนที่สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดสามารถติดตามรายละเอียด และดูตัวอย่างวรรณกรรมแนะนำ เพื่อใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานได้ที่ www.intouchstation.com หรือ สแกน QR Code พร้อมเชิญชวนสมัครสมาชิกเพื่อร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ได้ที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Facebook Page: www.facebook.com/intouchstation&amp;nbsp;
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Facebook group: จินตนาการ.อินทัช&amp;nbsp;
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Line ID: Jintanakarn.intouch&amp;nbsp;
&amp;middot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โทรศัพท์ 082-796-1670, 062-593-2224 หรือ 0-2118-6953 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินทัช มุ่งหวังว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในโครงการจะช่วยส่งเสริมให้เยาวชนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่าง
เหมาะสมซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนและสอดคล้องกับวิถีชีวิตปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาวจากการลดใช้กระดาษอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สแกน QR Code : www.intouchstation.com
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77088</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเอนก พนาอภิชน, บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง, สื่อดิจิทัล, โครงการ จินตนาการ สืบสาน วรรณกรรมไทยกับอินทัช ปีที่ 14</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a2820a5976.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุคของสื่อออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงนี้เวลาพบปะเพื่อนฝูง มักจะเจอคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่เสมอว่า &amp;quot;หนังสือพิมพ์เป็นยังไงบ้าง จะอยู่รอดไหม?&amp;quot; นี่คือคำถามของคนที่เขาหวังดี และแสดงความเป็นห่วงว่าอาชีพนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ จะสามารถทำมาหากินเลี้ยงชีพไปได้อีกนานแค่ไหน ในเมื่อถูกรบกวนด้วยสื่อดิจิทัลอย่างหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยสถานการณ์แบบนี้ จะตอบว่าธุรกิจยังดี หรือว่าเฟื่องฟู คงยากที่จะใครเชื่อ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักแล้ว ที่เห็นมีการทยอยปิดบริษัท ปิดหัวหนังสือไปหลายเล่ม เพราะพิมพ์ไปก็ไม่คุ้ม มีแต่เข้าเนื้อ แถมรายได้จากโฆษณาบนสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งระบบก็ลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20% ซึ่งปัจจุบันมีเหลืออยู่ไม่ถึง 10,000 ล้านบาทเท่านั้น จากที่เคยมีวงเงินสูงกว่าหลายหมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น สถานการณ์ของสื่อสิ่งพิมพ์ในขณะนี้ ก็เรียกได้ว่า ประคองตัว และมองหาช่องทางการอยู่รอด ซึ่งในแต่ละเล่ม ซึ่งก็จะมีกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะต่างกันอย่างไร สิ่งที่เหมือนกันก็คือการปรับตัวเข้าหาสื่อดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคยมีคนกล่าวไว้ว่า &amp;quot;คนอ่านอยู่ที่ไหน สื่อต้องตามไปที่นั้น&amp;quot; ตอนนี้คนไทยกำลังสนุกสนานกับการใช้งานสื่อบนออนไลน์ ดังนั้น ทุกสื่อสำนักพิมพ์ ก็ต้องมุ่งหน้าสู่ออนไลน์ เป็นคำตอบสุดท้าย ซึ่งแม้จะเข้าโดยเต็มใจ หรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ สื่อออนไลน์ยังคงเป็น &amp;quot;ความหวัง&amp;quot; ที่จะช่วยรักษาสถานะธุรกิจเอาไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่าการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เป็นเรื่องยากเสมอ ซึ่งเชื่อว่าทุกสำนักข่าวก็จะต้องเจอการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายๆ กัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าไม่เริ่มต้น นับหนึ่งก็ได้แต่รอวันตาย เพราะหากดูพฤติกรรมของผู้อ่านยุคนี้ คนใช้เวลากับสิ่งพิมพ์ลดลงมาก เพราะมันมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าอยู่บนจอมือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ โดยจากผลสำรวจล่าสุดของ &amp;ldquo;We Are Social&amp;rdquo; ดิจิทัลเอเยนซี และ &amp;ldquo;Hootsuite&amp;rdquo; ผู้ให้บริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ระบุว่าคนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนต่อวัน สูงที่สุดในโลก 9 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน ขณะเดียวกันคนไทยให้เวลาอยู่โลกออนไลน์ และโซเซียลมีเดียที่สูงมาก เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ด้วยเวลาดังกล่าว ก็แทบจะเต็มวันในการใช้ชีวิตแล้ว จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยความนิยมของสื่อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ในมุมของธุรกิจสิ่งพิมพ์ อาจจะเป็นฝันร้าย แต่สำหรับสื่อออนไลน์ ธุรกิจมันเหมือนเพิ่งเริ่มต้น เพราะคาดการณ์ว่าเม็ดเงินโฆษณาในสื่อนี้ จะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น อันเนื่องมาจากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นยังคงเพิ่มขึ้น ตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 57 ล้านคน หรือเท่ากับ 82% ของจำนวนประชากร ซึ่งก็หมายความว่าคนไทยเคยชินกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตแล้วอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เอง สมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT (Digital Advertising Association Thailand) ร่วมกับกันตาร์ ทีเอ็นเอส (ไทยแลนด์) เปิดเผยข้อมูลการใช้เงินซื้อสื่อดิจิทัล พบว่าในปี 2017 ที่ผ่านมา วงเงินโฆษณาในสื่อออนไลน์ ทะลุ 12,402 ล้านบาท หรือโตกว่า 31% เมื่อเทียบกับปี 2016&amp;nbsp; ซึ่งเห็นได้ชัดว่าวงเงินแซงหน้าเงินโฆณษาบนสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งระบบไปแล้ว แถมยังประเมินอีกว่า ในปีนี้เม็ดเงินโฆษณาดังกล่าวน่าจะขยับมาอยู่ที่ 14,330 ล้านบาท หรือโตกว่า 16% เลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น ตลาดจึงยังคงเปิดกว้าง สำหรับผู้ผลิตสื่อทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ ที่จะเข้าสู่ยุคการผลิตสื่อออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในปัจจุบันนี้หลายสิ่งหลายอย่างเอื้อต่อการผลิตสื่อออนไลน์อย่างมาก ทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ มีราคาที่ถูกลงมาก และมีคุณภาพที่สูงขึ้น สมาร์ทโฟนแค่เครื่องเดียว สามารถผลิตคอนเทนต์ได้ทุกรูปแบบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ด้วยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เอื้ออำนวยในการกระจายคอนเทนต์ไปสู่ผู้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ยูทูบ หรืออื่นๆ ในอนาคต ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็ช่วยส่งเสริมให้เนื้อหาสาระส่งตรงไปยังผู้อ่าน หรือผู้ติดตามได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน ประเทศไทยก็มีโครงสร้างอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็ว และดีขึ้นกว่าในอดีตมาก ขณะที่เครื่องมือในเรื่องของการหารายได้ก็เพียบพร้อม สำหรับแอดเน็ตเวิร์กต่างๆ ที่เข้ามาช่วยในเรื่องการหารายได้ให้กับคนทำคอนเทนต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อนาคตของสื่อคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปสู่ช่องทางออนไลน์ แต่การสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ และให้สอดคล้องกับรายได้นั้นยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ซึ่งทุกองค์กรจะต้องหาเส้นทางที่ดีที่สุด เพื่อที่จะทำให้ชื่อและคุณภาพงานขององค์กรจะยังอยู่ในใจของผู้อ่านตราบนานเท่านาน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9936</URL_LINK>
                <HASHTAG>DAAT, Hootsuite, Marketing Solutions, Social Media, We Are Social, กระจกไร้เงา, ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง, สมาคมโฆษณาดิจิทัล, สื่อดิจิทัล, สื่อบนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
